หน้าแรก/บทความ

เรตรีวิว ตั้งยังไงให้แฟร์ ทั้งกับเราและแบรนด์

เรตรีวิว ตั้งยังไงให้แฟร์ ทั้งกับเราและแบรนด์

ข้อความเด้งขึ้นมาว่า สนใจรีวิวสินค้าให้เราไหมคะ คิดเท่าไรเอ่ย? ดีใจได้ไม่ถึงนาทีก็เริ่มกังวล บอกแพงไปเดี๋ยวเขาเงียบหาย บอกถูกไปก็กลัวเหนื่อยฟรี สุดท้ายก็พิมพ์ตัวเลขที่เดาเอาจากที่เพื่อนเคยบอก ถ้าเคยเป็นแบบนี้ มาลองตั้ง เรตรีวิว แบบมีที่มาที่ไปกัน

เราจะเริ่มจากต้นทุนของวันถ่าย แล้วค่อยเติมสิ่งที่แบรนด์ขอเพิ่มทีละชั้น จบแล้วจะได้เรตการ์ดหน้าเดียวไว้ส่งให้แบรนด์ บทความนี้ไม่บอกว่าใครควรคิดกี่บาท เพราะแต่ละช่องต้นทุนไม่เท่ากัน แต่วิธีคิดใช้ได้กับทุกขนาดช่อง

ทำไมตั้ง เรตรีวิว แล้วรู้สึกมั่วทุกครั้ง?

ส่วนใหญ่เป็นเพราะเราพยายามตอบเป็นตัวเลขเดียว ทั้งที่งานรีวิวหนึ่งงานมีของหลายอย่างซ่อนอยู่ มีทั้งแรงที่เราลงไปตอนทำ สิ่งที่แบรนด์จะเอาไปใช้ต่อหลังคลิปออก และบางทีก็มีข้อห้ามที่ทำให้เรารับงานอื่นไม่ได้อีกหลายเดือน

ถ้ารวมทุกอย่างเป็นตัวเลขเดียว พอแบรนด์ขอเพิ่ม เราก็ไม่รู้จะคิดเพิ่มตรงไหน สุดท้ายก็ยอมให้ฟรีไปเรื่อย ๆ ลองแยกราคาออกเป็นชั้นดู แบรนด์จะเลือกได้ว่าอยากได้ชั้นไหน และเราก็อธิบายได้ว่าตัวเลขแต่ละตัวมาจากไหน

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

ราคางานรีวิวหนึ่งงาน มีสี่ชั้นซ้อนกันอยู่

1 ค่าทำงาน

ชั้นพื้นฐาน ทุกงานต้องมี

วันลองของ คิดเรื่อง ถ่าย ตัดต่อ แก้งาน บวกค่าเดินทาง ทีมงาน ค่าเสื่อมอุปกรณ์

2 สิทธิ์ใช้งาน

คิดเพิ่มเมื่อแบรนด์ขอ

แบรนด์เอาคลิปไปลงเพจ เว็บ หรือหน้าร้าน ใช้ที่ไหน นานแค่ไหน

3 ห้ามรับคู่แข่ง

คิดเพิ่มเมื่อแบรนด์ขอ

งานในหมวดเดียวกันที่เราต้องปฏิเสธตลอดช่วงที่ตกลง

4 ยิงแอด

คิดเพิ่มเมื่อแบรนด์ขอ

Partnership Ads หรือ Spark Ads คิดตามระยะเวลาที่เปิดสิทธิ์ เช่น ต่อ 30 วัน

ชั้นที่ 1 มาจาก ต้นทุนของเรา ต่ำกว่านี้เท่ากับขาดทุน ส่วนชั้น 2 ถึง 4 คิดตาม สิ่งที่แบรนด์ได้เพิ่ม แบรนด์เลือกได้ว่าอยากได้ชั้นไหน

ขนาดช่องและยอดวิวเฉลี่ย ดันราคาชั้นที่ 1 ขึ้นจากเส้นต้นทุนได้ แต่ไม่ควรดันลงต่ำกว่าเส้นนั้น

เริ่มจากต้นทุนวันถ่ายของเราก่อน

ชั้นล่างสุดคือค่าทำงาน ลองนับดูว่างานรีวิวหนึ่งชิ้นใช้เวลาเราจริง ๆ เท่าไร รวมวันลองใช้สินค้า วันคิดโครงเรื่อง วันถ่าย วันตัดต่อ และวันแก้งานตามที่แบรนด์ขอ หลายคนนับแค่วันถ่าย เลยรู้สึกว่าได้เงินเยอะ ทั้งที่งานนั้นกินเวลาไปเกือบอาทิตย์

ต่อจากนั้นไล่ค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ ค่าเดินทาง ค่าสถานที่ ค่าผู้ช่วย ค่าเพลงหรือฟุตเทจ และค่าเสื่อมของกล้อง ไฟ ไมค์ ที่ใช้ทำงานนี้ด้วย ของพวกนี้ไม่ได้ฟรี แค่เราจ่ายไปแล้วล่วงหน้า

วิธีง่าย ๆ คือคิดเป็นค่าแรงต่อวันก่อน ลองดูตัวเลขสมมติ ถ้าเราอยากมีรายได้จากงานนี้เดือนละ 40,000 บาท และทำงานจริงเดือนละ 20 วัน ค่าแรงก็ตกวันละ 2,000 บาท งานที่ใช้ 4 วัน ค่าทำงานขั้นต่ำก็คือ 8,000 บาท บวกค่าใช้จ่ายจริงเข้าไป ต่ำกว่านี้เท่ากับเราขาดทุน ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรตตลาด แต่ละคนต้องใส่ตัวเลขของตัวเองลงไป

ก่อนตอบแบรนด์ครั้งหน้า ลองจดเวลาที่ใช้กับงานรีวิวชิ้นล่าสุดดูก่อน จะเห็นว่าใช้ไปมากกว่าที่คิด

ส่วนขนาดช่องและยอดวิวเฉลี่ย เป็นตัวที่ดันราคาขึ้นจากเส้นนี้ ช่องที่คนดูเยอะและตรงกลุ่มก็ขยับราคาขึ้นได้ แต่ไม่ว่าช่องจะเล็กแค่ไหน ราคาก็ไม่ควรต่ำกว่าต้นทุนของเราเอง

คนถ่ายวิดีโอสินค้าที่วางบนโต๊ะในสตูดิโอ มีกล้องและไฟตั้งอยู่รอบ ๆ เป็นงานที่ต้องนับเวลาก่อนคิด เรตรีวิว
งานรีวิวหนึ่งชิ้นมีทั้งวันลองของ วันถ่าย และวันตัดต่อ ลองนับให้ครบทุกวันก่อนตั้งราคา

สิทธิ์ใช้งาน แบรนด์เอาคลิปไปใช้ต่อได้นานแค่ไหน?

ชั้นที่สองคือสิ่งที่หลายคนให้ไปฟรีโดยไม่รู้ตัว ถ้าคลิปโพสต์ในช่องเราอย่างเดียว แบรนด์ได้คนดูของเราไป แต่ถ้าแบรนด์ขอเอาคลิปไปลงเพจตัวเอง ใส่หน้าเว็บ หรือเปิดในหน้าร้าน แบรนด์ก็ได้ชิ้นงานไปใช้เพิ่ม ซึ่งมีมูลค่าแยกจากการโพสต์

ลองแยกให้ชัดว่าจะเอาไปใช้ที่ไหน และนานแค่ไหน รีโพสต์ในโซเชียลของแบรนด์ กับเอาไปทำป้ายในห้าง ก็ไม่ควรเป็นราคาเดียวกัน ใช้สามเดือน กับใช้ตลอดไป ก็ไม่ควรเท่ากัน ถ้าแบรนด์ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย ลองถามกลับดู หลายครั้งแบรนด์ก็ไม่ได้ตั้งใจเอาเปรียบ แค่ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน

ห้ามรับคู่แข่ง ต้องคิดเพิ่มไหม?

ชั้นที่สามคือข้อห้ามรับงานจากแบรนด์คู่แข่ง ที่สัญญามักเรียกว่า Exclusivity เช่น รีวิวกล้องยี่ห้อหนึ่งแล้ว ห้ามรีวิวกล้องยี่ห้ออื่นอีกหกเดือน

ข้อนี้ควรคิดเพิ่ม เพราะเป็นรายได้ที่เราเสียไปจริง ถ้าช่องของเราทำเรื่องกล้องเป็นหลัก การห้ามรับกล้องยี่ห้ออื่นครึ่งปี ก็คือปิดประตูงานส่วนใหญ่ของช่องไปครึ่งปี ลองดูว่าช่วงเวลาเท่านั้นปกติเรารับงานหมวดเดียวกันได้กี่งาน แล้วค่อยคุยกันว่าจะชดเชยยังไง

ถ้าแบรนด์ไม่อยากจ่ายเพิ่ม ลองเสนอให้แคบลงดู เช่น ห้ามเฉพาะรุ่นที่แข่งกันตรง ๆ หรือสั้นลงเหลือแค่ช่วงที่แคมเปญยังวิ่งอยู่

คนสองคนนั่งคุยงานกันที่ร้านกาแฟ มีแล็ปท็อปเปิดอยู่บนโต๊ะ
เรื่องสิทธิ์ใช้งานและการห้ามรับคู่แข่ง คุยให้จบก่อนเริ่มงาน สบายใจกว่ามาคุยตอนคลิปออกแล้ว

แบรนด์ขอเอาไปยิงแอด คิดยังไงดี?

ชั้นที่สี่คือการเอาคลิปของเราไปซื้อโฆษณา ตอนนี้แพลตฟอร์มใหญ่มีเครื่องมือให้ทำแบบนี้ได้ตรง ๆ ฝั่ง Facebook และ Instagram เรียกว่า Partnership Ads แบรนด์ยิงโฆษณาโดยใช้ชื่อบัญชีและเสียงของครีเอเตอร์ได้เมื่อเราให้สิทธิ์ ส่วน TikTok เรียกว่า Spark Ads แบรนด์เอาโพสต์ปกติของเราไปทำโฆษณาได้เมื่อเราอนุญาต กำหนดระยะเวลาของรหัสอนุญาตได้ และยอดวิวยอดไลก์จากโฆษณาก็นับรวมเข้าโพสต์เดิมของเราด้วย

ฟังดูดีกับเรา แต่ลองคิดอีกที คลิปของเรากำลังทำงานเป็นโฆษณาให้แบรนด์ ด้วยหน้าและชื่อของเรา และอาจไปถึงคนมากกว่าที่ดูช่องเราหลายเท่า สิทธิ์ยิงแอดจึงควรเป็นอีกบรรทัดในใบเสนอราคา คิดตามระยะเวลาที่เปิดสิทธิ์ เช่น ต่อ 30 วัน เขียนไว้ว่าครบกำหนดต้องหยุดยิง และขอดูข้อความโฆษณาที่แบรนด์จะใส่เพิ่มด้วย เพราะคนดูจะเห็นเป็นคำพูดของเรา

ถ้าแบรนด์ขอรหัส Spark Ads หรือขอทำ Partnership Ads ลองถามก่อนว่าจะยิงนานแค่ไหน แล้วค่อยตอบราคา

มือถือสมาร์ตโฟนที่กำลังเลื่อนดูฟีดโซเชียล
คลิปที่แบรนด์เอาไปยิงแอด จะไปโผล่ในฟีดของคนที่ไม่เคยรู้จักช่องเรามาก่อน ด้วยหน้าและชื่อของเรา

ทำแพ็กเกจรวม แทนการตั้งราคาทีละชิ้น

แบรนด์ส่วนใหญ่อยากให้คนเห็นหลายครั้งในหลายที่ ลองมัดงานที่ทำต่อกันง่ายมารวมกันดู เช่น คลิปยาวหนึ่งชิ้น คลิปสั้นตัดจากฟุตเทจเดิมอีกสองชิ้น และสตอรี่วันที่คลิปออก งานหลายชิ้นใช้วันถ่ายวันเดียวกัน ต้นทุนต่อชิ้นจึงลดลง เราลดราคาให้ได้จริงโดยไม่ขาดทุน แค่ระวังอย่าให้แพ็กเกจกลายเป็นที่ซ่อนของฟรี เช่น ใส่สิทธิ์ยิงแอดไม่จำกัดเวลาไว้โดยไม่ได้คิดราคา

ตาราง เรตรีวิว แบบง่าย ที่ส่งให้แบรนด์ได้เลย

เรตการ์ดคือเอกสารหน้าเดียวที่บอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และแต่ละอย่างคิดราคายังไง ลองใช้หน้าตาแบบนี้เป็นตัวตั้ง แล้วเติมตัวเลขของเราเอง

