
เคยเป็นไหม ไปทะเลมาแล้วน้ำใสมาก แต่พอถ่ายออกมา น้ำกลายเป็นแผ่นสะท้อนแสงจ้า มองไม่เห็นทรายข้างใต้เลย หรือถ่ายของในตู้กระจกหน้าร้าน แล้วเห็นเงาตัวเองติดมาเต็มภาพ ส่วนฟ้าที่ตาเห็นว่าสีจัด พอเปิดดูในจอกลับซีดลงไปเยอะ ของชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเรื่องพวกนี้ได้ก็คือ ฟิลเตอร์ CPL ที่ใส่หน้าเลนส์
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานยังไง ต้องหันกล้องมุมไหนถึงจะเห็นผล ทำไมเลนส์มุมกว้างแล้วฟ้าถึงด่าง ภาพจะมืดลงแค่ไหน แล้วเอาไปใช้กับภาพสินค้าและภาพรถยังไง หลักทั้งหมดใช้ได้กับกล้องทุกยี่ห้อ
ฟิลเตอร์ CPL คืออะไร ทำงานคล้ายแว่นกันแดดแบบไหน
CPL ย่อมาจาก Circular Polarizer หรือฟิลเตอร์โพลาไรซ์แบบวงกลม หน้าตาเป็นกระจกสีเทาอ่อน ๆ และมีวงแหวนด้านหน้าที่หมุนได้
ลองนึกถึงแว่นกันแดดแบบโพลาไรซ์ที่คนตกปลาชอบใส่ดู ใส่แล้วแสงจ้าบนผิวน้ำจะหายไป ฟิลเตอร์ CPL ก็ทำแบบเดียวกัน แสงที่สะท้อนจากพื้นผิวเรียบ ๆ อย่างน้ำ กระจก หรือใบไม้ จะสั่นไปในทิศเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ฟิลเตอร์จะกันแสงที่สั่นในทิศนั้นไว้ ส่วนแสงที่สะท้อนออกมาจากเนื้อของวัตถุจริง ๆ ยังผ่านเข้ามาได้

ผลที่เห็นคือแสงจ้าบนผิวหายไป น้ำใสขึ้น ใบไม้เขียวขึ้น และฟ้าบางส่วนก็เข้มขึ้นด้วย
วงแหวนที่หมุนได้เป็นตัวเลือกว่าจะกันแสงในทิศไหน หมุนไปราว 90 องศา ผลจะเปลี่ยนจากแรงที่สุดไปเป็นแทบไม่มีเลย เวลาใช้จริงเลยต้องหมุนไปพร้อมกับดูภาพในจอหรือช่องมองภาพทุกครั้ง
ใส่แล้วอย่าเพิ่งกดถ่าย ลองหมุนวงแหวนช้า ๆ หนึ่งรอบแล้วดูจอไปด้วยก่อน จะเห็นเลยว่าตรงไหนเปลี่ยน
ตัดแสงสะท้อนบนน้ำ กระจก และใบไม้ ได้แค่ไหน?
