หน้าแรก/บทความ

Media Kit ครีเอเตอร์ทำยังไง ก่อนคุยสปอนเซอร์ครั้งแรก

Media Kit ครีเอเตอร์ทำยังไง ก่อนคุยสปอนเซอร์ครั้งแรก

เคยเป็นไหม ทำช่องมาได้สักพัก วันหนึ่งมีแบรนด์ทักมาในอินบ็อกซ์ว่าสนใจร่วมงาน ขอดู Media Kit หน่อยได้ไหม เรานั่งมองข้อความนั้นอยู่นาน ไม่รู้ว่าต้องส่งอะไรไป จะแคปยอดผู้ติดตามไปรูปเดียวก็ดูน้อยไป จะทำเป็นสไลด์ยาว ๆ ก็ไม่รู้ว่าแบรนด์จะอ่านไหม แล้วต้องตั้งราคาเท่าไรอีก

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเอกสารนี้คืออะไร แบรนด์อยากรู้อะไรจากมัน ควรใส่อะไรบ้าง ตัวเลขแบบไหนที่ตรงไปตรงมาและช่วยเราได้จริง จัดให้จบในหน้าเดียวยังไง และส่งไปยังไงให้เขาอยากคุยต่อ ใช้ได้ทั้งคนทำ YouTube, TikTok, Instagram หรือเพจ Facebook

Media Kit คืออะไร แบรนด์เปิดดูเพื่ออะไร

ลองนึกภาพเรซูเม่ตอนสมัครงาน แต่เขียนให้ช่องของเรา เอกสารนี้บอกแบรนด์สั้น ๆ ว่าเราเป็นใคร ทำคอนเทนต์แบบไหน คนดูของเราเป็นใคร เคยทำงานแบบไหนมาแล้ว และถ้าจะร่วมงานกัน มีรูปแบบไหนให้เลือกบ้าง

คนที่เปิดอ่านฝั่งแบรนด์มักไม่ได้มีเวลามาก บางทีเขากำลังเทียบครีเอเตอร์หลายคนพร้อมกัน สิ่งที่เขาอยากรู้จริง ๆ มีแค่ไม่กี่ข้อ คนดูของเราตรงกับลูกค้าของเขาไหม คอนเทนต์ของเราเข้ากับสินค้าเขาไหม คนดูยังติดตามดูเราอยู่จริงไหม และงบที่เขามีพอจะคุยกันได้หรือเปล่า

ถ้าเอกสารของเราตอบสี่ข้อนี้ได้ภายในหนึ่งนาที ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ครบแล้ว ไม่ต้องสวยหรูเหมือนนิตยสาร

ทีมการตลาดนั่งดูเอกสารบนโต๊ะประชุม
ฝั่งแบรนด์มักต้องเทียบครีเอเตอร์หลายคนในเวลาสั้น ๆ เอกสารที่อ่านจบเร็วจึงช่วยเราได้มาก

ใน Media Kit ควรมีอะไรบ้าง

ลองเริ่มจากหกส่วนนี้ก่อน แล้วค่อยตัดหรือเพิ่มตามงานของเรา

ส่วนแรก ชื่อช่องและประโยคแนะนำตัวหนึ่งถึงสองบรรทัด บอกว่าเราทำคอนเทนต์เรื่องอะไร ให้ใคร เช่น ช่องสอนทำอาหารง่าย ๆ สำหรับคนทำงานที่มีเวลาเย็นละครึ่งชั่วโมง พร้อมรูปหน้าเราหนึ่งรูป

ส่วนที่สอง แพลตฟอร์มที่เราอยู่ พร้อมลิงก์ และตัวเลขหลักของแต่ละที่

ส่วนที่สาม คนดูของเรา อายุ เพศ ประเทศหรือจังหวัด และอุปกรณ์ที่ใช้ดู

ส่วนที่สี่ ผลงานเก่า ถ้าเคยรับงานแล้ว ใส่สองถึงสามชิ้นที่ดีที่สุด ถ้ายังไม่เคย ใส่คลิปที่เราเคยรีวิวหรือพูดถึงสินค้าเอง

ส่วนที่ห้า แพ็กเกจหรือรูปแบบงานที่รับ

ส่วนที่หก ช่องทางติดต่อ อีเมลที่ตอบจริง และเบอร์หรือ LINE ถ้าสะดวก

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

Media Kit หน้าเดียว เรียงตามที่แบรนด์อ่าน

1

เราเป็นใคร

ชื่อช่อง รูปหน้า ประโยคแนะนำตัวสองบรรทัด

2

ตัวเลขหลัก

ยอดวิวกลางต่อคลิป 90 วัน การมีส่วนร่วม ใส่วันที่กำกับ

3

คนดูของเรา

อายุ เพศ พื้นที่ อุปกรณ์ พร้อมภาพหน้าจอ 2 ถึง 3 ภาพ

4

ผลงานเก่า

2 ถึง 3 ชิ้นพร้อมลิงก์ ยังไม่เคยรับงานใช้คลิปรีวิวของเราเอง

5

แพ็กเกจ

สิ่งที่ส่งมอบจริง และราคาเริ่มต้นถ้าสะดวกใส่

6

ติดต่อ

อีเมลที่ตอบจริง LINE หรือเบอร์

แบรนด์อยากรู้แค่สี่เรื่อง คนดูตรงกลุ่มไหม คอนเทนต์เข้ากับสินค้าไหม คนยังดูอยู่จริงไหม และงบคุยกันได้ไหม

ตัวเลขคนดูแบบไหนที่แบรนด์อยากเห็น?

ตัวเลขที่ทุกคนอยากใส่ก่อนคือยอดผู้ติดตาม แต่แบรนด์หลายเจ้ารู้ดีว่ายอดนี้บอกได้แค่ว่าเคยมีคนกดติดตาม ไม่ได้บอกว่าตอนนี้ยังดูอยู่ไหม

ตัวเลขที่ช่วยเราได้มากกว่าคือยอดวิวต่อคลิปในช่วงหลัง ลองใช้ค่ากลางของคลิปในช่วง 90 วันล่าสุด คือเรียงยอดวิวจากน้อยไปมาก แล้วเอาคลิปที่อยู่ตรงกลาง วิธีนี้กันไม่ให้คลิปไวรัลคลิปเดียวทำให้ตัวเลขดูสูงเกินจริง แบรนด์จะเห็นว่าถ้าจ้างเราหนึ่งคลิป น่าจะได้คนดูราวเท่าไร

ตัวเลขที่สองคือการมีส่วนร่วม เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ เทียบกับยอดวิว คนทำการตลาดเรียกว่า Engagement Rate ถ้าคลิปมีคนดู 10,000 ครั้ง แล้วมีไลก์กับคอมเมนต์รวม 500 ก็เท่ากับร้อยละ 5 ตัวเลขนี้บอกว่าคนดูของเราไม่ได้แค่เลื่อนผ่าน

ตัวเลขที่สามคือหน้าตาของคนดู ฝั่ง YouTube เปิดได้ในแท็บผู้ชมของ YouTube Analytics ที่มีรายงานอายุและเพศ ภูมิศาสตร์ อุปกรณ์ที่ใช้ดู และช่วงเวลาที่คนดูของเราออนไลน์ รวมถึงจำนวนผู้ชมรายเดือนที่แบ่งเป็นคนดูใหม่ คนดูเป็นครั้งคราว และคนดูประจำ ส่วน Instagram และ TikTok ก็มีหน้าสถิติให้ดูข้อมูลผู้ติดตามได้คล้ายกัน ลองเปิดดูในแอปของแต่ละที่

หน้าจอแล็ปท็อปแสดงกราฟสถิติ ข้อมูลแบบนี้ใช้ทำ Media Kit
ตัวเลขคนดูที่แบรนด์อยากเห็นมักอยู่ในหน้าสถิติของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ลองเปิดดูช่วง 90 วันล่าสุดก่อน

ตัวเลขใน Media Kit ต้องตรงไปตรงมา

ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด แบรนด์ที่จ้างครีเอเตอร์บ่อย ๆ มักขอดูภาพหน้าจอสถิติจริง บางเจ้าขอให้แชร์หน้าจอสด ๆ ตอนคุยงานด้วย ถ้าตัวเลขในเอกสารกับในหน้าจอไม่ตรงกัน ความเชื่อใจหายตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน

ลองใส่วันที่กำกับทุกตัวเลข เช่น ยอดวิวกลางต่อคลิป 90 วันล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม แบบนี้แบรนด์รู้ว่าเราไม่ได้เลือกช่วงที่ดีที่สุดมาโชว์ และเราก็อัปเดตง่ายด้วย

ถ้าช่องยังเล็ก ไม่ต้องกลัว ตัวเลขเล็กแต่คนดูตรงกลุ่มมีค่ากับแบรนด์เฉพาะทางมาก เช่น ช่องรีวิวอุปกรณ์ตกปลาที่มีคนดูหลักพัน แต่คอมเมนต์ถามรุ่นกันทุกคลิป สำหรับร้านอุปกรณ์ตกปลาก็น่าสนใจกว่าช่องบันเทิงทั่วไปที่ยอดสูงแต่คนดูไม่ใช่ลูกค้า

และอย่าซื้อยอด ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดตาม วิว หรือไลก์ เพราะยอดที่ซื้อมามักทำให้ Engagement Rate ต่ำลงจนแบรนด์ดูออกได้ และยังผิดกฎของแพลตฟอร์มด้วย

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเลขไหนควรใส่ ลองใส่แค่ตัวที่เรากล้าแชร์หน้าจอให้แบรนด์ดูสด ๆ ได้

ภาพหน้าจอสถิติ เลือกยังไง

ภาพหน้าจอช่วยให้ตัวเลขน่าเชื่อขึ้นมาก แต่ใส่เยอะเกินจะรก ลองเลือกแค่สองถึงสามภาพ ภาพแรกคือภาพรวมช่องช่วง 90 วัน ภาพที่สองคืออายุและเพศของคนดู ภาพที่สามคือประเทศหรือพื้นที่ ถ้าเห็นว่าคนดูเกือบทั้งหมดอยู่ในไทย แบรนด์ไทยจะสบายใจขึ้น

ก่อนแคป ลองตั้งภาษาและช่วงวันที่ให้ตรงกันทุกภาพ แล้วครอปให้เหลือแค่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่เป็นรายได้จากโฆษณาของเรา ไม่ต้องใส่ เพราะไม่เกี่ยวกับงานที่จะคุยกัน

มือที่ถือมือถือเปิดหน้าสถิติโซเชียลมีเดีย
ภาพหน้าจอสถิติสองถึงสามภาพที่ครอปให้เห็นเฉพาะส่วนสำคัญ ช่วยให้ตัวเลขในเอกสารน่าเชื่อขึ้น

เขียนแพ็กเกจให้แบรนด์เลือกง่าย

แพ็กเกจคือการบอกว่าเรารับงานแบบไหนได้บ้าง เขียนจากสิ่งที่ส่งมอบจริง ไม่ใช่ชื่อเก๋ ๆ อย่างเดียว ลองเริ่มจากสามแบบ

แบบแรก คลิปเฉพาะสินค้านั้นทั้งคลิป แบบที่สอง พูดถึงสินค้าช่วงหนึ่งในคลิปปกติของเรา แบบที่สาม โพสต์หรือคลิปสั้นบนโซเชียล แต่ละแบบให้เขียนว่าได้อะไรบ้าง ความยาวประมาณเท่าไร แก้ได้กี่รอบ ลิงก์อยู่ในคำอธิบายนานแค่ไหน และแบรนด์เอาคลิปไปใช้ต่อได้ไหม

เรื่องราคา บางคนใส่ราคาเริ่มต้นในเอกสาร บางคนเขียนว่าราคาขึ้นกับรายละเอียดงาน ทั้งสองแบบใช้ได้ ถ้าใส่ ให้ใส่เป็นราคาเริ่มต้นและบอกว่ารวมอะไรบ้าง แบรนด์จะได้รู้ตั้งแต่แรกว่างบอยู่ในช่วงเดียวกันไหม

อีกเรื่องที่ควรเขียนไว้เลยคือการบอกคนดูว่าเป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทน บน YouTube ตอนอัปโหลดจะมีตัวเลือกโปรโมชันแบบชำระเงิน ถ้าเลือก แพลตฟอร์มจะขึ้นป้ายบอกคนดูตอนต้นคลิปให้เอง การเขียนไว้ใน Media Kit ว่าเราติดป้ายทุกครั้ง บอกแบรนด์ว่าเราทำงานแบบตรงไปตรงมา

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

แพ็กเกจสามแบบ เขียนจากของที่ส่งมอบจริง

คลิปเฉพาะสินค้า

ทั้งคลิปพูดถึงสินค้านั้น

ความยาวประมาณ

แก้ได้กี่รอบ

ลิงก์ในคำอธิบายนานแค่ไหน

พูดถึงในคลิปปกติ

ช่วงหนึ่งในคลิปของเรา

ช่วงนั้นยาวกี่วินาที

วางตรงไหนของคลิป

ลิงก์และโค้ดส่วนลด

โพสต์หรือคลิปสั้น

บนโซเชียลของเรา

กี่โพสต์ แพลตฟอร์มไหน

ลงวันไหน

แบรนด์เอาไปใช้ต่อได้ไหม

ทุกแบบบอกไว้เลยว่า ติดป้ายบอกคนดูว่าเป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทน ทุกครั้ง

จัดทุกอย่างให้จบในหน้าเดียว

ทำไมต้องหน้าเดียว? เพราะคนฝั่งแบรนด์หลายคนเปิดดูบนมือถือ ระหว่างเดินทางหรือระหว่างประชุม หน้าเดียวเลื่อนดูจบได้ในไม่กี่วินาที

ลองวางแบบนี้ดู ด้านบนเป็นชื่อช่อง รูปเรา และประโยคแนะนำตัว แถวถัดมาเป็นตัวเลขหลักสามถึงสี่ตัว ตัวใหญ่อ่านง่าย ตรงกลางเป็นข้อมูลคนดูกับภาพหน้าจอ ถัดลงมาเป็นผลงานเก่าพร้อมลิงก์ แล้วปิดด้วยแพ็กเกจกับช่องทางติดต่อ

ใช้ฟอนต์อ่านง่ายหนึ่งถึงสองแบบ สีตามโทนของช่อง ทำใน Canva, Google Slides หรือโปรแกรมที่ถนัดก็ได้ แล้วเซฟเป็น PDF ตั้งชื่อไฟล์ให้แบรนด์หาเจอ เช่น ชื่อช่อง-MediaKit-ตุลาคม2026.pdf

คนกำลังจัดหน้าเอกสารบนแล็ปท็อปที่โต๊ะทำงาน
เอกสารหน้าเดียวทำได้ในโปรแกรมที่เราถนัด สิ่งสำคัญคืออ่านจบได้บนมือถือ

ส่งให้แบรนด์ยังไงให้อยากคุยต่อ

ไฟล์ดีแค่ไหน ถ้าส่งไปลอย ๆ ก็มักเงียบ ลองเขียนอีเมลหรือข้อความสั้น ๆ สามถึงห้าบรรทัดแนบไปด้วย บอกว่าเราเป็นใคร ทำไมคิดว่าสินค้าเขาเข้ากับคนดูเรา และเสนอไอเดียคลิปหนึ่งเรื่องที่คิดมาให้เขาโดยเฉพาะ

แนบไฟล์ PDF และใส่ลิงก์สำรองที่เปิดดูได้เลยด้วย บางบริษัทไม่เปิดไฟล์แนบจากคนที่ไม่รู้จัก ถ้าผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ยังเงียบ ทักไปถามอีกครั้งหนึ่งอย่างสุภาพก็พอ ไม่ต้องตามทุกวัน

และอย่าลืมอัปเดตเอกสารทุกสองถึงสามเดือน ตัวเลขเก่าเกินครึ่งปีทำให้แบรนด์สงสัยว่าช่องยังเคลื่อนไหวอยู่ไหม

ชายหนุ่มนั่งพิมพ์อีเมลบนแล็ปท็อปในร้านกาแฟ
ข้อความสั้น ๆ ที่แนบไปกับไฟล์ ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าเราตั้งใจคุยกับเขาจริง ไม่ได้ส่งแบบเดียวกันให้ทุกเจ้า

ความเข้าใจผิดเรื่อง Media Kit ที่พบบ่อย

เรื่องแรก ต้องมีผู้ติดตามเยอะก่อนถึงจะทำได้ จริง ๆ เริ่มทำได้ตั้งแต่ช่องเล็ก เพราะแบรนด์เล็กและแบรนด์เฉพาะทางก็มองหาครีเอเตอร์ที่คนดูตรงกลุ่ม

เรื่องที่สอง ยิ่งยาวยิ่งดูมืออาชีพ ส่วนใหญ่กลับตรงข้าม เอกสารยาวหลายหน้าทำให้ข้อมูลสำคัญจมหายไป

เรื่องที่สาม ทำครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ตัวเลขช่องเปลี่ยนทุกเดือน เอกสารก็ต้องเปลี่ยนตาม

คืนนี้มาลองทำฉบับแรกกัน

เปิด YouTube Analytics หรือหน้าสถิติของแพลตฟอร์มที่เราใช้ ตั้งช่วงเป็น 90 วันล่าสุด แล้วจดตัวเลขสามตัว ยอดวิวกลางต่อคลิป Engagement Rate และกลุ่มอายุที่ดูเรามากที่สุด

จากนั้นเปิดเอกสารเปล่าหนึ่งหน้า เขียนประโยคแนะนำตัวสองบรรทัด ใส่ตัวเลขสามตัวนั้น เลือกคลิปที่ดีที่สุดสองคลิปที่เกี่ยวกับสินค้า แล้วลองเขียนแพ็กเกจแบบแรกหนึ่งแบบ ยังไม่ต้องสวย เอาให้ครบก่อน

ถ้าทำแล้วยังไม่มั่นใจ ลองส่งให้เพื่อนที่ไม่รู้จักช่องเราอ่านดูหนึ่งนาที แล้วถามว่าเขาเข้าใจไหมว่าเราทำอะไร คนดูเราเป็นใคร ถ้าตอบไม่ได้ ลองตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

Media Kit คือเรซูเม่หน้าเดียวของช่อง ตอบให้แบรนด์รู้ว่าคนดูเราเป็นใคร ยังดูเราอยู่จริงไหม เคยทำงานแบบไหน และร่วมงานกันได้แบบไหน ใช้ยอดวิวกลางช่วงหลังกับการมีส่วนร่วม แทนยอดผู้ติดตามอย่างเดียว ใส่วันที่กำกับตัวเลขทุกตัว ภาพหน้าจอสองถึงสามภาพพอ เขียนแพ็กเกจจากสิ่งที่ส่งมอบจริง และแนบข้อความสั้น ๆ ที่มีไอเดียสำหรับแบรนด์นั้นทุกครั้งที่ส่ง

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่คุ้นกับหน้าสถิติ ลองอ่าน YouTube Analytics ดูตัวเลขไหนก่อน ใครอยากรู้ว่าแบรนด์คิดยังไงเวลาเลือกครีเอเตอร์ แวะอ่าน Micro Influencer หรือคนดัง แบรนด์เล็กควรเลือกแบบไหน ถ้าได้งานแล้วอยากทำคลิปรีวิวให้น่าดู ลองดูบทเรียนคู่คลิป ทำคอนเทนต์รีวิวให้น่าสนใจและเล่าเรื่องสินค้า ส่วนรายละเอียดรายงานแต่ละตัวในแท็บผู้ชม ดูได้ที่ หน้าช่วยเหลือของ YouTube เรื่องผู้ชม

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด