หน้าแรก/บทความ

เลนส์มาโคร คืออะไร ถ่ายสินค้าและรายละเอียดเล็ก ๆ ยังไงให้คม

เลนส์มาโคร คืออะไร ถ่ายสินค้าและรายละเอียดเล็ก ๆ ยังไงให้คม

เคยเป็นไหม อยากถ่ายแหวนเงินที่ร้านทำมือ หรือหน้าปัดนาฬิกาให้เห็นลายชัด ๆ พอยกกล้องเข้าไปใกล้ ๆ โฟกัสกลับวิ่งไปมาไม่ยอมติด ต้องถอยออกมาจนของเหลือนิดเดียวกลางภาพ แล้วค่อยไปครอปเอาทีหลัง ภาพก็เลยไม่คมอย่างที่อยากได้ เรื่องนี้คือจุดที่ เลนส์มาโคร เข้ามาช่วย

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเลนส์มาโครต่างจากเลนส์ทั่วไปยังไง ตัวเลข 1:1 แปลว่าอะไร ทำไมระยะห่างระหว่างหน้าเลนส์กับของถึงสำคัญ ทำไมถ่ายใกล้แล้วชัดบางจนน่าตกใจ และจัดแสงยังไงให้ภาพสินค้าดูสะอาด โดยใช้เลนส์มาโครของ SIGMA เป็นตัวอย่างประกอบ หลักทั้งหมดใช้ได้กับเลนส์มาโครทุกยี่ห้อ

เลนส์มาโคร ต่างจากเลนส์ทั่วไปตรงไหน

เลนส์ทุกตัวมีระยะใกล้สุดที่โฟกัสได้ ถ้าเข้าไปใกล้กว่านั้น ภาพจะเบลอทั้งภาพไม่ว่าจะหมุนโฟกัสยังไง เลนส์ทั่วไปส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ถ่ายคน ถ่ายวิว ระยะใกล้สุดเลยไม่ได้ใกล้มาก ของชิ้นเล็กอย่างต่างหูจึงออกมาเล็กนิดเดียวในเฟรม

เลนส์มาโครออกแบบมาให้โฟกัสได้ใกล้มากเป็นพิเศษ และยังคมทั้งตอนถ่ายใกล้และตอนถ่ายไกล ทำให้ของเล็ก ๆ ขยายใหญ่เต็มเฟรมได้โดยไม่ต้องครอป รายละเอียดที่ตาเราเห็นไม่ชัด อย่างลายไม้ เส้นด้ายในเนื้อผ้า หรือรอยแกะบนโลหะ ก็จะออกมาให้เห็นในภาพ

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ เลนส์มาโครไม่ได้ใช้ได้แค่ถ่ายใกล้ ถ้าถอยออกมา มันก็เป็นเลนส์ระยะหนึ่งที่ใช้ถ่ายสินค้าทั้งชิ้นหรือถ่ายคนได้ตามปกติ หน้าเว็บทางการของ SIGMA เองก็เขียนว่าเลนส์มาโคร 105mm ของเขาเหมาะทั้งงานมาโครและงานพอร์ตเทรต

เลนส์มาโคร SIGMA 105mm F2.8 DG DN MACRO Art ภาพสินค้าจากเว็บทางการ
เลนส์มาโครระยะ 105mm ของ SIGMA สำหรับกล้องมิเรอร์เลส มีให้เลือกทั้ง L-Mount และ Sony E-mount ภาพ: SIGMA

1:1 บน เลนส์มาโคร แปลว่าอะไร?

เวลาเปิดสเปกเลนส์มาโคร เราจะเจอคำว่ากำลังขยาย 1:1 ตัวเลขนี้บอกว่าตอนถ่ายใกล้ที่สุด ของจริงจะไปตกบนเซนเซอร์ในขนาดเท่าไร ถ้าเป็น 1:1 แปลว่าขนาดบนเซนเซอร์เท่ากับขนาดจริงพอดี

ลองนึกภาพแบบนี้ เซนเซอร์ฟูลเฟรมกว้าง 36 มม. สูง 24 มม. ถ้าถ่ายที่ 1:1 ของที่กว้าง 36 มม. จะเต็มเฟรมพอดีจากซ้ายไปขวา หรือราวสามเซนติเมตรครึ่ง ประมาณหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเล็ก ส่วนแหวนหนึ่งวงจะสูงเกือบเต็มความสูงของภาพ

ถ้าเป็นกล้องเซนเซอร์ APS-C ซึ่งเล็กกว่า ราว 23 คูณ 15 มม. ขึ้นกับยี่ห้อ ที่ 1:1 เหมือนกัน พื้นที่ที่เห็นในเฟรมจะแคบลงอีก ของเลยดูใหญ่ขึ้นในภาพ

ส่วนตัวเลขอย่าง 1:2 แปลว่าของบนเซนเซอร์มีขนาดครึ่งหนึ่งของจริง เลนส์ทั่วไปหลายตัวที่เขียนคำว่า Macro ไว้ข้างกระบอกจะได้แค่ระดับนี้ ใช้ถ่ายใกล้ได้ดี แต่ยังไม่ใช่มาโครเต็มตัว ถ้าอยากรู้ว่าเลนส์ที่มีอยู่ทำได้แค่ไหน ลองเช็คค่ากำลังขยายสูงสุดในหน้าสเปกดู

CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA

1:1 คือของจริงเท่ากับขนาดบนเซนเซอร์

1:4

ของบนเซนเซอร์ เล็กลง 4 เท่า

เต็มเฟรมเมื่อของกว้างราว 14.4 ซม.

ขวดน้ำหอม แก้วกาแฟ กระเป๋าสตางค์

1:2

ของบนเซนเซอร์ ครึ่งหนึ่งของจริง

เต็มเฟรมเมื่อของกว้างราว 7.2 ซม.

นาฬิกาทั้งเรือน ลิปสติก ฝาขวด

1:1

ของบนเซนเซอร์ เท่าของจริง

เต็มเฟรมเมื่อของกว้างราว 3.6 ซม.

หน้าปัดนาฬิกา แหวน ต่างหู ลายผ้า

คิดจากเซนเซอร์ฟูลเฟรมกว้าง 36 มม. กล้อง APS-C (ราว 23 มม.) จะเห็นพื้นที่แคบกว่านี้ที่กำลังขยายเท่ากัน

เลนส์ที่เขียนว่า Macro ไม่ได้ถึง 1:1 ทุกตัว ลองเช็คค่ากำลังขยายสูงสุด ในหน้าสเปกดู

ไม่ใช่ทุกภาพสินค้าต้องถ่ายที่ 1:1 ลองถอยออกมาถ่ายทั้งชิ้นก่อน แล้วค่อยเข้าใกล้เก็บรายละเอียดเฉพาะจุดที่อยากอวดดู

ระยะทำงาน ที่ว่างหน้าเลนส์ที่มีผลกับแสง

ตัวเลขที่คนมักเข้าใจผิดคือระยะโฟกัสใกล้สุด เลนส์ SIGMA 105mm F2.8 DG DN MACRO | Art โฟกัสใกล้สุดได้ 29.5 ซม. ฟังดูเหมือนห่างจากของตั้งเกือบฟุต แต่ระยะนี้วัดจากเซนเซอร์ในตัวกล้อง ไม่ได้วัดจากหน้าเลนส์

พอหักความยาวตัวเลนส์ราว 13.4 ซม. กับความหนาของบอดี้กล้องออกไป ที่ว่างจริงระหว่างหน้าเลนส์กับของจะเหลือแค่ราวสิบกว่าเซนติเมตร ที่ว่างตรงนี้เรียกว่าระยะทำงาน หรือ Working Distance

ระยะทำงานสำคัญกับงานสินค้ามาก เพราะถ้าหน้าเลนส์อยู่ใกล้ของเกินไป ตัวเลนส์จะบังแสงจนเกิดเงาบนสินค้า และไม่มีที่ให้วางไฟหรือแผ่นสะท้อนแสง Cambridge in Colour อธิบายไว้ว่า ที่กำลังขยายเท่ากัน เลนส์ทางยาวโฟกัสมากกว่าจะได้ระยะทำงานมากกว่า เลนส์มาโคร ระยะ 100mm ขึ้นไปเลยเป็นที่นิยมสำหรับงานที่ต้องจัดไฟ และงานถ่ายแมลงที่ตกใจง่าย

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าทางยาวโฟกัสเปลี่ยนภาพยังไง ลองอ่านเรื่อง ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ประกอบด้วยได้

ตัวเลนส์ SIGMA 105mm F2.8 DG DN MACRO Art อีกมุมจากเว็บทางการ
เลนส์ยาวราว 13.4 ซม. ในรุ่น L-Mount ความยาวนี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ระยะโฟกัสใกล้สุดกับที่ว่างหน้าเลนส์ไม่เท่ากัน ภาพ: SIGMA

ทำไมถ่ายใกล้แล้วชัดบางมาก

ใครเคยลองถ่ายมาโครครั้งแรก มักตกใจว่าทำไมชัดแค่ขอบแหวนด้านหน้า แต่ด้านหลังเบลอไปหมด ทั้งที่ตั้งรูรับแสงไว้ไม่ได้กว้างมาก

เรื่องนี้เป็นธรรมชาติของการถ่ายใกล้ ยิ่งกำลังขยายสูง ช่วงที่ชัดหรือระยะชัดลึกก็ยิ่งบาง ที่ 1:1 ช่วงที่ชัดมักเหลือแค่ระดับมิลลิเมตร และที่กำลังขยายเท่ากัน รูรับแสงเท่ากัน ระยะชัดไม่ได้ขึ้นกับว่าใช้เลนส์ 70mm หรือ 105mm แปลว่าเปลี่ยนเลนส์อย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ชัดลึกขึ้น

ทางที่ช่วยได้มีสามทาง ทางแรกคือหรี่รูรับแสงลง Cambridge in Colour แนะนำว่าช่วง f/11 ถึง f/16 มักเป็นจุดสมดุลระหว่างความชัดลึกกับความคม ถ้าหรี่มากกว่านั้น ภาพจะเริ่มนุ่มลงจากการเลี้ยวเบนของแสง

ทางที่สองคือจัดมุมกล้องให้ด้านที่อยากให้ชัดขนานกับเซนเซอร์ เช่น ถ่ายหน้าปัดนาฬิกาตรง ๆ แทนการถ่ายเฉียง ทั้งหน้าปัดจะชัดพร้อมกันได้ง่ายกว่ามาก

ทางที่สามคือถ่ายหลายภาพโดยขยับจุดโฟกัสทีละนิด แล้วเอามารวมกันในโปรแกรม วิธีนี้เรียกว่า Focus Stacking กล้องหลายรุ่นมีโหมดถ่ายเลื่อนโฟกัสอัตโนมัติให้ด้วย ลองดูในเมนูของกล้องเราว่ามีไหม

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ยิ่งเข้าใกล้ เลนส์มาโครหลายแบบจะรับแสงได้น้อยลง ที่ 1:1 อาจหายไปราวสองสต็อป ตั้ง f/2.8 แต่ได้แสงเหมือน f/5.6 กล้องส่วนใหญ่วัดแสงชดเชยให้เอง แต่ถ้าภาพเริ่มสั่นเพราะชัตเตอร์ช้าลง ก็รู้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA

ระยะโฟกัสใกล้สุด ไม่ใช่ที่ว่างหน้าเลนส์

ตัวอย่าง SIGMA 105mm F2.8 DG DN MACRO | Art รุ่น L-Mount ที่ 1:1 ระยะทำงานคำนวณโดยประมาณ

หรี่รูรับแสง

f/11 ถึง f/16

ชัดลึกขึ้น หรี่มากกว่านี้ภาพเริ่มนุ่ม

จัดมุมให้ขนาน

ด้านที่อยากให้ชัด ขนานกับเซนเซอร์

ถ่ายหน้าปัดตรง ๆ แทนถ่ายเฉียง

Focus Stacking

ถ่ายหลายภาพ เลื่อนโฟกัสทีละนิด

รวมในโปรแกรมให้ชัดทั้งชิ้น

ที่ 1:1 ช่วงที่ชัดมักเหลือ แค่ระดับมิลลิเมตร และแสงหายไปราว สองสต็อป
ภาพมาโครฟองอากาศในน้ำแข็ง โทนสีเหลืองกับม่วง จากหน้า Sample Images ของเลนส์ SIGMA 105mm
ภาพตัวอย่างระยะใกล้ที่ SIGMA เลือกมาแสดงในหน้าเลนส์รุ่นนี้ ช่วงที่ชัดในงานมาโครมักบางมาก ต้องเลือกให้ดีว่าจะให้จุดไหนชัด ภาพ: SIGMA

จัดแสงให้ภาพสินค้าระยะใกล้ดูสะอาด

พอหน้าเลนส์อยู่ใกล้ของแค่ไม่กี่สิบเซนติเมตร แสงในห้องปกติมักไม่พอ และมักโดนตัวเลนส์หรือตัวเราบังจนเป็นเงา ข่าวดีคือของชิ้นเล็กใช้ไฟชิ้นเล็กได้ ไม่ต้องลงทุนเยอะ

เริ่มจากแหล่งแสงที่นุ่ม เช่น แสงจากหน้าต่างที่มีม่านบาง ๆ หรือไฟ LED ที่ส่องผ่านกระดาษไขหรือผ้าขาว แหล่งแสงที่ใหญ่กว่าของและวางอยู่ใกล้จะให้เงาที่ฟุ้ง ไม่แข็ง เหมาะกับสินค้าเกือบทุกแบบ

ตั้งไฟไว้ด้านข้างหรือเฉียงด้านหลังของสินค้า แล้วใช้กระดาษขาวหรือโฟมบอร์ดสะท้อนแสงกลับมาที่ด้านมืด เงาจะเบาลงโดยไม่ต้องเพิ่มไฟอีกดวง

ของมันวาวอย่างแหวนหรือขวดแก้วจะสะท้อนทุกอย่างรอบตัว รวมถึงตัวเราและกล้องด้วย ลองล้อมด้วยกระดาษขาวหรือกล่องไฟ แล้วขยับมุมกล้องทีละนิดจนเงาสะท้อนดูสะอาด

และไฟต่อเนื่องอย่าง LED จะช่วยให้เราเห็นเงาและแสงสะท้อนก่อนกดชัตเตอร์ แก้ได้ทันทีหน้างาน ใครยังไม่มีไฟ ลองอ่านเรื่อง ไฟถ่ายวิดีโอ ดวงแรก ประกอบก่อนเลือกซื้อดู

CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA

โต๊ะถ่ายสินค้าชิ้นเล็ก มองจากด้านบน

ไฟใหญ่และใกล้

แหล่งแสงที่ใหญ่กว่าของ ให้เงาฟุ้ง ไม่แข็ง

ของมันวาว

ล้อมด้วยกระดาษขาว แล้วขยับมุมกล้องทีละนิด

เห็นเงาเลนส์

ถอยกล้องออกนิดหนึ่ง หรือย้ายไฟไปด้านข้าง

ถ้าเห็นเงาดำของเลนส์ตกบนสินค้า ลองถอยกล้องออกนิดหนึ่งแล้วครอปทีหลัง หรือย้ายไฟไปด้านข้างดูก่อน

เลนส์มาโคร ของ SIGMA ตอนนี้มีรุ่นไหน

ในหน้ารวมเลนส์ของ SIGMA ตอนนี้ เลนส์ที่มีคำว่า MACRO สำหรับกล้องมิเรอร์เลสคือ 105mm F2.8 DG DN MACRO | Art รหัส A020 ซึ่ง SIGMA บอกว่าเป็นเลนส์มาโครตัวแรกสำหรับมิเรอร์เลสในตระกูล Art มีทั้งเมาท์ L-Mount และ Sony E-mount

สิ่งที่ช่วยงานมาโครโดยตรงคือสวิตช์จำกัดช่วงโฟกัส หรือ Focus Limiter ที่ให้เลนส์หาโฟกัสแค่ในช่วงระยะใกล้ ไม่วิ่งไปจนสุดระยะทุกครั้งที่หลุด มีวงแหวนรูรับแสงที่ปิดเสียงคลิกและล็อกได้ ใบรูรับแสงโค้งมนเก้าใบ และตัวเลนส์กันฝุ่นกับละอองน้ำ ใช้ตอนฝนปรอย ๆ ได้แต่ไม่ได้กันน้ำ

ใครใช้กล้อง L-Mount อย่าง Lumix หรือ SIGMA เอง หน้าเว็บทางการบอกว่าเลนส์นี้ใช้ร่วมกับเทเลคอนเวอร์เตอร์ TC-1411 และ TC-2011 ได้ ทำให้ขยายได้มากกว่า 1:1 โดยยังได้ระยะทำงานเท่าเดิม ส่วนนี้ใช้ได้เฉพาะ L-Mount เท่านั้น

ส่วนรุ่น 70mm F2.8 DG MACRO | Art ที่หลายคนเคยรู้จัก ตอนนี้หน้าเว็บทางการขึ้นสถานะว่าเลิกผลิตแล้ว ถ้าเจอในตลาดมือสอง หลักเรื่อง 1:1 ระยะทำงาน และแสงในบทความนี้ก็ใช้ได้เหมือนกัน แค่ระยะ 70mm จะได้ระยะทำงานสั้นกว่า

ภาพอธิบายปุ่มบนเลนส์ SIGMA 105mm F2.8 DG DN MACRO Art ทั้งสวิตช์โฟกัส สวิตช์จำกัดช่วงโฟกัส ปุ่ม AFL และวงแหวนรูรับแสง
เลนส์รุ่นนี้มีสวิตช์จำกัดช่วงโฟกัสสำหรับงานถ่ายใกล้ ปุ่ม AFL และวงแหวนรูรับแสงที่ล็อกและปิดเสียงคลิกได้ ภาพ: SIGMA

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เลนส์มาโคร

เรื่องแรก เลนส์มาโครใช้ถ่ายได้แค่แมลงกับดอกไม้ ที่จริงงานที่ใช้มากที่สุดอย่างหนึ่งคือภาพสินค้า เครื่องประดับ อาหาร และรายละเอียดงานฝีมือ และถอยออกมาก็ถ่ายคนได้

เรื่องที่สอง ถ่ายด้วยเลนส์ธรรมดาแล้วครอปก็ได้เหมือนกัน ครอปได้ถ้าภาพไม่ต้องใหญ่มาก แต่ยิ่งครอปมาก รายละเอียดก็ยิ่งหายไป มาโครเก็บรายละเอียดเต็มความละเอียดของเซนเซอร์ตั้งแต่ตอนถ่าย

เรื่องที่สาม เปิดรูรับแสงกว้างสุดแล้วจะสวยที่สุด ในงานสินค้าระยะใกล้ f/2.8 มักชัดบางเกินไปจนเห็นสินค้าไม่ครบ ลองหรี่ลงมาที่ f/8 ถึง f/16 แล้วดูว่าจุดที่อยากอวดชัดพอหรือยัง

เรื่องที่สี่ ต้องใช้ออโต้โฟกัสเสมอ ตอนถ่ายใกล้มาก ๆ การตั้งโฟกัสด้วยมือ แล้วขยับกล้องเข้าออกทีละนิดเพื่อหาจุดชัด มักแม่นกว่า

คืนนี้มาลองถ่ายมาโครกัน

หยิบของชิ้นเล็กในบ้านมาหนึ่งชิ้น เช่น แหวน นาฬิกา หรือเหรียญ วางบนกระดาษขาวข้างหน้าต่างที่มีแสงนุ่ม ๆ ตั้งกล้องบนขาตั้งหรือวางบนกองหนังสือให้นิ่ง

เริ่มจากถ่ายทั้งชิ้นก่อน แล้วค่อย ๆ เข้าใกล้จนของเต็มเฟรม ลองถ่ายที่ f/2.8 f/8 และ f/16 แล้วเปิดดูในจอใหญ่ว่าช่วงที่ชัดต่างกันแค่ไหน

จากนั้นพับกระดาษขาวอีกแผ่นตั้งไว้ฝั่งตรงข้ามหน้าต่าง แล้วดูว่าเงาด้านมืดเบาลงไหม ใช้ตั้งเวลาถ่ายหรือรีโมตกดชัตเตอร์ ภาพจะได้ไม่สั่นจากมือ

ถ้าลองแล้วภาพยังไม่คม ลองเช็คก่อนว่ากล้องขยับหรือเปล่า ระยะใกล้แบบนี้ขยับนิดเดียวจุดชัดก็หลุดแล้ว ถ้ากล้องนิ่งแล้วยังไม่คม ลองถอยออกมานิดหนึ่ง เพราะเราอาจเข้าใกล้เกินระยะที่เลนส์โฟกัสได้

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

เลนส์มาโครคือเลนส์ที่โฟกัสได้ใกล้มากและคมที่ระยะใกล้ ค่า 1:1 แปลว่าของมีขนาดบนเซนเซอร์เท่าของจริง ระยะโฟกัสใกล้สุดวัดจากเซนเซอร์ ที่ว่างจริงหน้าเลนส์เลยน้อยกว่าที่คิด ถ่ายใกล้แล้วชัดบางเป็นเรื่องปกติ แก้ด้วยการหรี่รูรับแสง จัดมุมให้ขนาน หรือถ่ายหลายภาพมารวมกัน ส่วนแสงให้เริ่มจากแหล่งแสงนุ่มด้านข้างกับกระดาษขาวสะท้อนกลับ ก็ถ่ายสินค้าชิ้นเล็กให้ดูดีได้แล้ว

อ่านต่อ

ใครถ่ายสินค้าขายเองอยู่แล้ว ลองอ่าน ถ่ายภาพสินค้า ด้วยมือถือให้ดูขายได้ ประกอบ เรื่องฉากและแสงใช้หลักเดียวกัน ถ้าใช้หรือกำลังเลือกกล้อง L-Mount ลองดูบทเรียนคู่คลิป 8 Checklist ก่อนเลือกกล้อง Panasonic Lumix ส่วนรายละเอียดของเลนส์จากต้นทาง เปิดดูได้ที่ หน้า 105mm F2.8 DG DN MACRO ของ SIGMA และใครอยากอ่านเรื่องกำลังขยายกับระยะทำงานแบบละเอียด ลองดู Macro Lenses ของ Cambridge in Colour

CreatorSchoolThailand ทำงานร่วมกับ SIGMA Thailand ในบางโปรเจกต์ บทความนี้ไม่ได้รับค่าตอบแทน

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด