
หลายคนน่าจะเคยเป็นแบบนี้ ถ่ายคลิปเสร็จหนึ่งวัน กลับบ้านมายังต้องนั่งเกรดสีทีละคลิปอีกหลายชั่วโมง หรือเปิดโหมด Log ตามที่คนแนะนำ แล้วได้ภาพสีจืดมาแบบไม่รู้จะทำสียังไงต่อ ถ้ากล้องใส่สีที่เราชอบให้ตั้งแต่ตอนกดถ่ายเลยล่ะ? กล้อง LUMIX หลายรุ่นมีฟังก์ชันแบบนี้อยู่ ชื่อว่า Real Time LUT
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า LUT คืออะไรแบบเข้าใจง่าย ฟังก์ชันนี้ทำงานในกล้องยังไง ใช้คู่กับแอป LUMIX Lab ยังไง รุ่นไหนใช้ได้ ใส่ LUT ของตัวเองเข้ากล้องยังไง และงานแบบไหนที่ยังควรถ่าย V-Log แล้วไปเกรดทีหลังอยู่
LUT คืออะไร อธิบายแบบไม่ต้องรู้เลข
LUT ย่อมาจาก Look Up Table แปลตรง ๆ ก็คือตารางให้เปิดดู ลองนึกภาพตารางเทียบสีขนาดใหญ่ ฝั่งหนึ่งเป็นสีที่กล้องเก็บมา อีกฝั่งเป็นสีที่เราอยากให้ออกมา ทุกจุดในภาพจะถูกเปิดตารางนี้ แล้วเปลี่ยนเป็นสีใหม่ตามที่ตารางบอก
Panasonic เองอธิบายไว้ว่า LUT คือพรีเซ็ตสีที่ใช้สูตรคณิตศาสตร์แปลงโทนสีของภาพและวิดีโอ สำหรับคนใช้งาน จำแค่ว่า LUT หนึ่งไฟล์ก็คือลุคสีหนึ่งแบบ จะเป็นโทนฟิล์ม โทนอุ่น หรือโทนที่เราแต่งเองก็ได้
ปกติคนทำวิดีโอจะใส่ LUT ในโปรแกรมตัดต่อหลังถ่ายเสร็จ โดยเฉพาะคนที่ถ่าย Log ซึ่งภาพจะออกมาสีจืดเพราะเก็บช่วงแสงไว้เผื่อเกรด ใครยังไม่แน่นเรื่องนี้ ลองอ่าน โปรไฟล์ Log คืออะไร ประกอบไปด้วยก็ได้
Real Time LUT ทำงานในกล้องยังไง
ฟังก์ชันนี้ย้ายขั้นตอนใส่ LUT จากคอมมาไว้ในกล้อง วิธีใช้คือตั้ง Photo Style เป็น REAL TIME LUT แล้วเลือกไฟล์ LUT ที่อยากใช้ ภาพบนจอจะเปลี่ยนเป็นลุคนั้นทันที และพอกดถ่าย ไฟล์ภาพกับคลิปที่บันทึกก็จะมีสีจาก LUT ติดมาด้วยเลย
ข้างใต้ LUT ยังมีโปรไฟล์ฐานอยู่อีกชั้น ไฟล์ LUT จะบอกกล้องเองว่าใช้โปรไฟล์ฐานแบบไหน ถ้าในไฟล์ไม่มีข้อมูลนี้ กล้องจะใช้ V-Log เป็นฐาน ซึ่งเป็นโปรไฟล์ Log ของ LUMIX นั่นเอง แปลว่าเรายังได้ช่วงแสงกว้างแบบ Log แต่ไม่ต้องเห็นภาพสีจืดตอนถ่าย
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
ใส่ LUT ในกล้อง ได้สีตั้งแต่ตอนถ่าย
1 เซนเซอร์
แสงจากฉากจริง
กล้องเก็บข้อมูลสีและแสงมาก่อน
2 โปรไฟล์ฐาน
ปกติคือ V-Log
ไฟล์ LUT บอกกล้องว่าใช้ฐานแบบไหน ถ้าไม่มีข้อมูล กล้องใช้ V-Log
3 LUT
ซ้อนได้ 2 ชั้นในบางรุ่น
ชั้นแรกแปลง Log เป็นภาพปกติ ชั้นที่สองใส่ลุค ปรับความเข้มได้
4 ไฟล์ที่ได้
วิดีโอ และภาพนิ่งที่ไม่ใช่ RAW
สีจาก LUT ฝังลงไฟล์แล้ว พร้อมลงโซเชียล
ทำ LUT บนมือถือด้วยแอป LUMIX Lab หรือโหลดไฟล์ .cube และ .vlt ผ่านการ์ด รายละเอียดต่างกันไปตามรุ่น
