หน้าแรก/บทความ

โหมดโปร มือถือ ถ่ายวิดีโอ ตั้งค่าอะไรบ้าง เมื่อไรใช้ Auto ก็พอ

โหมดโปร มือถือ ถ่ายวิดีโอ ตั้งค่าอะไรบ้าง เมื่อไรใช้ Auto ก็พอ

เคยเป็นไหม ถ่ายคลิปพูดหน้ากล้องด้วยมือถือ พอเอามือชี้ไปที่สินค้า ภาพก็สว่างวูบขึ้นมาทั้งจอ เดินจากหน้าต่างเข้ามาในห้อง หน้าคนเดิมก็เปลี่ยนจากสีปกติเป็นสีส้ม หรือบางทีโฟกัสก็วิ่งไปจับฉากหลังแทนหน้าเรา ปัญหาพวกนี้ส่วนใหญ่มาจากการที่มือถือคิดค่าใหม่ให้เราตลอดเวลา และทางออกก็อยู่ใน โหมดโปร หรือโหมดถ่ายวิดีโอแบบตั้งค่าเอง

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า ควรล็อกอะไรก่อน ตั้งความเร็วชัตเตอร์ ISO ไวท์บาลานซ์ และเฟรมเรตยังไงให้เข้ากับไฟบ้านในไทย Log บนมือถือคืออะไร และงานแบบไหนที่ปล่อยให้มือถือคิดเองก็ไม่เสียหายอะไรเลย หลักนี้ใช้ได้ทั้ง iPhone และ Android ชื่อเมนูอาจต่างกันบ้างตามยี่ห้อ

ทำไมคลิปจากโหมด Auto ถึงวูบและสีไม่นิ่ง

ลองนึกภาพคนขับรถที่เหยียบเบรกกับคันเร่งสลับกันทุกวินาที รถก็ไปถึงที่หมายได้ แต่คนนั่งก็เวียนหัว โหมด Auto ของมือถือก็คล้ายกัน มันวัดแสง วัดสี และหาโฟกัสใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แต่ละเฟรมดูดีที่สุดในตัวมันเอง

ถ้าเป็นภาพนิ่ง แบบนี้ดีมาก แต่วิดีโอคือภาพหลายสิบภาพเรียงต่อกัน พอค่าขยับไปมาระหว่างเฟรม คนดูก็เห็นเป็นภาพที่สว่างขึ้นลง สีที่ไหล และโฟกัสที่ดิ้นไปมา

สิ่งที่โหมดตั้งเองทำ คือให้เราเป็นคนบอกค่าแล้วสั่งให้มือถือหยุดคิดใหม่ ภาพจะเท่ากันตั้งแต่ต้นจนจบช็อต พอเอาไปตัดต่อ แต่ละช็อตก็ต่อกันได้เนียนกว่าเดิมด้วย

จอมือถือขณะถ่ายวิดีโอแบบ โหมดโปร เห็นตัวเลขค่าต่าง ๆ บนหน้าจอ
ตัวเลขบนจอแบบนี้คือค่าที่มือถือคิดให้เราอยู่ตลอด ถ้าเราตั้งเองแล้วล็อกไว้ ตัวเลขจะหยุดนิ่ง

เริ่มจากล็อกโฟกัสกับแสงก่อน ทำได้แม้ไม่ได้เข้า โหมดโปร

ข่าวดีคือ ขั้นแรกนี้ทำได้ในแอปกล้องปกติเลย ในแอปกล้องของ iPhone ถ้าเราแตะค้างที่หน้าคนบนจอ จะขึ้นคำว่า AE/AF Lock แปลว่าค่าแสงและโฟกัสถูกล็อกไว้แล้ว จากนั้นจะลากนิ้วขึ้นลงเพื่อปรับความสว่างก็ได้ มือถือ Android หลายยี่ห้อก็มีการแตะค้างเพื่อล็อกแบบเดียวกัน ชื่ออาจต่างกันไป

แค่นี้ก็แก้ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดได้แล้ว คือภาพวูบตอนมีมือหรือของเข้ามาในเฟรม และโฟกัสวิ่งหนีหน้า

ก่อนกดอัดคลิปพูดหน้ากล้องทุกครั้ง ลองแตะค้างที่หน้าตัวเองให้ล็อกก่อนดู

ข้อควรระวังคือ ถ้าเราเดินไปมาหรือขยับเข้าออกจากกล้อง ระยะโฟกัสที่ล็อกไว้จะไม่ตามเรามา งานแบบนี้ปล่อยโฟกัสอัตโนมัติไว้แล้วล็อกแค่แสงจะเหมาะกว่า ถ้ามือถือของเราแยกล็อกได้

โหมดโปร กับความเร็วชัตเตอร์ ทำไมต้องคิดถึงไฟบ้านด้วย

ความเร็วชัตเตอร์คือระยะเวลาที่แต่ละเฟรมรับแสง เขียนเป็นเศษส่วน เช่น 1/50 แปลว่าหนึ่งในห้าสิบวินาที ในโหมด Auto มือถือมักเลือกชัตเตอร์เร็วมากตอนกลางวัน ภาพแต่ละเฟรมคมจัด แต่พอต่อกันเป็นคลิป การเคลื่อนไหวจะดูกระตุกเป็นช่วง ๆ ไม่ลื่นแบบที่ตาเราคุ้น

หลักที่คนทำวิดีโอใช้กันคือตั้งชัตเตอร์ให้ประมาณสองเท่าของเฟรมเรต ถ่าย 25 หรือ 30fps ก็ใช้ราว 1/50 ถ่าย 50 หรือ 60fps ก็ใช้ราว 1/100

ตัวเลข 1/50 กับ 1/100 ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมากในไทย ไฟบ้านเราเป็นระบบ 50Hz หลอดไฟหลายแบบจึงกะพริบเร็วมากจนตามองไม่ทัน แต่กล้องจับได้ ถ้าชัตเตอร์ไม่สัมพันธ์กับจังหวะนั้น ภาพจะมีแถบมืดวิ่งผ่าน หรือสว่างขึ้นลงเป็นจังหวะ ตั้ง 1/50 หรือ 1/100 แล้วปัญหานี้มักหายไป

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

ก่อนกดอัดด้วยมือถือ ลองล็อกค่าตามลำดับนี้ดู

1

โฟกัสและแสง

แตะค้างที่หน้า AE/AF Lock

ภาพไม่วูบเวลามีมือหรือของเข้าเฟรม โฟกัสไม่วิ่งหนีหน้า

2

เฟรมเรต

เลือกค่าเดียวทั้งโปรเจกต์

25 หรือ 30fps งานทั่วไป · 50 หรือ 60fps งานเคลื่อนไหวเร็ว

3

ชัตเตอร์

ราวสองเท่าของเฟรมเรต

1/50 กับ 25 · 30fps
1/100 กับ 50 · 60fps

4

ไวท์บาลานซ์

ตั้งตามแสงหลักแล้วล็อก

หลอดวอร์มไวท์ ลองเริ่มราว 3,000K · แสงหน้าต่าง ลองเริ่มราว 5,500K

5

ISO

ปรับเป็นอย่างสุดท้าย

ภาพมืด เติมแสงในห้องก่อน แล้วค่อยเพิ่ม ISO เท่าที่จำเป็น

ไฟบ้านในไทยเป็นระบบ 50Hz ชัตเตอร์ 1/50 หรือ 1/100 ช่วยกันภาพกะพริบใต้หลอดไฟ · กลางแดดจัดไม่มีปัญหานี้ ใช้ชัตเตอร์เร็วขึ้นหรือฟิลเตอร์ ND ได้

ชื่อเมนูต่างกันตามยี่ห้อ ถ้าแอปกล้องในเครื่องตั้งไม่ได้ ลองแอปถ่ายวิดีโอที่ตั้งค่าเองได้

ปัญหาคือกลางแดดจัด ชัตเตอร์ 1/50 จะรับแสงมากเกินไปจนภาพขาวโพลน กล้องใหญ่แก้ด้วยฟิลเตอร์ ND ที่เหมือนแว่นกันแดดให้เลนส์ มือถือก็มีฟิลเตอร์แบบหนีบหรือแบบติดเคสขาย ถ้ายังไม่มี กลางแดดปล่อยชัตเตอร์ให้เร็วขึ้นไปก่อนก็ไม่ผิด เพราะกลางแจ้งไม่มีปัญหาไฟกะพริบอยู่แล้ว

ISO ยิ่งสูงยิ่งสว่าง แต่ภาพก็ยิ่งเป็นเม็ด

ISO คือการขยายสัญญาณภาพให้สว่างขึ้น เหมือนเปิดเสียงลำโพงให้ดังขึ้น ยิ่งเปิดมาก เสียงซ่าก็ดังตามมาด้วย ภาพก็เหมือนกัน ISO สูงจะมีเม็ดสัญญาณรบกวนหรือ noise และมือถือจะพยายามลบเม็ดออกจนผิวดูเรียบแบบภาพวาด

เซนเซอร์มือถือเล็กกว่ากล้องใหญ่มาก เรื่องนี้เลยเห็นชัดกว่า ถ้าตั้งชัตเตอร์ไว้ที่ 1/50 แล้ว ภาพยังมืด ลองเพิ่มแสงในห้องก่อนดู เปิดไฟอีกดวง หันหน้าเข้าหาหน้าต่าง หรือใช้ไฟ LED ดวงเล็ก แล้วค่อยขยับ ISO ขึ้นเท่าที่จำเป็น

ถ้าภาพมืด ลองเติมแสงก่อนเพิ่ม ISO เสมอ ภาพจะสะอาดกว่ากันมาก

ไฟ LED ดวงเล็กวางบนโต๊ะข้างมือถือที่ตั้งบนขาตั้ง
เติมแสงในห้องให้พอ เราจะได้ใช้ ISO ต่ำลง ภาพจากมือถือก็สะอาดขึ้น

ไวท์บาลานซ์ ล็อกไว้แล้วสีผิวจะไม่ไหล

ไวท์บาลานซ์คือการบอกกล้องว่าแสงในฉากมีสีอะไร เลขเคลวินต่ำคือแสงส้มแบบหลอดไฟบ้าน เลขสูงคือแสงฟ้าแบบในร่มเงา ในโหมด Auto มือถือจะเดาสีใหม่ตลอด พอเราหันกล้องผ่านผนังสีเข้มหรือเดินผ่านหน้าต่าง สีผิวก็ค่อย ๆ เปลี่ยนให้เห็นกลางช็อต

ใน โหมดโปร ของ Android หลายรุ่น เราตั้งเลขเคลวินเองได้ ลองตั้งให้ใกล้กับแสงหลักในห้อง หลอดไฟวอร์มไวท์ลองเริ่มที่ราว 3,000K แสงจากหน้าต่างตอนกลางวันลองเริ่มที่ราว 5,500K แล้วดูสีผิวบนจอว่าเป็นธรรมชาติไหม ถ้าใครอยากเข้าใจเรื่องเลขเคลวินแบบละเอียด เรามีบทความ White Balance คืออะไร ที่อธิบายไว้ทีละขั้น

เฟรมเรตกับความละเอียด เลือกจากงานที่จะเอาไปใช้

เฟรมเรตคือจำนวนภาพต่อวินาที 24 หรือ 25fps ให้ความรู้สึกแบบภาพยนตร์ 30fps คุ้นตาแบบคลิปทั่วไปในโซเชียล ส่วน 50 หรือ 60fps ลื่นมาก เหมาะกับช็อตเคลื่อนไหวเร็ว หรือช็อตที่อยากเอาไปทำสโลว์โมชัน เรื่องนี้เราเคยเล่าไว้ละเอียดใน เฟรมเรต 24 30 60fps ต่างกันยังไง

ข้อที่อยากให้ระวังคือ ลองเลือกเฟรมเรตเดียวให้ทั้งโปรเจกต์ ถ้าช็อตหนึ่ง 25 อีกช็อต 30 พอวางรวมกันในไทม์ไลน์ บางช็อตจะดูกระตุกแปลก ๆ ส่วน 4K ช่วยให้ครอปทีหลังได้ แต่ไฟล์ใหญ่และเครื่องร้อนเร็วกว่า ถ้าพื้นที่เหลือน้อย 1080p ก็ยังใช้ลงโซเชียลได้ดี

มือถือตั้งบนขาตั้งถ่ายคนนั่งคุยในห้อง
งานถ่ายคนนั่งพูดในห้อง ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วล็อกไว้ทั้งเทคได้สบาย

Log บนมือถือ คืออะไร ต้องเปิดไหม

Log คือรูปแบบการบันทึกที่เก็บรายละเอียดในส่วนสว่างและส่วนมืดไว้มากที่สุด ภาพที่ได้จะดูสีจืดเหมือนมีหมอกบาง ๆ ทั้งจอ เพราะตั้งใจให้เอาไปปรับสีหรือเกรดสีต่อในโปรแกรมตัดต่อ ไม่ได้ทำมาให้ดูทันที

ฝั่ง iPhone ทาง Apple เพิ่มตัวเลือก Log เข้ามาตั้งแต่ iPhone 15 Pro และในสเปกของ iPhone 17 Pro ระบุเป็น Apple Log 2 การถ่ายแบบนี้ยังต้องใช้รูปแบบไฟล์ ProRes ที่ไฟล์ใหญ่กว่า HEVC ปกติได้ถึงราว 30 เท่าตามที่ Apple บอกไว้ ส่วน Android ให้ลองเช็คในเมนูของรุ่นตัวเองว่ามีตัวเลือก Log หรือไม่ แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นต่างกันมาก

ถ้ายังไม่เคยเกรดสี หรือต้องรีบส่งคลิปภายในวันนั้น ไม่ต้องเปิด Log ก็ได้ ภาพปกติจากมือถือรุ่นใหม่สีสวยพร้อมใช้อยู่แล้ว ใครอยากรู้ว่าทำไมภาพ Log ถึงจืด ลองอ่าน โปรไฟล์ Log คืออะไร ต่อได้

โหมดโปร ไม่มีในแอปกล้องของเรา ทำยังไงดี?

แอปกล้องของ iPhone ไม่มีโหมดวิดีโอที่ให้ตั้งชัตเตอร์และ ISO เองโดยตรง ส่วน Android บางรุ่นก็ไม่มีโหมดนี้ในวิดีโอ ทางออกที่ง่ายคือใช้แอปถ่ายวิดีโอที่ตั้งค่าเองได้ เช่น Blackmagic Camera ซึ่งใช้ฟรีทั้งบน iOS และ Android รุ่นที่รองรับ

ตามหน้าสเปกของ Blackmagic แอปนี้ให้ตั้งความเร็วชัตเตอร์หรือองศาชัตเตอร์ได้ ตั้ง ISO ล็อกไวท์บาลานซ์หรือตั้งเลขเคลวินตั้งแต่ 2,500 ถึง 10,000K และเลือกเฟรมเรตได้ละเอียด บน iPhone ยังบันทึกเป็น ProRes และเลือก Apple Log ได้ ส่วนบน Android ไม่มีตัวเลือก ProRes และไม่ใช่ทุกรุ่นจะใช้ได้ทุกฟีเจอร์

คนนั่งดูคลิปที่เพิ่งถ่ายบนจอมือถือในร้านกาแฟ
ลองถ่ายเทสต์สั้น ๆ แล้วเปิดดูบนจอก่อน จะรู้ทันทีว่าค่าที่ตั้งไว้ใช้ได้หรือยัง

งานแบบไหนใช้ Auto ก็พอ

ไม่ใช่ทุกงานต้องตั้งเอง หลายสถานการณ์ Auto ทำได้ดีกว่าเราตั้งเองเสียอีก

งานที่แสงเปลี่ยนตลอด เช่น ถ่ายเที่ยวเดินจากในร้านออกไปกลางแดด ถ่ายลูกวิ่งเล่น หรือเก็บโมเมนต์ที่ไม่มีโอกาสถ่ายซ้ำ แบบนี้ปล่อย Auto ไปเลยดีกว่า เพราะถ้าเราล็อกค่าไว้ พอแสงเปลี่ยน ภาพก็จะมืดหรือขาวจนใช้ไม่ได้

ส่วนงานที่แสงคงที่และเราควบคุมได้ เช่น คลิปพูดหน้ากล้องในห้อง ถ่ายสินค้าบนโต๊ะ หรือคลิปสอนที่ถ่ายหลายเทคต่อกัน แบบนี้คุ้มที่จะเปิด โหมดโปร แล้วล็อกค่าไว้ทั้งชุด

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

Auto หรือตั้งเอง ดูที่แสงระหว่างถ่าย

ปล่อย Auto ไปเลย

แสงเปลี่ยนตลอด ถ่ายซ้ำไม่ได้

เดินเที่ยวจากในร้านออกไปกลางแดด

ถ่ายลูกหรือสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น

เก็บโมเมนต์งานอีเวนต์

ล็อกค่าไว้ แสงเปลี่ยนแล้วภาพจะมืดหรือขาว

ตั้งเองแล้วล็อกไว้

แสงคงที่ ควบคุมได้ ถ่ายหลายเทค

คลิปพูดหน้ากล้องในห้อง

ถ่ายสินค้าบนโต๊ะ

คลิปสอนหรือรีวิวที่ตัดต่อหลายช็อต

ทุกช็อตสีและความสว่างเท่ากัน ตัดต่อเนียน

ถามตัวเองก่อนกดอัด แสงจะเปลี่ยนระหว่างถ่ายไหม? ถ้าไม่เปลี่ยน ลองตั้งเองดู

ถ้าไม่แน่ใจ ลองถามตัวเองว่าแสงจะเปลี่ยนระหว่างถ่ายไหม ถ้าไม่เปลี่ยน ลองตั้งเองดู

ความเข้าใจผิดเรื่อง โหมดโปร ที่พบบ่อย

เรื่องแรก เปิดโหมดนี้แล้วภาพจะสวยขึ้นทันที จริง ๆ มันแค่ส่งการตัดสินใจมาให้เรา ถ้าตั้งผิด ภาพก็แย่กว่า Auto ได้ สิ่งที่ได้คือภาพที่นิ่งและคาดเดาได้

เรื่องที่สอง ต้องถ่าย Log ถึงจะเป็นงานโปร ที่จริง Log เหมาะกับคนที่จะเกรดสีต่อเท่านั้น ถ้าไม่เกรด ภาพปกติจะดีกว่า

คืนนี้มาลองตั้งค่ามือถือกัน

ลองตั้งมือถือบนขาตั้งในห้องที่เราถ่ายคลิปประจำ เปิดไฟตามปกติ แล้วถ่ายสองเทค เทคแรกใช้ Auto เทคที่สองเข้าโหมดตั้งเอง หรือเปิดแอป Blackmagic Camera ตั้งเฟรมเรต 25 หรือ 30fps ชัตเตอร์ 1/50 ตั้งไวท์บาลานซ์ให้สีผิวดูเป็นธรรมชาติ ปรับ ISO ให้ภาพสว่างพอดี แล้วแตะล็อกโฟกัสที่หน้า

ระหว่างถ่าย ลองยกมือถือแก้วกาแฟหรือสินค้าเข้ามาใกล้กล้อง แล้วหันหน้าไปทางหน้าต่างสักครั้ง เสร็จแล้วเปิดสองคลิปเทียบกัน จะเห็นเลยว่าคลิปไหนวูบ คลิปไหนนิ่ง

ถ้าทำแล้วภาพยังมีแถบมืดวิ่ง ลองสลับชัตเตอร์ระหว่าง 1/50 กับ 1/100 ดู ถ้ายังไม่หาย ลองเปลี่ยนหลอดไฟหรือใช้แสงจากหน้าต่างแทน เพราะหลอด LED ราคาถูกบางแบบกะพริบแรงจนแก้ด้วยการตั้งกล้องไม่ได้

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

Auto คิดค่าใหม่ตลอดเวลา ซึ่งดีกับภาพนิ่งและงานที่แสงเปลี่ยนบ่อย แต่ทำให้คลิปที่แสงคงที่ดูวูบและสีไม่นิ่ง ขั้นแรกที่ทำได้ทันทีคือแตะค้างเพื่อล็อกโฟกัสกับแสง ถ้าอยากคุมมากกว่านั้น ลองตั้งชัตเตอร์ 1/50 หรือ 1/100 ให้เข้ากับไฟบ้าน 50Hz เติมแสงก่อนเพิ่ม ISO ล็อกไวท์บาลานซ์ และใช้เฟรมเรตเดียวทั้งโปรเจกต์ ส่วน Log เก็บไว้ใช้ตอนพร้อมเกรดสี

อ่านต่อ

ถ้าอยากฝึกพื้นฐานการถ่ายด้วยมือถือเพิ่ม ลองดูบทเรียนคู่คลิป 12 เทคนิคถ่ายภาพด้วยมือถือที่ลองทำตามได้ ใครยังงงว่าชัตเตอร์ ISO และรูรับแสงทำงานร่วมกันยังไง ไปต่อที่ สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร และถ้าอยากดูว่าแอปถ่ายวิดีโอแบบตั้งเองทำอะไรได้บ้าง ลองเปิด หน้าสเปกของแอป Blackmagic Camera ดู

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด