เลือกไมค์ ให้ตรงงาน หนีบปก ช็อตกัน หรือตั้งโต๊ะ ใช้แบบไหนดี

ดูรีวิวมาสามคืน ตัดสินใจซื้อไมค์ตัวที่คนชมเยอะที่สุด เอามาอัดคลิปแรก ฟังแล้วเสียงยังก้อง ยังมีเสียงแอร์ ยังไม่เหมือนในคลิปรีวิว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไมค์ไม่ดี แต่อยู่ที่ไมค์ตัวนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานแบบที่เรากำลังทำ การ เลือกไมค์ จึงต้องเริ่มจากคำถามว่าจะอัดอะไร ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีที่สุด
อ่านจบแล้วคุณจะเข้าใจสองเรื่องที่ตัดสินเสียงมากกว่ายี่ห้อ คือไมค์ฟังเสียงจากทิศไหน และวางห่างปากแค่ไหน จากนั้นจะรู้ว่าไมค์หนีบปก ไมค์ช็อตกัน และไมค์ตั้งโต๊ะ เหมาะกับงานแบบไหน แล้วจับคู่กับงานห้าแบบที่ครีเอเตอร์เจอบ่อยที่สุดได้เอง
เลือกไมค์ จากโจทย์งาน ไม่ใช่จากอันดับ
ไมค์ทุกตัวคือการตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะฟังอะไร และจะไม่ฟังอะไร ไมค์ที่ฟังกว้างได้บรรยากาศครบ แต่ก็ได้เสียงรบกวนครบเหมือนกัน ไมค์ที่ฟังแคบตัดเสียงข้างทิ้งได้ดี แต่ถ้าหันผิดทางนิดเดียว เสียงพูดก็หายไปด้วย
ก่อนเปิดดูรุ่นไหน ให้ตอบสามข้อนี้ก่อน คนพูดกี่คน คนพูดอยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ และอัดที่ไหน ในห้องเงียบ ในห้องที่มีแอร์ หรือข้างถนน สามคำตอบนี้คัดประเภทไมค์ออกไปได้เกินครึ่งแล้ว
ไมค์ที่ดีที่สุดคือไมค์ที่ตอบโจทย์งานตรงหน้า ไม่ใช่ไมค์ที่อยู่อันดับหนึ่งในคลิปรีวิว
ทิศทางการรับเสียง ไมค์แต่ละตัวฟังไปทางไหน
ทิศทางการรับเสียง (polar pattern) คือแผนที่ว่าไมค์ได้ยินเสียงจากรอบตัวมากน้อยแค่ไหน มีสามแบบที่ควรรู้จัก
แบบรอบทิศ (omnidirectional) ฟังเท่ากันทุกทาง ให้เสียงเป็นธรรมชาติ ให้อภัยเวลาคนพูดหันหน้าไปมา แต่ก็เก็บเสียงห้องและเสียงรอบตัวไปด้วย ไมค์หนีบปกส่วนใหญ่เป็นแบบนี้
แบบคาร์ดิออยด์ (cardioid) ชื่อมาจากรูปหัวใจ ฟังด้านหน้าชัดที่สุด และฟังด้านหลังน้อยที่สุด Shure ผู้ผลิตไมค์รายใหญ่อธิบายว่าแบบนี้เก็บเสียงรอบข้างได้ประมาณหนึ่งในสามของแบบรอบทิศ ไมค์ตั้งโต๊ะส่วนใหญ่อยู่กลุ่มนี้
แบบแคบมาก อย่างซูเปอร์คาร์ดิออยด์และไมค์ช็อตกัน ฟังด้านหน้าเป็นลำแคบ ตัดเสียงจากด้านข้างได้มาก ต้องเล็งให้ตรงปากเหมือนเล็งไฟฉาย
ไมค์ที่ฟังแคบมีผลข้างเคียงหนึ่งอย่าง คือยิ่งเอาเข้าใกล้ปาก เสียงทุ้มยิ่งหนาขึ้น เรียกว่า proximity effect พอดีจะอบอุ่น ใกล้เกินจะอู้ ส่วนไมค์รอบทิศไม่มีอาการนี้
ทิศทางการรับเสียงไม่ได้บอกว่าไมค์ไหนดีกว่า แต่บอกว่าไมค์นั้นจะเก็บอะไรติดมาด้วย

ระยะจากปากถึงไมค์ ตัดสินเสียงก่อนสเปกทุกตัว
ถ้าจำได้เรื่องเดียวจากบทความนี้ ให้จำเรื่องระยะ เสียงพูดเบาลงเร็วมากเมื่อไมค์ถอยห่าง ทุกครั้งที่ระยะเพิ่มเป็นสองเท่า เสียงตรงจากปากเบาลงประมาณ 6 เดซิเบล ซึ่งหูเราได้ยินชัดว่าเบาลง แต่เสียงแอร์ เสียงถนน และเสียงสะท้อนในห้องยังดังเท่าเดิม
ไมค์แพงที่ตั้งห่างปากสองเมตรจึงมักแพ้ไมค์ราคาถูกที่อยู่ห่างแค่หนึ่งคืบ ใครเคยเจอปัญหาเสียงสะท้อนในห้อง อ่านวิธีแก้ด้วยของในบ้านได้ที่บทความ เสียงก้อง ตอนอัดเสียงในห้อง
ระยะที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้ ไมค์หนีบปกอยู่ที่หน้าอกห่างปากประมาณหนึ่งคืบ คือราว 20 ถึง 30 เซนติเมตร ตามคำแนะนำของ RØDE ไมค์ตั้งโต๊ะแบบไดนามิกมักใช้ใกล้กว่านั้นมาก ประมาณหนึ่งฝ่ามือ ส่วนไมค์ช็อตกันยิ่งใกล้คนพูดเท่าไรยิ่งดี
ก่อนจะ เลือกไมค์ ตัวใหม่ ลองย้ายไมค์ตัวเดิมให้ใกล้ปากขึ้นครึ่งหนึ่งก่อน หลายครั้งปัญหาจบตรงนั้น

ไมค์หนีบปก มีสายหรือไร้สาย
ไมค์หนีบปก (lavalier) คือไมค์ตัวจิ๋วที่หนีบไว้กับเสื้อ จุดแข็งคือระยะคงที่ คนพูดจะหันซ้ายขวา เดิน หรือห่างกล้องสามเมตร ไมค์ก็ยังอยู่ห่างปากเท่าเดิม เพราะไมค์ส่วนใหญ่ฟังรอบทิศ เลยไม่ต้องเล็ง แค่หนีบให้อยู่กลางหน้าอก
แบบมีสายราคาย่อมเยาและไม่ต้องห่วงสัญญาณหลุด เหมาะกับงานที่คนพูดนั่งอยู่กับที่ แต่สายจะรั้งตัวคนพูดไว้
แบบไร้สายตัดสายทิ้ง คนพูดเดินได้อิสระ จึงเป็นตัวเลือกหลักของงานเดินถ่ายและสัมภาษณ์ แลกกับเรื่องแบตเตอรี่ และสัญญาณที่อาจสะดุดเมื่อมีตัวคนหรือกำแพงบังระหว่างตัวส่งกับตัวรับ หรือในที่ที่มีคลื่นไร้สายหนาแน่น
ระบบไร้สายหลายรุ่นในช่วงหลังมีที่บันทึกเสียงในตัวส่งเองด้วย ถ้าสัญญาณหลุดกลางเทค ไฟล์สำรองในตัวส่งยังอยู่ครบ บางรุ่นบันทึกเป็น 32-bit float คือรูปแบบไฟล์ที่เก็บช่วงความดังได้กว้างมาก เสียงที่ดังเกินหรือเบาเกินตอนอัดจึงดึงกลับมาปรับในโปรแกรมตัดต่อได้ ฟีเจอร์นี้แต่ละรุ่นมีไม่เท่ากัน ต้องเช็กในหน้าสเปกของรุ่นที่สนใจเอง
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดของไมค์หนีบปกไม่ใช่ตัวไมค์ แต่เป็นเสียงผ้าถูไมค์ เสียงสร้อย หรือเสียงผมปัดไมค์ ให้หนีบบนผ้าที่ไม่ขยับมาก ใส่ฟองน้ำหรือขนกันลม
ถ้างานไหนคนพูดต้องขยับตัว ไมค์หนีบปกคือคำตอบแรกที่ควรคิดถึง

ไมค์ช็อตกันและไมค์ติดกล้อง
ไมค์ช็อตกัน (shotgun) คือไมค์ทรงกระบอกยาวที่ฟังด้านหน้าเป็นลำแคบ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่ามันดูดเสียงไกล ๆ เข้ามาได้เหมือนเลนส์ซูม Shure อธิบายตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ดึงเสียงจากที่ไกล มันแค่ตัดเสียงที่มาจากด้านข้างทิ้งได้มากกว่า ระยะยังสำคัญเท่าเดิม
ไมค์ติดหัวกล้องสะดวกที่สุด ได้เสียงของสิ่งที่กล้องหันไปหา จึงเหมาะกับเสียงบรรยากาศ งานถ่ายตัวเองระยะแขน และ vlog ที่กล้องอยู่ใกล้ตัว แต่พอกล้องถอยไปสองสามเมตรเพื่อถ่ายเต็มตัว ไมค์ก็ถอยตามไปด้วย เสียงพูดจะบางลงทันที
งานภาพยนตร์จึงนิยมยกไมค์ช็อตกันขึ้นบูม คือก้านยาวที่ยื่นไมค์ไปเหนือหัวนักแสดงนอกเฟรม เพื่อให้ไมค์ใกล้ปากแต่ไม่ติดกล้อง
กลางแจ้ง ลมคือศัตรูอันดับหนึ่ง ไมค์ที่ไม่มีขนกันลมจะเก็บเสียงลมตีเป็นเสียงตุบ ๆ ที่แก้ในโปรแกรมยาก
ไมค์ช็อตกันช่วยเรื่องทิศ ไม่ได้ช่วยเรื่องระยะ วางมันให้ใกล้คนพูดเสมอ

ไมค์ตั้งโต๊ะ ไดนามิกกับคอนเดนเซอร์
ไมค์ไดนามิก (dynamic) ใช้แผ่นรับเสียงต่อกับขดลวด โครงสร้างเรียบง่ายและทนทาน รับเสียงดังได้มากโดยไม่แตก ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยง ไวต่อเสียงน้อยกว่าคอนเดนเซอร์ จึงต้องพูดใกล้ แต่ข้อนี้กลายเป็นข้อดีในห้องบ้านทั่วไป เพราะมันได้ยินเสียงแอร์และเสียงห้องน้อยกว่า ไมค์ที่เห็นในพอดแคสต์และสตูดิโอวิทยุมักเป็นแบบนี้
ไมค์คอนเดนเซอร์ (condenser) ไวต่อเสียงสูงและเก็บรายละเอียดได้กว้าง เสียงใส มีอากาศ แต่ต้องใช้ไฟเลี้ยง ที่เรียกว่า phantom power หรือแบตเตอรี่ และเพราะไวมาก มันจึงได้ยินห้องชัดเท่ากับได้ยินคนพูด
อีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อคือหัวต่อ ไมค์แบบ USB เสียบคอมพิวเตอร์ได้ทันที เหมาะกับคนเดียวที่อยากเริ่มเร็ว ส่วนไมค์แบบ XLR ต้องมีกล่องแปลงเสียง (audio interface) หรือมิกเซอร์ ยุ่งกว่านิดหนึ่ง แต่ต่อยอดเป็นหลายไมค์ได้ง่ายกว่า
ห้องยังไม่ได้จัดเสียง เริ่มที่ไดนามิก ห้องเงียบและจัดมาแล้ว คอนเดนเซอร์จะได้โชว์ของ

เลือกไมค์ ตามงานห้าแบบที่เจอบ่อย
คุยหน้ากล้องคนเดียวในห้อง ถ้าไม่อยากเห็นไมค์ในเฟรม ไมค์หนีบปกมีสายหรือไร้สายตอบโจทย์ที่สุด ถ้าไม่ติดที่ไมค์จะโผล่ในภาพ ไมค์ตั้งโต๊ะแบบไดนามิกบนขาตั้งแขนยืดให้เสียงหนาแน่นกว่า ส่วนไมค์บนหัวกล้องใช้ได้เมื่อกล้องอยู่ไม่ไกลเกินระยะแขน
สัมภาษณ์สองคน ให้หนีบไมค์คนละตัว และถ้าตัวรับหรือเครื่องอัดแยกช่องได้ ให้อัดแต่ละคนลงคนละช่อง ตอนตัดต่อจะปรับเสียงทีละคนได้ ส่วนไมค์ตัวเดียววางกลางโต๊ะ ทั้งสองคนจะอยู่ไกลไมค์ทั้งคู่
เดินถ่ายนอกบ้าน ไมค์หนีบปกไร้สายพร้อมขนกันลม คือคู่ที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าตัวส่งอัดสำรองในตัวได้ให้เปิดไว้ทุกครั้ง ส่วนไมค์บนหัวกล้องเก็บเสียงบรรยากาศไว้ใช้ผสมตอนตัดต่อ

พอดแคสต์ ใช้ไมค์ตั้งโต๊ะแบบไดนามิกคนละตัว ให้ทุกคนพูดใกล้ไมค์ของตัวเองในระยะเท่ากัน เสียงคนหนึ่งจะรั่วเข้าไมค์อีกคนน้อยลง
สอนออนไลน์ งานนี้พูดยาวเป็นชั่วโมง สิ่งที่ต้องการคือระยะที่ไม่เปลี่ยนตลอดคาบ ไมค์ตั้งโต๊ะแบบ USB ที่ตั้งห่างปากคงที่ ไมค์หนีบปกแบบมีสาย หรือหูฟังที่มีไมค์ยื่นมาหน้าปาก ทำได้ดีกว่าไมค์ในโน้ตบุ๊กที่อยู่ไกลเกือบหนึ่งเมตร
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
งานแบบไหน ใช้ไมค์แบบไหน
คุยหน้ากล้องคนเดียว
นั่งอยู่กับที่ ในห้อง
ไมค์หนีบปก หรือไมค์ตั้งโต๊ะไดนามิก
ระวัง ไมค์หัวกล้องที่อยู่ไกลเกินระยะแขน
สัมภาษณ์ 2 คน
คุยกัน นั่งหรือยืน
ไมค์หนีบปกคนละตัว อัดแยกช่อง
ระวัง ไมค์ตัวเดียววางกลางโต๊ะ
เดินถ่ายนอกบ้าน
เคลื่อนที่ มีลม
ไมค์หนีบปกไร้สาย พร้อมขนกันลม
ระวัง เปิดอัดสำรองในตัวส่งถ้ามี
พอดแคสต์
นั่งคุยนาน หลายคน
ไมค์ตั้งโต๊ะไดนามิก คนละตัว
ระวัง ทุกคนพูดใกล้ไมค์ตัวเองเท่ากัน
สอนออนไลน์
พูดยาวเป็นชั่วโมง
ไมค์ USB ตั้งโต๊ะ หนีบปกมีสาย หรือเฮดเซ็ต
ระวัง ไมค์ในโน้ตบุ๊กที่อยู่ไกล
ไมค์ช็อตกันบนหัวกล้อง เหมาะกับเสียงบรรยากาศ และงานที่กล้องอยู่ใกล้คนพูด
ถ้าลังเลระหว่างสองแบบ เลือกแบบที่อยู่ใกล้ปากคนพูดได้ง่ายกว่าเสมอ

ความเข้าใจผิดเวลา เลือกไมค์ ที่พบบ่อย
ไมค์แพงแก้ห้องได้ ความจริงคือไมค์ไม่รู้ว่าเสียงไหนเป็นเสียงคน เสียงไหนเป็นเสียงห้อง ห้องก้องก็ก้องทุกราคา
32-bit float ทำให้ไม่ต้องสนใจอะไรอีก ฟีเจอร์นี้ช่วยเรื่องเสียงดังเกินหรือเบาเกินตอนอัด แต่ไม่ได้ลบเสียงลม เสียงผ้าถู เสียงแอร์ หรือแก้ไมค์ที่วางไกลเกินไป
ไมค์ไร้สายเสียงแย่กว่ามีสายเสมอ สำหรับงานพูดทั่วไป ระบบไร้สายของครีเอเตอร์ทุกวันนี้ให้เสียงพูดที่ใช้งานได้ดี ความเสี่ยงจริงอยู่ที่สัญญาณหลุดกับแบตหมด ซึ่งจัดการได้ด้วยการอัดสำรองและชาร์จให้เต็มก่อนออกงาน
ไมค์ตัวเดียวใช้ได้ทุกงาน คนที่ทำหลายงานมักจบที่ไมค์สองแบบ เช่น ไมค์หนีบปกไร้สายสำหรับงานนอกบ้าน กับไมค์ตั้งโต๊ะสำหรับงานในห้อง แบบนี้คุ้มกว่าซื้อตัวแพงตัวเดียวที่ทำได้ครึ่ง ๆ ทุกงาน
ก่อน เลือกไมค์ ให้แยกให้ออกว่าปัญหาเสียงที่มีอยู่ มาจากไมค์ จากระยะ หรือจากห้อง
ทำได้คืนนี้ ทดสอบก่อน เลือกไมค์ ตัวใหม่
เปิดมือถือหรือกล้องที่มีอยู่ อัดประโยคเดียวกันสามเทค เทคแรกวางไมค์ไว้ที่เดิมที่เคยใช้ เทคสองย้ายให้ใกล้ปากครึ่งหนึ่ง เทคสามใกล้ปากประมาณหนึ่งคืบ แล้วใส่หูฟังเปิดฟังเทียบกัน
ถ้าเทคใกล้ดีขึ้นชัดเจน แปลว่าปัญหาคือระยะ ไมค์ที่คุณต้องการคือไมค์ที่อยู่ใกล้ปากได้ง่ายในงานของคุณ ไม่จำเป็นต้องแพงขึ้น จากนั้นเขียนงานที่ทำบ่อยที่สุดหนึ่งงานลงกระดาษ แล้วตอบสามข้อ คนพูดกี่คน อยู่นิ่งหรือเดิน อัดที่ไหน คำตอบจะพาไปหาไมค์ประเภทที่ถูกต้องในไดอะแกรมข้างบน
ทำแล้วเทคใกล้ก็ยังมีเสียงก้องหรือเสียงแอร์อยู่ใช่ไหม แปลว่าห้องคือปัญหาหลัก ให้แก้ห้องก่อนซื้อไมค์ ปิดแอร์ระหว่างอัด หันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้าหรือผ้าม่าน แล้วอัดทดสอบอีกครั้ง
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ไมค์คือเครื่องมือที่ตัดสินว่าจะฟังอะไรและไม่ฟังอะไร ทิศทางการรับเสียงบอกว่ามันฟังกว้างแค่ไหน ระยะบอกว่าเสียงคนจะชนะเสียงห้องหรือเปล่า สองเรื่องนี้ใช้ได้กับไมค์ทุกยี่ห้อ เข้าใจแล้วจะ เลือกไมค์ ได้เองทุกงาน ไม่ต้องรอใครจัดอันดับให้
อ่านต่อ
ถ้าอัดในห้องแล้วเสียงยังสะท้อน อ่านต่อที่ เสียงก้อง ตอนอัดเสียงในห้อง แก้ยังไงด้วยของที่มีในบ้าน และถ้าอยากอ่านเรื่องกลไกไมค์และทิศทางการรับเสียงเชิงเทคนิค ดูได้ที่ Microphone Basics ของ Shure
บทความนี้เรียบเรียงโดยทีม CreatorSchoolThailand โดยใช้ AI ช่วยค้นคว้าและเรียบเรียง