งานที่ฟิลเตอร์ CPL ทำได้ดีที่สุดคือเอาแสงจ้าออกจากพื้นผิวที่ไม่ใช่โลหะ ลองมาดูทีละแบบกัน
ผิวน้ำ เป็นงานที่เห็นผลชัดที่สุด หมุนให้ถูกมุม แสงจ้าบนผิวน้ำจะหายไป จนเห็นหินหรือทรายข้างใต้ หินเปียกริมลำธารก็จะเลิกเป็นจุดขาววาว

กระจก ไม่ว่าจะเป็นตู้โชว์หน้าร้าน หน้าต่างตึก หรือกระจกรถ ฟิลเตอร์จะลดเงาสะท้อนให้เราเห็นของที่อยู่ด้านหลังกระจกได้ชัดขึ้น
ใบไม้ มีแสงสะท้อนเคลือบผิวอยู่บาง ๆ ยิ่งหลังฝนตกยิ่งวาว พอตัดแสงตรงนี้ออก ใบไม้จะเขียวเข้มขึ้นทันที
แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องรู้ด้วย ฟิลเตอร์จะทำงานดีที่สุดเมื่อเรามองพื้นผิวแบบเฉียง ๆ ไม่ใช่มองตรงตั้งฉาก สำหรับกระจกทั่วไป มุมที่แสงสะท้อนถูกกันได้มากที่สุดอยู่ราว 56 องศาจากแนวตั้งฉากกับผิวกระจก ถ้าเรายืนตรงหน้ากระจกแล้วถ่ายตรง ๆ เงาบางส่วนก็ยังอยู่ ลองขยับไปยืนเฉียงสักหน่อย แล้วหมุนวงแหวนใหม่ดู
อีกเรื่องคือโลหะ แสงที่สะท้อนจากผิวโลหะเงา ๆ อย่างโครเมียมหรือสแตนเลส ฟิลเตอร์ตัวนี้ช่วยได้น้อยมาก
ฟ้าเข้มขึ้นได้ ถ้าหันกล้องทำมุมกับดวงอาทิตย์ให้ถูก
แสงจากท้องฟ้าก็มีส่วนที่สั่นไปในทิศเดียวกัน แต่ไม่เท่ากันทั้งฟ้า บริเวณที่ฟิลเตอร์ทำให้เข้มได้มากที่สุดคือฟ้าที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 90 องศา ถ้าหันกล้องเข้าหาดวงอาทิตย์ หรือหันหลังให้ดวงอาทิตย์ตรง ๆ ฟ้าแทบไม่เปลี่ยนเลย
มีวิธีหาทิศนี้ด้วยมือข้างเดียว ลองชี้นิ้วชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ แล้วตั้งนิ้วโป้งขึ้นเหมือนทำมือเป็นรูปปืน จากนั้นหมุนข้อมือไปรอบ ๆ โดยนิ้วชี้ยังชี้ดวงอาทิตย์อยู่ นิ้วโป้งชี้ไปตรงไหน ตรงนั้นแหละคือแถบฟ้าที่จะเข้มได้มากที่สุด
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ฟ้าเข้มที่สุดตรงไหน ดูจากดวงอาทิตย์
1 ชี้นิ้วชี้
ไปที่ดวงอาทิตย์
ห้ามมองดวงอาทิตย์ตรง ๆ แค่ชี้ไปทางนั้นพอ
2 ตั้งนิ้วโป้ง
ทำมือเป็นรูปปืน
นิ้วโป้งจะตั้งฉากกับนิ้วชี้ราว 90 องศา
3 หมุนข้อมือ
นิ้วชี้ยังชี้ดวงอาทิตย์อยู่
นิ้วโป้งกวาดไปตรงไหน ตรงนั้นคือแถบฟ้าที่เข้มได้มากที่สุด
เช้าและเย็น แถบนี้พาดผ่านเหนือหัว ตอนเที่ยงที่ดวงอาทิตย์อยู่สูง แถบจะลงไปอยู่แถวขอบฟ้ารอบตัว
ช่วงเช้าหรือเย็นที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ แถบนี้จะพาดผ่านเหนือหัวเรา ส่วนตอนเที่ยงที่ดวงอาทิตย์อยู่สูง แถบจะลงไปอยู่แถวขอบฟ้ารอบตัว
ระวังอย่าหมุนจนสุดทุกครั้ง ฟ้าที่เข้มจนเกือบเป็นสีกรมท่าจะดูแปลกตาไป และถ้าหมุนผิดทาง รุ้งกินน้ำตรงหน้าก็อาจจางหายไปจากภาพได้ด้วย
ลองหมุนจนฟ้าเข้มที่สุดก่อน แล้วค่อยหมุนถอยกลับมานิดหนึ่ง ภาพจะดูเป็นธรรมชาติกว่า
ฟิลเตอร์ CPL กับเลนส์มุมกว้าง ทำไมฟ้าถึงด่าง?