กล้องบางรุ่นใส่ LUT ซ้อนกันได้สองชั้นพร้อมกัน เช่น ชั้นแรกแปลงสีจาก Log ให้เป็นภาพปกติ ชั้นที่สองใส่ลุคที่เราชอบทับลงไป บางรุ่นยังปรับความเข้มของ LUT และเติมเกรนได้ด้วย ถ้า LUT แรงไป ก็ลดลงได้โดยไม่ต้องทำไฟล์ใหม่

ในกล้อง LUMIX S9 มีปุ่มชื่อ LUT อยู่บนตัวกล้องเลย กดแล้วจะขึ้นหน้าเลือก LUT ให้หมุนเลือกได้ทันที ส่วนรุ่นอื่นที่ได้ฟังก์ชันนี้ทีหลังผ่านเฟิร์มแวร์ ลองตั้งปุ่ม Fn ให้สลับมาที่โหมดนี้ดู จะใช้สะดวกขึ้นเยอะ
ทำ LUT เองด้วยแอป LUMIX Lab ยังไง
LUMIX Lab เป็นแอปมือถือของ Panasonic ที่เปิดตัวมาคู่กับ S9 ในเดือนพฤษภาคม 2024 หน้าที่หลักที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มีสามอย่าง
อย่างแรกคือทำ LUT เอง เราเปิดภาพในแอป ปรับสีจนชอบ แล้วบันทึกเป็น LUT ของตัวเองได้ ไม่ต้องมีโปรแกรมเกรดสีในคอม
อย่างที่สองคือ Magic LUT ฟีเจอร์ที่ใช้ AI วิเคราะห์ภาพที่เราชอบจากอัลบั้มในมือถือ แล้วสร้าง LUT ที่ให้สี โทน และอารมณ์ใกล้กับภาพนั้น ฝั่ง iPhone ต้องเป็น iPhone 11 ขึ้นไป หรือ iPhone XS และ XS Max (ไม่รวม iPhone SE รุ่นที่สอง)
อย่างที่สามคือดาวน์โหลด LUT ที่ครีเอเตอร์คนอื่นทำไว้ แล้วส่งเข้ากล้องแบบไร้สายได้เลย ส่วน L10 กับ S9 ต่อสายส่งได้ด้วย

แอปนี้อัปเดตต่อเนื่อง ตามหน้าเว็บของ Panasonic เวอร์ชัน 2.0.4 เมื่อกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่มการเลือกส่งหรือลบ LUT หลายไฟล์พร้อมกัน และเวอร์ชัน 3.0.0 เมื่อพฤษภาคม 2026 เพิ่มการแต่งไฟล์ RAW ในแอป บางฟีเจอร์ยังใช้ได้เฉพาะ L10 กับ S9 เช่น LUT ที่บรรจุค่าเกรน ความคม และการลดนอยส์ไว้ในไฟล์เดียว
ถ้าเพิ่งเริ่ม ลองใช้ LUT ตัวอย่างที่มากับกล้องหรือในแอปก่อน แล้วค่อยลองทำของตัวเองทีหลัง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าชอบโทนแบบไหน
กล้อง LUMIX รุ่นไหนใช้ Real Time LUT ได้บ้าง
ฟังก์ชันนี้เริ่มจาก LUMIX S9 ที่เปิดตัวเดือนพฤษภาคม 2024 จากนั้นเดือนตุลาคม 2024 Panasonic ปล่อยเฟิร์มแวร์ที่เพิ่มฟังก์ชันนี้และการเชื่อมต่อ LUMIX Lab ให้ S5II (เวอร์ชัน 3.1) S5IIX (เวอร์ชัน 2.1) และ G9II (เวอร์ชัน 2.2)
ตามหน้าแอป LUMIX Lab ของ Panasonic ตอนนี้กล้องที่ใช้กับแอปได้มี S9, S5II, S5IIX, S1II, S1IIE, S1RII, GH7 และ G9II ส่วน LUMIX L10 กล้องคอมแพกต์เลนส์ติดตัวที่เปิดตัวเดือนพฤษภาคม 2026 ก็มีฟังก์ชันนี้ และใส่ LUT ซ้อนได้สองชั้นเหมือนกัน

ถ้ากล้องเราเป็นรุ่นที่ได้ฟังก์ชันนี้ผ่านเฟิร์มแวร์ ลองเช็คก่อนว่าอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือยัง ชื่อเมนูและจำนวน LUT ที่ใส่ได้ต่างกันไปตามรุ่น ให้ดูคู่มือของรุ่นนั้นประกอบด้วย
