
หลายคนเปิดช่องมาด้วยไฟเต็มร้อย สามคลิปแรกคิดง่าย ถ่ายสนุก พอผ่านไปสักสามเดือน กลับนั่งหน้าจอว่าง ๆ แล้วนึกไม่ออกว่าคลิปหน้าจะทำอะไรดี หรือทำได้อยู่ แต่เริ่มเบื่อจนไม่อยากกดอัด ถ้าเป็นแบบนี้อยู่ ลองย้อนกลับไปดู แนวช่อง ที่เลือกไว้ตั้งแต่แรกกันก่อน
ในบทความนี้เราจะมาลองหาแนวช่องจากจุดที่สามเรื่องซ้อนกัน คือสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราถ่ายซ้ำได้ทุกสัปดาห์ และสิ่งที่คนค้นหาจริง แล้วทำแบบฝึกเขียนหัวข้อ 50 เรื่อง ทดสอบด้วย 10 คลิป และดูว่าเมื่อไหร่ถึงควรขยายช่องออกไป
ทำไม แนวช่อง ส่วนใหญ่ถึงตันที่เดือนที่สาม
ถ้าลองไล่ดูช่องที่หยุดไปกลางทาง หลายช่องไม่ได้หยุดเพราะคนทำไม่เก่ง แต่เพราะเลือกแนวช่องจากเรื่องเดียว
บางคนเลือกจากสิ่งที่ชอบอย่างเดียว เช่น ชอบเที่ยวต่างประเทศ แต่ปีหนึ่งไปได้สองครั้ง คลิปเลยมีแค่สองช่วงต่อปี บางคนเลือกจากสิ่งที่คนดูเยอะอย่างเดียว เช่น เห็นคลิปรีวิวมือถือยอดวิวดี แต่ตัวเองไม่ได้รู้เรื่องมือถือลึกกว่าคนทั่วไป ทำไปก็พูดซ้ำกับคนอื่น ส่วนบางคนรู้ลึกมาก แต่เป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครค้น ทำออกมาดีแค่ไหนก็ไม่ค่อยมีคนเจอ
ทั้งสามแบบมีจุดดีของมัน แต่ถ้าขาดอีกสองเรื่อง ช่องก็มักจะไปต่อได้แค่ช่วงสั้น ๆ

สามวงที่ต้องซ้อนกันก่อนเลือก แนวช่อง
ลองนึกภาพวงกลมสามวงวางซ้อนกัน วงแรกคือสิ่งที่เรารู้หรือทำได้ดีกว่าคนดูอย่างน้อยหนึ่งก้าว วงที่สองคือสิ่งที่เราถ่ายซ้ำได้ทุกสัปดาห์ด้วยเวลา เงิน และสถานที่ที่มีอยู่ตอนนี้ วงที่สามคือเรื่องที่มีคนค้นหาหรืออยากดูจริง
ตรงกลางที่ทั้งสามวงทับกัน คือแนวช่องที่มีโอกาสไปได้ไกล เพราะเรามีของจะเล่า มีแรงทำต่อเนื่อง และมีคนรอดู
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
แนวช่องที่ไปได้นาน อยู่ตรงที่สามวงซ้อนกัน
ขาดวงคนค้น
รู้จริง ถ่ายได้
คลิปดี แต่เงียบ คนหาไม่ค่อยเจอ
ขาดวงที่เรารู้
ถ่ายได้ มีคนค้น
พูดเหมือนคนอื่น คนดูจำช่องเราไม่ได้
ขาดวงถ่ายซ้ำ
รู้จริง มีคนค้น
ช่องหายไปเป็นช่วง ๆ เพราะทำต่อเนื่องไม่ไหว
ลองเช็คทีละวงก่อนตัดสินใจ ถ้าวงไหนยังไม่ผ่าน ปรับหัวข้อให้แคบลงหรือกว้างขึ้นจนสามวงซ้อนกันได้
ถ้ามีครบสองวง ก็ยังพอเห็นอาการได้ล่วงหน้า รู้และถ่ายได้แต่ไม่มีคนค้น คลิปจะดีแต่เงียบ ถ่ายได้และมีคนค้นแต่เราไม่ได้รู้จริง จะพูดเหมือนคนอื่นจนคนดูจำไม่ได้ ส่วนรู้และมีคนค้นแต่ถ่ายซ้ำไม่ได้ ช่องจะหายไปเป็นช่วง ๆ
วงแรก เรารู้อะไรมากกว่าคนดูหนึ่งก้าว?
หลายคนติดอยู่ตรงนี้เพราะคิดว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก่อนถึงจะเปิดช่องได้ จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย ขอแค่เรารู้มากกว่าคนที่จะมาดูสักหนึ่งก้าว คนที่เพิ่งเลี้ยงแมวมาสองปี ก็สอนคนที่เพิ่งรับแมวมาเมื่อวานได้แล้ว
ลองถามตัวเองแบบนี้ดู เพื่อนชอบมาถามเราเรื่องอะไร? งานที่ทำทุกวันมีเรื่องไหนที่คนนอกไม่รู้? เรื่องไหนที่เราเคยเสียเงินหรือเสียเวลาไปเยอะกว่าจะเข้าใจ?
คำตอบที่ได้มักไม่ใช่เรื่องหรูหรา แต่เป็นเรื่องที่เราเล่าได้ยาว ๆ โดยไม่ต้องเปิดโพยดู ตรงนั้นแหละคือวงแรกของเรา
วงที่สอง ถ่ายซ้ำได้ทุกสัปดาห์จริงไหม?
วงนี้คนมักข้ามไป เพราะตอนเริ่มยังมีไฟ แต่ช่องที่อยู่ได้นานคือช่องที่ทำซ้ำได้ ไม่ใช่ช่องที่ทำครั้งเดียวได้สวยที่สุด
ลองเช็คดูว่าแต่ละคลิปต้องใช้อะไรบ้าง ต้องออกนอกบ้านไหม ต้องซื้อของใหม่ทุกครั้งหรือเปล่า ต้องรอคนอื่นว่างไหม ถ้าแนวช่องต้องใช้ของที่หมดไปเรื่อย ๆ เช่น รีวิวขนมใหม่ทุกสัปดาห์ ก็ต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ตั้งแต่ต้น

อีกเรื่องคือเวลา คนที่ทำงานประจำอาจมีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์ แนวช่องที่ถ่ายจบได้ในห้องเดียวภายในครึ่งวัน จะไปได้ไกลกว่าแนวที่ต้องเดินทางทั้งวัน
ก่อนตัดสินใจ ลองนับดูว่าถ้าต้องทำคลิปทุกสัปดาห์ เราไหวกี่เดือนด้วยของที่มีอยู่ตอนนี้
วงที่สาม มีคนค้นเรื่องนี้จริงไหม เช็คยังไงดี?
วงนี้เช็คได้ฟรี ไม่ต้องเดา ทางแรกคือพิมพ์หัวข้อลงช่องค้นหาของ YouTube แล้วดูว่าระบบเติมคำต่อท้ายให้ว่าอะไร คำที่เด้งขึ้นมามักเป็นสิ่งที่คนพิมพ์ค้นกันอยู่จริง
ทางที่สองสำหรับคนที่มีช่องแล้ว ใน YouTube Studio มีแท็บ Trends อยู่ในหน้า Analytics ตามหน้าช่วยเหลือของ YouTube แท็บนี้แสดงคำที่ผู้ชมของเราค้นมากที่สุดในช่วง 28 วัน คลิปที่ทำผลงานดีจากช่องที่คล้ายกับเรา และ content gap ของ Shorts หรือเรื่องที่คนค้นแต่ยังหาคลิปดี ๆ ได้ไม่พอ ข้อมูลบางส่วนยังจำกัดตามประเทศ ภาษา และอุปกรณ์ ถ้าของเรายังไม่ขึ้นก็ไม่ต้องตกใจ
ทางที่สามคือ Google Trends ใช้ดูว่าความสนใจในหัวข้อนั้นค่อนข้างคงที่ หรือพุ่งขึ้นแล้วหายไป เลือกตัวกรองเป็น YouTube Search และประเทศไทยได้ด้วย

ข้อควรระวังคือ เรื่องที่คนค้นเยอะมากก็มักมีคนทำเยอะมากเหมือนกัน ลองหาเรื่องที่คนค้นพอสมควร แต่คลิปที่มีอยู่ยังเก่า หรือยังไม่ตอบตรงคำถาม ตรงนั้นเราจะมีที่ยืนได้ง่ายกว่า
มาลองแบบฝึก 50 หัวข้อกัน
เมื่อได้แนวช่องที่คิดว่าใช่แล้ว ก่อนจะซื้ออุปกรณ์หรือทำโลโก้ ลองทำแบบฝึกนี้ดูก่อน ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น แล้วเขียนชื่อคลิปที่เราจะทำในแนวนี้ให้ได้ 50 ชื่อ เขียนเป็นชื่อคลิปจริง ๆ แบบที่คนจะกดดู เช่น เลี้ยงแมวในคอนโดเล็ก ทรายแบบไหนไม่เหม็น ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ อย่างเรื่องทรายแมว

พอเขียนเสร็จ ลองดูผลแบบนี้ ถ้าเขียนได้ไม่ถึง 30 ชื่อ แนวช่องอาจแคบเกินไป หรือเรายังรู้เรื่องนี้ไม่มากพอ ถ้าเขียนได้ 50 แต่ครึ่งหนึ่งต้องใช้ของหรือสถานที่ที่เราไม่มี วงที่สองยังไม่ผ่าน ถ้าเขียนได้ครบแต่ไม่มีชื่อไหนที่เราอยากถ่ายจริง ๆ เลย อันนี้อาจเป็นสัญญาณว่าเราจะเบื่อก่อนคนดู
ลองเอาชื่อที่เขียนไปพิมพ์ค้นใน YouTube ทีละชื่อดู ชื่อไหนมีคนค้นและเราอยากทำ ให้วงกลมไว้ ชื่อพวกนั้นคือคลิปชุดแรกของเรา
ทดสอบ แนวช่อง ด้วย 10 คลิปก่อนตัดสินใจ
แบบฝึกบนกระดาษบอกได้แค่ส่วนหนึ่ง สิ่งที่บอกได้ชัดกว่าคือการลงมือทำจริง ลองตั้งใจทำ 10 คลิปในแนวเดียวกัน ด้วยจังหวะที่ทำได้จริง เช่น สัปดาห์ละคลิป แล้วอย่าเพิ่งเปลี่ยนแนวกลางทาง
ที่ต้องเป็น 10 ก็เพราะคลิปเดียวหรือสองคลิปยังบอกอะไรไม่ได้ คลิปแรก ๆ ของทุกคนมักยังไม่ลงตัว ทั้งการพูด การตัดต่อ และการตั้งชื่อ พอได้ราว 10 คลิป เราจะเริ่มเห็นแนวโน้มว่าแบบไหนไปได้ แบบไหนไม่ไป
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
ทดสอบแนวช่องด้วย 10 คลิป
ตัวเลข
จดหลังปล่อยแต่ละคลิป
คนเจอจากการค้นหาหรือหน้าแนะนำ มีผู้ชมกลับมาดูซ้ำไหม
คอมเมนต์
อ่านทุกอัน
มีคนถามต่อไหม ถามเรื่องอะไร ถามซ้ำกันหรือเปล่า
ตัวเรา
ข้อที่หลายคนลืมจด
เหนื่อยแค่ไหน ยังอยากทำคลิปถัดไปอยู่ไหม
ไปต่อ
มีคนเจอเพิ่มขึ้นทีละนิด คอมเมนต์ถามต่อ และเรายังสนุกอยู่
ปรับ
เรายังสนุก แต่คนไม่เจอ ลองเปลี่ยนชื่อคลิปหรือมุมที่เล่าให้ตรงกับคำค้นมากขึ้น
เปลี่ยน
ครบ 10 คลิปแล้วเหนื่อยทุกคลิป และคิดหัวข้อต่อไม่ออก
จังหวะที่ทำได้จริงสำคัญกว่าความถี่ เช่น สัปดาห์ละคลิป
ระหว่างทดสอบ ลองจดสามเรื่องหลังปล่อยแต่ละคลิป เรื่องแรกคือตัวเลข เช่น คนเจอคลิปจากการค้นหาหรือจากหน้าแนะนำ และมีผู้ชมกลับมาดูซ้ำไหม ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรดูตัวเลขไหนก่อน ลองอ่าน YouTube Analytics ดูตัวเลขไหนก่อน ประกอบดู เรื่องที่สองคือคอมเมนต์ มีใครถามต่อไหม ถามเรื่องอะไร เรื่องที่สามคือตัวเราเอง ทำคลิปนี้แล้วเหนื่อยแค่ไหน ยังอยากทำคลิปถัดไปอยู่ไหม
เรื่องที่สามนี้หลายคนไม่จด แต่มันบอกได้ดีมากว่าเราจะทำต่อได้อีกนานแค่ไหน

เมื่อไหร่ถึงควรขยาย แนวช่อง ออกไป
ทำไปสักพัก หลายคนจะเริ่มอยากทำเรื่องอื่นด้วย อันนี้เป็นเรื่องปกติ คำถามคือขยายตอนไหน และขยายไปทางไหนดี
สัญญาณที่ดีมักมาจากคนดูเอง เช่น คอมเมนต์เริ่มถามเรื่องข้างเคียงซ้ำ ๆ คนดูช่องสอนแต่งหน้าถามเรื่องดูแลผิวบ่อยขึ้น หรือเรื่องในแนวหลักเริ่มวนซ้ำจนเราเองรู้สึกว่าพูดเรื่องเดิม
ทางที่ปลอดภัยคือขยายไปเรื่องที่อยู่ติดกัน ให้คนดูเดิมยังสนใจอยู่ ไม่ใช่กระโดดไปเรื่องใหม่ทั้งหมด ช่องทำอาหารคลีนขยายไปเรื่องจัดกล่องข้าวไปทำงานได้ แต่ถ้ากระโดดไปรีวิวรถ คนดูเดิมก็อาจไม่ตามไปด้วย

ถ้าอยากจัดเรื่องที่ขยายให้เป็นระบบ ลองอ่าน Content Pillar คืออะไร ต่อ จะช่วยแบ่งหัวข้อเป็นกลุ่ม ๆ ไม่ให้ช่องหลงทาง
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ แนวช่อง
เรื่องแรก ต้องเลือกแนวช่องให้แคบที่สุดไว้ก่อน แคบช่วยให้คนจำได้ก็จริง แต่ถ้าแคบจนเขียนหัวข้อได้ไม่ถึง 30 เรื่อง ก็จะตันเร็ว ลองดูจากแบบฝึก 50 หัวข้อเป็นตัวตัดสินดีกว่า
เรื่องที่สอง เลือกแล้วห้ามเปลี่ยน แนวช่องปรับได้เสมอ หลายช่องที่เราดูอยู่ทุกวันก็ไม่ได้เริ่มจากแนวที่เห็นตอนนี้ แค่ค่อย ๆ ขยับทีละขั้นตามที่คนดูตอบรับ
เรื่องที่สาม ตามเทรนด์ไปก่อน เดี๋ยวค่อยหาแนวทีหลัง ทำได้ แต่มีราคาที่ต้องจ่าย คนที่เข้ามาเพราะกระแสมักไม่อยู่ต่อ ถ้าสนใจเรื่องนี้ ลองอ่าน ตามเทรนด์ ทุกกระแสแล้วช่องจะโตไหม ประกอบด้วย

คืนนี้มาลองเริ่มกัน
หยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง แบ่งเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรกเขียนเรื่องที่เรารู้มากกว่าคนอื่นหนึ่งก้าว คอลัมน์ที่สองเขียนสิ่งที่ถ่ายได้ทุกสัปดาห์ด้วยของที่มีอยู่ คอลัมน์ที่สามเขียนเรื่องที่เห็นคนถามบ่อยในกลุ่มหรือคอมเมนต์ที่เราอ่านอยู่
แล้ววงเรื่องที่โผล่ในอย่างน้อยสองคอลัมน์ เลือกมาหนึ่งเรื่อง ลองเขียนชื่อคลิปให้ได้ 50 ชื่อ แล้วเอาไปพิมพ์ค้นใน YouTube ดูทีละชื่อ
ถ้าทำแล้วยังเลือกไม่ได้ ลองเลือกเรื่องที่เขียนชื่อคลิปได้เยอะที่สุดไปก่อน แล้วทำ 10 คลิปให้ครบ ผลจากการลงมือจริงจะตอบได้ชัดกว่าการนั่งคิดต่ออีกหลายสัปดาห์
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
แนวช่องที่ไปได้นานอยู่ตรงที่สามวงซ้อนกัน คือสิ่งที่เรารู้มากกว่าคนดูหนึ่งก้าว สิ่งที่ถ่ายซ้ำได้ด้วยของที่มี และเรื่องที่คนค้นจริง ลองเช็คด้วยแบบฝึก 50 หัวข้อ ทดสอบด้วย 10 คลิปโดยจดทั้งตัวเลข คอมเมนต์ และความรู้สึกของตัวเอง แล้วค่อยขยายไปเรื่องที่อยู่ติดกันเมื่อคนดูเริ่มถามหา
อ่านต่อ
ถ้าทำมาสักพักแล้วยังรู้สึกว่าช่องไม่ไปไหน ลองดูบทเรียนคู่คลิป ช่องไม่โต ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง ส่วนใครอยากรู้ว่าแท็บ Trends ใน YouTube Studio มีอะไรบ้าง ลองเปิดหน้าช่วยเหลือ Explore trends on YouTube และลองเล่น Google Trends กับหัวข้อที่เราสนใจดู
