ค่า GP แพลตฟอร์ม กำลังจะมีกติกาใหม่ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. เห็นชอบ ร่างประกาศ ที่ให้แพลตฟอร์ม เรียกรถ และส่งอาหาร ต้องมีเหตุผล และข้อมูลประกอบ ทุกครั้ง ที่ขึ้นหรือลด ค่าธรรมเนียม ที่เก็บจากร้านค้า และไรเดอร์ แล้วเปิดรับฟัง ความคิดเห็น ตั้งแต่ 21 ตุลาคม เป็นต้นไป ใครขายอาหาร ผ่านแอป หรือขายของ บน Shopee Lazada และ TikTok ควรรู้ไว้ เพราะฝั่งอีคอมเมิร์ซ ก็กำลังจะมี แนวทางแยก ออกมาเหมือนกัน

ร่างกติกาค่า GP แพลตฟอร์ม มีอะไรบ้าง
ร่างนี้ ไม่ได้กำหนด ว่า GP ต้องไม่เกิน กี่เปอร์เซ็นต์ แต่บังคับ ให้แพลตฟอร์ม ต้องอธิบายได้ ว่าคิดค่าบริการ ยังไง และทำไม ถึงปรับขึ้นหรือลง เช่น มาจากต้นทุน การดำเนินงาน หรือเงินลงทุน ด้านเทคโนโลยี ครอบคลุม ค่าบริการ ห้าแบบ ได้แก่ ค่า GP หรือค่าบริการ ผลประโยชน์อื่น ส่วนแบ่งรายได้ ค่ารอ และค่าธรรมเนียม ต่อรอบหรือค่าระบบ
กติกานี้ ใช้กับแพลตฟอร์ม ที่มีส่วนแบ่งตลาด ตั้งแต่ 10 ถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า มีอำนาจตลาด และแพลตฟอร์ม ที่เกิน 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด ส่วนรายเล็ก และรายใหม่ ไม่ต้องทำตาม เรื่องที่ กขค. ยกตัวอย่าง ไว้ด้วย คือการเก็บ GP ทั้งจากฝั่ง ร้านอาหาร และฝั่งไรเดอร์ ในออเดอร์เดียวกัน และการจับหลายออเดอร์ มาส่งรอบเดียว ที่มีค่าธรรมเนียม เพิ่มขึ้นมา ทั้งที่ GP ยังเท่าเดิม ช่วงเมษายน ถึงสิงหาคม ปีนี้ กขค. ยังพบ การขึ้นค่าบริการ แบบกะทันหัน แปดครั้ง โดยไม่มีคำอธิบาย Nation Thailand รายงานว่า แพลตฟอร์ม ที่ต้องส่งข้อมูล GP มี Grab LINE MAN และ Bolt
ไทม์ไลน์ ที่วางไว้ คือรับฟัง ความคิดเห็น 30 วัน ตั้งแต่ 21 ตุลาคม หน้าเว็บ กขค. ระบุวันปิด เป็น 19 พฤศจิกายน ส่วนข่าวบางสำนัก ระบุ 20 พฤศจิกายน จากนั้น กขค. จะพิจารณา ความเห็นวันที่ 23 พฤศจิกายน ประธานลงนาม ภายใน 4 ธันวาคม และจะมีผล หลังประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 18 ธันวาคม 2569
แล้วร้านบน Shopee Lazada และ TikTok ล่ะ
ฝั่งอีคอมเมิร์ซ จะไม่ได้ใช้ ร่างฉบับนี้ ตรง ๆ เพราะโมเดลธุรกิจ ต่างจากแอปเรียกรถ กขค. บอกว่า จะออกแนวทาง แยกสำหรับ Shopee Lazada และ TikTok ตามมาตรา 60 ของ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ตัวเลข ที่ กขค. เปิดเผย คือ Shopee ขึ้นค่า GP มาแล้ว 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2022 รวมกัน 433 เปอร์เซ็นต์ ส่วน Lazada ขึ้น 7 ครั้ง รวม 367 เปอร์เซ็นต์ และ TikTok ยังอยู่ระหว่าง การตรวจสอบ
ปีนี้ เรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัล มีสัดส่วน ราว 37 เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องร้องเรียน ทั้งหมดที่ กขค. ได้รับ และราว 90 เปอร์เซ็นต์ ของเสียงร้องเรียน จากไรเดอร์ และร้านอาหาร เป็นเรื่องค่าธรรมเนียม
มีผลกับครีเอเตอร์และร้านเล็กยังไง
ถ้าเราขายอาหาร ผ่านแอปส่งอาหาร ต่อไป ทุกครั้ง ที่มีการปรับ ค่า GP แพลตฟอร์ม จะต้องมีคำอธิบาย ที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่ แจ้งตัวเลขใหม่ มาเฉย ๆ ผ่านหน้าแอป แล้วให้ร้าน ปรับตัวเอง แม้กติกา จะไม่ได้ทำให้ ค่าธรรมเนียม ถูกลงทันที แต่ทำให้เรา มีข้อมูลไว้ วางแผนราคา และต่อรอง ได้มากขึ้น
ส่วนคนทำคอนเทนต์ ที่ขายของ ผ่านตะกร้า หรือรับค่าคอมมิชชัน จากร้านค้า ค่า GP ที่ร้านจ่าย ส่งผลต่อ งบที่ร้าน เหลือไว้ ให้ค่าคอม และค่าโปรโมต ด้วย ถ้าแนวทาง ฝั่งอีคอมเมิร์ซ ออกมาเมื่อไร ก็น่าจะกระทบ ทั้งระบบ ตั้งแต่ร้านค้า ไปจนถึง ครีเอเตอร์ สายรีวิว
ลองทำอะไรต่อ
ลองเปิด ใบแจ้งค่าธรรมเนียม ย้อนหลัง สักหกเดือน แล้วจดไว้ ว่าแต่ละแพลตฟอร์ม เก็บกี่เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนเมื่อไร และเราต้อง ขึ้นราคา หรือลดกำไร ไปเท่าไร ข้อมูลแบบนี้ ใช้ได้ทั้ง ตอนวางราคา และตอนส่งความเห็น ไปที่ กขค. ผ่านลิงก์ บนหน้าเว็บ ของ สำนักงานฯ ก่อนวันปิดรับ ใครกำลังทำภาพสินค้า ขายเองอยู่ ลองอ่าน ถ่ายภาพสินค้าด้วยมือถือ ให้ดูขายได้ ประกอบ ไปด้วย
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และ Nation Thailand
