
ทำคลิปมาสักพักด้วยเลนส์ที่ติดมากับกล้อง แล้วเริ่มรู้สึกว่าภาพยังไม่สวยอย่างที่อยากได้ ห้องมืดนิดเดียวภาพก็เริ่มมีเม็ด ฉากหลังก็ชัดไปหมดจนดูรก พอเริ่มหาเลนส์ตัวใหม่ ก็เจอสองทางที่คนแนะนำกันบ่อย ทางแรกคือ เลนส์ซูม f/2.8 ที่ใช้ได้หลายงาน อีกทางคือเลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าหน้าชัดหลังเบลอสวยมาก แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา?
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าสองแบบนี้ต่างกันตรงไหน ทั้งเรื่องความยืดหยุ่น ปริมาณแสง ฉากหลังเบลอ ขนาดและน้ำหนัก และเรื่องที่ตารางสเปกไม่เคยบอก คือเวลาที่เราเสียไประหว่างถ่าย โดยใช้เลนส์ SIGMA รุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้เป็นตัวอย่าง บทความนี้ไม่ได้จัดอันดับว่าตัวไหนดีที่สุด แต่อยากให้เลือกได้เองจากงานของเรา
เลนส์ซูม กับเลนส์ฟิกซ์ ต่างกันตรงไหน
เลนส์ซูมคือเลนส์ที่หมุนเปลี่ยนมุมภาพได้ เช่น 28-70mm หมุนไปฝั่ง 28 ก็เห็นกว้าง หมุนไปฝั่ง 70 ก็เห็นแคบลงเหมือนเดินเข้าไปใกล้ ส่วนเลนส์ฟิกซ์หรือที่บางคนเรียกว่าเลนส์ไพร์ม มีมุมภาพเดียว เช่น 35mm อยากได้ภาพแคบลงก็ต้องเดินเข้าไปเอง
ตัวเลข f/2.8 หรือ f/1.4 คือรูรับแสงที่กว้างที่สุดของเลนส์ เลขยิ่งน้อย รูยิ่งกว้าง แสงก็เข้าได้มากขึ้น เลนส์ซูมที่เขียนว่า f/2.8 ตัวเดียวแบบนี้ แปลว่าเปิดได้ f/2.8 ตลอดช่วงซูม ไม่ใช่เปิดกว้างได้แค่ฝั่งมุมกว้าง แล้วพอซูมไปแล้วแคบลงเหมือนเลนส์คิตทั่วไป
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเลข 28, 35 หรือ 70mm เห็นภาพต่างกันแค่ไหน ลองอ่านเรื่อง ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ประกอบด้วยก่อน จะเข้าใจส่วนที่เหลือของบทความนี้ง่ายขึ้นมาก
CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA
เลนส์ซูม f/2.8 กับเลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ได้อะไร เสียอะไร
เลนส์ซูม f/2.8
เช่น 28-70mm F2.8 · 18-50mm F2.8
มุมภาพ หมุนเปลี่ยนได้ ไม่ต้องเดิน
แสง f/2.8 ตลอดช่วงซูม
ฉากหลัง เบลอได้มากที่ฝั่งซูม ถ้าคนห่างผนัง
เวลา ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ระหว่างวัน
เลนส์ฟิกซ์ f/1.4
เช่น 35mm F1.4 · 23mm F1.4
มุมภาพ มุมเดียว ต้องเดินเข้าออกเอง
แสง มากกว่า f/2.8 สองสต็อป ราวสี่เท่า
ฉากหลัง นุ่มได้แม้ในมุมกว้าง ระยะชัดบางมาก
เวลา ตัดสินใจเร็ว แต่ถ้ามีหลายตัวต้องเปลี่ยนบ่อย
น้ำหนักจากหน้าทางการของ SIGMA รุ่น L-Mount · ความเบลอของฉากหลังขึ้นกับรูรับแสง ทางยาวโฟกัส และระยะห่างพร้อมกัน
เลนส์ซูม f/2.8 ได้ความยืดหยุ่น หนึ่งตัวถ่ายได้เกือบทั้งวัน
ลองนึกภาพวันที่ต้องถ่ายคลิปรีวิวร้านกาแฟ เริ่มจากมุมกว้างให้เห็นทั้งร้าน แล้วต่อด้วยภาพแก้วกาแฟใกล้ ๆ บนโต๊ะ ตามด้วยช่วงที่เราพูดหน้ากล้อง ถ้าใช้เลนส์ซูม ทั้งหมดนี้แค่หมุนวงแหวน ไม่ต้องเปิดกระเป๋าเลย
ตัวอย่างฝั่ง Full Frame คือ SIGMA 28-70mm F2.8 DG DN | Contemporary ที่ SIGMA ตั้งใจทำให้เล็กและเบาสำหรับใช้ทุกวัน หนักราว 470 กรัม มีให้เลือกทั้ง L-Mount และ Sony E-mount อีกเรื่องที่ครีเอเตอร์น่าจะชอบคือโฟกัสได้ใกล้สุดราว 19 เซนติเมตรที่ฝั่งมุมกว้าง วางของบนโต๊ะแล้วยกกล้องเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ ได้สบาย

ถ้าใช้กล้อง APS-C ซึ่งเซนเซอร์เล็กกว่า ตัวที่เทียบกันได้คือ SIGMA 18-50mm F2.8 DC DN | Contemporary ที่ให้มุมภาพเทียบเท่าราว 27 ถึง 75mm บน Full Frame หนักราว 290 กรัม มีทั้ง L-Mount, Canon RF, Fujifilm X และ Sony E แถมโฟกัสใกล้สุดได้ราว 12 เซนติเมตรที่ฝั่งกว้าง เรื่องเซนเซอร์สองขนาดนี้ต่างกันยังไง อ่านต่อได้ที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43
ถ้างานของเราเปลี่ยนฉากบ่อย ถ่ายคนเดียว และไม่อยากพกเลนส์หลายตัว ลองเริ่มจากเลนส์ซูม f/2.8 ดูก่อน
เลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ได้แสงเพิ่มขึ้นมาก แต่ต้องเดินเอง
จาก f/2.8 ไป f/1.4 ดูเหมือนตัวเลขห่างกันนิดเดียว แต่จริง ๆ ต่างกันสองสต็อป แปลว่าแสงเข้ามากกว่ากันราวสี่เท่า
สี่เท่าแปลว่าอะไรกับงานของเรา? ลองนึกถึงห้องนอนตอนกลางคืนที่เปิดแค่ไฟเพดาน ถ้าเลนส์ f/2.8 ต้องดัน ISO ไปที่ 3200 ภาพถึงจะสว่างพอ ถ้าเปลี่ยนเป็น f/1.4 ที่ความเร็วชัตเตอร์เท่าเดิม ISO ลงมาเหลือราว 800 ได้ ภาพก็จะเนียนขึ้น เม็ดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ใครยังงงเรื่อง ISO ชัตเตอร์ และรูรับแสง ลองแวะอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง ก่อนได้

ตัวอย่างฝั่ง Full Frame คือ SIGMA 35mm F1.4 DG DN | Art มีทั้ง L-Mount และ Sony E-mount ตัวนี้มีวงแหวนรูรับแสงบนตัวเลนส์ที่ปิดเสียงคลิกได้ หมุนปรับระหว่างถ่ายวิดีโอได้นุ่ม ๆ ไม่มีเสียงดังติดเข้าไปในคลิป ฝั่ง APS-C มีอย่าง SIGMA 23mm F1.4 DC DN | Contemporary ที่ให้มุมภาพเทียบเท่าราว 35mm มีทั้ง L-Mount, Canon RF, Fujifilm X และ Sony E
สิ่งที่ต้องแลกคือมุมภาพมีมุมเดียว อยากได้ภาพแคบลงต้องเดินเข้าไป อยากได้กว้างขึ้นต้องถอยออกมา ซึ่งในห้องเล็ก ๆ บางทีก็ถอยไม่ได้แล้ว
เลนส์ซูม กับเลนส์ฟิกซ์ ใครทำฉากหลังเบลอได้มากกว่า?