ใส่ LUT ของตัวเองเข้ากล้องยังไง
นอกจากส่งผ่าน LUMIX Lab แล้ว ถ้ามีไฟล์ LUT จากโปรแกรมตัดต่อหรือซื้อมาจากที่อื่น ก็ใส่ผ่านการ์ดได้ กล้องรับไฟล์นามสกุล .cube แบบ 3D LUT ขนาดตั้งแต่ 2 ถึง 33 จุด และไฟล์ .vlt ของ Panasonic
วิธีคือเอาไฟล์ไปวางไว้ชั้นนอกสุดของการ์ด คือโฟลเดอร์แรกที่เห็นตอนเปิดการ์ดในคอม ตั้งชื่อไฟล์เป็นตัวอักษรอังกฤษกับตัวเลข ถ้าการ์ดเป็น SDHC ชื่อยาวได้ไม่เกิน 8 ตัวอักษร ไม่รวมนามสกุล จากนั้นเข้าเมนู LUT Library ในกล้อง เลือกช่องที่จะเก็บ แล้วกดโหลดไฟล์
ใน S9 และ L10 คลัง LUT เก็บได้สูงสุด 39 ไฟล์ ตอนออกจากโรงงานจะมี Vlog_709 กับ LUT ตัวอย่างอีกสามไฟล์มาให้แล้ว
ก่อนใช้ LUT ที่ได้มาจากที่อื่น ลองเช็คก่อนว่าเขาทำมาสำหรับ V-Log หรือเปล่า ถ้าทำมาสำหรับ Log ของกล้องยี่ห้ออื่น สีอาจเพี้ยนไปจากที่เห็นในตัวอย่าง
Real Time LUT กับการถ่าย V-Log แล้วเกรดทีหลัง ต่างกันตรงไหน
ความต่างที่สำคัญที่สุดคือการใส่ LUT ในกล้องจะฝังสีลงไฟล์ไปแล้ว ถ้าตอนถ่ายเลือก LUT ผิด หรือตั้งค่าแสงผิด กลับมาแก้ทีหลังได้ไม่มากเท่าไฟล์ V-Log ที่ยังไม่ได้ใส่สี
ส่วนการถ่าย V-Log ภาพจะสีจืดตอนถ่าย แต่เก็บข้อมูลไว้ให้เกรดได้เยอะกว่า แลกกับเวลาที่ต้องนั่งทำสีในคอม
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
งานนี้ใช้ Real Time LUT หรือถ่าย V-Log ดี?
Real Time LUT
ได้สีพร้อมใช้จากกล้อง
คลิปโซเชียลที่ต้องลงไว
vlog ท่องเที่ยว
อีเวนต์ที่ต้องส่งงานเร็ว
ภาพนิ่งที่อยากได้ลุคเดิมทุกภาพ
แลกกับ แก้สีทีหลังได้น้อย
ถ่าย V-Log
เก็บข้อมูลไว้เกรดทีหลัง
งานลูกค้าที่อาจขอแก้สี
ฉากสว่างมืดต่างกันมาก
ไฟผสมหลายสี
หลายกล้องที่ต้องจับสีให้เท่ากัน
แลกกับ เวลานั่งเกรดสี
ทางกลาง
V-Log + LUT View Assist
จอแสดงภาพแบบใส่ LUT แล้ว แต่ไฟล์ยังเป็น V-Log
เห็นสีใกล้งานจริง และยังเกรดได้
แล้วงานแบบไหนควรใช้อะไร? ลองคิดแบบนี้ดู ถ้าเป็นคลิปลงโซเชียลที่ต้องการความเร็ว vlog ท่องเที่ยว งานอีเวนต์ที่ต้องส่งไว หรือภาพนิ่งที่อยากได้ลุคเดิมทุกภาพ การใส่ LUT ในกล้องช่วยประหยัดเวลาได้มาก
แต่ถ้าเป็นงานลูกค้าที่อาจโดนขอแก้สี ฉากที่แสงต่างกันมากระหว่างที่สว่างกับที่มืด ไฟผสมหลายสี งานที่ใช้กล้องหลายตัวแล้วต้องจับสีให้เท่ากัน หรืองานที่เรายังไม่แน่ใจว่าอยากได้ลุคแบบไหน ลองถ่าย V-Log ไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า
มีอีกทางที่อยู่ตรงกลาง คือถ่าย V-Log แต่เปิด LUT View Assist ให้จอแสดงภาพแบบใส่ LUT แล้ว เราจะเห็นสีใกล้กับงานจริงตอนถ่าย แต่ไฟล์ยังเป็น V-Log ไว้เกรดทีหลังได้

สำหรับคนถ่ายภาพนิ่ง ถ้าตั้งไฟล์เป็น RAW อย่างเดียว LUT จะไม่ถูกฝังลงไฟล์ RAW จะเห็นแค่บนจอตอนถ่ายกับภาพย่อตอนเปิดดู ไฟล์ RAW ยังไปแต่งสีทีหลังได้เหมือนเดิม
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Real Time LUT
เรื่องแรก ใส่ LUT แล้วไม่ต้องสนใจแสงกับไวท์บาลานซ์ ที่จริง LUT ถูกออกแบบมาโดยคิดว่าภาพที่เข้ามาวัดแสงและตั้งไวท์บาลานซ์มาพอดี ถ้าภาพมืดไปหรือสีเพี้ยนมาก่อน LUT ก็จะยิ่งพาไปผิดทาง ลองตั้งไวท์บาลานซ์ให้ตรงก่อน ใครยังไม่แน่นเรื่องนี้ อ่าน White Balance คืออะไร ประกอบได้
เรื่องที่สอง ใช้ LUT เดียวกับครีเอเตอร์ที่ชอบแล้วภาพจะเหมือนเขา LUT เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แสง ฉาก สีเสื้อผ้า และเวลาที่ถ่าย มีผลกับลุคพอ ๆ กัน LUT เดียวกันในแสงต่างกันจะให้ผลไม่เหมือนกัน
เรื่องที่สาม ใส่ LUT ในกล้องแล้วแปลว่าไม่ต้องรู้เรื่องเกรดสี จริง ๆ การทำ LUT ของตัวเองให้ดี ก็ต้องรู้ว่าอยากได้สีแบบไหน และปรับยังไงถึงจะไปถึง ฟังก์ชันนี้แค่ย้ายงานเกรดจากหลังถ่ายมาไว้ก่อนถ่าย
คืนนี้มาลองเทียบสองแบบดูกัน
ถ้ามีกล้อง LUMIX ที่รองรับ ลองตั้ง Photo Style เป็น REAL TIME LUT แล้วถ่ายฉากเดิมในห้อง สลับ LUT ตัวอย่างที่มากับกล้องทีละไฟล์ ดูว่าสีผิวและสีของในห้องเปลี่ยนไปยังไง
จากนั้นลองถ่ายฉากเดิมอีกรอบแบบ V-Log โดยเปิด LUT View Assist ไว้ แล้วเอาทั้งสองแบบมาเทียบกันในคอม ลองเกรดไฟล์ V-Log ให้เหมือนไฟล์ที่ใส่ LUT มาแล้ว จะเห็นเลยว่าเราประหยัดเวลาไปได้แค่ไหน และไฟล์ไหนแก้ต่อได้มากกว่า
ถ้าลองแล้วสีออกมาเพี้ยน ลองเช็คสามเรื่องก่อน ไวท์บาลานซ์ตั้งตรงกับแสงหรือยัง ภาพสว่างพอดีหรือเปล่า และ LUT ที่ใช้ทำมาสำหรับ V-Log จริงไหม
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
สรุปง่าย ๆ คือการย้ายขั้นตอนใส่ LUT มาไว้ในกล้อง ได้ไฟล์ที่สีพร้อมใช้ตั้งแต่ตอนถ่าย เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วและลุคที่สม่ำเสมอ ใช้คู่กับแอป LUMIX Lab เพื่อทำ LUT เองหรือโหลดของคนอื่นมาใช้ แต่สีที่ฝังไปแล้วแก้ได้น้อย งานที่ยังไม่แน่ใจเรื่องสี หรือแสงยาก ลองถ่าย V-Log ไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
อ่านต่อ
ใครใช้ LUMIX S9 อยู่ ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ที่พาตั้งค่ากล้องทีละขั้น ส่วนใครกำลังเลือกระหว่างสองรุ่นยอดนิยม แวะอ่าน Lumix S9 หรือ S5II เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเรา ได้ และถ้าอยากดูรายละเอียดฟีเจอร์ของแอปจากต้นทาง ลองดูหน้า LUMIX Lab ของ Panasonic
