หน้าแรก/บทความ

กฎ 180 องศา คืออะไร ตั้งชัตเตอร์วิดีโอยังไงให้ภาพลื่นเป็นธรรมชาติ

กฎ 180 องศา คืออะไร ตั้งชัตเตอร์วิดีโอยังไงให้ภาพลื่นเป็นธรรมชาติ

เคยเป็นไหม ถ่ายคลิปเพื่อนเดินกลางแดด เปิดดูทีหลังแล้วรู้สึกแปลก ๆ ภาพคมทุกเฟรมก็จริง แต่คนเดินดูกระตุกเหมือนหุ่นยนต์ หรือพอเข้ามาถ่ายในห้อง ภาพกลับมีแถบมืดเลื่อนผ่านจอ ทั้งสองเรื่องมาจากค่าเดียวกัน คือความเร็วชัตเตอร์ และหลักที่คนทำหนังใช้กันมานานเพื่อคุมเรื่องนี้ก็คือ กฎ 180 องศา

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ากฎนี้คืออะไร ทำไมต้องตั้งชัตเตอร์ประมาณสองเท่าของเฟรมเรต ชื่อ 180 องศามาจากไหน ถ้าตั้งเร็วไปหรือช้าไปภาพจะเป็นยังไง กลางแดดจัดจะใช้ฟิลเตอร์ ND ช่วยยังไง ตั้งค่ายังไงใต้ไฟบ้านในไทย และเมื่อไหร่ที่เราแหกกฎได้แบบตั้งใจ หลักนี้ใช้ได้กับกล้องทุกยี่ห้อ

กฎ 180 องศา คืออะไร ทำไมต้องเป็นสองเท่าของเฟรมเรต

วิดีโอจริง ๆ แล้วคือภาพนิ่งหลายภาพที่เปิดต่อกันเร็ว ๆ ถ่าย 25fps ก็คือ 25 ภาพต่อวินาที แต่ละภาพมีเวลาของตัวเองราว 1/25 วินาที คำถามคือ ในเวลาสั้น ๆ นั้น เราจะให้ชัตเตอร์เปิดรับแสงนานแค่ไหน?

ถ้าชัตเตอร์เปิดนานพอประมาณ ของที่ขยับอยู่จะเบลอนิดหน่อยในแต่ละภาพ ความเบลอนี้แหละที่ช่วยเชื่อมภาพหนึ่งไปหาภาพถัดไป พอเปิดต่อกัน ตาเราก็เห็นเป็นการเคลื่อนไหวที่ลื่นเหมือนที่ตาเห็นจริง

หลักง่าย ๆ ที่คนทำหนังใช้คือ ตั้งชัตเตอร์ให้เปิดประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาแต่ละเฟรม เขียนเป็นตัวเลขได้ว่า ตัวล่างของชัตเตอร์ประมาณสองเท่าของเฟรมเรต ถ่าย 24fps ก็ใช้ราว 1/48 ซึ่งกล้องส่วนใหญ่ใกล้สุดคือ 1/50 ถ่าย 30fps ใช้ 1/60 ถ่าย 60fps ใช้ 1/120 นี่แหละคือ กฎ 180 องศา ที่คนพูดถึงกัน

จำง่าย ๆ เอาเฟรมเรตคูณสอง แล้วตั้งเป็นตัวล่างของชัตเตอร์ ใกล้แค่ไหนก็ใช้ได้ ไม่ต้องเป๊ะ

ชื่อ 180 องศา มาจากไหน

ชื่อนี้มาจากกล้องถ่ายหนังสมัยฟิล์ม ในกล้องจะมีจานกลมหมุนอยู่หน้าฟิล์ม จานนี้ถูกตัดเป็นช่องเปิดบางส่วน หมุนครบหนึ่งรอบต่อหนึ่งเฟรม ตอนช่องเปิดผ่าน แสงก็ตกลงบนฟิล์ม ตอนส่วนทึบผ่าน ฟิล์มก็เลื่อนไปเฟรมถัดไป

ถ้าช่องเปิดกว้างครึ่งวงกลมพอดี ก็คือ 180 องศา แสงจะเข้าครึ่งหนึ่งของเวลาแต่ละเฟรม ถ้าช่องเปิดแคบลงเหลือ 90 องศา แสงจะเข้าแค่หนึ่งในสี่ ชัตเตอร์ก็เร็วขึ้นเท่าตัว ส่วน 360 องศาคือเปิดตลอดเวลาของเฟรมนั้น

