
ขับรถไปรอถ่ายพระอาทิตย์ตก กว่าจะหาที่จอด กางขาตั้ง ตั้งค่ากล้องเสร็จ ฟ้าที่เคยส้มก็กลายเป็นสีหม่น ๆ ไปแล้ว หลายคนเจอแบบนี้แล้วสรุปว่าวันนั้นแสงไม่สวย ทั้งที่จริงแสงสวยมาแล้ว แค่เราไปไม่ทัน ช่วงแสงสวยที่คนถ่ายภาพเรียกกันว่า Golden hour ในไทยสั้นกว่าที่หลายคนคิด
บทความนี้จะเล่าว่าแสงช่วงนี้เกิดจากอะไร Blue hour ต่างกันยังไง ทำไมบ้านเราช่วงแสงสวยถึงหมดเร็ว และวิธีวางแผนตั้งแต่เช็คเวลา ทิศแสง ไปจนถึงตั้ง White Balance กับวัดแสงให้ฟ้าไม่ขาว
Golden hour คืออะไร ทำไมแสงถึงอุ่นและนุ่ม
ลองนึกถึงตอนมองไฟหน้ารถผ่านหมอก ยิ่งหมอกหนา แสงที่มาถึงตาเรายิ่งอ่อนลง แสงแดดก็คล้ายกัน ตอนเที่ยงดวงอาทิตย์อยู่เหนือหัว แสงเดินทางผ่านอากาศแค่ชั้นบาง ๆ แต่ตอนเช้ากับเย็น ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ แสงต้องเดินทางเฉียง ๆ ผ่านอากาศที่หนากว่ามาก
Met Office หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษ อธิบายว่าโมเลกุลอากาศกระเจิงแสงคลื่นสั้นอย่างสีฟ้าได้มากกว่าแสงคลื่นยาวอย่างสีแดง พอแสงเดินทางไกลขึ้นตอนดวงอาทิตย์ต่ำ สีฟ้าจะถูกกระเจิงออกไประหว่างทางเกือบหมด สิ่งที่เหลือมาถึงเราจึงเป็นสีส้มกับสีแดง ภาพเลยดูอุ่น

ส่วนที่ว่านุ่ม มาจากสองเรื่อง แสงที่อ่อนลงหลังผ่านอากาศหนา ทำให้ส่วนสว่างกับส่วนมืดในภาพห่างกันน้อยกว่าตอนเที่ยง และแสงที่มาจากมุมต่ำ ส่องเข้าด้านข้างของหน้าคนหรือตึก ไม่ได้ทิ้งเงาดำใต้ตาเหมือนแดดเที่ยง
ที่ต้องรู้ไว้คือช่วงแสงนี้ไม่มีนิยามทางการ เว็บ timeanddate ให้ไว้ว่าแสงอุ่นมักเกิดตอนดวงอาทิตย์อยู่ระหว่าง 6 องศาเหนือขอบฟ้า ถึง 6 องศาใต้ขอบฟ้า ส่วนแอป The Photographer’s Ephemeris นับแค่ช่วง 0 ถึง 6 องศาเหนือขอบฟ้า นิยามต่างกัน เวลาที่แอปแต่ละตัวบอกจึงต่างกันได้
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
แสงสวยวัดกันที่องศาของดวงอาทิตย์
เรียงจากดวงอาทิตย์ยังอยู่เหนือขอบฟ้า ลงไปจนลับขอบฟ้า ตอนเช้าเรียงกลับกัน
Golden hour
6 องศาเหนือขอบฟ้า ถึง 6 องศาใต้ขอบฟ้า
แสงผ่านอากาศหนา สีฟ้าถูกกระเจิงออก เหลือโทนส้มทอง บางแอปนับแค่ 0 ถึง 6 องศาเหนือขอบฟ้า
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
0 องศา
ยังไม่ใช่เวลาเก็บกล้อง ฟ้ายังสว่างพอมองเห็นรอบตัว
Blue hour
4 ถึง 8 องศาใต้ขอบฟ้า
ฟ้าน้ำเงินเข้ม ไฟเมืองเริ่มติด ความสว่างของฟ้ากับไฟใกล้กัน
สิ้นสุดสนธยาทางการเมือง
6 องศาใต้ขอบฟ้า
อยู่กลางช่วง Blue hour หลังจากนี้งานกลางแจ้งส่วนใหญ่เริ่มต้องเปิดไฟ
Golden hour และ Blue hour ตามนิยามของ timeanddate ช่วง 0 ถึง 6 องศาตามนิยามของ The Photographer’s Ephemeris สนธยาทางการเมืองตาม National Weather Service ของสหรัฐฯ
ลองเปิดแอปพยากรณ์อากาศในมือถือดูเวลาพระอาทิตย์ตกของวันนี้ แล้วจดไว้ก่อน นี่คือจุดตั้งต้นของการวางแผน
Blue hour มาหลังพระอาทิตย์ตก ไม่ใช่ตอนมืดสนิท
พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ฟ้ายังไม่มืดทันที ช่วงนี้เรียกว่าสนธยา หรือ twilight กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ แบ่งไว้เป็นชั้น ช่วงสนธยาทางการเมือง หรือ civil twilight สิ้นสุดตอนดวงอาทิตย์อยู่ใต้ขอบฟ้า 6 องศา ช่วงนี้ยังมองเห็นขอบฟ้าและสิ่งของรอบตัวได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ
Blue hour คือช่วงที่ฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม timeanddate ระบุว่าสีน้ำเงินมักชัดที่สุดตอนดวงอาทิตย์อยู่ใต้ขอบฟ้า 4 ถึง 8 องศา ซึ่งคร่อมทั้งปลายช่วงสนธยาทางการเมืองและต้นช่วงถัดไป สีน้ำเงินนี้ส่วนใหญ่มาจากโอโซนในบรรยากาศชั้นบนดูดกลืนแสงสีส้มแดงไป ต่างจากสาเหตุหลักที่ฟ้าตอนกลางวันเป็นสีฟ้า

ช่วงนี้เหมาะกับการถ่ายเมือง เพราะฟ้ายังมีสี ขณะที่ไฟถนนกับไฟตึกเริ่มติด ความสว่างของฟ้ากับไฟใกล้กัน ภาพจึงไม่ดำปี๋ทั้งฟ้า
ถ้าเคยเก็บกล้องทันทีที่พระอาทิตย์ลับ ลองรอต่ออีกสักพักดู ฉากที่สวยที่สุดของวันอาจยังไม่มา
ทำไมช่วงแสงสวยในไทยถึงสั้น
ความยาวของช่วงแสงเย็นขึ้นกับว่าเราอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรแค่ไหน และเป็นฤดูอะไร timeanddate อธิบายว่าที่ไหนดวงอาทิตย์ตกลงตั้งฉากกับขอบฟ้ามาก แสงจะเปลี่ยนเร็ว ที่ไหนดวงอาทิตย์ตกแบบเฉียง ๆ ช่วงแสงสวยจะยาวกว่า
นึกภาพลูกบอลกลิ้งลงเนิน ถ้าเนินชัน ไม่กี่วินาทีก็ถึงตีนเนิน ถ้าเนินลาด กว่าจะถึงก็นาน ประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ดวงอาทิตย์จึงตกแบบชันกว่าประเทศเมืองหนาว
ตัวอย่างจาก timeanddate ช่วงวสันตวิษุวัต หรือช่วงเดือนมีนาคมที่กลางวันกลางคืนยาวพอกัน ที่เมืองกีโตใกล้เส้นศูนย์สูตร ดวงอาทิตย์ใช้เวลาราว 50 นาทีเท่านั้นในการเคลื่อนช่วง 6 องศาเหนือถึงใต้ขอบฟ้า ส่วน Blue hour ช่วง 4 ถึง 8 องศาใต้ขอบฟ้าใช้ราว 16 นาที ขณะที่เมืองออสโลทางเหนือ ช่วงแสงอุ่นในเดือนเดียวกันยาวกว่า 90 นาที และ Blue hour ราว 30 นาที
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ยิ่งใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงสวยยิ่งสั้น
ตัวอย่างช่วงเดือนมีนาคม ดวงอาทิตย์ยิ่งตกชัน แสงยิ่งเปลี่ยนเร็ว
ใกล้เส้นศูนย์สูตร
เช่น กีโต เอกวาดอร์
50 นาที
Golden hour ราว 50 นาที
Blue hour ราว 16 นาที
ละติจูด 40 องศา
เช่น นิวยอร์ก
1 ชั่วโมง
Golden hour ราว 1 ชั่วโมง
Blue hour ราว 20 นาที
ละติจูด 60 องศา
เช่น ออสโล
90+ นาที
Golden hour เกิน 90 นาที
Blue hour ราว 30 นาที
ตัวเลขจาก timeanddate นับ Golden hour ช่วง 6 องศาเหนือถึง 6 องศาใต้ขอบฟ้า และ Blue hour ช่วง 4 ถึง 8 องศาใต้ขอบฟ้า เป็นค่าช่วงเดือนมีนาคม ฤดูอื่นและเมืองอื่นได้ตัวเลขไม่เท่านี้
ตัวเลขพวกนี้แปลว่า ถ้าเห็นคลิปต่างประเทศบอกว่ามีเวลาถ่ายเป็นชั่วโมง ในบ้านเราอาจมีน้อยกว่านั้นมาก และยังเปลี่ยนตามฤดูกับตำแหน่งที่เราอยู่ด้วย จึงไม่ควรยึดตัวเลขนาทีตายตัว เช็คจากแอปของวันนั้น ที่ตรงนั้นดีที่สุด
ลองตั้งใจไปถึงที่ถ่ายก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกให้นานพอจะตั้งกล้องเสร็จ แล้วถ่ายไล่ไปจนฟ้ามืด
วางแผน Golden hour ด้วยแอป เช็คเวลาและทิศแสง
เวลาอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่าดวงอาทิตย์จะตกตรงไหน เพราะทิศที่ดวงอาทิตย์ตกขยับไปตามฤดู จุดที่เคยเห็นพระอาทิตย์ตกหลังตึกเมื่อหลายเดือนก่อน วันนี้อาจตกเลยไปอีกฝั่ง
แอปที่คนถ่ายภาพนิยมใช้มีอย่าง PhotoPills ซึ่งมีทั้ง iOS และ Android ในแอปมีส่วนดูดวงอาทิตย์ ช่วงสนธยา และช่วงแสงสวย มีโหมดวางแผนที่เราเลือกได้ว่าอยากให้ดวงอาทิตย์อยู่ตรงไหนในภาพ แล้วแอปคำนวณวันเวลาให้ และมีโหมดเปิดกล้องมือถือดูเส้นทางดวงอาทิตย์ซ้อนบนฉากจริง อีกตัวคือ The Photographer’s Ephemeris ที่แบ่งช่วงแสงตามองศาของดวงอาทิตย์

ถ้ายังไม่อยากลงแอปใหม่ เว็บ timeanddate ก็ดูเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตกกับช่วงสนธยาของแต่ละเมืองได้
ลองเปิดแอปแล้วปักหมุดที่ที่อยากไปถ่าย ดูว่าดวงอาทิตย์จะตกทิศไหน และหน้าตึกหรือหน้าคนที่เราจะถ่ายหันไปทางนั้นไหม
ตั้ง White Balance ให้สีแสงเย็นยังอยู่
White Balance คือการตั้งให้กล้องรู้ว่าสีขาวควรเป็นแบบไหน ถ้าปล่อยเป็น Auto กล้องบางรุ่นหรือบางโหมดอาจดึงสีส้มให้เข้าหาความเป็นกลาง ภาพแสงเย็นเลยดูจืด
คู่มือออนไลน์ของ Nikon แนะนำว่า ตั้ง White Balance เป็น Shade หรือ Cloudy จะช่วยดึงสีแดงของพระอาทิตย์ตกให้ออกมามากขึ้น กล้อง Nikon บางรุ่นยังมีโหมด Auto ย่อยที่ตั้งใจเก็บโทนอุ่นของแหล่งแสงไว้ด้วย
ส่วน Blue hour ถ้าอยากให้ฟ้าน้ำเงินชัด ลองถอยมาใช้ Daylight หรือ Auto แล้วดูจากจอ เพราะ Shade จะดันทุกอย่างให้อุ่นจนฟ้าน้ำเงินจางลง
ถ้าถ่ายไฟล์ RAW อยู่ แก้ White Balance ทีหลังได้ แต่ตั้งให้ใกล้ที่ต้องการตั้งแต่ถ่าย จะช่วยให้ดูภาพในจอแล้วตัดสินใจได้ง่ายกว่า
วัดแสงยังไงให้ฟ้าไม่ขาว
ปัญหาที่เจอบ่อยคือคนหรือพื้นดินออกมาสว่างดี แต่ฟ้าทั้งแถบขาวโพลน สีส้มที่ตั้งใจมาถ่ายหายไปหมด
Nikon อธิบายว่าแสงสลัวมักหลอกให้กล้องเปิดรับแสงมากเกินไป จึงแนะนำให้ลดค่าชดเชยแสง หรือปุ่มบวกลบบนกล้อง ในตัวอย่างของ Nikon ใช้ -1.0 EV ค่าติดลบแปลว่าบอกกล้องให้ถ่ายมืดลงกว่าที่กล้องคิดเอง

หลักง่าย ๆ คือวัดแสงให้ฟ้าเป็นหลัก ยอมให้พื้นมืดลงหน่อย เพราะส่วนมืดยังพอดึงกลับได้ แต่ฟ้าที่ขาวจนไม่มีรายละเอียดแล้ว ดึงกลับมาไม่ได้ ระหว่างถ่าย ลองเปิดเตือนส่วนสว่างเกิน ที่กล้องหลายรุ่นแสดงเป็นจุดกะพริบในภาพที่ถ่ายแล้ว ถ้าฟ้ากะพริบ ให้ลดค่าชดเชยแสงลงอีก
ลองถ่ายฉากเดียวกันสามภาพ ที่ค่าชดเชยแสง 0, -1 และ -2 แล้วเทียบสีฟ้าในจอดู จะเห็นทันทีว่ากล้องของเราชอบแบบไหน
ความเข้าใจผิดเรื่อง Golden hour ที่พบบ่อย
เรื่องแรก คิดว่ามีเวลาเต็มหนึ่งชั่วโมงตามชื่อ ชื่อเรียกมีคำว่า hour ก็จริง แต่ความยาวจริงขึ้นกับละติจูดและฤดู ในบ้านเราสั้นกว่าที่ชื่อบอก
เรื่องที่สอง เก็บกล้องตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทั้งที่ Blue hour ยังไม่ทันเริ่ม ฟ้าบางวันเพิ่งเปลี่ยนสีหลังดวงอาทิตย์ลับไปแล้ว
เรื่องที่สาม คิดว่าแสงเช้ากับแสงเย็นเหมือนกันทุกอย่าง กลไกเรื่ององศาเหมือนกัน แต่ลำดับกลับกัน ตอนเช้า Blue hour มาก่อน แล้วแสงอุ่นสีทองตามมา ถ้าตั้งใจถ่ายเช้า ต้องไปถึงก่อนฟ้าเริ่มสว่าง
เย็นนี้มาลองถ่าย Golden hour กัน
เลือกที่ใกล้บ้านมาหนึ่งที่ จะเป็นสวนสาธารณะ ดาดฟ้า หรือริมแม่น้ำก็ได้ เปิดแอปดูเวลาพระอาทิตย์ตกกับทิศที่ดวงอาทิตย์จะตก แล้วไปถึงก่อนให้มีเวลาตั้งกล้อง
ตั้ง White Balance เป็น Cloudy หรือ Shade ตั้งค่าชดเชยแสงไว้ที่ -1 แล้วถ่ายไล่ไปเรื่อย ๆ ทุกสองสามนาที ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตกจนฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม พอกลับบ้านลองเรียงภาพดูตามเวลา จะเห็นเองว่าช่วงที่สวยที่สุดยาวแค่ไหน ที่ตรงนั้น ในฤดูนั้น
ถ้าทำแล้วฟ้ายังขาว ลองลดค่าชดเชยแสงลงอีก หรือหันกล้องให้ฟ้ากินพื้นที่ในภาพมากขึ้น ถ้าวันนั้นเมฆหนาจนไม่เห็นดวงอาทิตย์ ลองกลับไปใหม่วันอื่น ช่วงแสงนี้กลับมาทุกวัน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ช่วงแสงสีทองคือตอนที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ แสงผ่านอากาศหนาจนเหลือแต่โทนอุ่น ส่วน Blue hour คือช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ใต้ขอบฟ้าไม่กี่องศา ฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม ในไทยทั้งสองช่วงสั้นเพราะเราอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ความยาวเปลี่ยนตามฤดู จึงควรเช็คแอปทุกครั้ง ไปถึงก่อน ตั้ง White Balance ให้อุ่น และวัดแสงให้ฟ้าเป็นหลัก
แล้วที่ที่เราอยากไปถ่ายที่สุดตอนนี้ ดวงอาทิตย์จะตกทิศไหน?
อ่านต่อ
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องสีของแสงให้ลึกขึ้น อ่านต่อที่ White Balance คืออะไร ทำไมหน้าคนในภาพออกส้มหรือฟ้า แก้ยังไง และถ้ายังงงว่าค่าชดเชยแสงไปเปลี่ยนอะไรในกล้อง ลองอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ใครอยากดูนิยามและตัวอย่างความยาวช่วงแสงของแต่ละเมือง เปิดหน้า Golden Hour ของ timeanddate
