
ถ่ายคลิปแค่ครึ่งวัน การ์ดก็เต็มแล้ว พอกลับมาเปิดในโปรแกรมตัดต่อ ภาพกลับกระตุกจนต้องรอทุกครั้งที่กดเล่น ทั้งที่เพื่อนใช้กล้องตัวเดียวกันแต่ไม่เจอปัญหานี้เลย ส่วนใหญ่เรื่องนี้มาจากสองค่าในเมนูวิดีโอ คือ บิตเรต กับโค้ดเค ที่เราเลือกไว้ตอนถ่าย
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าสองค่านี้คืออะไร H.264 กับ H.265 ต่างกันยังไง Long GOP กับ All-I ที่อยู่ในเมนูกล้องหลายยี่ห้อหมายถึงอะไร ไฟล์จะใหญ่แค่ไหน ทำไมบางไฟล์ตัดต่อแล้วกระตุก และถ้าจะลง YouTube ลง Reels หรือส่งงานลูกค้า ควรเลือกแบบไหนดี หลักนี้ใช้ได้กับกล้องทุกยี่ห้อ รวมถึงมือถือด้วย
บิตเรต คืออะไร ทำไมเลขนี้ถึงกำหนดขนาดไฟล์
ลองนึกภาพสายยางรดน้ำ บิตเรตก็คือขนาดของสายยาง สายใหญ่ปล่อยน้ำได้เยอะในแต่ละวินาที สายเล็กปล่อยได้น้อย ในวิดีโอ น้ำก็คือข้อมูลภาพที่กล้องเขียนลงการ์ดในแต่ละวินาที
ตัวเลขนี้มักเขียนเป็น Mbps หรือเมกะบิตต่อวินาที ต้องระวังนิดหนึ่งว่าเป็นบิต ไม่ใช่ไบต์ 8 บิตเท่ากับ 1 ไบต์ ถ้าอยากรู้ว่าไฟล์จะกินที่กี่ MB ต่อนาที ให้เอาเลข Mbps คูณ 7.5 เช่น 100 Mbps จะได้ราว 750 MB ต่อนาที หรือราว 45 GB ต่อชั่วโมง
บิตเรตสูงแปลว่ากล้องมีที่เก็บรายละเอียดเยอะขึ้น ภาพที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ใบไม้ไหว น้ำกระเซ็น หรือฝูงคนเดินผ่าน จะเก็บได้เนียนกว่า ส่วนบิตเรตต่ำเกินไป ภาพที่ขยับเยอะจะเริ่มเห็นเป็นบล็อก ๆ หรือรายละเอียดเละ แต่ถ้าเป็นฉากนิ่ง ๆ อย่างคนนั่งพูดหน้ากล้อง บิตเรตกลาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว

โค้ดเคคืออะไร ต่างจาก บิตเรต ตรงไหน
ถ้าบิตเรตคือขนาดสายยาง โค้ดเค (codec) ก็คือวิธีพับกระเป๋าเดินทาง ของชุดเดียวกัน คนพับเก่งจะยัดได้เต็มกระเป๋าใบเล็ก ส่วนคนพับไม่เก่งต้องใช้กระเป๋าใบใหญ่กว่า โค้ดเคคือวิธีบีบภาพให้เล็กลงก่อนเขียนลงการ์ด แล้วคลายกลับออกมาตอนเปิดดู
ตัวที่เจอบ่อยที่สุดในกล้องและมือถือตอนนี้คือ H.264 (บางที่เรียก AVC) กับ H.265 (หรือ HEVC) ส่วนไฟล์อย่าง ProRes เป็นโค้ดเคที่ออกแบบมาให้ตัดต่อง่าย ไฟล์ใหญ่กว่ามาก มักเจอในกล้องระดับสูงหรือเครื่องบันทึกภายนอก
สองค่านี้จึงต้องดูคู่กัน บิตเรตเท่ากัน แต่โค้ดเคต่างกัน คุณภาพที่ได้ก็ไม่เท่ากัน
H.264 กับ H.265 ต่างกันยังไง
H.265 เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า บีบเก่งกว่า สถาบัน Fraunhofer HHI ซึ่งร่วมพัฒนามาตรฐานนี้ บอกว่า H.265 ใช้บิตเรตน้อยกว่า H.264 ราวครึ่งหนึ่งที่คุณภาพภาพเท่ากันในสายตาคนดู พูดง่าย ๆ คือ ไฟล์เล็กลงได้เกือบครึ่งโดยภาพไม่แย่ลง
ฝั่งมือถือก็ใช้หลักเดียวกัน ใน iPhone เมนูตั้งค่ากล้องจะมีให้เลือก High Efficiency ที่ถ่ายเป็น HEVC หรือ Most Compatible ที่ถ่ายเป็น H.264 Apple เองแนะนำ HEVC เพราะประหยัดที่ แต่ก็บอกว่า H.264 เปิดได้กับอุปกรณ์มากกว่า
ราคาที่ต้องจ่ายของ H.265 คือมันคลายไฟล์ยากกว่า คอมรุ่นเก่า หรือเครื่องที่ไม่มีชิปช่วยถอดรหัส H.265 จะเล่นภาพได้ไม่ลื่น ส่วน H.264 ไฟล์ใหญ่กว่า แต่เปิดได้แทบทุกที่ ตั้งแต่ทีวีเก่าไปจนถึงคอมของลูกค้า
ถ้าคอมเราตัดต่อ H.265 ได้ลื่นและอยากประหยัดการ์ด ลองใช้ H.265 ดู แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าเครื่องไหวไหม H.264 ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
Long GOP กับ All-I ทำไมไฟล์ต่างกันหลายเท่า
ในเมนูกล้องหลายยี่ห้อ ถัดจากโค้ดเคจะมีให้เลือกอีกค่า บางยี่ห้อเรียก Long GOP หรือ IPB บางยี่ห้อเรียก All-I หรือ Intra สองแบบนี้คือวิธีเก็บเฟรมที่ต่างกัน
Long GOP จะเก็บภาพเต็มไว้เป็นช่วง ๆ แล้วเฟรมระหว่างกลางเก็บแค่ส่วนที่เปลี่ยนไปจากเฟรมก่อนหน้า ลองนึกถึงคนนั่งพูดหน้ากำแพง ระหว่างเฟรม กำแพงไม่ได้ขยับเลย กล้องก็ไม่ต้องเก็บกำแพงซ้ำ เก็บแค่ปากกับมือที่ขยับ ไฟล์เลยเล็กมาก
All-I เก็บภาพเต็มทุกเฟรม เหมือนถ่ายรูปนิ่งต่อกันเป็นพัน ๆ รูป ไฟล์จึงใหญ่กว่าหลายเท่า แต่แต่ละเฟรมเปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องย้อนไปคำนวณจากเฟรมอื่น
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
Long GOP กับ All-I เก็บเฟรมต่างกันยังไง
Long GOP หรือ IPB
ภาพเต็ม (I) เป็นช่วง ๆ เฟรมระหว่างกลาง (P, B) เก็บแค่ส่วนที่เปลี่ยน
ไฟล์เล็ก แต่ตอนตัดต่อเครื่องต้องคำนวณย้อนจากเฟรมอื่น หนักเครื่องกว่า
All-I หรือ Intra
เก็บภาพเต็มทุกเฟรม เหมือนรูปนิ่งต่อกัน
ไฟล์ใหญ่กว่าหลายเท่า แต่เปิดแต่ละเฟรมได้ทันที ตัดต่อลื่นกว่า
หน้าความรู้ของ Canon สรุปไว้ว่า IPB ทำให้ไฟล์เล็กลงมาก แต่ต้องใช้พลังเครื่องมากกว่าตอนเปิดและตัดต่อ เหมาะกับงานถ่ายยาว ๆ อย่างงานอีเวนต์ สัมภาษณ์ หรืองานแต่ง ส่วน All-I เหมาะกับฉากที่ขยับเยอะ และงานที่จะเอาไปแต่งหนัก ๆ ทีหลัง ถ้าไม่ห่วงเรื่องขนาดไฟล์
8-bit กับ 10-bit เกี่ยวอะไรด้วย
อีกค่าที่มักอยู่ใกล้ ๆ กันคือจำนวนบิตของสี 8-bit แบ่งความเข้มของแต่ละสีได้ 256 ขั้น ส่วน 10-bit แบ่งได้ 1,024 ขั้น ถ้าถ่ายแล้วใช้เลย 8-bit ก็เพียงพอ แต่ถ้าถ่าย Log แล้วจะเอาไปเกรดสีแรง ๆ 10-bit จะช่วยไม่ให้ท้องฟ้าหรือผนังเรียบ ๆ แตกเป็นแถบ เรื่องนี้เราเล่าไว้ละเอียดในบทความ โปรไฟล์ Log คืออะไร
ที่เกี่ยวกับบทความนี้คือ ในกล้องหลายรุ่น 10-bit มักมาคู่กับ H.265 และไฟล์ 10-bit ก็หนักเครื่องกว่าตอนตัดต่อ ถ้าเลือก 10-bit แล้วเครื่องเริ่มกระตุก ก็เป็นเรื่องที่คาดไว้ได้
บิตเรต เท่านี้ ไฟล์จะใหญ่แค่ไหน
ลองดูตัวเลขจริงกัน ใช้สูตรคูณ 7.5 เหมือนเดิม 50 Mbps ได้ราว 375 MB ต่อนาที 100 Mbps ราว 750 MB ต่อนาที 200 Mbps ราว 1.5 GB ต่อนาที และ 400 Mbps ราว 3 GB ต่อนาที ถ้าถ่ายสัมภาษณ์ยาวหนึ่งชั่วโมงที่ 400 Mbps จะได้ไฟล์ราว 180 GB ซึ่งการ์ดใบเดียวอาจไม่พอ
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
บิตเรตเท่านี้ ไฟล์ใหญ่แค่ไหน
50 Mbps
ราว 375 MB ต่อนาที
ราว 22.5 GB ต่อชั่วโมง
100 Mbps
ราว 750 MB ต่อนาที
ราว 45 GB ต่อชั่วโมง
200 Mbps
ราว 1.5 GB ต่อนาที
ราว 90 GB ต่อชั่วโมง
400 Mbps
ราว 3 GB ต่อนาที
ราว 180 GB ต่อชั่วโมง
ค่าประมาณ กล้องหลายรุ่นใช้บิตเรตแปรผัน ฉากนิ่งจะใช้น้อยกว่าตัวเลขนี้
ตัวเลขพวกนี้เป็นค่าประมาณ กล้องหลายรุ่นใช้บิตเรตแบบแปรผัน ฉากนิ่งจะใช้น้อยกว่าเลขที่เขียนไว้ ฉากขยับเยอะจะใช้เต็ม แต่ใช้วางแผนเรื่องการ์ดกับฮาร์ดดิสก์ได้สบาย
อย่าลืมว่าการ์ดต้องเขียนได้เร็วพอกับบิตเรตด้วย ถ้าตั้งบิตเรตสูงแล้วกล้องหยุดอัดเอง ลองเช็คความเร็วการ์ดกับคู่มือกล้องดูก่อน

ทำไมบางไฟล์เปิดตัดต่อแล้วกระตุก
ตอนตัดต่อ โปรแกรมต้องคลายไฟล์ออกมาทีละเฟรมแบบทันที ไฟล์ Long GOP โดยเฉพาะ H.265 ต้องคำนวณย้อนจากเฟรมอื่นก่อน ยิ่งเป็น 10-bit ยิ่งหนัก ถ้าคอมไม่มีชิปที่ช่วยถอดรหัสไฟล์แบบนี้ งานทั้งหมดก็ตกไปอยู่ที่ซีพียู ภาพเลยกระตุก
ชิปพวกนี้ก็ไม่ได้รองรับทุกแบบเท่ากัน ตัวอย่างเช่น การ์ดจอ NVIDIA เพิ่งเพิ่มการถอดรหัสไฟล์แบบ 4:2:2 ซึ่งกล้องหลายรุ่นใช้ตอนถ่าย 10-bit เข้ามาในซีรีส์ RTX 50 ที่เปิดตัวต้นปี 2025 คอมที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA รุ่นก่อนหน้านั้นจึงอาจเปิดไฟล์บางแบบได้ไม่ลื่น แม้สเปกโดยรวมจะดูแรง

ทางแก้ที่ใช้ได้กับแทบทุกโปรแกรมคือการทำไฟล์ proxy หรือไฟล์สำรองขนาดเล็กไว้ตัดต่อ แล้วค่อยให้โปรแกรมสลับกลับไปใช้ไฟล์จริงตอนส่งออก อีกทางคือถ่ายเป็น All-I หรือ ProRes ตั้งแต่แรก ซึ่งตัดต่อลื่นกว่าแต่กินที่มาก Apple เองอธิบายไว้ว่า ProRes ทุกแบบเป็นแบบเก็บทุกเฟรมแยกกัน
บิตเรต สำหรับ YouTube, Reels และงานลูกค้า เลือกแบบไหนดี
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่า ค่าตอนถ่ายกับค่าตอนส่งออกเป็นคนละเรื่องกัน ตอนถ่ายเราเผื่อไว้สำหรับตัดต่อและเกรดสี ตอนส่งออกเราทำไฟล์ให้พอดีกับที่ที่จะเอาไปลง
ถ้าลง YouTube หน้าช่วยเหลือของ YouTube แนะนำให้อัปเป็น H.264 ใน MP4 ที่ 1080p 24 ถึง 30 เฟรมใช้ราว 8 Mbps ที่ 48 ถึง 60 เฟรมราว 12 Mbps ส่วน 4K ที่ 24 ถึง 30 เฟรมราว 35 ถึง 45 Mbps และ YouTube รับไฟล์ HEVC กับ ProRes ได้ด้วย ส่งไฟล์บิตเรตสูงกว่านี้ไปก็ได้ แค่อัปนานขึ้น
ถ้าลง Reels สเปกที่ Meta เปิดให้นักพัฒนาสำหรับโพสต์ Reels ผ่านระบบ รับได้ทั้ง H.264 และ HEVC กว้างสูงสุด 1,920 พิกเซล และบิตเรตไม่เกิน 25 Mbps เป็นสัญญาณที่ดีว่าคลิปแนวตั้งไม่ต้องส่งไฟล์ใหญ่เกินจำเป็น ลองส่งออกแนวตั้ง 1080 คูณ 1920 แบบ H.264 ที่บิตเรตไม่เกินเพดานนี้ดู ก็เพียงพอแล้ว
ถ้าเป็นงานลูกค้า ลองถามก่อนว่าเขาจะเอาไฟล์ไปทำอะไรต่อ ถ้าเอาไปโพสต์หรือเปิดในงานเลย H.264 คือไฟล์ที่เปิดได้แทบทุกเครื่อง แต่ถ้าทีมของเขาจะเอาไปตัดต่อหรือเกรดต่อ ลองส่งไฟล์บิตเรตสูงหรือ ProRes ให้ด้วยอีกชุด
ส่วนตอนถ่าย ถ้าเป็นคลิปพูดหน้ากล้องลง YouTube Long GOP บิตเรตกลาง ๆ ของกล้องก็พอแล้ว ถ้าถ่าย Log ไว้เกรดสี ลองใช้ 10-bit ที่บิตเรตสูงขึ้น และถ้าเป็นงานลูกค้าที่ฉากขยับเยอะหรือต้องแต่งหนัก ค่อยขยับไป All-I ถ้าการ์ดกับคอมไหว