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

180 องศา คือชัตเตอร์เปิดครึ่งหนึ่งของเวลาแต่ละเฟรม

24 fps

ชัตเตอร์ 1/48 หรือ 1/50

ลุคหนัง เล่าเรื่อง

30 fps

ชัตเตอร์ 1/60

กลางแจ้ง ไม่มีไฟบ้าน

60 fps

ชัตเตอร์ 1/120

ภาพลื่น ทำสโลว์ได้นิดหน่อย

สูตร เวลาชัตเตอร์ = องศา ÷ 360 × 1 ÷ เฟรมเรต · 180° ที่ 24fps ได้ 1/48 วินาที

ค่าที่ใกล้เคียงใช้ได้ ไม่ต้องเป๊ะ

กล้องดิจิทัลทุกวันนี้ไม่มีจานแบบนั้นแล้ว แต่คนทำวิดีโอยังเรียกกันติดปาก กล้องวิดีโอบางรุ่นยังให้เลือกได้เลยว่าจะตั้งชัตเตอร์เป็นวินาทีหรือเป็นองศา ข้อดีของการตั้งเป็นองศาคือ เปลี่ยนเฟรมเรตเมื่อไหร่ กล้องก็คำนวณชัตเตอร์ให้ใหม่เอง ความเบลอของการเคลื่อนไหวจะดูเท่าเดิม

ใครอยากคิดเลขเอง สูตรคือ เวลาชัตเตอร์เท่ากับ องศาหารด้วย 360 แล้วคูณด้วยหนึ่งส่วนเฟรมเรต ลองแทน 180 องศาที่ 24fps ดู จะได้ 1/48 วินาทีพอดี

ชัตเตอร์เร็วเกินไป ภาพกระตุกแบบไหน?

ลองนึกถึงตอนถ่ายกลางแดดแบบปล่อยกล้องเป็น Auto กล้องจะเห็นว่าแสงเยอะมาก เลยเร่งชัตเตอร์ขึ้นไปที่ 1/1000 หรือเร็วกว่านั้น แต่ละเฟรมก็จะคมกริบ ไม่มีความเบลอเลย พอเปิดต่อกัน การเคลื่อนไหวจะดูเป็นจังหวะ ๆ เหมือนภาพนิ่งที่เรียงกันเร็ว ๆ มือที่โบก ใบไม้ที่ไหว หรือคนที่เดินผ่าน จะดูกระตุกจนรู้สึกได้

คนเดินบนถนนในเมืองกลางแดดจัด ฉากที่ต้องใช้ กฎ 180 องศา คู่กับฟิลเตอร์ลดแสง
การเคลื่อนไหวแบบคนเดินผ่านกลางแดดแบบนี้ ถ้าชัตเตอร์เร็วเกินไป ในคลิปจะดูกระตุกได้ง่าย

อาการนี้ไม่ได้แย่เสมอไป หนังสงครามอย่าง Saving Private Ryan ก็ตั้งใจใช้ชัตเตอร์แคบที่ 45 และ 90 องศาในหลายฉาก ผู้กำกับภาพเล่าไว้ในนิตยสาร American Cinematographer ว่าตอนระเบิด เม็ดทรายที่ปลิวขึ้นมาจะเห็นชัดแทบทุกเม็ด ช่วยให้ฉากดูจริงและดูเร่งร้อน

แต่ถ้าเป็นคลิปพูดหน้ากล้อง vlog หรือรีวิว อาการกระตุกแบบนี้มักทำให้คนดูรู้สึกว่าคลิปดูแข็ง ๆ ไม่สบายตา โดยที่เขาเองก็อาจบอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร

ชัตเตอร์ช้าเกินไป ภาพเบลอแบบไหน?

กลับกัน ถ้าตั้งชัตเตอร์ช้ากว่าที่กฎบอก เช่น ถ่าย 25fps แต่ใช้ 1/25 ซึ่งก็คือ 360 องศา ความเบลอจะลากยาวจนเกือบต่อกันทุกเฟรม การเคลื่อนไหวจะดูนุ่ม ฟุ้ง ๆ เหมือนฝัน ถ้าขยับกล้องเร็วหรือคนขยับเยอะ ภาพจะเลอะจนดูไม่ออกว่าเป็นอะไร

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ในงานวิดีโอทั่วไป ชัตเตอร์ช้ากว่าเวลาของหนึ่งเฟรมไม่ได้ ถ่าย 25fps กล้องส่วนใหญ่จะให้ช้าสุดแค่ราว 1/25 เพราะแต่ละเฟรมมีเวลาแค่นั้น

บางคนเลือกชัตเตอร์ช้าตอนแสงน้อยมาก เพราะได้แสงเพิ่มอีกหนึ่งสต็อปโดยไม่ต้องดัน ISO ขึ้น วิธีนี้พอใช้ได้กับฉากนิ่ง ๆ แต่ถ้าในเฟรมมีคนขยับ ลองเช็คดูก่อนว่าความเบลอที่ได้มายังรับได้ไหม

นักเต้นหมุนตัวบนเวทีมืด ถ่ายด้วยชัตเตอร์ช้า แขนและชุดเบลอลากเป็นทาง
ชัตเตอร์ยิ่งช้า อะไรที่ขยับในเฟรมก็ยิ่งเบลอลากยาว ในคลิปที่คนขยับเยอะ ความเบลอแบบนี้จะทำให้ภาพดูเลอะ

กลางแดดจัด ใช้ กฎ 180 องศา ยังไงให้ภาพไม่สว่างเกิน

ตรงนี้คือปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดในบ้านเรา แดดไทยแรงมาก ถ้าเราล็อกชัตเตอร์ไว้ที่ 1/50 ตามกฎ แล้วเปิดรูรับแสงกว้างเพราะอยากได้หลังเบลอ ภาพจะขาวจนเห็นอะไรไม่ชัด ลด ISO ลงต่ำสุดแล้วก็ยังสว่างไป

ทางออกที่คนทำวิดีโอใช้คือฟิลเตอร์ ND หรือ Neutral Density ให้นึกภาพว่าเป็นแว่นกันแดดของเลนส์ มันลดแสงที่เข้ากล้องลงเท่า ๆ กันทุกสี โดยไม่เปลี่ยนสีของภาพ เราจะได้ใช้ชัตเตอร์ตามกฎและเปิดรูรับแสงตามที่อยากได้ต่อไป

ตัวเลขบนฟิลเตอร์ ND บอกว่าลดแสงลงกี่เท่า ND2 ลดครึ่งหนึ่ง เท่ากับหนึ่งสต็อป ND4 ลดสองสต็อป ND8 ลดสามสต็อป ND16 สี่สต็อป ไล่ไปจน ND64 หกสต็อป แต่ละสต็อปคือแสงหายไปครึ่งหนึ่ง

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้ ND เท่าไหร่? ลองแบบนี้ดู ตั้งรูรับแสงกับ ISO ที่อยากใช้ แล้วดูว่ากล้องต้องใช้ชัตเตอร์เท่าไหร่ภาพถึงพอดี สมมติว่าได้ 1/1000 แต่เราอยากใช้ 1/50 ระยะห่างจาก 1/1000 ถึง 1/50 คือยี่สิบเท่า หรือราวสี่สต็อปกว่า ฟิลเตอร์ ND16 จะพาเราไปได้เกือบถึง ส่วนที่เหลืออีกนิด ลองหรี่รูรับแสงลงสักหน่อยก็พอดี

มือกำลังใส่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์กล้อง ก่อนออกไปถ่ายกลางแจ้ง
ฟิลเตอร์ ND ช่วยลดแสงลงเท่า ๆ กันทั้งภาพ เราเลยใช้ชัตเตอร์ช้าตามที่อยากได้กลางแดดได้

ฟิลเตอร์ที่ปรับค่าได้หรือ Variable ND สะดวกมากสำหรับคลิปที่เดินจากร่มไปแดด หมุนทีเดียวก็ปรับได้ แต่บางรุ่นถ้าหมุนจนสุดจะเกิดลายกากบาทมืด ๆ บนภาพ ลองหมุนดูในจอทุกครั้งก่อนกดอัด

ถ้าจะซื้อฟิลเตอร์ ND ชิ้นแรกสำหรับถ่ายกลางแดดในไทย ลองดูช่วงที่ลดแสงได้สักสามถึงหกสต็อปก่อน แล้วค่อยขยับตามงาน

ไฟบ้าน 50Hz กับ กฎ 180 องศา ใช้คู่กันยังไง

ประเทศไทยใช้ไฟบ้าน 50Hz หลอดไฟหลายแบบเลยกะพริบประมาณ 100 ครั้งต่อวินาที ตาเรามองไม่ทัน แต่กล้องจับได้ ถ้าชัตเตอร์ไม่เข้าจังหวะกับไฟ ภาพจะมีแถบมืดเลื่อนผ่าน หรือสว่างวูบวาบเป็นระยะ

คลิปสอนจำนวนมากมาจากอเมริกาที่ใช้ไฟ 60Hz คำแนะนำว่าถ่าย 30fps ใช้ 1/60 ก็เลยใช้ได้ดีที่นั่น พอเอามาใช้ใต้ไฟบ้านเรา ภาพกลับกะพริบ

ค่าที่เข้าจังหวะกับไฟ 50Hz คือ 1/50 และ 1/100 ข่าวดีคือสองค่านี้ใกล้กับกฎอยู่แล้ว ถ่าย 25fps ใช้ 1/50 ได้ 180 องศาพอดี ถ่าย 24fps ใช้ 1/50 ได้ราว 173 องศา ใกล้มากจนดูไม่ออก ถ่าย 50fps ใช้ 1/100 ก็ตรง 180 องศาพอดีเหมือนกัน

ส่วนคนที่ถ่าย 30fps หรือ 60fps ในห้อง ลองใช้ 1/50 และ 1/100 ตามลำดับดู การเคลื่อนไหวจะเบลอกว่ากฎนิดหน่อย คนดูแทบไม่สังเกต แต่ภาพกะพริบนี่คนดูเห็นทันที

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

ตั้งชัตเตอร์ยังไงดี เมื่อถ่ายในไทย

กลางแจ้ง ไม่มีไฟบ้าน

ใช้กฎ 180 องศาตรง ๆ

24fps ใช้ 1/50

25fps ใช้ 1/50

30fps ใช้ 1/60

50fps ใช้ 1/100

60fps ใช้ 1/120

แดดจัด ใส่ฟิลเตอร์ ND

ในห้อง ใต้ไฟบ้าน 50Hz

เลือกค่าที่ไม่กะพริบก่อน

24 · 25 · 30fps ใช้ 1/50

50 · 60fps ใช้ 1/100

30fps ที่ 1/50 คือราว 216° เบลอกว่านิดเดียว

ฟิลเตอร์ ND ND8 = 3 สต็อป · ND16 = 4 สต็อป · ND64 = 6 สต็อป หนึ่งสต็อปคือแสงหายไปครึ่งหนึ่ง

ไฟ LED บางรุ่น จอคอม และป้ายไฟ กะพริบด้วยความถี่ของตัวเอง ต้องปรับชัตเตอร์ทีละนิดแล้วดูจากจอ

กล้องหลายรุ่นมีเมนูลดภาพกะพริบที่ล็อกชัตเตอร์ไว้ที่ 1/50 หรือ 1/100 ให้เลย ชื่อเมนูต่างกันไปตามยี่ห้อ ลองหาในเมนูวิดีโอของกล้องเราดู เรื่องเฟรมเรตกับไฟ 50Hz แบบละเอียด อ่านต่อได้ใน เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง

ถ้าถ่ายในห้องใต้ไฟบ้าน ให้ภาพไม่กะพริบมาก่อน แล้วค่อยเลือกค่าที่ใกล้ 180 องศาที่สุด

เมื่อไหร่ที่แหกกฎได้

กฎนี้เป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่ข้อบังคับ มีหลายงานที่คนทำวิดีโอตั้งใจไม่ทำตาม

งานแรกคือช็อตแอ็กชันหรือกีฬาที่อยากให้ดูเร้าใจ ชัตเตอร์เร็วจะเก็บน้ำที่กระเด็นหรือฝุ่นที่ฟุ้งให้คมเป็นเม็ด ๆ แบบที่หนังสงครามใช้

งานที่สองคือคลิปที่อยากดึงเฟรมไปเป็นภาพนิ่งหรือภาพปก ชัตเตอร์เร็วจะได้ภาพที่คมกว่าเวลาหยุดดูทีละเฟรม แลกกับการเคลื่อนไหวที่แข็งขึ้น

งานที่สามคือฉากที่อยากได้ความฝัน ความเมา หรือความรีบเร่งในที่มืด ชัตเตอร์ช้าใกล้ 360 องศาจะให้ภาพฟุ้งที่เล่าอารมณ์แบบนั้นได้ดี

นักสเก็ตบอร์ดกำลังกระโดดกลางถนน เป็นช็อตแอ็กชันที่บางคนเลือกใช้ชัตเตอร์เร็ว
งานแอ็กชันแบบนี้คือจังหวะที่คนทำวิดีโอบางคนเลือกแหกกฎ เพื่อให้ทุกเฟรมคมและดูเร้าใจ

ส่วนสโลว์โมชัน ยังใช้หลักเดิมได้ ถ่าย 120fps ก็ใช้ราว 1/250 ถ้าถ่ายใต้ไฟบ้าน มีโอกาสเห็นภาพกะพริบได้ง่าย ลองถ่ายกลางแจ้งหรือใช้ไฟที่ไม่กะพริบจะง่ายกว่า

ถ้าจะแหกกฎ ลองคิดก่อนว่าอยากให้คนดูรู้สึกแบบไหน แล้วค่อยตั้งชัตเตอร์เองตามนั้น ดีกว่าปล่อยให้กล้องเลือกให้

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ กฎ 180 องศา

เรื่องแรก ต้องเป๊ะที่ 1/48 จริง ๆ ไม่ต้องเลย 1/50 กับ 1/48 ต่างกันน้อยมาก ใกล้แค่ไหนก็ใช้ได้

เรื่องที่สอง ใช้ชัตเตอร์ปรับความสว่างได้เหมือนถ่ายภาพนิ่ง ในงานวิดีโอ ชัตเตอร์คุมความรู้สึกของการเคลื่อนไหวด้วย ถ้าอยากปรับความสว่าง ลองใช้รูรับแสง ISO หรือฟิลเตอร์ ND แทน

เรื่องที่สาม มือถือไม่ต้องสนใจเรื่องนี้ ที่จริงมือถือส่วนใหญ่ปรับรูรับแสงไม่ได้ กล้องเลยใช้ชัตเตอร์คุมความสว่างแทน กลางแดดชัตเตอร์จึงเร็วมาก อาการกระตุกก็เกิดกับมือถือได้เหมือนกัน คนที่ถ่ายมือถือจริงจังถึงหาฟิลเตอร์ ND สำหรับมือถือมาใช้

ครีเอเตอร์ตั้งกล้องถ่ายคลิปในห้องที่เปิดไฟบ้าน
ถ่ายในห้องใต้ไฟบ้านแบบนี้ ลองตั้งชัตเตอร์ 1/50 หรือ 1/100 แล้วอัดทดสอบสั้น ๆ ก่อนเริ่มงานจริง

คืนนี้มาลองดูความต่างด้วยตาตัวเองกัน

ตั้งกล้องหรือมือถือที่ปรับชัตเตอร์เองได้ไว้ที่ 25fps หรือ 24fps แล้วถ่ายมือตัวเองโบกไปมาช้า ๆ สามรอบ รอบแรก 1/50 รอบที่สอง 1/500 รอบที่สาม 1/25 ถ้าภาพสว่างหรือมืดไป ให้ไปปรับ ISO แทนชัตเตอร์

เปิดดูทั้งสามคลิปบนจอคอม รอบ 1/50 จะดูเป็นธรรมชาติที่สุด รอบ 1/500 มือจะดูกระตุก รอบ 1/25 มือจะเบลอเป็นปื้น ลองหยุดภาพดูทีละเฟรมด้วย จะเห็นเลยว่าความเบลอในแต่ละเฟรมต่างกันแค่ไหน

ถ้าลองแล้วยังแยกไม่ออก ลองถ่ายของที่ขยับเร็วกว่ามือ เช่น พัดลมที่เปิดเบอร์หนึ่ง หรือรถที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน แล้วถ้าภาพมีแถบมืดเลื่อนผ่าน ลองเช็คว่าตั้งชัตเตอร์เป็น 1/50 หรือ 1/100 แล้วหรือยัง

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

ตั้งชัตเตอร์ประมาณสองเท่าของเฟรมเรต การเคลื่อนไหวจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด กลางแดดใช้ฟิลเตอร์ ND ช่วยลดแสง แทนการเร่งชัตเตอร์ ในห้องใต้ไฟบ้านในไทย ใช้ 1/50 หรือ 1/100 ให้ภาพไม่กะพริบก่อน และถ้าจะแหกกฎ ก็ให้เป็นเพราะเราอยากได้ความรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่แน่นเรื่องชัตเตอร์ รูรับแสง และ ISO ลองย้อนไปอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ก่อน ใครอยากดูการตั้งค่ากล้องถ่ายวิดีโอทีละขั้น ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ส่วนเรื่องเลือกฟิลเตอร์ ND ให้ตรงงาน มีบทเรียน ใช้ ND, CPL และ Mist ให้ตรงงาน และถ้าอยากดูภาพเปรียบเทียบองศาชัตเตอร์แบบต่าง ๆ ลองดูบทเรียน Shutter Angle ของ RED

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด