
ซื้อ แฟลช มาตัวแรก ใส่บนหัวกล้อง กดถ่ายหนึ่งที หน้าเพื่อนออกมาขาววาว ตาหยี เงาดำติดผนังด้านหลังเป็นเส้นหนา ส่วนฉากหลังกลับมืดตื้อ หลายคนเลยเก็บแฟลชเข้ากล่อง แล้วกลับไปดัน ISO แทน
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าทำไมยิงตรง ๆ แล้วภาพแข็ง ลองบาวซ์เพดานแบบง่ายที่สุด เลือก TTL หรือแมนนวลยังไง High-Speed Sync คืออะไร และใช้แฟลชตัวเดียวถ่ายสินค้ากับงานอีเวนต์ยังไง หลักทั้งหมดนี้ใช้ได้กับแฟลชทุกยี่ห้อ
ทำไมยิง แฟลช ตรง ๆ แล้วหน้าแบน เงาดำ?
หัวแฟลชมีขนาดแค่ฝ่ามือ พอยิงจากระยะสองสามเมตร สำหรับหน้าคน มันก็คือจุดแสงเล็ก ๆ จุดเดียว แสงแบบนี้เรียกว่าแสงแข็ง ขอบเงาจะคม และผิวที่มันนิดเดียวก็สะท้อนเป็นจุดวาว
อีกเรื่องคือทิศของแสง แฟลชอยู่ตรงแนวเดียวกับเลนส์ แสงเลยตกลงบนหน้าตรง ๆ ไม่มีเงาด้านข้างช่วยให้เห็นรูปหน้า ภาพเลยดูแบน
และเรื่องสุดท้ายที่ทำให้ฉากหลังมืด คือแสงแฟลชอ่อนลงเร็วมากตามระยะ ระยะไกลขึ้นเป็นสองเท่า แสงที่ไปถึงจะเหลือแค่ราวหนึ่งในสี่ ตั้งค่าให้หน้าคนที่ยืนห่างสองเมตรพอดีแล้ว ผนังที่ห่างสี่เมตรก็จะมืดลงราวสองสต็อป

แสงนุ่มมาจากแหล่งแสงที่ใหญ่ขึ้น
ลองนึกถึงวันฟ้าครึ้ม ทั้งท้องฟ้ากลายเป็นแผ่นแสงใหญ่ เงาใต้คางจะนุ่ม ๆ ต่างจากแดดเที่ยงที่เป็นจุดแสงเล็ก เงาเลยคม
หลักเดียวกันนี้ใช้กับแฟลชได้เลย ยิ่งแหล่งแสงใหญ่เมื่อเทียบกับตัวแบบ และยิ่งอยู่ใกล้ตัวแบบ แสงก็ยิ่งนุ่ม เราแค่ต้องทำให้แสงจากหัวเล็ก ๆ ไปกระทบพื้นผิวที่ใหญ่กว่าก่อนจะถึงหน้าคน
วิธีที่ถูกที่สุดคือใช้สิ่งที่อยู่ในห้องอยู่แล้ว เช่น เพดานสีขาว ผนังสีขาว หรือแผ่นโฟมบอร์ดสีขาวสักแผ่น
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
แสงนุ่มหรือแข็ง ขึ้นกับขนาดแหล่งแสงที่หน้าคนเห็น
ยิงตรง
จุดแสงเล็ก
เงาคม หน้าวาว เงาดำติดผนังข้างหลัง
บาวซ์เพดาน
แสงจากด้านบน
นุ่มขึ้นมาก ระวัง เงาใต้ตาใต้คางถ้าเพดานสูง
เอียงไปข้างหลังราว 45 องศา
แสงมาจากด้านหน้าคน
นุ่มที่สุดในสามแบบ หัวแฟลชควรห่างพื้นผิวราว 1 ถึง 2 เมตร
บาวซ์ แฟลช ขึ้นเพดาน มาลองกันก่อน
บาวซ์ (bounce) คือการหันหัวแฟลชไปยิงใส่พื้นผิวอื่นให้แสงสะท้อนกลับมาหาตัวแบบ แฟลชแยกที่ใส่บนหัวกล้องส่วนใหญ่ปรับหัวเงยขึ้นและหมุนซ้ายขวาได้
เริ่มจากง่ายที่สุดก่อน หันหัวขึ้นตรง ๆ ใส่เพดาน แสงจะกระจายเป็นวงกว้างแล้วตกลงมาหาคน เงาบนผนังหายไปเกือบหมด แต่ถ้าเพดานสูงและอยู่ตรงหัวพอดี บางทีจะเห็นเงาใต้ตาและใต้คาง
ถ้าเจอแบบนั้น ลองเอียงหัวแฟลชไปทางด้านหลังเราสักราว 45 องศา ให้แสงไปโดนทั้งผนังหลังเราและเพดาน แสงจะมาจากด้านหน้าคนมากขึ้น และนุ่มกว่าการบาวซ์ผนังที่อยู่ด้านหน้า คู่มือของผู้ผลิตแนะนำว่าหัวแฟลชควรอยู่ห่างจากพื้นผิวที่ใช้บาวซ์ราว 1 ถึง 2 เมตร ถ้าผนังอยู่ไกลเกินไป ภาพจะมืด
ถ้าเพดานสูงหรือไม่มีผนังใกล้ ๆ ลองให้เพื่อนถือกระดาษ A4 สีขาวไว้ข้างหัวแฟลชเป็นแผ่นสะท้อนดูก่อน
ระวังเรื่องสีของพื้นผิวด้วย แสงที่สะท้อนจะติดสีของผนังมาด้วยเสมอ ผนังสีครีมจะทำให้หน้าอุ่นขึ้น ผนังสีเขียวก็จะทำให้ผิวอมเขียว ส่วนเพดานไม้หรือเพดานสีเข้มจะกินแสงไปเยอะมาก ถ้าเจอห้องแบบนี้ ลองหาผนังสีขาวด้านข้างแทน

TTL กับแมนนวล ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนดี?
TTL ย่อมาจาก Through The Lens คือให้กล้องวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์ ก่อนภาพจริงจะถูกบันทึก แฟลชจะยิงแสงนำเล็ก ๆ ออกไปก่อน กล้องวัดว่าแสงสะท้อนกลับมาเท่าไร แล้วคำนวณว่าแฟลชจริงต้องแรงแค่ไหน ทั้งหมดเกิดเร็วมากจนตาเราเห็นเป็นแสงวาบเดียว
ข้อดีของ TTL คือตัวแบบเดินเข้าเดินออก ระยะเปลี่ยนตลอด แฟลชก็ปรับแรงตามให้เอง เหมาะกับงานที่ไม่มีเวลาหยุดตั้งค่า เช่น งานอีเวนต์ ถ้าภาพออกมาสว่างหรือมืดไป ก็ปรับชดเชยแสงแฟลช (Flash Exposure Compensation) เป็นบวกหรือลบทีละหนึ่งในสามสต็อปได้ เวลาบาวซ์เพดาน บางคนตั้งไว้ราว +0.7 ถึง +1 เป็นจุดเริ่ม
ส่วนแมนนวล เราตั้งความแรงเอง เช่น 1/1 คือเต็มกำลัง 1/2 คือครึ่งหนึ่ง ตั้งแล้วแฟลชจะยิงเท่าเดิมทุกครั้ง
ตรงนี้คือจุดที่ TTL พลาดบ่อย เพราะกล้องวัดจากแสงที่สะท้อนกลับมา ถ้าในเฟรมมีของขาวเยอะ เช่น ชุดเจ้าสาว กล้องจะลดแฟลชลงจนหน้ามืด ถ้ามีของดำเยอะ แฟลชก็จะแรงเกินจนหน้าขาวไป
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
TTL หรือแมนนวล เลือกจากโจทย์งาน
TTL
แฟลชยิงแสงนำ กล้องวัดแล้วคำนวณให้
ตัวแบบเดินไปมา ระยะเปลี่ยนตลอด งานอีเวนต์ งานบวช งานแต่ง
ระวัง ของขาวเต็มเฟรมทำให้หน้ามืด ของดำเต็มเฟรมทำให้หน้าสว่างเกิน
ปรับชดเชยแสงแฟลชทีละ 1/3 สต็อป
แมนนวล
ตั้งความแรงเอง 1/1 1/2 1/4 1/8
ตัวแบบอยู่กับที่ ระยะคงที่ สินค้าบนโต๊ะ พอร์ตเทรตในสตูดิโอ
ระวัง ขยับระยะเมื่อไร ต้องตั้งใหม่
ทุกภาพสว่างเท่ากัน สีเท่ากัน
ถ้าระยะเปลี่ยนตลอด ลองใช้ TTL ไปก่อน แต่ถ้าตัวแบบอยู่กับที่ เช่น สินค้าบนโต๊ะ ลองแมนนวลดู ภาพจะออกมาเท่ากันทุกช็อต
ชัตเตอร์คุมแสงรอบตัว ส่วน แฟลช คุมแสงบนตัวแบบ
พอใส่แฟลช ค่าที่เคยรู้จากเรื่อง สามเหลี่ยมการรับแสง จะทำงานไม่เหมือนเดิม
แสงแฟลชวาบเดียวสั้นมาก ตอนยิงแรงสุดก็ราว 1/1000 วินาที ยิงเบาลงก็สั้นกว่านั้นอีก ชัตเตอร์จะเปิดนานแค่ไหน แฟลชก็ยังยิงเข้ามาเท่าเดิมอยู่ดี ความเร็วชัตเตอร์เลยแทบไม่มีผลกับความสว่างของแฟลช แต่มีผลกับแสงรอบตัว เช่น ไฟในห้องหรือฉากหลัง
ส่วนความแรงของแฟลช มีผลกับแสงแฟลชที่ตกบนตัวแบบโดยตรง ขณะที่รูรับแสงกับ ISO มีผลทั้งกับแสงแฟลชและแสงรอบตัวไปพร้อมกัน
พอเข้าใจตรงนี้แล้ว ปัญหาหน้าสว่างแต่ฉากหลังมืดก็แก้ได้ทันที ลองลดความเร็วชัตเตอร์ลง เช่น จาก 1/200 เป็น 1/60 หน้าคนจะสว่างเท่าเดิมเพราะแฟลชคุมอยู่ แต่ไฟในห้องและบรรยากาศข้างหลังจะกลับมา
แฟลชมีสีใกล้แสงแดดกลางวัน ถ้าลากชัตเตอร์ช้าในห้องที่เปิดหลอดไฟเหลือง หน้าคนจะสีปกติ แต่ฉากหลังจะออกส้ม เรื่องนี้เล่าไว้ในบทความ White Balance
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ใส่แฟลชแล้ว แต่ละค่าคุมแสงส่วนไหน
ความเร็วชัตเตอร์
คุมแสงรอบตัว ไฟห้อง ฉากหลัง
ช้าลง ฉากหลังสว่างขึ้น หน้าคนเท่าเดิม
เพดาน ความเร็วซิงก์ราว 1/200 ถึง 1/250
กำลังแฟลช
คุมแสงบนตัวแบบ
แรงขึ้น หน้าสว่างขึ้น ฉากหลังแทบไม่เปลี่ยน
ราคา ชาร์จนานขึ้น
รูรับแสง และ ISO
มีผลกับทั้งสองส่วน
เปิดกว้างหรือ ISO สูงขึ้น ทั้งหน้าและฉากหลังสว่างขึ้น
High-Speed Sync ใช้ตอนไหน?
กล้องที่มีม่านชัตเตอร์สองแผ่น มีความเร็วชัตเตอร์สูงสุดที่ใช้กับแฟลชได้ เรียกว่าความเร็วซิงก์ กล้องส่วนใหญ่อยู่ราว 1/200 ถึง 1/250 วินาที เร็วกว่านั้นม่านแผ่นหลังจะเริ่มปิดก่อนม่านแผ่นแรกเปิดสุด เหลือแค่ช่องแคบ ๆ วิ่งผ่านเซนเซอร์ ถ้าแฟลชยิงวาบเดียวตอนนั้น ภาพจะมีแถบดำ
ปัญหาจะเจอตอนถ่ายกลางแดด อยากเปิดรูรับแสงกว้างให้หลังละลาย แต่แดดจ้าจนต้องใช้ชัตเตอร์ 1/2000 แฟลชธรรมดาใช้ไม่ได้ High-Speed Sync หรือ HSS ช่วยตรงนี้ แฟลชจะยิงแสงถี่ ๆ ต่อเนื่องตลอดช่วงที่ชัตเตอร์วิ่ง ทุกส่วนของภาพเลยได้แสงเท่ากัน
ที่ต้องจ่ายคือกำลังไฟ HSS ทำให้แฟลชแรงน้อยลงมาก มักราวสองสต็อปหรือมากกว่า และยิ่งชัตเตอร์เร็วขึ้น ระยะที่แฟลชส่งไปถึงก็ยิ่งสั้นลง
ถ้าในร่มชัตเตอร์ไม่เกินความเร็วซิงก์อยู่แล้ว ปิด HSS ไว้ก่อน แฟลชจะได้แรงเต็มที่และชาร์จไว้กว่า

แฟลช ในงานอีเวนต์ ห้องจัดเลี้ยง เริ่มยังไงดี?
งานอีเวนต์ในห้องจัดเลี้ยงไฟมักสลัว คนเดินไปมาตลอด และเราไม่มีเวลาตั้งค่าทุกช็อต ลองตั้งแบบนี้เป็นจุดเริ่ม กล้องโหมด M ชัตเตอร์ราว 1/60 ถึง 1/125 รูรับแสงที่ให้ระยะชัดพอสำหรับคนสองสามคน ISO สูงขึ้นมาหน่อยให้ฉากหลังยังเห็นไฟของงาน แล้วให้แฟลชเป็น TTL บาวซ์เพดานหรือผนังข้างหลังเรา
ถ้าหน้าเริ่มมืดเพราะเปลี่ยนไปห้องที่เพดานสูง ลองหันหัวไปหาผนังที่ใกล้กว่าดู และอย่าลืมว่ายิ่งยิงแรง แฟลชยิ่งชาร์จนาน ถ้ากดรัวในจังหวะสำคัญ อาจได้ภาพที่แฟลชไม่ทันยิง งานยาวทั้งวันเลยควรพกถ่านสำรองไปด้วย
ถ่ายสินค้าบนโต๊ะด้วย แฟลช ตัวเดียว
งานสินค้าต่างจากงานอีเวนต์ตรงที่ทุกอย่างอยู่กับที่ ตรงนี้แมนนวลจะได้เปรียบ เพราะเราอยากให้ทุกภาพสว่างเท่ากันและสีเท่ากัน
ลองจัดแบบง่ายที่สุดดู วางสินค้าบนโต๊ะใกล้ผนังสีขาว หรือตั้งโฟมบอร์ดสีขาวสูง ๆ ไว้ข้างหนึ่ง หันหัวแฟลชไปยิงใส่แผ่นนั้น แล้วตั้งโฟมบอร์ดอีกแผ่นฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดเงา เริ่มที่ความแรง 1/8 ถ่ายดู แล้วค่อยขยับขึ้นลงทีละขั้นจนสินค้าสว่างพอดี
พอได้ค่าที่พอดีแล้วก็เปลี่ยนสินค้าชิ้นต่อไปได้เลย ถ้าใช้มือถือเป็นหลัก ลองดูวิธีจัดฉากแบบไม่ใช้แฟลชในบทความ ถ่ายภาพสินค้า ด้วยมือถือ ประกอบกันได้

ดิฟฟิวเซอร์ ช่วยได้แค่ไหน
ดิฟฟิวเซอร์ (diffuser) คือของที่ครอบหน้าหัวแฟลชเพื่อกระจายแสง ตั้งแต่ถ้วยพลาสติกขุ่นไปจนถึงซอฟต์บ็อกซ์พับได้
ตัวที่ได้ผลจริงคือตัวที่ทำให้แหล่งแสงใหญ่ขึ้นมาก เช่น ซอฟต์บ็อกซ์ที่ใหญ่กว่าหัวแฟลชหลายเท่า ส่วนถ้วยครอบเล็ก ๆ ที่ยิงตรงไปหาคน ขนาดแหล่งแสงก็ยังเล็กอยู่ดี แสงนุ่มขึ้นนิดเดียว ถ้วยแบบนี้จะช่วยได้จริงในห้อง ตอนที่หันหัวขึ้น เพราะมันกระจายแสงไปโดนเพดานและผนังรอบตัว ให้ห้องทั้งห้องช่วยเป็นแผ่นสะท้อน
ข้อเสียคือดิฟฟิวเซอร์ทุกแบบกินแสง แฟลชต้องยิงแรงขึ้นและชาร์จช้าลง

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ แฟลช
เรื่องแรก ใช้แฟลชแล้วภาพจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ที่ดูไม่ธรรมชาติคือการยิงตรง ถ้าบาวซ์ดี ๆ และลากชัตเตอร์ให้เห็นบรรยากาศของห้อง หลายคนดูไม่ออกเลยว่าใช้แฟลช
เรื่องที่สอง ต้องซื้อแฟลชแรง ๆ ไว้ก่อน ตัวเลข Guide Number บนกล่องบอกความแรงของแฟลชที่ ISO และระยะซูมที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจวัดคนละเงื่อนไข เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และงานในห้องที่บาวซ์ระยะไม่ไกล ก็ไม่ได้ใช้กำลังเต็มอยู่แล้ว
คืนนี้มาลองบาวซ์กัน
ให้คนในบ้านนั่งบนโซฟา ห่างผนังข้างหลังสักหนึ่งเมตร ตั้งกล้องโหมด M ชัตเตอร์ 1/125 รูรับแสง f/4 ISO 400 แฟลชเป็น TTL
ภาพแรกยิงตรงไปที่หน้า ภาพที่สองหันหัวขึ้นเพดาน ภาพที่สามเอียงหัวไปทางผนังด้านหลังเราราว 45 องศา แล้วเอาสามภาพมาวางเทียบกัน ดูเงาบนผนัง เงาใต้คาง และความวาวบนหน้าผาก

จากนั้นลองภาพที่สี่ ใช้มุมที่ชอบที่สุด แต่ลดชัตเตอร์ลงเหลือ 1/30 แล้วดูว่าไฟในห้องกลับมาแค่ไหน
ถ้าลองแล้วภาพยังมืด ลองดูว่าเพดานสูงหรือเป็นสีเข้มไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ให้หันไปหาผนังที่ใกล้กว่า หรือเพิ่มชดเชยแสงแฟลชทีละ +1/3 ดู
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
แสงนุ่มมาจากแหล่งแสงที่ใหญ่ขึ้น บาวซ์ใส่เพดานหรือผนังสีขาวคือวิธีที่ง่ายที่สุด TTL เหมาะกับงานที่ระยะเปลี่ยนตลอด แมนนวลเหมาะกับงานที่ตัวแบบอยู่กับที่ ชัตเตอร์คุมแสงรอบตัว กำลังแฟลชคุมแสงบนตัวแบบ รูรับแสงกับ ISO มีผลทั้งสองส่วน และ HSS เก็บไว้ใช้ตอนต้องใช้ชัตเตอร์เร็วกว่าความเร็วซิงก์
อ่านต่อ
เรื่องแสงนุ่มแสงแข็งและการวางไฟ ลองอ่าน ไฟถ่ายวิดีโอ ดวงแรก ควรเป็นแบบไหน ส่วนใครยังไม่คล่องการตั้งชัตเตอร์เอง ลองดูบทเรียนคู่คลิป เข้าใจโหมด A, S และ M และถ้าอยากดูรายละเอียดจากผู้ผลิตกล้อง ลองเปิดหน้า Bounce Flash Operation ของ Nikon กับหน้า High-Speed Sync ในคู่มือ Canon ประกอบกันดู
