
ถ่ายคลิปเสร็จตอนเย็น ลูกค้าอยากได้คืนนี้ แต่เราเปิด S-Log3 ไว้ทั้งวัน ภาพทุกคลิปออกมาสีจืด ต้องนั่งใส่ LUT แล้วเกลี่ยสีทีละคลิปอีกหลายชั่วโมง กล้อง Sony หลายรุ่นมีโทนสีอีกแบบที่ทำมาเพื่อจังหวะนี้ ชื่อว่า S-Cinetone ถ่ายแล้วเอาไปตัดต่อได้เลย สีผิวดูนุ่ม ไฮไลต์ไม่แข็ง
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าโทนนี้คืออะไร ต่างจาก S-Log3 ตรงไหน เหมาะกับงานแบบไหน ตั้งค่าที่เมนูไหนตามรุ่น รุ่นไหนมีบ้าง และเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันบ่อย ข้อมูลเมนูและรุ่นทั้งหมดเช็คจากคู่มือออนไลน์ทางการและหน้าทางการของ Sony
S-Cinetone คืออะไร มาจากไหน
ลองนึกถึงร้านกาแฟที่ขายทั้งเมล็ดกาแฟคั่วให้ไปชงเอง กับกาแฟที่ชงเสร็จพร้อมดื่ม ทั้งสองแบบมาจากเมล็ดเดียวกัน แต่แบบหลังมีคนปรุงรสไว้ให้แล้ว เราแค่หยิบไปดื่ม โทนสีในกล้องก็มีสองแบบคล้ายกัน
โทนนี้คือโทนสีแบบชงเสร็จ ในคู่มือ Sony เรียกว่า gamma ซึ่งก็คือเส้นที่กำหนดว่าความสว่างแต่ละระดับในฉากจะถูกบันทึกเป็นภาพสว่างแค่ไหน คู่มือบอกว่าเส้นนี้ออกแบบมาให้ได้การไล่โทนและสีแบบภาพยนตร์ สีออกมานุ่มขึ้น เหมาะกับการถ่ายคน และมี Color Mode ชื่อเดียวกันที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ
ที่มาของมันคือกล้องภาพยนตร์ของ Sony เอง เอกสารทางเทคนิคของ Sony บอกว่าโทนนี้เปิดตัวครั้งแรกกับกล้อง FX9 โดยเอาโทนสีที่พัฒนาไว้ให้กล้อง VENICE มาปรับใช้กับงานวิดีโอ เป้าหมายที่เขียนไว้ชัดคือให้ได้งานที่ดูดีโดยไม่ต้องเสียเงินกับขั้นตอนหลังถ่ายมาก หรือไม่ต้องทำเลย

S-Cinetone ต่างจาก S-Log3 ยังไง
ถ้าโทนนี้คือกาแฟชงเสร็จ S-Log3 ก็คือเมล็ดกาแฟคั่วที่ต้องเอาไปชงเอง Log คือการบีบความสว่างช่วงมืดและช่วงสว่างเข้ามาให้เก็บรายละเอียดได้กว้างที่สุด ภาพที่ได้เลยดูจืดและเทาตั้งแต่ในกล้อง คู่มือ Sony เองเขียนไว้ว่า S-Log2 และ Color Mode อย่าง S-Gamut3.Cine ตั้งมาโดยคิดว่าภาพจะถูกนำไปปรับต่อหลังถ่าย หน้าสินค้า FX30 ก็เขียนแยกไว้ชัดว่ามีโทนนี้ให้สีแบบภาพยนตร์ และ S-Log3 ไว้สำหรับเกรด
เรื่องช่วงความสว่างที่เก็บได้ เอกสารของ Sony บอกว่าโทนนี้เก็บได้ 460 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงเก็บส่วนที่สว่างกว่าระดับขาวมาตรฐานได้อีกพอสมควร แต่ยังน้อยกว่า S-Log3 แลกกับการได้ภาพที่สมดุลระหว่างช่วงความสว่างกับนอยส์ดี ส่วนคู่มือบอกว่าถ้าใช้ S-Log2 หรือ S-Log3 นอยส์จะเห็นชัดกว่าโทนอื่น