เรื่องนี้ทำให้หลายคนคิดว่าฟิลเตอร์เสีย ถ่ายวิวด้วยเลนส์มุมกว้าง แล้วฟ้ามีแถบสีเข้มพาดอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านข้างกลับสว่างกว่า

ที่เป็นแบบนี้เพราะเลนส์มุมกว้างเก็บท้องฟ้าได้กว้างมาก ฟ้าบางส่วนในเฟรมอยู่ที่ 90 องศากับดวงอาทิตย์พอดี แต่บางส่วนก็ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า ฟิลเตอร์ไม่ได้ทำงานผิด มันแค่ทำงานไม่เท่ากันในแต่ละส่วนของฟ้า ยิ่งเลนส์กว้าง แถบนี้ก็ยิ่งเห็นชัด
ลองหมุนวงแหวนกลับมาให้ผลเบาลงก่อน แถบจะจางจนแทบไม่เห็น หรือขยับมุมกล้องให้แถบเข้มไปอยู่ที่มุมภาพ จะดูเหมือนฟ้าไล่สีตามธรรมชาติ หรือซูมเข้าอีกนิดให้เก็บฟ้าแคบลง ถ้ายังไม่หายก็ถอดออก แล้วใช้ CPL เฉพาะตอนที่อยากตัดแสงสะท้อนแทน
ปัญหาอีกอย่างของเลนส์มุมกว้างคือมุมภาพมืด เพราะขอบของฟิลเตอร์ไปบังมุมภาพ ยิ่งใส่ซ้อนกับฟิลเตอร์อีกแผ่นก็ยิ่งเห็นชัด ถ้าใช้เลนส์กว้างบ่อย ลองเลือกฟิลเตอร์ที่ขอบบาง และอย่าใส่ซ้อนหลายแผ่น
ใส่แล้วภาพมืดลง แสงหายไปเท่าไร?
ฟิลเตอร์ CPL กินแสงเสมอ Nikon บอกว่าราว 1.5 ถึง 2 สต็อป Canon บอกว่าได้ถึงราว 2 สต็อป ส่วน Cambridge in Colour ให้ไว้ที่ 2 ถึง 3 สต็อป ถ้าแปลเป็นภาษาง่าย ๆ หนึ่งสต็อปคือแสงหายไปครึ่งหนึ่ง สองสต็อปคือเหลือแสงแค่หนึ่งในสี่ ฟิลเตอร์บางรุ่นหรือบางมุมหมุนก็กินแสงมากหรือน้อยกว่านี้ได้
กล้องจะวัดแสงผ่านฟิลเตอร์และชดเชยให้เอง ด้วยการเปิดรูรับแสงกว้างขึ้น ใช้ชัตเตอร์ช้าลง หรือดัน ISO ขึ้น กลางแดดจัดเรื่องนี้แทบไม่มีผล แต่พอเข้าร่มหรือถ่ายตอนเย็น ภาพจะเริ่มสั่นหรือมีเม็ดสัญญาณรบกวน

ถ้าถ่ายวิดีโอ การกินแสงราว 2 สต็อปนี้ก็ช่วยลดแสงได้บ้างตอนกลางแดด แต่ยังไม่พอจะใช้แทนฟิลเตอร์ ND ที่ทำหน้าที่ลดแสงโดยตรง
ถ้าเข้าที่แสงน้อยแล้วไม่ได้ต้องการตัดแสงสะท้อน ลองถอด CPL ออกก่อน จะได้แสงคืนมาเกือบสองสต็อป
ฟิลเตอร์ CPL กับภาพสินค้า ช่วยตรงไหนบ้าง
คนขายของออนไลน์มักเจอปัญหาเดียวกัน ถ่ายสินค้าผิวมัน ๆ แล้วมีแสงไฟขาวเป็นแถบอยู่บนกล่อง บนขวดแก้ว หรือบนโต๊ะเคลือบเงา จนอ่านฉลากไม่ออก

ลองตั้งกล้องให้มองสินค้าเฉียงลงมาเล็กน้อย แล้วหมุนวงแหวนช้า ๆ ไปพร้อมกับดูจอ แสงจ้าบนพลาสติก แก้ว หรือโต๊ะเคลือบ จะค่อย ๆ จางลง สีของบรรจุภัณฑ์ก็เข้มขึ้น เห็นผลทันทีในจอ
ส่วนที่ต้องเผื่อใจไว้คือฝาโลหะ ตัวอักษรฟอยล์ หรือเครื่องประดับเงิน แสงบนพวกนี้จะยังอยู่ เพราะเป็นผิวโลหะ ตรงนี้ต้องแก้ด้วยการย้ายไฟหรือใช้แผ่นกระจายแสงช่วยแทน