หลายคนคิดว่าอยากได้หน้าชัดหลังเบลอต้องใช้ f/1.4 อย่างเดียว จริง ๆ ความเบลอของฉากหลังขึ้นกับสามเรื่องพร้อมกัน คือรูรับแสง ทางยาวโฟกัส และระยะห่าง ระยะห่างตรงนี้มีสองแบบ คือระยะจากกล้องถึงคน กับระยะจากคนถึงฉากหลัง
เลนส์ซูม 28-70mm ที่ซูมไปสุด 70mm เปิด f/2.8 แล้วให้คนยืนห่างจากผนังสักสองสามเมตร ฉากหลังก็ละลายได้มากแล้ว ส่วนเลนส์ 35mm f/1.4 ถ้าคนยืนชิดผนัง ฉากหลังก็ยังเห็นรายละเอียดอยู่ดี ฝั่ง f/1.4 จะได้เปรียบชัดตอนที่ใช้มุมกว้างกว่าและอยากเห็นทั้งตัวคนและบรรยากาศรอบ ๆ แต่ฉากหลังยังนุ่ม
อีกเรื่องที่คนทำวิดีโอควรรู้ไว้ ที่ f/1.4 ระยะชัดจะบางมาก ถ้าเราพูดหน้ากล้องแล้วโยกตัวไปมา โฟกัสอาจหลุดจากตาไปที่หูได้ หลายคนเลยถ่ายพูดหน้ากล้องที่ราว f/2 ถึง f/2.8 แม้เลนส์จะเปิดได้กว้างกว่านั้น
ถ้าอยากได้ฉากหลังเบลอแต่ห้องไม่กว้าง ลองดึงคนออกห่างจากผนังให้มากที่สุดก่อน แล้วค่อยดูว่ายังต้องการรูรับแสงที่กว้างขึ้นไหม

เลนส์ฟิกซ์ ต้องเล็กกว่า เลนส์ซูม เสมอหรือเปล่า?
หลายคนเข้าใจว่าเลนส์ฟิกซ์ต้องเล็กและเบากว่าเลนส์ซูมเสมอ ถ้าเป็นเลนส์ฟิกซ์รูรับแสงกลาง ๆ ส่วนใหญ่ก็จริง แต่พอเป็น f/1.4 ที่เน้นคุณภาพสูง ตัวเลนส์ต้องใหญ่ขึ้นเพื่อรับแสงมากขึ้น ตัวเลขจากหน้าทางการของ SIGMA เลยออกมาน่าสนใจ
SIGMA 35mm F1.4 DG DN | Art หนักราว 645 กรัม ส่วน 28-70mm F2.8 DG DN | Contemporary หนักราว 470 กรัม แปลว่าเลนส์ซูมตัวนี้เบากว่าเลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ตัวนี้ราว 175 กรัม ส่วนรุ่นใหม่ 35mm F1.4 DG II | Art ที่ SIGMA วางขายเมื่อเมษายน 2026 เบาลงเหลือราว 530 กรัม แต่ก็ยังหนักกว่าเลนส์ซูมตัวนี้อยู่ดี ฝั่ง APS-C ก็คล้ายกัน 18-50mm F2.8 หนักราว 290 กรัม ส่วน 23mm F1.4 หนักราว 340 กรัม

ก่อนตัดสินใจ ลองเช็คน้ำหนักจากหน้าทางการของเลนส์ทั้งสองตัวดู โดยเฉพาะถ้าจะถือกล้องด้วยมือหรือใช้กับกิมบอลนาน ๆ
เวลาที่เสียไป เรื่องที่ตารางสเปกไม่เคยบอก
มีอีกเรื่องที่คนทำคอนเทนต์คนเดียวมักลืมคิด คือเวลา ถ้ามีเลนส์ฟิกซ์สองตัว เช่น ตัวหนึ่งไว้ถ่ายกว้าง อีกตัวไว้ถ่ายใกล้ ทุกครั้งที่เปลี่ยนต้องปิดกล้อง หมุนถอดเลนส์ เก็บฝา ใส่ตัวใหม่ แล้วเช็คโฟกัสอีกรอบ ครั้งละไม่ถึงนาทีก็จริง แต่ทั้งวันอาจเป็นสิบครั้ง และบางช็อต เช่น คนในงานหัวเราะพอดี ก็ไม่รอเรา
การเปลี่ยนเลนส์บ่อย ๆ ยังเปิดโอกาสให้ฝุ่นเข้าไปเกาะเซนเซอร์ด้วย โดยเฉพาะตอนถ่ายข้างนอกที่ลมแรง
แต่ฝั่งเลนส์ฟิกซ์ก็มีเวลาที่ได้คืนมาเหมือนกัน เพราะมีมุมเดียว เราไม่ต้องลังเลว่าจะซูมไปเท่าไร ตัดสินใจง่ายขึ้น และภาพทั้งคลิปก็ออกมาเป็นมุมเดียวกัน ดูต่อเนื่อง หลายคนพบว่าการบังคับตัวเองให้เดินเข้าออก ทำให้คิดเรื่ององค์ประกอบภาพมากขึ้นด้วย
CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA
เริ่มจากงานส่วนใหญ่ของเรา แล้วค่อยเลือกเลนส์
วล็อกเดินถ่าย
เลนส์ซูม f/2.8
ฉากเปลี่ยนตลอด ไม่มีเวลาหยุดเปลี่ยนเลนส์
รีวิวสินค้า อีเวนต์
เลนส์ซูม f/2.8
สลับภาพกว้างกับภาพใกล้บ่อย โฟกัสใกล้ช่วยถ่ายของบนโต๊ะ
พูดหน้ากล้องในห้องเดิม
เลนส์ฟิกซ์ f/1.4
ตั้งกล้องจุดเดิม ได้แสงเพิ่มและฉากหลังนุ่ม
ถ่ายในที่แสงน้อยบ่อย
เลนส์ฟิกซ์ f/1.4
แสงมากขึ้นราวสี่เท่า ISO ลดลงได้ ภาพเนียนขึ้น
ยังไม่แน่ใจ
นับจากคลิปล่าสุด
ดูว่าคลิปส่วนใหญ่ต้องการหลายมุม หรือมุมเดียวทั้งคลิป
เลือกเลนส์ซูม หรือเลนส์ฟิกซ์ จากงานของเรา
ลองไล่ดูว่างานส่วนใหญ่ของเราเป็นแบบไหน ถ้าเป็นวล็อกเดินถ่าย ถ่ายงานอีเวนต์ หรือรีวิวสินค้าที่ต้องสลับระหว่างภาพกว้างกับภาพใกล้ เลนส์ซูม f/2.8 ช่วยให้ทำงานคนเดียวได้คล่องกว่า
ถ้าส่วนใหญ่เป็นการนั่งพูดหน้ากล้องในห้องเดิม ตั้งกล้องไว้จุดเดิมทุกครั้ง หรือถ่ายในที่แสงน้อยบ่อย ๆ เช่น ร้านอาหารตอนกลางคืนหรือห้องที่เปิดแค่โคมไฟ เลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ให้แสงและบรรยากาศที่เลนส์ซูม f/2.8 ทำได้ยากกว่า
ถ้ายังตอบไม่ได้ ลองเปิดคลิปของเราสิบคลิปล่าสุด แล้วนับดูว่าคลิปไหนต้องการหลายมุมภาพ คลิปไหนถ่ายมุมเดียวทั้งคลิป คำตอบมักชัดขึ้นเองจากตรงนั้น
ใครใช้กล้อง Panasonic Lumix อยู่ เลนส์ SIGMA ที่ยกตัวอย่างมามีเมาท์ L-Mount ซึ่งเป็นเมาท์เดียวกัน แต่ Lumix S9 เป็นกล้อง Full Frame ตัวที่ใช้ได้เต็มเซนเซอร์คือ 28-70mm กับ 35mm ส่วนตัว APS-C จะถูกใช้แบบครอปภาพ ลองดูการตั้งค่ากล้องให้พร้อมถ่ายวิดีโอก่อนได้ในบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยเรื่อง เลนส์ซูม กับเลนส์ฟิกซ์
เรื่องแรก เลนส์ซูมภาพไม่คมเท่าเลนส์ฟิกซ์ สมัยก่อนอาจต่างกันชัด แต่เลนส์ซูม f/2.8 รุ่นใหม่ ๆ ออกแบบมาให้คมมากแล้ว สำหรับคลิปที่ดูบนมือถือ ความต่างเรื่องความคมมักเห็นยากกว่าเรื่องแสง ฉากหลัง และการจัดไฟ
เรื่องที่สอง ต้องเปิด f/1.4 ตลอดถึงจะคุ้ม จริง ๆ เลนส์ f/1.4 ใช้ที่ f/2 หรือ f/2.8 ก็ได้ ข้อดีคือเรามีแสงสำรองไว้ใช้ตอนที่ต้องการ ไม่ได้บังคับว่าต้องเปิดกว้างสุดทุกช็อต
เรื่องที่สาม มีเลนส์ดีแล้วภาพจะสวยเอง เลนส์ช่วยได้มาก แต่ถ้าแสงในห้องแบนและฉากหลังรก เลนส์ตัวไหนก็ช่วยได้ไม่หมด ลองจัดแสงกับจัดฉากไปพร้อมกันด้วย
คืนนี้ลองทดสอบกับเลนส์ที่มีอยู่ดู
ถ้าตอนนี้มีเลนส์คิตที่ติดมากับกล้อง ลองทำแบบนี้ดู ตั้งกล้องในห้องที่ใช้ถ่ายประจำ ถ่ายตัวเองหรือของสักชิ้นที่ระยะมุมกว้างสุด แล้วถ่ายอีกครั้งที่ระยะซูมสุด ดูว่าเราใช้ระยะไหนบ่อยกว่า และห้องของเราพอให้ถอยไกลแค่ไหน
จากนั้นลองปิดไฟให้เหลือแค่ไฟที่ใช้ตอนถ่ายจริง แล้วจดดูว่ากล้องต้องดัน ISO ขึ้นไปเท่าไรภาพถึงจะพอดี ถ้าตัวเลขสูงจนภาพมีเม็ดชัด นั่นคือสัญญาณว่าแสงสำรองของ f/1.4 จะช่วยเราได้มาก
ถ้าลองแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ลองยืมหรือเช่าเลนส์ทั้งสองแบบมาถ่ายงานจริงของเราสักวันดู จะรู้เร็วที่สุดว่าแบบไหนเข้ากับวิธีทำงานของเรา
CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA
ทดสอบกับเลนส์คิตก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
1 ถ่ายสองระยะ
กว้างสุด กับ ซูมสุด
ตั้งกล้องในห้องที่ถ่ายประจำ ดูว่าเราใช้ระยะไหนบ่อยกว่า และห้องพอให้ถอยไกลแค่ไหน
2 ปิดไฟให้เหมือนตอนถ่ายจริง
จดค่า ISO ที่กล้องต้องใช้
ถ้า ISO สูงจนภาพมีเม็ดชัด แสงสำรองของ f/1.4 จะช่วยได้มาก
3 ยังเลือกไม่ได้
ยืมหรือเช่ามาลองหนึ่งวัน
ถ่ายงานจริงของเราทั้งสองแบบ จะรู้เร็วที่สุดว่าแบบไหนเข้ากับวิธีทำงาน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
เลนส์ซูม f/2.8 ให้ความยืดหยุ่น หนึ่งตัวถ่ายได้หลายฉากโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ ส่วนเลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ให้แสงมากกว่าราวสี่เท่าและฉากหลังนุ่มกว่าในมุมกว้าง แต่ต้องเดินเอง ความเบลอของฉากหลังขึ้นกับระยะห่างพอ ๆ กับรูรับแสง และเลนส์ฟิกซ์ f/1.4 ไม่ได้เบากว่าเลนส์ซูมเสมอไป ลองเลือกจากงานส่วนใหญ่ของเรา ไม่ใช่จากตัวเลขบนกล่อง
อ่านต่อ
ถ้าอยากเข้าใจว่าแต่ละระยะเลนส์เห็นภาพต่างกันยังไง ลองอ่าน ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง ถ้ายังลังเลว่าควรซื้ออะไรก่อน ลองอ่าน กล้องแพง ไม่ใช่ของชิ้นแรกที่ต้องซื้อ ส่วนรายละเอียดของเลนส์ที่ยกตัวอย่าง ดูได้จากหน้าทางการของ SIGMA เช่น 28-70mm F2.8 DG DN | Contemporary และ 35mm F1.4 DG DN | Art
CreatorSchoolThailand ทำงานร่วมกับ SIGMA Thailand ในบางโปรเจกต์ บทความนี้ไม่ได้รับค่าตอบแทน