แปลเป็นภาษางานก็คือ S-Log3 ให้พื้นที่ปรับสีมากกว่า แต่ต้องจ่ายด้วยเวลาหลังถ่ายทุกคลิป ส่วนโทนนี้ให้ภาพที่จบในกล้อง ปรับต่อได้นิดหน่อย แต่ไม่ได้เผื่อพื้นที่ไว้ให้ดึงแสงมากเท่า ถ้าอยากเข้าใจเรื่อง Log ทั้งระบบ เช่น ทำไมภาพเทา และ LUT ทำงานยังไง อ่านต่อได้ใน โปรไฟล์ Log คืออะไร ทำไมภาพออกมาเทา และควรใช้ตอนไหน
CREATOR SCHOOL THAILAND · SONY
S-Cinetone กับ S-Log3 ทางไหนถึงมือคนดูเร็วกว่ากัน
S-Cinetone
โทนสีแบบชงเสร็จ
ไฟล์ในกล้องออกมาเป็นภาพที่ดูได้เลย สีผิวนุ่ม ไฮไลต์ค่อย ๆ จาง
ตัดต่อแล้วส่งงานได้ทันที ปรับต่อได้เล็กน้อย
ช่วงความสว่างที่เก็บได้ 460%
S-Log3
โทนสีแบบเมล็ดกาแฟคั่ว
ไฟล์ในกล้องดูจืดและเทา เพราะบีบช่วงมืดและสว่างเข้ามาเก็บไว้
ต้องแปลงสีและเกรดทุกคลิปก่อนส่งงาน
เก็บช่วงความสว่างได้กว้างกว่า แต่นอยส์เห็นชัดกว่า
70%
ระดับสัญญาณภาพ
จุดที่ S-Cinetone เริ่มค่อย ๆ ลดความต่างของแสงช่วงสว่าง ไฮไลต์จึงไม่ขาดเป็นก้อนขาว
1.5%
ระดับดำ
ต่ำกว่าโทนมาตรฐานสำหรับออกอากาศของ Sony ที่ 3% ภาพจึงดูมีน้ำหนัก
ถ่ายมืดลงนิดหน่อย
คุมโทนด้วยแสง
Sony บอกว่าสีจะออกมาเข้มขึ้น เราคุมหน้าตาภาพด้วยการตั้งแสงได้
ตัวเลขจากเอกสารทางเทคนิค S-Cinetone ของ Sony และคู่มือออนไลน์ทางการ (helpguide.sony.net)
หน้าตาภาพเป็นแบบไหน คุมด้วยแสงได้ยังไง
เอกสารของ Sony อธิบายนิสัยของโทนสีนี้ไว้สามเรื่อง เรื่องแรกคือไฮไลต์ ความต่างของแสงในช่วงสว่างจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของระดับสัญญาณภาพ ผลคือแก้มที่โดนแสงหรือท้องฟ้านอกหน้าต่างจะค่อย ๆ จางไปเป็นขาว ไม่ขาดเป็นก้อนขาวแข็ง ๆ ทันที
เรื่องที่สองคือเงา ระดับดำของโทนนี้อยู่ที่ 1.5 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าโทนมาตรฐานสำหรับออกอากาศของ Sony ที่ตั้งดำไว้ 3 เปอร์เซ็นต์ ภาพจึงดูมีน้ำหนักกว่า ส่วนที่มืดที่สุดแทบจะมองไม่เห็น ถ้าอยากให้เห็นรายละเอียดในเงามากขึ้น เอกสารบอกว่าดึงระดับดำขึ้นได้ ในกล้องเราปรับได้ที่ค่า Black Level ใน Picture Profile
เรื่องที่สามคือสี Sony เขียนว่าสีผิวคือสีที่ให้ความสำคัญที่สุด และบอกว่าเราคุมหน้าตาภาพได้ด้วยการตั้งแสง ถ้าถ่ายให้มืดลงนิดหน่อย สีจะออกมาเข้มขึ้น

ถ้าภาพดูซีดไป ลองลดแสงลงสักนิดก่อนไปเพิ่ม Saturation ดู
เหมาะกับงานแบบไหน
งานแรกที่เข้ากันมากคืองานที่มีคนเป็นหลัก คลิปพูดหน้ากล้อง สัมภาษณ์ รีวิวสินค้าที่มีหน้าคนอยู่ในเฟรม เพราะโทนนี้ทำมาให้สีผิวดูดีโดยตรง ข่าวเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 2.00 ของ a7S III จาก Sony ก็เขียนว่าโทนกลางที่เป็นธรรมชาติคือหัวใจของสีผิวที่ดูสุขภาพดี
งานที่สองคืองานที่ต้องส่งไว ไลฟ์ คลิปโซเชียลรายวัน งานอีเวนต์ที่ลูกค้ารอดูภายในวัน การถ่ายแล้วตัดต่อได้ทันทีช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการได้พื้นที่เกรดเพิ่ม
แล้วตอนไหนที่ S-Log3 คุ้มกว่า? ถ้าฉากมีแสงต่างกันสุด ๆ เช่น คนนั่งในห้องมืดหน้าหน้าต่างที่แดดจัด หรือเป็นงานที่ตั้งใจเกรดสีให้เข้ากับคลิปจากกล้องตัวอื่น S-Log3 ให้ที่ทางมากกว่า มีอีกเรื่องที่ควรรู้ คือหน้าซัพพอร์ตของ Sony อธิบายว่าเวลาใช้ S-Log2 หรือ S-Log3 ค่า ISO ต่ำสุดจะสูงกว่าปกติ ส่วนคู่มือบอกว่าเปลี่ยน gamma แล้วช่วง ISO ที่ใช้ได้ก็เปลี่ยนตาม ใครถ่ายกลางแดดบ่อย ลองเช็คช่วง ISO บนจอกล้องตัวเองตอนเปิด S-Log3 ดูก่อนออกกอง
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้อะไร ลองถามตัวเองว่างานนี้มีเวลาเกรดไหม ถ้าไม่มี เริ่มจากโทนนี้ก่อน
ตั้งค่าตรงไหน ตามรุ่น
ทางเข้าหลักอยู่ที่ Picture Profile ซึ่งเป็นชุดค่าโทนภาพสำหรับวิดีโอที่ตั้งมาให้ 11 ชุด ชื่อ PP1 ถึง PP11 คู่มือของทุกรุ่นที่เช็คในบทความนี้เขียนไว้ตรงกันว่า PP11 คือค่าตัวอย่างที่ใช้ gamma ของโทนนี้
ในรุ่นที่ใช้เมนูแบบใหม่ เช่น a7 IV, a7 V, a6700, FX30 และ ZV-E10 II ให้เข้า MENU แล้วไปที่แท็บ Exposure/Color เลือก Color/Tone เลือก Picture Profile แล้วเลือก PP11 ถ้าอยากใช้ค่าแยกระหว่างภาพนิ่งกับวิดีโอ บางรุ่นมีเมนู Different Set for Still/Mv ให้ติ๊กเลือก Picture Profile ไว้
ทางเข้าที่สองมีใน ZV-E10 II และ ZV-E1 คือเมนู Cinematic Vlog Set อยู่ใน MENU แท็บ Shooting ใน Shooting Option พอเปิดเป็น On จะเลือก Look ได้ และหนึ่งในตัวเลือกคือ S-Cinetone ข้าง ๆ CLEAN, CHIC, FRESH และ MONO แต่โหมดนี้ทำอะไรมากกว่าแค่สี มันใส่แถบดำบนล่างให้ภาพดูเหมือนจอหนัง แถบดำนั้นถูกบันทึกลงไฟล์จริง และคู่มือภาษาอังกฤษระบุว่าเฟรมเรตถูกล็อกไว้ที่ 24 เฟรมต่อวินาที และทั้งสองรุ่นไวต์บาลานซ์ยังถูกล็อกเป็นออโต้ด้วย เรื่องเฟรมเรตอ่านต่อได้ใน เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง

แล้ว Creative Look ล่ะ? เมนูนี้คือชุดโทนภาพสำเร็จรูปอีกระบบหนึ่ง ใน a6700 มีตัวเลือกอย่าง ST, PT, NT, VV, FL, IN และ SH แต่ไม่มีโทนนี้อยู่ในรายการ และคู่มือบอกว่าเมื่อเปิด Picture Profile ไว้ Creative Look จะใช้ไม่ได้ ถ้าหาใน Creative Look ไม่เจอ ไม่ได้แปลว่ากล้องไม่มี ลองไปดูที่ Picture Profile แทน
อีกเรื่องที่ทำให้หลายคนงง คือรุ่นที่มีเมนู Log Shooting อย่าง FX30, FX2 หรือ a7 V ถ้าเปิด Log Shooting ไว้ Picture Profile จะถูกล็อกเป็นปิด กดเข้าไปหา PP11 ยังไงก็เลือกไม่ได้ ต้องปิด Log Shooting ก่อน
ถ้าหา PP11 ไม่เจอหรือกดไม่ได้ ลองเช็คดูก่อนว่าไม่ได้เปิด Log Shooting ค้างไว้
Sony รุ่นไหนมี S-Cinetone บ้าง?
จากคู่มือออนไลน์ทางการที่เปิดเช็คตอนเขียน รุ่นที่มี PP11 แบบนี้ ได้แก่ a7 V, a7 IV, a7CR, a6700, a9 III, FX30, FX2, ZV-E10 II และ ZV-E1 ฝั่ง Cinema Line ข่าวของ Sony ระบุว่า FX9, FX6 และ FX3 มีโทนนี้ ส่วน a7S III ได้มาจากเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 2.00 ที่ประกาศเมื่อกุมภาพันธ์ 2021 ใครใช้ a7S III อยู่ ลองเช็คเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ในกล้องดูด้วย ส่วน FX9 กับ FX6 เป็นกล้องภาพยนตร์ที่ระบบเมนูต่างจากกล้อง Alpha ทางเข้าอาจไม่ใช่ PP11 แบบที่เล่าในบทความนี้ ลองเปิดคู่มือของรุ่นนั้นดูก่อน
ส่วนรุ่นที่ไม่พบโทนนี้ในคู่มือ คือ ZV-E10 รุ่นแรก ที่มีค่าตั้งมาให้แค่ PP1 ถึง PP10 และในรายการ gamma ก็ไม่มีโทนนี้ กับ ZV-1 II ที่มีแค่ PP1 ถึง PP10 เช่นกัน ใน Cinematic Vlog Set ของ ZV-1 II ตัวเลือก Look ก็เป็น CLASSIC, CLEAN, CHIC, FRESH และ MONO ไม่มีโทนนี้
ถ้าใช้รุ่นอื่นที่ไม่อยู่ในรายชื่อนี้ ลองเปิดคู่มือออนไลน์ของรุ่นนั้นที่ helpguide.sony.net แล้วดูหน้า Picture Profile ว่ามี PP11 หรือมีชื่อโทนนี้ในรายการ gamma หรือเปล่า
CREATOR SCHOOL THAILAND · SONY
S-Cinetone อยู่ตรงไหนในกล้องเรา
Picture Profile PP11
ทางเข้าหลัก
MENU แท็บ Exposure/Color เลือก Color/Tone แล้ว Picture Profile เลือก PP11
a7 V, a7 IV, a7CR, a6700, a9 III, FX30, FX2, ZV-E10 II, ZV-E1
Cinematic Vlog Set
ทางเข้าที่สอง
MENU แท็บ Shooting ใน Shooting Option เปิด On แล้วเลือก Look เป็น S-Cinetone
ZV-E10 II, ZV-E1 ใส่แถบดำและล็อกเฟรมเรต 24 เฟรมต่อวินาที
ไม่พบในคู่มือ
ค่าตั้งมาให้มีแค่ PP1 ถึง PP10
ZV-E10 รุ่นแรก และ ZV-1 II
Look ใน Cinematic Vlog Set ของ ZV-1 II ไม่มี S-Cinetone
เช็คจากคู่มือออนไลน์ทางการของ Sony (helpguide.sony.net) ทีละรุ่น เดือนตุลาคม 2026 ข่าวของ Sony ระบุว่า FX9, FX6, FX3 มีโทนนี้ และ a7S III ได้มาจากเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 2.00

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เรื่องแรก คิดว่าโทนนี้คือ Log แบบหนึ่ง เลยเปิดแล้วรีบหา LUT มาใส่ ที่จริงเอกสารของ Sony บอกว่าเส้นพื้นฐานของมันคือ BT.709 ซึ่งเป็นมาตรฐานภาพวิดีโอทั่วไป แล้วเติมโทนแบบฟิล์มเข้าไป ภาพที่ได้จึงพร้อมดูบนจอทั่วไปเลย ถ้าเอา LUT แปลง Log มาใส่ สีจะเพี้ยนแรง
เรื่องที่สอง คิดว่าถ้าเปิดโทนนี้แล้วต้องเปิดแสงเผื่อสว่างแบบที่ทำกับ Log ไม่จำเป็น ให้ถ่ายให้ความสว่างบนจอใกล้กับภาพที่อยากส่งจริง และจำไว้ว่า Sony บอกว่าถ่ายมืดลงนิดหน่อยสีจะเข้มขึ้น กลับกัน ถ้าถ่ายสว่างเกินไปจนหน้าคนขึ้นไปอยู่ช่วงไฮไลต์ที่เส้นเริ่มบีบความต่างของแสง สีตรงนั้นก็มักดูจางลงตามไปด้วย
เรื่องที่สาม คิดว่าใช้โทนนี้แล้วไวต์บาลานซ์ผิดก็ค่อยไปแก้ทีหลัง ไฟล์ที่จบในกล้องมักมีพื้นที่ให้แก้น้อยกว่า Log หน้าที่ส้มหรือฟ้าเกินไปจะดึงกลับยากกว่า ตั้งไวต์บาลานซ์ให้ตรงตั้งแต่ตอนถ่ายจะช่วยได้มาก เรื่องนี้อ่านต่อได้ใน White Balance คืออะไร ทำไมหน้าคนในภาพออกส้มหรือฟ้า
เรื่องที่สี่ คิดว่ากล้อง Sony ทุกรุ่นมีโทนนี้ อย่างที่เห็นในหัวข้อก่อนหน้า ZV-E10 รุ่นแรกกับ ZV-1 II ไม่มีในคู่มือ ถ้ากำลังเลือกกล้องเพราะอยากได้โทนนี้ เช็คคู่มือของรุ่นนั้นก่อนตัดสินใจ

วันนี้มาลองถ่ายเทียบกันดู
เริ่มจากหาฉากในบ้านที่มีทั้งหน้าคนและหน้าต่างสว่าง ๆ อยู่ในเฟรมเดียวกัน ตั้งกล้องบนขาตั้ง ตั้งไวต์บาลานซ์ให้ตรงกับแสงในห้อง แล้วล็อกค่าแสงไว้แบบแมนนวล
อัดคลิปแรกด้วยโทนปกติที่ใช้อยู่ ปิด Picture Profile ไว้ อัดคลิปที่สองด้วย PP11 ค่าแสงเท่าเดิม อัดคลิปที่สามด้วย PP11 แต่ลดแสงลงสักนิด แล้วเปิดสามคลิปเทียบกันบนจอคอมหรือมือถือ ดูสามจุด คือสีผิว ขอบหน้าต่างที่สว่าง และเงาใต้คาง
ถ้าลองแล้วยังรู้สึกว่าภาพแบนหรือสีผิดไป ลองเช็คว่าไวต์บาลานซ์ตรงกับแสงจริงหรือเปล่า แล้วเช็คว่าไม่ได้เปิด Log Shooting หรือ Cinematic Vlog Set ซ้อนไว้ ถ้าชอบผลแล้ว ลองตั้ง Picture Profile ไว้ในเมนู Fn หรือปุ่มลัด จะสลับระหว่างโทนนี้กับ S-Log3 ได้เร็วตามงาน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
S-Cinetone คือโทนสีของ Sony ที่ได้มาจากกล้องภาพยนตร์ ทำมาให้สีผิวนุ่ม ไฮไลต์ค่อย ๆ จาง และเอาไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องเกรด ส่วน S-Log3 เก็บช่วงความสว่างได้กว้างกว่า แต่ต้องเกรดทุกคลิป ในรุ่นส่วนใหญ่ที่มี เราตั้งได้ที่ Picture Profile PP11 ส่วน ZV-E10 II และ ZV-E1 เลือกเป็น Look ใน Cinematic Vlog Set ได้อีกทาง และถ้าเปิด Log Shooting ไว้ Picture Profile จะใช้ไม่ได้
อ่านต่อ
ถ้าอยากเข้าใจฝั่ง Log ให้ครบก่อนเลือก อ่าน โปรไฟล์ Log คืออะไร ถ้ากำลังจัดแสงถ่ายคนในบ้าน แวะอ่าน ไฟถ่ายวิดีโอ ที่บ้าน ดวงแรกควรเป็นแบบไหน และถ้าอยากอ่านรายละเอียดจากต้นทาง เปิด เอกสารทางเทคนิคของโทนนี้จาก Sony กับ คู่มือ Picture Profile ของ a7 IV ได้เลย