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ บิตเรต
เรื่องแรก บิตเรตยิ่งสูงภาพยิ่งสวยเสมอ จริง ๆ แล้วถ้าแสงไม่ดีหรือโฟกัสหลุด บิตเรตเท่าไรก็ช่วยไม่ได้ บิตเรตแค่ช่วยเก็บสิ่งที่เลนส์กับเซนเซอร์เห็นไว้ให้ครบ
เรื่องที่สอง ส่งไฟล์ใหญ่ขึ้น YouTube แล้วคนดูจะเห็นภาพแบบนั้น แพลตฟอร์มจะแปลงไฟล์ใหม่ทุกครั้งก่อนเปิดให้คนดู ไฟล์ต้นทางที่ดีช่วยให้ผลออกมาดีขึ้นได้ แต่คนดูไม่ได้เห็นไฟล์ 400 Mbps ของเราตรง ๆ
เรื่องที่สาม H.265 ดีกว่า H.264 ในทุกงาน มันประหยัดที่กว่าจริง แต่ถ้าเครื่องตัดต่อไม่รองรับ หรือลูกค้าเปิดไฟล์ไม่ได้ ไฟล์ที่เล็กกว่าก็ไม่ได้ช่วยอะไร
คืนนี้มาลองเช็คไฟล์ของเรากัน
ลองตั้งกล้องบนขาตั้งแล้วถ่ายฉากเดิมสามรอบ รอบละหนึ่งนาที รอบแรก H.264 รอบสอง H.265 ถ้ากล้องมี All-I ก็ถ่ายรอบที่สามด้วย แล้วเปิดดูขนาดไฟล์ทั้งสามในคอม
จากนั้นลากทั้งสามไฟล์เข้าโปรแกรมตัดต่อ กดเล่นและเลื่อนหัวอ่านไปมาบนไทม์ไลน์ ดูว่าไฟล์ไหนกระตุก ไฟล์ไหนลื่น เราจะรู้ทันทีว่าเครื่องของเราถนัดไฟล์แบบไหน
ถ้าทุกไฟล์ยังกระตุกอยู่ ลองเปิดการทำไฟล์ proxy ในโปรแกรมดู หรือลดความละเอียดตอนเล่นบนไทม์ไลน์ลงก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้น เรื่องอาจอยู่ที่เครื่องมากกว่าไฟล์
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
บิตเรตคือปริมาณข้อมูลต่อวินาที โค้ดเคคือวิธีบีบ H.265 ใช้บิตเรตน้อยกว่า H.264 ราวครึ่งหนึ่งที่คุณภาพเท่ากัน แต่หนักเครื่องกว่า Long GOP ไฟล์เล็ก All-I ไฟล์ใหญ่แต่ตัดต่อลื่น ตอนถ่ายลองเลือกให้พอดีกับงานและเครื่องที่เรามี ตอนส่งออกทำให้พอดีกับที่ที่จะลง ส่วนงานลูกค้า H.264 เปิดได้แทบทุกเครื่อง
อ่านต่อ
ถ้าตั้งบิตเรตแล้ว อยากรู้ว่าเฟรมเรตเท่าไรดี อ่านต่อได้ที่ เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง ถ้ากำลังจะเริ่มถ่าย Log แวะอ่าน โปรไฟล์ Log คืออะไร ถ้าใช้กล้อง Lumix อยู่ ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ที่ไล่ตั้งค่าวิดีโอก่อนกดอัด ส่วนค่าที่ YouTube แนะนำแบบครบทุกความละเอียด ดูได้ที่หน้า Recommended upload encoding settings ของ YouTube