รายการแบรนด์ได้อะไรคิดราคายังไง
คลิปรีวิวหลัก 1 ชิ้นคลิปลงช่องเรา แก้ได้ 2 รอบค่าทำงานจากต้นทุน บวกขนาดช่อง
คลิปสั้นตัดจากคลิปหลักคลิปสั้นลงช่องเราต่อชิ้น ถูกกว่าถ่ายใหม่
สิทธิ์ลงช่องของแบรนด์ใช้ได้ตามระยะที่ตกลงบวกเพิ่มตามระยะเวลา
สิทธิ์ยิงแอดPartnership Ads หรือ Spark Adsบวกเพิ่มต่อ 30 วัน
ห้ามรับคู่แข่งไม่รับสินค้ากลุ่มเดียวกันตามระยะที่ตกลงตามงานที่เราต้องปฏิเสธ
แก้เกินรอบ หรืองานด่วนแก้รอบที่ 3 ขึ้นไป ส่งเร็วกว่าปกติคิดต่อครั้ง

ใต้ตาราง ลองเขียนเงื่อนไขสั้น ๆ ไว้ด้วย มัดจำเท่าไร ส่งงานกี่วัน และเราจะติดป้ายว่าเป็นเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนทุกครั้ง ข้อหลังนี้สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สคบ. เพิ่งลงนามความร่วมมือกับภาคีด้านโฆษณาเรื่องการโฆษณาอย่างรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์ ให้เปิดเผยชัดว่าเนื้อหามีวัตถุประสงค์ทางการค้าหรือไม่ ทั้งรีวิว ไลฟ์ และการติดลิงก์ขายของ ส่วน YouTube ก็เพิ่งเปลี่ยนคำเรียกจาก Paid Product Placement มาเป็น Branded Content เมื่อต้นเดือนกันยายน 2569 ช่องติ๊กตอนอัปโหลดตอนนี้จึงเขียนว่าวิดีโอมี branded content

ผู้หญิงนั่งทำงานกับแล็ปท็อปที่บ้าน บนจอเป็นตาราง กำลังร่าง เรตรีวิว ของตัวเอง
เรตการ์ดไม่ต้องสวยมาก ขอแค่แบรนด์อ่านแล้วรู้ว่าตัวเลขแต่ละบรรทัดมาจากอะไร

รับของแทนเงิน ได้ไหม?

ได้ แต่ควรเป็นทางที่เราเลือกเอง งานแลกของ หรือที่หลายคนเรียกว่า Barter เหมาะกับบางกรณีเท่านั้น ลองเช็คสามข้อนี้ก่อนตอบรับ

ข้อแรก ของนั้นได้เก็บไว้จริงไหม ถ้าต้องส่งคืนหลังถ่าย นั่นคือยืมของมาทำงาน ยังไม่ใช่ค่าตอบแทน ข้อที่สอง มูลค่าของใกล้กับค่าทำงานของเราไหม ถ้าแลกงานสี่วันกับของที่ราคาเท่าค่าแรงวันเดียว ก็คือออกแรงฟรีไปสามวัน ข้อที่สาม เราอยากได้ของชิ้นนี้จริงหรือเปล่า ของที่ไม่ได้ใช้ มีค่ากับเราน้อยกว่าราคาบนป้ายเสมอ

มือกำลังแกะกล่องพัสดุบนโต๊ะ มีสินค้าวางอยู่ข้าง ๆ
ของที่แบรนด์ส่งมา ลองถามตัวเองก่อนว่าได้เก็บจริงไหม และอยากใช้จริงหรือเปล่า

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

รับของแทนเงิน ลองเช็คสามข้อนี้ก่อน

1

ได้เก็บไว้จริงไหม?

ถ้าต้องส่งคืนหลังถ่าย นั่นคือยืมของมาทำงาน ยังไม่ใช่ค่าตอบแทน

2

มูลค่าพอกับงานไหม?

เทียบราคาของกับค่าทำงานขั้นต่ำของเรา ห่างกันมากเท่าไร ส่วนต่างคือแรงที่ให้ฟรี

3

เราอยากใช้จริงไหม?

ของที่ไม่ได้ใช้ มีค่ากับเราน้อยกว่าราคาบนป้ายเสมอ

ผ่านครบสามข้อ รับแลกของได้ แต่แลกของแล้วแบรนด์ได้แค่โพสต์ในช่องเรา สิทธิ์ใช้งานและสิทธิ์ยิงแอด ยังคิดเป็นเงิน ตามเรตการ์ด

ถ้าผ่านครบสามข้อ รับแลกของก็ไม่ผิดอะไร โดยเฉพาะช่วงที่ช่องยังเล็กและอยากได้ผลงานไว้โชว์ แต่เขียนไว้ให้ชัดว่าแลกของแล้วแบรนด์ได้แค่โพสต์ในช่องเรา สิทธิ์ใช้งานหรือยิงแอดยังคิดเป็นเงินตามเรตการ์ดอยู่ดี

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เรตรีวิว

เรื่องแรก ตั้งตามยอดผู้ติดตามอย่างเดียวก็พอ จริง ๆ ยอดผู้ติดตามบอกแค่ว่าช่องใหญ่แค่ไหน ไม่ได้บอกว่าเราใช้แรงกับงานนี้เท่าไร หรือแบรนด์จะเอาไปใช้ต่อแค่ไหน

เรื่องที่สอง บอกราคาแล้วแบรนด์จะหาย บางแบรนด์หายจริง แต่แบรนด์ที่ทำงานเป็นจะชอบเรตการ์ดที่อธิบายได้ เพราะเอาไปขออนุมัติงบในทีมได้ง่าย

เรื่องที่สาม ลดราคาครั้งแรกแล้วค่อยขึ้นทีหลัง ส่วนใหญ่ขึ้นยากกว่าที่คิด เพราะแบรนด์จำตัวเลขแรกไว้แล้ว ถ้าอยากช่วยแบรนด์ที่งบน้อย ลองตัดชั้นที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องใช้ออกดู เช่น ตัดสิทธิ์ยิงแอด แทนการลดค่าทำงาน

สมุดจด เครื่องคิดเลข และแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงาน
คืนนี้แค่สมุดหนึ่งเล่มกับงานรีวิวชิ้นล่าสุด ก็พอจะเริ่มร่างตัวเลขของเราได้แล้ว

คืนนี้มาลองร่าง เรตรีวิว ของเรากัน

เปิดงานรีวิวชิ้นล่าสุดขึ้นมา นับว่าใช้ไปกี่วัน ตั้งแต่วันลองของจนถึงวันส่งไฟล์สุดท้าย ใส่ค่าใช้จ่ายจริงลงไป แล้วคูณวันกับค่าแรงต่อวันที่เราอยากได้ จะได้ค่าทำงานขั้นต่ำออกมาหนึ่งตัวเลข

จากนั้นคัดลอกตารางข้างบนไปไว้ในโน้ต แล้วเติมราคาทีละบรรทัด บรรทัดไหนยังไม่แน่ใจ ลองถามตัวเองว่าถ้าไม่ให้สิ่งนี้กับแบรนด์ เราจะเอาเวลาหรือโอกาสตรงนั้นไปทำอะไรได้บ้าง

ครั้งหน้าที่มีแบรนด์ทักมา ลองส่งเรตการ์ดไปพร้อมคำถามกลับสองข้อ อยากได้งานแบบไหน และจะเอาไปใช้ที่ไหนนานแค่ไหน ถ้าแบรนด์ยังต่อรองหนัก ลองถามว่างบมีอยู่เท่าไร แล้วเสนอแพ็กเกจที่เล็กลงให้พอดีกับงบนั้นแทน

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

ราคางานรีวิวมีสี่ชั้นซ้อนกันอยู่ ค่าทำงานมาจากต้นทุนวันถ่ายของเราเอง ส่วนสิทธิ์ใช้งาน การห้ามรับคู่แข่ง และการยิงแอด เป็นของที่แบรนด์ได้เพิ่ม จึงคิดแยกได้ แพ็กเกจลดราคาได้จริงเพราะใช้วันถ่ายร่วมกัน รับของแทนเงินให้เช็คสามข้อก่อน แล้วเขียนเงื่อนไขทุกอย่างลงเรตการ์ดหน้าเดียว รวมถึงเรื่องติดป้ายเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนด้วย

อ่านต่อ

ถ้าอยากเห็นอีกฝั่งของโต๊ะ ลองอ่าน บรีฟครีเอเตอร์ ยังไงให้ได้งานดี ที่เขียนให้แบรนด์ ใครที่ช่องยังเล็ก แวะอ่าน Micro Influencer หรือคนดัง แบรนด์เล็กควรเลือกแบบไหน ส่วนเรื่องทำคลิปรีวิวให้น่าดู ไปต่อได้ที่บทเรียนคู่คลิป ทำคอนเทนต์รีวิวให้น่าสนใจและเล่าเรื่องสินค้า และวิธีติดป้ายเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนบน YouTube ดูได้ที่ หน้าช่วยเหลือของ YouTube

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด