
ลองนึกภาพว่าเราไปถ่ายคลิปในร้านกาแฟตอนค่ำ ไฟในร้านสลัว ๆ เปิดรูรับแสงจนสุดแล้วภาพก็ยังมืด เลยดัน ISO ขึ้นไปทีละนิด พอกลับมาเปิดดูในคอม เงาในภาพมีเม็ดวิ่งเต็มไปหมด ทั้งที่ได้ยินมาว่ากล้อง LUMIX มี Dual Native ISO ที่ช่วยเรื่องนี้ได้ แล้วตกลงมันช่วยตรงไหนกันแน่?
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า ISO สองระดับทำงานยังไง ทำไมบางทีเลข ISO ที่สูงกว่ากลับได้ภาพเนียนกว่า กล้อง LUMIX รุ่นปัจจุบันแต่ละรุ่นมีเบสเท่าไรตอนถ่าย V-Log และเวลาถ่ายกลางคืนหรือในร่ม ควรเลือกค่ายังไงดี
Dual Native ISO คืออะไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ISO ในกล้องไม่ได้ทำให้เซนเซอร์รับแสงได้มากขึ้น มันคือการขยายสัญญาณที่เซนเซอร์เก็บมาได้ให้สว่างขึ้น เหมือนเราเปิดเสียงลำโพงให้ดังขึ้น เสียงเพลงดังขึ้นจริง แต่เสียงซ่าในสายก็ดังตามไปด้วย ภาพก็เหมือนกัน ยิ่งขยายมาก เม็ด noise ก็ยิ่งเห็นชัด
เซนเซอร์ทั่วไปจะมีจุดตั้งต้นที่ภาพสะอาดที่สุดอยู่ค่าเดียว เรียกว่า Base ISO หรือเบส ISO ค่าที่สูงกว่านั้นคือการขยายสัญญาณต่อจากจุดนั้นไปเรื่อย ๆ
Panasonic อธิบายไว้ในหน้าเทคโนโลยีของ LUMIX S1RII ว่า Dual Native ISO ใช้วงจรสองชุดในแต่ละพิกเซล ชุดหนึ่งสำหรับความไวแสงต่ำ อีกชุดเป็นวงจรความไวแสงสูงที่ออกแบบมาให้ noise ต่ำ กล้องจะสลับระหว่างสองวงจรนี้ เพื่อลด noise ตอนใช้ ISO สูง
พูดง่าย ๆ คือกล้องมีจุดตั้งต้นที่ภาพสะอาดสองจุด จุดแรกไว้ใช้ตอนแสงพอ จุดที่สองไว้ใช้ตอนแสงน้อย ลองนึกถึงจักรยานที่มีเกียร์สองชุด ขึ้นเนินก็เปลี่ยนเกียร์ ไม่ต้องฝืนปั่นเกียร์เดิมจนขาล้า
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
Dual Native ISO มีจุดเริ่มที่ภาพสะอาดสองจุด
เบสตัวแรก 640
วงจรความไวแสงต่ำ
ใช้ตอนแสงพอ ภาพสะอาดที่สุดของวงจรนี้
ช่วง 2500 ถึง 3200
ขยายสัญญาณต่อจากเบสแรกมาไกล
มักเป็นช่วงที่เห็นเม็ดชัดที่สุด
เบสตัวที่สอง 4000
วงจรความไวแสงสูง noise ต่ำ
เริ่มนับใหม่ ภาพมีโอกาสเนียนกว่า 3200
ตัวเลขของ LUMIX S5II, S5IIX และ S9 ตอนถ่าย V-Log จากคู่มือทางการ รุ่นอื่นตัวเลขต่างกัน S1II ใช้ 640 กับ 5000 ส่วน S1RII ใช้ 200 กับ 1000
ทำไม ISO สูงกว่า บางทีกลับได้ภาพเนียนกว่า?
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนงงที่สุด สมมติเราใช้ LUMIX S5II หรือ S9 ถ่าย V-Log คู่มือทางการระบุเบสไว้สองค่าคือ 640 กับ 4000 ถ้าเราดัน ISO จาก 640 ขึ้นไปเรื่อย ๆ กล้องยังใช้วงจรชุดแรกอยู่ แล้วขยายสัญญาณเพิ่มไปทีละขั้น พอไปถึงแถว 2500 หรือ 3200 สัญญาณก็ถูกขยายมาเยอะแล้ว เม็ดเลยเริ่มชัด
แต่พอไปถึง 4000 กล้องสลับไปใช้วงจรชุดที่สอง ซึ่งเริ่มนับใหม่จากจุดตั้งต้นของมันเอง ภาพที่ ISO 4000 จึงมีโอกาสเนียนกว่าภาพที่ ISO 3200 ทั้งที่เลขสูงกว่า
ถ้าภาพยังมืดอยู่ที่ช่วงก่อนถึงเบสตัวที่สอง ลองกระโดดข้ามไปที่เบสตัวที่สองเลยดู แล้วค่อยลดแสงด้วยชัตเตอร์หรือรูรับแสงแทน
อย่างไรก็ตาม เบสตัวที่สองไม่ได้แปลว่า noise หายไป มันแค่เริ่มจากจุดที่สะอาดกว่าการขยายสัญญาณต่อจากเบสตัวแรก ส่วนจะเนียนแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแสงที่มีจริงในฉากด้วย

กล้อง LUMIX รุ่นไหนมี Dual Native ISO และเบสเท่าไรใน V-Log
ค่าข้างล่างนี้เราเช็คจากหน้าสเปกในคู่มือและหน้าสเปกทางการของ Panasonic ทุกรุ่น และเลือกมาเฉพาะตอนถ่ายวิดีโอแบบ V-Log เพราะเป็นโหมดที่ครีเอเตอร์ใช้กันเยอะ
LUMIX S5II, S5IIX และ S9 ใช้เบสเดียวกันคือ 640 กับ 4000 ถ้าล็อกไว้ที่วงจรต่ำ ISO จะอยู่ในช่วง 640 ถึง 5000 ถ้าล็อกไว้ที่วงจรสูง จะอยู่ในช่วง 4000 ถึง 51200
รุ่น S1II ใช้เบส 640 กับ 5000 วงจรต่ำอยู่ในช่วง 640 ถึง 5000 วงจรสูงอยู่ในช่วง 5000 ถึง 51200 ถ้าเปิด Dynamic Range Boost ที่ใช้ข้อมูลจากทั้งสองวงจรมารวมกัน ช่วง ISO ใน V-Log จะแคบลงเหลือ 1000 ถึง 25600
LUMIX S1RII ใช้เบส 200 กับ 1000 ตอนปิด Dynamic Range Expansion และ 400 กับ 2000 ตอนเปิด ตัวนี้ตัวเลขต่ำกว่ารุ่นอื่นค่อนข้างมาก ถ้าเคยจำตัวเลขของ S5II ไว้ อย่าเอามาใช้กับตัวนี้ตรง ๆ
ส่วนฝั่ง G Series อย่าง GH7 หน้าสเปกระบุเบสใน V-Log ไว้ค่าเดียว คือ 500 ตอนถ่ายที่ 60fps ลงมา และ 250 ตอนถ่ายเกิน 60fps ไม่ได้แบ่งเป็นสองเบสแบบรุ่นข้างบน

เบสเปลี่ยนตาม Photo Style ด้วย
อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้คือ เบสสองค่านี้ไม่ได้ตายตัวทุกโหมด ตัวอย่างจากคู่มือ LUMIX S9 ตอนถ่ายแบบปกติ เบสอยู่ที่ 100 กับ 640 ตอนถ่าย HLG อยู่ที่ 400 กับ 2500 ตอนใช้ Cinelike D2 หรือ Cinelike V2 อยู่ที่ 200 กับ 1250 และพอเป็น V-Log ก็ขยับขึ้นไปเป็น 640 กับ 4000
เหตุผลคือ Log เก็บภาพแบบแบนเพื่อเก็บรายละเอียดทั้งในส่วนสว่างและส่วนมืดไว้ให้มากที่สุด ตัวเลขที่กล้องโชว์จึงขยับตามวิธีเก็บภาพนั้น ภาพที่ ISO 640 ใน V-Log ไม่ได้ขยายสัญญาณมากกว่าภาพที่ ISO 100 ในโหมดปกติอย่างที่ตัวเลขชวนให้คิด ใครยังไม่คุ้นกับ V-Log ลองอ่าน โปรไฟล์ Log คืออะไร ก่อนก็ได้
เวลาจำเลขเบส ลองจำคู่กับโหมดที่ใช้ด้วยเสมอ ไม่อย่างนั้นจะตั้ง ISO ผิดจุดได้ง่าย
ตั้ง Dual Native ISO แบบ AUTO, LOW, HIGH ต่างกันยังไง
ในเมนูของกล้อง LUMIX รุ่นที่มีฟีเจอร์นี้ จะมีหัวข้อ Dual Native ISO Setting อยู่ในหมวด Image Quality ให้เลือกสามแบบ
แบบ AUTO กล้องจะสลับวงจรให้เองตามความสว่างของฉาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่ม หรืองานที่แสงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ใน S1RII ที่อัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่แล้ว ถ้าตั้งเป็น AUTO หน้าจอจะโชว์แถบสีบอกด้วยว่าตอนนี้อยู่ช่วงเบสต่ำหรือเบสสูง
ถ้าเลือก LOW กล้องจะล็อกไว้ที่วงจรความไวแสงต่ำ ใช้ตอนกลางวันหรือในสตูดิโอที่แสงพอ ข้อดีคือเราจะไม่เผลอข้ามไปวงจรสูงโดยไม่ตั้งใจ
แบบ HIGH ล็อกไว้ที่วงจรความไวแสงสูง ใช้ตอนรู้อยู่แล้วว่าจะถ่ายในที่มืดทั้งคืน เช่น งานเลี้ยงในร้านอาหาร หรือถ่ายถนนตอนกลางคืน
ถ้าถ่ายงานที่ต้องตัดสลับหลายช็อต ลองล็อกเป็น LOW หรือ HIGH ไปเลยดู ภาพแต่ละช็อตจะได้มีเนื้อ noise ใกล้เคียงกัน

ใช้ Dual Native ISO ถ่ายกลางคืนและในร่มยังไง
มาลองไล่ลำดับการตั้งค่าตอนถ่ายวิดีโอที่มืด ๆ กัน โดยใช้ S5II หรือ S9 ถ่าย V-Log เป็นตัวอย่าง
เริ่มจากตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้เข้ากับเฟรมเรตก่อน ถ้าถ่าย 25p ใต้ไฟบ้านในไทย ใช้ 1/50 จะช่วยกันภาพกะพริบ เรื่องนี้เล่าไว้ละเอียดในบทความ เฟรมเรต 24 30 60fps
ต่อมาเปิดรูรับแสงให้กว้างเท่าที่งานยอมได้ แล้วค่อยมาเลือก ISO ถ้าแสงพอที่ 640 ก็อยู่ตรงนั้น ถ้าไม่พอ อย่าเพิ่งไต่ขึ้นไปทีละนิดจนถึง 3200 ลองข้ามไปที่ 4000 เลย
ถ้าที่ 4000 ภาพสว่างเกินไป ค่อยหรี่รูรับแสงลงนิดหนึ่ง หรือถ้าถ่ายภาพนิ่งก็เร่งชัตเตอร์ขึ้นได้ ส่วนถ้าที่ 4000 ยังมืดอยู่ ลองเพิ่มแสงในฉากก่อน เช่น ย้ายคนไปนั่งใกล้โคมไฟ หรือเปิดไฟดวงเล็กเพิ่ม ก่อนจะดัน ISO ขึ้นไปอีก
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
ถ่ายกลางคืน ลองเลือกค่าตามลำดับนี้
1
ชัตเตอร์
ตั้งตามเฟรมเรต 25p ใต้ไฟบ้านใช้ 1/50
2
รูรับแสง
เปิดกว้างเท่าที่งานยอมได้
3
เบสตัวแรก
แสงพอที่ 640 ก็อยู่ตรงนั้น
4
ข้ามไปเบสตัวที่สอง
ไม่พอ ข้ามไป 4000 เลย ไม่ไต่ทีละนิด
5
เพิ่มแสงในฉาก
ยังมืดอยู่ ย้ายคนเข้าใกล้โคม หรือเปิดไฟเพิ่ม
ตัวเลขตัวอย่างจาก LUMIX S5II และ S9 ตอนถ่าย V-Log
อีกเรื่องที่สำคัญมากตอนถ่าย Log ในที่มืดคืออย่าถ่ายให้มืดเกินไป ภาพ Log ที่อันเดอร์มาแล้วไปดึงให้สว่างตอนเกรด จะเห็นเม็ดในเงาชัดขึ้นมาก หลายครั้งการได้ภาพที่สว่างพอที่ ISO 4000 จะเนียนกว่าภาพมืด ๆ ที่ ISO 640 แล้วไปดึงทีหลัง
ความเข้าใจผิดเรื่อง Dual Native ISO ที่พบบ่อย
เรื่องแรก มีเบสสูงแล้วจะถ่ายมืดแค่ไหนก็ได้ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เพิ่มแสงให้ภาพ แค่ทำให้การขยายสัญญาณที่ระดับนั้นสะอาดกว่าเดิม ถ้าแสงในฉากน้อยมากจริง ๆ ภาพก็ยังมีเม็ดอยู่ดี
เรื่องที่สอง ทุกรุ่นมีเบสเท่ากัน อย่างที่เห็นข้างบน S5II กับ S9 อยู่ที่ 640 กับ 4000 แต่ S1II อยู่ที่ 640 กับ 5000 และ S1RII ต่างออกไปอีก ก่อนออกไปถ่าย ลองเปิดหน้าสเปกของรุ่นตัวเองเช็คดู
เรื่องที่สาม Dual Native ISO กับ Dynamic Range Boost คือของเดียวกัน ที่จริงไม่ใช่ ตัวแรกคือการเลือกใช้วงจรทีละชุด ส่วน Dynamic Range Boost ใน S1II คือการเอาข้อมูลจากทั้งสองวงจรมารวมกันในแต่ละพิกเซล เพื่อให้ไล่โทนได้กว้างขึ้น และมีข้อจำกัดเรื่องช่วง ISO ตามที่เล่าไว้ข้างบน
คืนนี้มาลองทดสอบกล้องของเรากัน
ลองหามุมมืด ๆ ในบ้านสักมุม เช่น ห้องนั่งเล่นที่เปิดโคมไฟดวงเดียว ตั้งกล้องบนขาตั้ง ถ่ายวิดีโอ V-Log สั้น ๆ คลิปละห้าวินาที ที่ ISO 2500, 3200, 4000 และ 5000 โดยปรับรูรับแสงหรือหลอดไฟให้ภาพสว่างใกล้เคียงกันทุกคลิป
จากนั้นเปิดดูในคอมพิวเตอร์ ใส่ LUT ให้สีกลับมาเป็นปกติ แล้วซูมดูตรงเงา จะเห็นเลยว่าคลิปไหนเนียนที่สุดสำหรับกล้องตัวนี้ จดไว้ใช้ทุกครั้งที่ต้องถ่ายในที่มืด
ถ้าลองแล้วยังเห็นเม็ดเยอะทุกคลิป ลองเช็คดูว่าภาพอันเดอร์อยู่หรือเปล่า และเปิดเครื่องมือดูความสว่างอย่าง False Color หรือ Waveform ช่วยดู ถ้ายังไม่หาย ลองเพิ่มแสงในฉากดูก่อน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ISO สองระดับคือการที่กล้องมีจุดตั้งต้นที่ภาพสะอาดสองจุด ช่วงก่อนถึงเบสตัวที่สองมักเป็นช่วงที่เม็ดเยอะที่สุด ถ้าภาพมืดก็ลองข้ามไปที่เบสตัวที่สองเลย เลขเบสต่างกันไปตามรุ่นและตาม Photo Style และสุดท้าย ถ่ายให้สว่างพอตั้งแต่หน้างาน จะช่วยได้มากกว่าการไปดึงทีหลัง
อ่านต่อ
ใครใช้ LUMIX S9 อยู่ ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ที่ไล่ค่าที่ควรตั้งไว้ก่อนกดอัด ถ้ากำลังเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ ลองดู Lumix S9 หรือ S5II เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเรา และถ้าอยากเช็คค่าเบสของรุ่นตัวเองแบบละเอียด เปิด หน้าสเปกในคู่มือ LUMIX S5II ของ Panasonic ได้เลย
