
เวลาจะซื้อเลนส์ตัวใหม่ คำแนะนำที่เราได้ยินบ่อยที่สุดคือ ถ้าจะเอาดี ต้องเป็น เลนส์ไวแสง f/1.4 หรือกว้างกว่านั้น เลนส์ f/4 เป็นของรุ่นประหยัด ถ่ายแล้วหลังไม่ละลาย แสงน้อยก็สู้ไม่ได้ หลายคนเลยเก็บเงินซื้อเลนส์ f/1.4 มาตัวหนึ่ง แล้วเปิดกว้างสุดตลอด พอถ่ายหน้าเพื่อนใกล้ ๆ กลับได้ตาชัดข้างเดียว จมูกกับหูเบลอหมด
ความเชื่อนี้ไม่ได้ผิด เลนส์รูรับแสงกว้างมีข้อดีจริงหลายข้อ ในบทความนี้เราจะมาดูกันก่อนว่าฝั่งที่บอกว่าต้องไวแสงถูกตรงไหน แล้วค่อยมาดูว่างานแบบไหนที่เลนส์รูรับแสงแคบกว่ากลับให้ภาพที่ใช้ได้มากกว่า
ขอบอกขอบเขตไว้ก่อน บทความนี้คุยถึงงานของคนทำคอนเทนต์ ถ่ายคน ถ่ายสินค้า ถ่ายคลิปพูดหน้ากล้อง และงานอีเวนต์ทั่วไป ไม่รวมงานเฉพาะทางอย่างถ่ายดาว หรืองานภาพยนตร์ที่มีทีมคุมโฟกัสคอยดึงให้ตลอด
ทำไมหลายคนเชื่อว่า เลนส์ไวแสง ดีกว่าเสมอ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักตัวเลขนี้กันก่อน ตัว f คือขนาดรูรับแสงของเลนส์ ตัวเลขยิ่งน้อย รูยิ่งกว้าง แสงเข้าได้มากขึ้น เลนส์ที่เปิดได้กว้างมาก ๆ อย่าง f/1.4 หรือ f/1.8 เราเลยเรียกกันว่าเลนส์ไวแสง

ข้อดีแรกคือเรื่องแสงน้อย ทุกครั้งที่ตัวเลขขยับหนึ่งขั้นจาก f/1.4 ไป f/2 ไป f/2.8 ไป f/4 แสงจะลดลงครึ่งหนึ่งต่อขั้น ถ้าเทียบ f/1.4 กับ f/2.8 ห่างกันสองขั้น แสงต่างกันสี่เท่า ในห้องเดียวกัน ถ้าเลนส์ f/1.4 ใช้ ISO 800 ได้ เลนส์ f/2.8 ต้องดัน ISO ขึ้นไปถึง 3200 ถึงจะได้ภาพสว่างเท่ากัน ISO ยิ่งสูง ภาพก็ยิ่งมีน้อยซ์ หรือเม็ดเล็ก ๆ ที่ทำให้ภาพดูหยาบ มากขึ้น
ข้อดีที่สองคือฉากหลังเบลอ พอรูรับแสงกว้าง ช่วงที่ภาพชัดจะบางลง ฉากหลังที่รก ๆ จะละลายหายไป คนในภาพเลยเด่นขึ้นมาทันที งานพอร์ตเทรตหรือคลิปที่ถ่ายในห้องเล็ก ๆ ได้ประโยชน์จากตรงนี้มาก
ข้อดีที่สามคือเรื่องคนที่ขยับไปมา ในงานอีเวนต์ งานแต่ง หรือคอนเสิร์ตที่ใช้แฟลชไม่ได้และคนขยับตลอด เราต้องการความเร็วชัตเตอร์สูงเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ในงานแบบนี้แสงที่เพิ่มมาสองขั้น ช่วยได้จริง ๆ
ถ้างานหลักของเราคือที่มืดและคนขยับไปมา เลนส์ไวแสงช่วยได้จริง ลองเริ่มจากเลนส์แบบนี้ก่อนได้เลย

แต่ถ่ายหน้าคนใกล้ ๆ แล้วทำไมชัดแค่ตา?
ปัญหาที่หลายคนเจอหลังได้เลนส์ f/1.4 มาใหม่ ๆ คือถ่ายหน้าคนแล้วชัดไม่ครบหน้า ที่เป็นแบบนี้เพราะช่วงที่ภาพชัด หรือที่เรียกว่าระยะชัด บางกว่าที่เราคิดมาก
ลองนึกภาพเลนส์ 85mm บนกล้องฟูลเฟรม ถ่ายหน้าคนจากระยะราว 1.5 เมตร ถ้าคำนวณด้วยสูตรระยะชัดมาตรฐาน ที่ f/1.4 ช่วงที่ชัดลึกแค่ราว 2.5 เซนติเมตร พอหรี่เป็น f/2.8 ได้ราว 5 เซนติเมตร f/4 ได้ราว 7 เซนติเมตร และ f/8 ได้ราว 14 เซนติเมตร
ทีนี้ลองเทียบกับหน้าคนจริง จากปลายจมูกไปถึงใบหูห่างกันเป็นสิบเซนติเมตร ที่ f/1.4 ถ้าโฟกัสที่ตา ปลายจมูกก็หลุดช่วงชัดไปแล้ว หูกับผมด้านข้างยิ่งเบลอ ภาพแบบนี้ดูมีอารมณ์ก็จริง แต่ถ้าโจทย์คือภาพโปรไฟล์ที่ต้องเห็นหน้าชัดทั้งหน้า f/4 ถึง f/5.6 จะตอบโจทย์กว่า
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
ชัดลึกแค่ไหนบนหน้าคน
เลนส์ 85mm กล้องฟูลเฟรม ถ่ายจากระยะราว 1.5 เมตร โฟกัสที่ตา
f/1.4
2.5 ซม.
ตาชัด ปลายจมูกเริ่มหลุด หูเบลอ
f/2.8
5 ซม.
ตากับจมูกชัด หูยังนุ่มอยู่
f/4
7 ซม.
หน้าชัดเกือบทั้งหน้า หลังยังเบลอ
f/8
14 ซม.
ชัดทั้งหน้าถึงผมด้านข้าง
คำนวณจากสูตรระยะชัดมาตรฐาน วงกลมความพร่ามัว 0.03 มม. ตัวเลขปัดเศษ ใช้เทียบกันเท่านั้น
อีกเรื่องที่ตามมาคือโฟกัสพลาดง่ายขึ้น ช่วงชัดแค่สองเซนติเมตรกว่า ถ้าคนในภาพโน้มตัวมาข้างหน้านิดเดียว หรือเราเองหายใจแล้วตัวขยับ จุดชัดก็เลื่อนไปอยู่ที่หูแทนตาได้ คลิปพูดหน้ากล้องก็เหมือนกัน คนพูดขยับหน้าไปมาตลอด ระบบโฟกัสต้องตามให้ทันทุกวินาที
ถ้าถ่ายหน้าคนแล้วอยากได้ชัดทั้งหน้า ลองหรี่ไปที่ f/2.8 หรือ f/4 ดูก่อน หลังยังเบลอสวยอยู่ แต่หน้าชัดครบขึ้นเยอะ
งานไหนที่ เลนส์ไวแสง ไม่ได้ช่วย หรือช่วยน้อยกว่าที่คิด
งานแรกคือถ่ายสินค้า ลองนึกถึงการถ่ายขวดเซรั่มหรือแก้วกาแฟบนโต๊ะ ด้วยเลนส์ 50mm จากระยะครึ่งเมตร ที่ f/1.4 ช่วงชัดเหลือไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ฉลากด้านหน้าชัด แต่ฝากับก้นขวดเบลอ ลูกค้าที่อยากอ่านฉลากก็อ่านไม่ได้ พอหรี่ไปที่ f/8 ช่วงชัดได้ราวสี่เซนติเมตร และ f/11 ได้ราวหกเซนติเมตร สินค้าชัดทั้งชิ้นขึ้นมาทันที ถ้าโจทย์คือให้ลูกค้าอ่านฉลากออก ภาพแบบหลังตอบโจทย์กว่า
งานที่สองคือถ่ายคนหลายคน เช่นรูปหมู่สองแถว หรือถ่ายคลิปพูดคุยสองคนที่นั่งห่างกันไม่เท่ากัน ที่ f/1.4 คนแถวหน้าชัด คนแถวหลังเริ่มเบลอ ต้องหรี่ลงมาเพื่อให้ทุกคนชัดอยู่ดี
งานที่สามคือวิวและสถาปัตยกรรม ภาพแบบนี้เรามักอยากให้ชัดตั้งแต่ใกล้ถึงไกล ซึ่งส่วนใหญ่ก็หรี่ไปราว f/8 อยู่แล้ว รูรับแสงกว้างที่จ่ายเงินซื้อมาก็แทบไม่ได้ใช้

น้ำหนักที่ต้องถือทั้งวัน