ถ้าใช้มือถือถ่าย ก็มีฟิลเตอร์ CPL แบบหนีบมือถือขายด้วยเหมือนกัน หลักการใช้เหมือนกันทุกอย่าง
ถ่ายรถยังไงให้เห็นทั้งสีรถและข้างในรถ
รถสะท้อนทุกอย่างรอบตัว ทั้งฟ้า ต้นไม้ ตึก และตัวคนถ่ายเอง CPL ช่วยได้สองจุด จุดแรกคือสีรถ แสงจ้าบนตัวถังจะลดลง สีจริงของรถก็ดูเข้มและอิ่มขึ้น ตัวอย่างนี้ Canon ก็ยกไว้ในบทเรียนเรื่องฟิลเตอร์โพลาไรซ์ของเขาด้วย

จุดที่สองคือกระจกหน้า หมุนให้ถูกมุม เงาของฟ้าและตึกจะจางลง จนเห็นพวงมาลัยหรือคนขับข้างใน
มีสองเรื่องที่มักทำให้งง เรื่องแรก กระจกข้างและกระจกหลังมักเป็นกระจกเทมเปอร์ ที่มีแรงเครียดอยู่ในเนื้อกระจก มองผ่านฟิลเตอร์จะเห็นลายจุดหรือลายตารางสีเข้ม ส่วนกระจกหน้าเป็นกระจกลามิเนตจึงไม่ค่อยเห็นลายนี้ เจอแล้วลองหมุนวงแหวนหรือเปลี่ยนมุมยืนดู เรื่องที่สอง จอคอนโซลรถหรือจอมือถือส่วนใหญ่ปล่อยแสงโพลาไรซ์ออกมา หมุนผิดมุมจออาจมืดลงจนเกือบดำ ไม่ได้แปลว่าจอเสีย ส่วนล้อแม็กกับโครเมียม แสงสะท้อนจะยังอยู่เพราะเป็นโลหะ
ถ่ายวิดีโอแล้วฟ้าเปลี่ยนสีกลางช็อต
ภาพนิ่งหมุนใหม่ได้ทุกช็อต แต่วิดีโอไม่ได้ ถ้าแพนกล้องกวาดไปรอบ ๆ มุมกับดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไปตลอด คนดูจะเห็นฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสีอยู่ในช็อตเดียวกัน ถ้าจะแพนกว้าง ๆ ลองหมุนให้ผลเบาลงไว้ก่อน หรือวางช็อตให้กล้องหันไปทางเดียวตลอด
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
CPL ช่วยอะไรได้ และตรงไหนที่ช่วยไม่ได้
ช่วยได้ดี เมื่อมองพื้นผิวแบบเฉียง
ผิวน้ำ
แสงจ้าหาย เห็นหิน ทราย ใต้น้ำ
กระจก
ตู้โชว์ หน้าต่าง กระจกหน้ารถ เงาจางลง
ใบไม้
ตัดผิวที่วาว ใบเขียวเข้มขึ้น ยิ่งหลังฝน
สีรถ ผิวมัน
ตัวถังทำสี กล่องพลาสติก ขวดแก้ว โต๊ะเคลือบ
ช่วยได้น้อย หรือต้องระวัง
โลหะ
โครเมียม ล้อแม็ก ฝาโลหะ ฟอยล์ แสงสะท้อนยังอยู่
จอ LCD
จอมือถือ จอคอนโซลรถ หมุนผิดมุมจออาจมืดลงมาก
กระจกเทมเปอร์
กระจกข้างและหลังรถ อาจเห็นลายจุดหรือลายตาราง
ที่แสงน้อย
แสงหายราว 2 สต็อป ไม่ได้ตัดอะไร ถอดออกดีกว่า
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ฟิลเตอร์ CPL
เรื่องแรก ใส่แล้วภาพสวยขึ้นทุกครั้ง จริง ๆ แล้วถ้าไม่มีแสงสะท้อนให้ตัด หรือหันกล้องอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ ใส่ไปก็แค่ภาพมืดลงราวสองสต็อปโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เรื่องที่สอง หมุนให้สุดคือดีที่สุด ผลที่แรงที่สุดมักไม่ใช่ผลที่ดูดีที่สุด เหลือแสงสะท้อนบนน้ำไว้นิดหนึ่ง คนดูจะยังรู้ว่ามีผิวน้ำอยู่ตรงนั้น
เรื่องที่สาม ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แบบไหนก็ได้ ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ยังมีอีกแบบที่เรียกว่า Linear ซึ่งอาจทำให้ระบบโฟกัสอัตโนมัติและการวัดแสงของกล้องหลายรุ่นทำงานเพี้ยน แบบ Circular ถูกออกแบบมาให้ใช้กับระบบเหล่านี้ได้ ถ้าจะซื้อมาใช้กับกล้องปัจจุบัน ลองเช็คให้แน่ใจว่าเป็น CPL
เรื่องที่สี่ แก้ทีหลังในโปรแกรมก็ได้ ฟ้าพอจะดึงให้เข้มขึ้นได้บ้าง แต่แสงสะท้อนที่บังของใต้น้ำหรือหลังกระจกไว้ ไม่มีข้อมูลข้างใต้ให้ดึงกลับมาเลย ต้องตัดตั้งแต่ตอนถ่ายเท่านั้น
คืนนี้มาลองเล่นกับแสงสะท้อนกัน
ถ้ามีฟิลเตอร์ CPL อยู่แล้ว ลองเริ่มจากของในบ้านก่อน เปิดจอโน้ตบุ๊กไว้ แล้วมองผ่านฟิลเตอร์พร้อมกับหมุนวงแหวนช้า ๆ จอส่วนใหญ่จะค่อย ๆ มืดลงจนเกือบดำ เราจะเริ่มเห็นแล้วว่าการหมุนเปลี่ยนอะไร

จากนั้นไปที่โต๊ะกินข้าวผิวมันหรือหน้าต่างที่มีแสงไฟสะท้อน ยืนเฉียงสักหน่อย ถ่ายรูปแรกตอนหมุนจนแสงสะท้อนหายมากที่สุด รูปที่สองหมุนกลับจนแสงสะท้อนกลับมาเต็มที่ แล้วเอามาวางเทียบกัน
พรุ่งนี้เช้าถ้าแดดดี ลองทำมือรูปปืนหาแถบฟ้าที่เข้มที่สุด แล้วถ่ายเทียบกับฟ้าฝั่งที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ดู
ถ้าลองแล้วยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยน ให้เช็คก่อนว่ากำลังหันกล้องเข้าหาหรือหันหลังให้ดวงอาทิตย์อยู่หรือเปล่า หรือกำลังถ่ายผิวโลหะอยู่ไหม สองกรณีนี้ CPL แทบไม่มีผลอยู่แล้ว
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ฟิลเตอร์ CPL ทำงานเหมือนแว่นกันแดดโพลาไรซ์ ตัดแสงจ้าบนน้ำ กระจก ใบไม้ และสีรถ ได้ดีเมื่อมองเฉียง แต่ช่วยกับโลหะได้น้อย ฟ้าจะเข้มที่สุดในแถบที่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 90 องศา เลนส์มุมกว้างจึงเห็นฟ้าเข้มไม่เท่ากัน ใส่แล้วแสงหายราว 2 สต็อป ที่แสงน้อยเลยควรถอดออก และไม่ต้องหมุนจนสุดทุกครั้ง หมุนแค่พอดีกับภาพที่เราอยากได้ก็พอ
อ่านต่อ
ถ้าอยากเห็นการเลือกฟิลเตอร์ ND, CPL และ Mist ในงานจริง ลองดูบทเรียนคู่คลิป ใช้ ND, CPL และ Mist ให้ตรงงาน ใครขายของออนไลน์แล้วอยากจัดแสงถ่ายสินค้าให้ครบทั้งชุด แวะอ่าน ถ่ายภาพสินค้า ด้วยมือถือให้ดูขายได้ ได้ ส่วนเรื่องเลนส์มุมกว้างกับเลนส์ระยะอื่น ๆ ต่างกันยังไง ไปต่อได้ที่ ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง และถ้าอยากดูภาพตัวอย่างก่อนและหลังใส่ฟิลเตอร์แบบละเอียด ลองดูบทเรียน Polarizing Filters ของ Cambridge in Colour
