
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำแนะนำนี้ เวลาจะเริ่มทำช่องหรือจะซื้อกล้องใหม่ ว่าถ้าจะทำคลิปให้ดูโปร ต้อง ถ่าย 4K เท่านั้น ถ่ายแค่ 1080p เดี๋ยวคนดูก็รู้ว่าภาพไม่คม บางคนถึงขั้นไม่กล้าเริ่มถ่าย เพราะกล้องหรือมือถือที่มีอยู่ถ่าย 4K ได้ไม่ดี
ความเชื่อนี้ไม่ได้ผิด มันมีเหตุผลดี ๆ รองรับอยู่หลายข้อ ในบทความนี้เราจะมาดูกันก่อนว่าฝั่งที่บอกว่าต้อง 4K ถูกตรงไหน แล้วค่อยมาดูว่ามีงานแบบไหนบ้างที่ 1080p ตอบโจทย์กว่า
ขอบอกขอบเขตไว้ก่อนว่า บทความนี้คุยเรื่องงานของครีเอเตอร์ที่ลง YouTube และโซเชียลเป็นหลัก ถ้างานไหนลูกค้าหรือสถานีกำหนดมาแล้วว่าต้องส่งไฟล์ 4K ก็ต้องทำตามสเปกนั้น ไม่มีอะไรต้องคิดต่อ
ทำไมหลายคนบอกว่าต้อง ถ่าย 4K เท่านั้น
เหตุผลแรกคือเรื่องที่เหลือให้ครอป ภาพ 4K มีขนาด 3840 x 2160 พิกเซล ส่วน 1080p มี 1920 x 1080 ถ้าคิดเป็นจำนวนพิกเซลทั้งภาพ 4K มีมากกว่าสี่เท่า แปลว่าถ้าเราจะส่งงานเป็น 1080p เราซูมเข้าไปในภาพ 4K ได้ถึงสองเท่าโดยยังได้ความละเอียดเต็ม 1080p อยู่
ลองนึกภาพคลิปสัมภาษณ์ที่ตั้งกล้องไว้ตัวเดียว พอตัดต่อ เราสลับระหว่างภาพกว้างกับภาพใกล้ได้ จากไฟล์เดียวกัน เหมือนมีกล้องสองตัว หรือถ้าตอนถ่ายวางเฟรมเอียงไปนิด ก็ยังขยับและหมุนแก้ได้ โดยไม่ต้องยอมให้ภาพแตก
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
4K มีพิกเซลมากกว่า 1080p สี่เท่า ครอปได้สองเท่า
ส่งงานเป็น 1080p
ซูมเข้าในภาพ 4K ได้ถึง 2 เท่า โดยยังได้ความละเอียดเต็ม 1080p ภาพกว้างกับภาพใกล้จากกล้องตัวเดียว
ส่งงานเป็น 4K
ไม่มีพื้นที่ครอปเหลือแบบนี้ ครอปเมื่อไรความละเอียดก็ลดลงต่ำกว่า 4K
เหตุผลที่สองคือการเผื่ออนาคต จอทีวีและจอคอมสมัยนี้เป็น 4K กันมากขึ้นเรื่อย ๆ คลิปที่เราถ่ายวันนี้ ถ้าเป็นคลิปที่อยากให้คนดูได้นาน ๆ เช่น คลิปสอนหรือคลิปเก็บความทรงจำ การมีไฟล์ต้นฉบับที่ละเอียดไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
เหตุผลที่สามคือเรื่องคุณภาพบน YouTube ข้อนี้มีหลักฐานชัดจากเอกสารของ YouTube เอง ค่าบิตเรตที่แนะนำให้ใช้ตอนอัปโหลดคลิป 1080p ที่ 24 ถึง 30 เฟรมต่อวินาทีอยู่ที่ราว 8 Mbps แต่คลิป 4K อยู่ที่ 35 ถึง 45 Mbps บิตเรตคือปริมาณข้อมูลต่อวินาที ยิ่งสูง ภาพยิ่งเก็บรายละเอียดได้มาก ไฟล์ 4K ที่อัปขึ้นไปจึงมีข้อมูลให้ภาพมากกว่าหลายเท่า
ถ้างานของเราต้องครอปบ่อย หรือคนดูส่วนใหญ่ดูบนทีวี ลองถ่าย 4K ไว้ก่อนดู ส่วนใหญ่จะคุ้มกับพื้นที่ที่เสียไป

แต่คนดูของเราดูบนจอแบบไหน?
ทีนี้ลองมองจากฝั่งคนดูบ้าง คลิปของครีเอเตอร์ไทยจำนวนมากถูกดูบนมือถือ ระหว่างนั่งรถ พักเที่ยง หรือก่อนนอน จอมือถือขนาดหกนิ้วกว่า ๆ ที่ถือห่างจากตาประมาณหนึ่งช่วงแขน ความต่างระหว่าง 4K กับ 1080p ที่ดีจะเห็นได้ยากกว่าบนทีวีมาก
ข้อนี้ YouTube ก็พูดไว้เองในหน้าช่วยเหลือเรื่องคุณภาพวิดีโอ ว่าโหมด Auto จะปรับให้เหมาะกับสภาพการดู และคุณภาพที่ได้ขึ้นกับหลายอย่าง ทั้งความเร็วเน็ตและขนาดจอ แล้วยังบอกว่าวิดีโอคุณภาพสูงมักเล่นได้ดีกว่าบนจอที่ใหญ่กว่า แถมคุณภาพที่สูงขึ้นก็ใช้เน็ตมากขึ้น คลิปอาจโหลดช้าลงหรือสะดุดบ่อยขึ้นด้วย
มีอีกเรื่องที่น่าสนใจ YouTube มีตัวเลือก 1080p Premium สำหรับสมาชิก Premium ซึ่ง YouTube อธิบายว่าเป็น 1080p ที่บิตเรตสูงขึ้น ให้ข้อมูลต่อพิกเซลมากขึ้น และคลิปที่มีสิทธิ์ได้ตัวเลือกนี้คือคลิปที่อัปโหลดมาเป็น 1080p เท่านั้น แปลว่าแม้แต่ YouTube เองก็ยังมองว่า 1080p ที่ดีมีที่ทางของมัน

ถ่าย 4K แล้วไฟล์กับคอมต้องรับภาระแค่ไหน
เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงตอนแนะนำให้ ถ่าย 4K คือต้นทุนหลังกดอัด ลองเทียบจากตัวเลขของ YouTube ข้างบน คลิป 4K ที่อัปโหลดแนะนำให้ใช้บิตเรตราว 4.4 ถึง 5.6 เท่าของ 1080p ไฟล์ที่ต้องอัปขึ้นเว็บก็ใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนนั้น
ฝั่งไฟล์จากกล้องก็คล้ายกัน ถ้าลองคิดง่าย ๆ ไฟล์ที่บิตเรต 100 Mbps หนึ่งนาทีจะกินพื้นที่ราว 750 MB ถ้าเป็น 200 Mbps ก็ราว 1.5 GB ต่อนาที งานที่ถ่ายหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ เช่น ไลฟ์ยาว คลิปพอดแคสต์ หรือคลิปสอนที่ถ่ายยาวทั้งวัน ฮาร์ดดิสก์เต็มเร็วกว่าที่คิดเยอะ
อีกเรื่องคือคอมที่ใช้ตัดต่อ ไฟล์ 4K มีพิกเซลมากกว่าสี่เท่า คอมรุ่นเก่าหรือโน้ตบุ๊กบาง ๆ อาจเล่นไทม์ไลน์กระตุก ต้องเสียเวลาทำไฟล์พร็อกซีหรือไฟล์ตัวแทนความละเอียดต่ำก่อนตัด สำหรับคนที่ทำคลิปคนเดียวและต้องลงทุกสัปดาห์ เวลาที่เสียไปตรงนี้มีค่ามาก
ถ้าคอมตัดต่อเริ่มกระตุกจนไม่อยากเปิดโปรเจกต์ ลองถ่าย 1080p สักสัปดาห์ดู แล้วเทียบว่าคนดูทักเรื่องภาพไหม

กล้องบางรุ่น ถ่าย 4K แล้วได้ภาพที่แย่กว่าที่คิด
ข้อนี้หลายคนไม่รู้ กล้องและมือถือแต่ละรุ่นไม่ได้ถ่าย 4K ด้วยวิธีเดียวกัน บางรุ่นต้องครอปภาพตรงกลางเซนเซอร์เมื่อถ่าย 4K อย่าง Canon EOS R100 ที่สเปกของ Canon เขียนไว้ว่า เมื่อถ่ายที่ 3840 x 2160 ภาพจะถูกครอปรอบกลางเซนเซอร์ และถ่าย 4K ได้แค่ 23.98 กับ 25 เฟรมต่อวินาที ขณะที่ Full HD ไปได้ถึง 59.94 เฟรมต่อวินาที
พอภาพถูกครอป สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมภาพแคบลง ถ่ายวล็อกถือกล้องเองแล้วหน้าเต็มจอเกินไป และใช้พื้นที่เซนเซอร์น้อยลง ในห้องที่แสงน้อย ภาพจึงมีแนวโน้มจะมีน้อยซ์มากกว่าตอนใช้เซนเซอร์เต็มพื้นที่
ดังนั้นก่อนตั้ง 4K ไว้ตลอด ลองเปิดสเปกกล้องของเราดูก่อนว่า 4K ครอปไหม ได้กี่เฟรมต่อวินาที แล้วลองถ่ายในห้องที่เราใช้ทำคลิปจริง ทั้งแบบ 4K และ 1080p เทียบกันดู บางรุ่นอาจให้ 1080p ที่ดูสะอาดกว่าในงานของเราด้วยซ้ำ

เฟรมเรตสำคัญกว่าความละเอียดในบางงาน
ลองคิดถึงคลิปสโลว์โมชันลูกค้ารินกาแฟ คลิปกีฬา หรือคลิปเต้นที่อยากให้นุ่ม งานแบบนี้คนดูจะรู้สึกถึงความลื่นของภาพมากกว่าความคมของเส้นผม
ถ้ากล้องของเราถ่าย 4K ได้แค่ 24 หรือ 30 เฟรมต่อวินาที แต่ 1080p ได้ 60 หรือ 120 การเลือก 1080p ที่เฟรมเรตสูงอาจตอบโจทย์งานนั้นได้ดีกว่า เพราะเราเอาไปทำสโลว์โมชันได้ หรือให้ภาพเคลื่อนไหวนุ่มขึ้นในคลิปที่มีการขยับเร็ว เรื่องนี้เราเล่าละเอียดไว้ในบทความเฟรมเรตที่ลิงก์ไว้ท้ายบทความ
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
เลือกความละเอียดจากงานและคนดูของเรา
4K คุ้ม
เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง
ต้องครอปหรือสลับภาพกว้างกับใกล้จากกล้องตัวเดียว
คนดูส่วนใหญ่ดูบนทีวีหรือจอใหญ่
คลิปที่อยากเก็บไว้ดูนาน ๆ
ลูกค้ากำหนดให้ส่งไฟล์ 4K
1080p ตอบโจทย์กว่า
เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง
คนดูส่วนใหญ่ดูบนมือถือ
ถ่ายยาวทุกสัปดาห์ ที่เก็บไฟล์และคอมตัดต่อเริ่มไม่ไหว
กล้องครอปภาพหรือน้อยซ์เยอะตอนถ่าย 4K ในห้องของเรา
งานต้องใช้ 60 หรือ 120 เฟรมต่อวินาที แต่ 4K ไปไม่ถึง
บิตเรตอัปโหลดที่ YouTube แนะนำ 1080p ราว 8 Mbps · 4K ราว 35 ถึง 45 Mbps (24 ถึง 30 เฟรมต่อวินาที)
แล้ว 1080p แบบไหนถึงจะยังดูดี
ถ้าเลือกถ่าย 1080p แล้ว ความคมของภาพมักมาจากเรื่องอื่นมากกว่าตัวเลขความละเอียด คือแสงที่พอ โฟกัสที่เข้าหน้า เลนส์ที่สะอาด และการตั้งค่าบิตเรตไม่ให้ต่ำเกินไป คลิป 1080p ที่แสงดีและโฟกัสแม่น มักดูดีกว่าคลิป 4K ที่ถ่ายในห้องมืดและโฟกัสวูบ
และถ้าอยากได้ทั้งสองอย่าง หลายคนก็ใช้วิธีผสม ถ่าย 4K เฉพาะช็อตที่ต้องครอปหรือช็อตวิวที่อยากให้ละเอียด แล้วถ่ายช็อตพูดยาว ๆ เป็น 1080p ก็ทำได้ ขอแค่ตั้งเฟรมเรตให้ตรงกันทุกช็อตก็พอ
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ ถ่าย 4K
เรื่องแรก 4K ทำให้ภาพสวยขึ้นเอง ความละเอียดช่วยเรื่องรายละเอียด แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องแสง สี หรือการจัดเฟรม ภาพที่ดูไม่สวยเพราะแสงแย่ ถ่ายที่ 4K ก็ยังดูไม่สวยเหมือนเดิม แค่คมขึ้น
เรื่องที่สอง 1080p คือของมือสมัครเล่น ลองนึกถึงตอนที่เราเองกดดูคลิปสักคลิป เรากดเพราะหัวข้อ ปก และคนที่พูด น้อยคนจะเปิดเมนูดูก่อนว่าคลิปนี้ละเอียดเท่าไร ความโปรที่คนดูรู้สึกได้ส่วนใหญ่มาจากเสียงที่ชัด แสงที่ดี และเนื้อหาที่ตรงใจ
เรื่องที่สาม ถ่าย 4K แล้วค่อยย่อเป็น 1080p เสียเปล่า จริง ๆ ไม่เสียเปล่าถ้าเราใช้พื้นที่ครอปจริง หรืออยากได้ภาพ 1080p ที่ละเอียดขึ้นจากการย่อ แต่ถ้าไม่ได้ครอป และคอมก็เหนื่อย ก็ลองชั่งดูว่าคุ้มกับเวลาที่เสียไปไหม
คืนนี้มาลองเทียบกล้องของเรากัน
ตั้งกล้องหรือมือถือไว้ที่เดิมในห้องที่เราใช้ทำคลิปประจำ ถ่ายตัวเองพูดสามสิบวินาทีที่ 4K แล้วถ่ายอีกครั้งที่ 1080p ใช้แสงเดิม เฟรมเรตเดิม
จากนั้นอัปขึ้น YouTube แบบส่วนตัวทั้งสองคลิป แล้วลองเปิดดูบนมือถือ และบนทีวีหรือจอคอมถ้ามี จดไว้ว่าเห็นความต่างไหม ถ้าเห็น เห็นตรงไหน แล้วดูขนาดไฟล์กับเวลาที่ใช้ตัดต่อไปด้วย
ถ้าเทียบแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ลองดูว่าคนดูของเราดูจากอุปกรณ์ไหนมากที่สุดในหน้าสถิติของช่อง แล้วเลือกตามจอที่คนดูส่วนใหญ่ใช้จริง
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ถ่าย 4K มีข้อดีจริง ทั้งพื้นที่ครอปสองเท่า ไฟล์ที่เผื่ออนาคต และคุณภาพที่ดีกว่าบนจอใหญ่ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกงานต้องใช้ ถ้าคนดูส่วนใหญ่ดูบนมือถือ ถ่ายยาวทุกสัปดาห์ คอมตัดต่อไม่แรง กล้องครอปตอนถ่าย 4K หรืองานนั้นต้องการเฟรมเรตสูง 1080p ที่ถ่ายดี ๆ ก็พอแล้ว ลองเลือกจากโจทย์ของงานและคนดูของเรา มากกว่าเลือกจากตัวเลขที่ใหญ่ที่สุด
แล้วกล้องหรือมือถือของเรา ตอนนี้ตั้งไว้ที่ 4K หรือ 1080p และเคยเทียบดูไหมว่าคนดูเห็นความต่างจริงหรือเปล่า?
อ่านต่อ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้ 24 30 หรือ 60 เฟรมต่อวินาที ลองอ่าน เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง ใครกำลังคิดจะอัปเกรดกล้องเพราะอยากได้ 4K ลองอ่าน กล้องแพง ไม่ใช่ของชิ้นแรกที่ต้องซื้อ ตอนเริ่มทำคอนเทนต์ ก่อน ส่วนใครถ่ายด้วยมือถือเป็นหลัก ลองดูบทเรียนคู่คลิป 12 เทคนิคถ่ายภาพด้วยมือถือที่ลองทำตามได้ และถ้าอยากดูตัวเลขบิตเรตที่ YouTube แนะนำสำหรับแต่ละความละเอียด ลองเปิด Recommended upload encoding settings ของ YouTube