เรื่องที่ตารางสเปกไม่ค่อยบอกตรง ๆ คือเลนส์ไวแสงมักใหญ่และหนักกว่ามาก เพราะต้องใช้ชิ้นแก้วใหญ่ขึ้นเพื่อให้แสงเข้าได้มากขึ้น ลองดูเลนส์ 50mm สองตัวที่มีขายจริง เลนส์ 50mm f/1.2 ตัวหนึ่งหนักราว 740 กรัม ส่วนเลนส์ 50mm f/1.8 อีกตัวหนักแค่ 160 กรัม ระยะเดียวกัน แต่น้ำหนักต่างกันเกือบห้าเท่า
ฝั่งเลนส์ซูมก็คล้ายกัน เลนส์ซูมฟูลเฟรมที่เปิดได้ถึง f/1.8 เพิ่งมีให้เห็นเมื่อกลางปี 2024 ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าเป็นตัวแรกของโลก และตัวนั้นหนักเกือบหนึ่งกิโลกรัม ส่วนเลนส์ซูมช่วงกว้างอย่าง 24 ถึง 105mm ที่คนทำคลิปใช้กันเยอะ หลายตัวอยู่ที่ f/4 ตลอดช่วง แลกกับการเปลี่ยนระยะได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์
น้ำหนักที่ต่างกันไม่กี่ร้อยกรัม ฟังดูไม่เยอะ แต่ลองนึกถึงการถือกล้องเดินถ่ายวล็อกทั้งวัน หรือติดกล้องบนกิมบอลที่รับน้ำหนักได้จำกัด เลนส์ที่เบากว่ามักเป็นตัวที่ได้ออกไปถ่ายจริงบ่อยกว่า
ถ้างานของเราคือเดินถ่ายทั้งวัน ลองชั่งน้ำหนักเลนส์ในมือที่ร้านดูก่อนตัดสินใจ อย่าดูแค่ตัวเลข f

กันสั่นในตัวกล้องกับ ISO สูง ทำให้ช่องว่างแคบลง
สมัยก่อน กล้องหลายตัวพอดัน ISO สูงขึ้นหน่อย ภาพก็เม็ดเยอะจนใช้งานยาก เลนส์ไวแสงเลยแทบเป็นทางเดียวในที่มืด แต่กล้องรุ่นใหม่หลายตัวรับมือกับ ISO สูงได้ดีขึ้นมาก ช่วง ISO สองขั้นที่ต้องดันเพิ่มเพราะใช้ f/2.8 แทน f/1.4 สำหรับงานลงโซเชียลหลายงาน ก็ยังให้ภาพที่ใช้ได้สบาย
อีกตัวช่วยคือกันสั่นในตัวกล้อง ยกตัวอย่าง Canon EOS R6 Mark III ที่ผู้ผลิตระบุว่ากันสั่นได้สูงสุด 8.5 สต็อปเมื่อใช้กับเลนส์ที่รองรับ แปลว่าถ้าคนในภาพนิ่ง เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลงได้มากโดยภาพไม่เบลอจากมือสั่น แสงที่เสียไปจากเลนส์รูรับแสงแคบเลยชดเชยกลับมาได้ส่วนหนึ่ง
แต่ต้องรู้ข้อจำกัดไว้ด้วย กันสั่นช่วยได้แค่มือของเราที่สั่น ไม่ได้ช่วยหยุดคนที่กำลังเดินหรือเต้นอยู่ในภาพ ถ้าคนในภาพขยับ เรายังต้องใช้ชัตเตอร์เร็วอยู่ดี ตรงนี้แหละที่เลนส์ไวแสงยังชนะขาด
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
งานของเราอยู่ฝั่งไหน
เลนส์ไวแสงคุ้ม
f/1.2 ถึง f/2
งานในที่มืดที่ใช้แฟลชไม่ได้
คนขยับตลอด ต้องใช้ชัตเตอร์เร็ว
อยากแยกคนออกจากฉากหลังรก ๆ
ระวัง หนักกว่า โฟกัสพลาดง่าย
รูรับแสงแคบกว่าคุ้ม
f/2.8 ถึง f/8
หน้าคนที่ต้องชัดทั้งหน้า
สินค้า ฉลากต้องอ่านออก
รูปหมู่ คลิปคุยสองคน วิว
เดินถ่ายทั้งวัน ใช้กิมบอล
ช่วยได้ กันสั่นในกล้อง และ ISO รุ่นใหม่
มีเลนส์ไวแสงอยู่แล้ว ต้องเปิดกว้างสุดตลอดไหม?
ถ้าเรามีเลนส์ f/1.4 อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องขายทิ้ง ข้อดีของเลนส์ไวแสงคือเราเลือกได้ จะเปิดกว้างตอนแสงน้อย หรือจะหรี่ลงตอนอยากได้ชัดลึกก็ได้ทั้งหมด
เลนส์ส่วนใหญ่ยังทำงานได้ดีขึ้นเมื่อหรี่ลงจากกว้างสุดราวหนึ่งถึงสองขั้น ความคลาดของภาพอย่างขอบสีม่วง ๆ ตามขอบวัตถุ หรือมุมภาพที่มืดกว่าตรงกลาง มักน้อยลง เลนส์ f/1.4 ที่หรี่ไปที่ f/2.8 เลยมักให้ภาพที่สะอาดกว่าตอนเปิดกว้างสุด
สิ่งที่อยากชวนให้ลองคือเปลี่ยนวิธีคิดจาก เลนส์ตัวนี้เปิดได้กว้างแค่ไหน มาเป็น งานนี้ต้องการช่วงชัดลึกแค่ไหน แล้วค่อยหมุนรูรับแสงตามนั้น

ความเข้าใจผิดเรื่อง เลนส์ไวแสง ที่พบบ่อย
เรื่องแรก เลนส์ f/1.4 คมกว่าเลนส์ f/4 เสมอ ความคมขึ้นกับการออกแบบเลนส์แต่ละตัว ไม่ได้ขึ้นกับตัวเลขรูรับแสงกว้างสุด เลนส์ f/4 ดี ๆ หลายตัวให้ภาพคมมาก
เรื่องที่สอง หลังเบลอมาจากรูรับแสงอย่างเดียว ที่จริงระยะห่างระหว่างคนกับฉากหลัง ระยะที่เรายืนถ่าย และทางยาวโฟกัสก็มีผลมากเหมือนกัน เลนส์ 85mm f/4 ที่ให้คนยืนห่างกำแพงสามเมตร อาจได้หลังเบลอกว่าเลนส์ 35mm f/1.8 ที่ให้คนยืนชิดกำแพง
เรื่องที่สาม เลนส์ไวแสงถ่ายในที่มืดได้ทุกอย่าง ถ้าแสงน้อยมากจริง ๆ สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าบางครั้งคือการเพิ่มไฟสักดวง หรือย้ายคนไปยืนใกล้หน้าต่าง ภาพที่ได้จะดูดีกว่าการเปิดรูรับแสงกว้างสุดในห้องที่มืดอยู่ดี
คืนนี้มาลองเทียบกับเลนส์ของเรากัน
หยิบเลนส์ที่มีอยู่ตัวไหนก็ได้ ตั้งกล้องเป็นโหมด A หรือ Av แล้วถ่ายหน้าคนในบ้านจากระยะราวหนึ่งเมตรครึ่ง ถ่ายที่รูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ แล้วหรี่ไปที่ f/4 และ f/8 โฟกัสที่ตาทุกรูป
จากนั้นซูมดูในจอ เช็คดูว่ารูปไหนปลายจมูกกับหูยังชัด รูปไหนฉากหลังเบลอพอดีกับที่เราชอบ แล้วลองถ่ายของชิ้นเล็ก ๆ บนโต๊ะแบบเดียวกันอีกชุด
ถ้าเทียบแล้วยังเห็นไม่ชัด ลองขยับเข้าไปใกล้ขึ้น หรือเลือกฉากหลังที่ห่างออกไปไกล ๆ ความต่างจะเห็นชัดขึ้นมาก

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
เลนส์ไวแสงมีข้อดีจริง ทั้งในที่แสงน้อย งานที่คนขยับตลอด และงานที่อยากแยกคนออกจากฉากหลังรก ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกงานต้องใช้ ถ้างานของเราคือถ่ายหน้าคนให้ชัดทั้งหน้า ถ่ายสินค้า ถ่ายหลายคน หรือต้องถือกล้องทั้งวัน เลนส์ f/2.8 ถึง f/4 ที่เบากว่า บวกกับกันสั่นและ ISO ของกล้องรุ่นใหม่ อาจตอบโจทย์กว่า ลองเลือกจากงานที่ทำจริงมากกว่าตัวเลขที่กว้างที่สุด
แล้วเลนส์ที่เราใช้บ่อยที่สุดตอนนี้ ส่วนใหญ่เราเปิดไว้ที่ f เท่าไหร่ และเคยลองหรี่ลงแล้วได้ภาพที่ชอบกว่าไหม?
อ่านต่อ
ถ้ายังเลือกระยะเลนส์ไม่ได้ ลองอ่าน ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง ก่อน ใครอยากเข้าใจว่ารูรับแสงทำงานคู่กับ ISO และชัตเตอร์ยังไง แวะอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ส่วนเรื่องเซนเซอร์ที่มีผลกับระยะชัดด้วย ต่อได้ที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไงในงานจริง และถ้าอยากฝึกคุมรูรับแสงเองด้วยโหมด A ลองดูบทเรียนคู่คลิป เข้าใจโหมด A, S และ M ใครอยากอ่านหลักการระยะชัดแบบละเอียด ลองเปิด Depth of Field ของ Cambridge in Colour
