
เคยเป็นไหม ถือกล้องเดินเล่าเรื่องไปตามตลาด ตอนถ่ายก็รู้สึกว่าถือนิ่งดีแล้ว แต่พอเปิดดูในคอม ภาพโยกขึ้นลงตามจังหวะก้าวเท้า ขอบตึกบิดไปมาจนคนดูเวียนหัว กล้อง LUMIX หลายรุ่นมีระบบช่วยเรื่องนี้ที่ Panasonic เรียกว่า Active I.S. แต่ในเมนูกลับมีชื่อให้เลือกอีกหลายอย่าง จนหลายคนไม่แน่ใจว่าต้องเปิดอะไรบ้าง
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ากันสั่นของ LUMIX มีกี่ชั้น Active I.S. ช่วยตอนเดินได้ยังไง ทำไมเปิดกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วภาพแคบลง ระดับ HIGH STANDARD และ Cropless ต่างกันตรงไหน และงานแบบไหนที่ยังควรพกกิมบอลไปด้วย
เดินถ่ายแล้วภาพโยก Active I.S. ช่วยตรงไหน
ตอนเรายืนถ่ายเฉย ๆ การสั่นส่วนใหญ่เป็นอาการสั่นเล็ก ๆ ของมือ แต่พอเริ่มเดิน การสั่นจะใหญ่ขึ้นมาก ทุกก้าวกล้องจะยกขึ้นลง เอียงซ้ายขวา และหมุนนิดหน่อยตามไหล่ของเรา ระบบกันสั่นที่ออกแบบมาแก้มือสั่นตอนถ่ายภาพนิ่ง เลยมักเอาไม่อยู่ตอนเดิน
Panasonic เปิดตัว Active I.S. มากับ LUMIX S5II และ S5IIX เพื่อช่วยช็อตเดินถ่ายโดยเฉพาะ บนหน้าสินค้าทางการอธิบายว่า ระบบจะอ่านอาการสั่นของกล้องแล้วปรับสัดส่วนการแก้ในแนวนอน แนวตั้ง และแนวหมุนให้เหมาะกับตอนนั้น และแก้การสั่นแรง ๆ ได้มากขึ้นราว 200% เมื่อเทียบกับระบบกันสั่นแบบเดิม

หลังจากนั้นชื่อนี้ก็ตามมาในรุ่นอื่นด้วย หน้าสินค้า LUMIX S9 พูดถึงโหมด Active I.S. ข่าวเปิดตัว LUMIX GH7 พูดถึงโหมด High ใน Active I.S. สำหรับถ่ายขณะเคลื่อนที่ และหน้าสินค้า LUMIX S1II ก็เขียนว่ากันสั่น 8.0 สต็อปของกล้องมาพร้อมระบบนี้ ที่ลดทั้งการสั่นแรงและภาพบิดตอนเดินถ่าย
กันสั่นของ LUMIX มีกี่ชั้น
ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น ลองแยกกันสั่นของ LUMIX ออกเป็นสามชั้นก่อน จะเข้าใจเมนูง่ายขึ้นเยอะ
ชั้นแรกคือกันสั่นในเลนส์ หรือ O.I.S. ชิ้นเลนส์ข้างในจะขยับสวนทางกับการสั่น ทำงานได้ดีกับเลนส์ช่วงเทเลที่ภาพสั่นง่าย
ชั้นที่สองคือกันสั่นในบอดี้ Panasonic เรียกว่า B.I.S. หรือ Body I.S. ตัวเซนเซอร์จะขยับได้ห้าแกน แก้ได้ทั้งขึ้นลง ซ้ายขวา และการหมุน ใช้ได้แม้เลนส์ตัวนั้นจะไม่มีกันสั่นในตัว พอใช้คู่กับเลนส์ Panasonic ที่มีกันสั่น ทั้งสองระบบจะทำงานร่วมกัน เรียกว่า Dual I.S. 2 ตัวเลขสต็อปที่เห็นในสเปก เช่น S9 ที่บอดี้ 5 สต็อป และ Dual I.S. 2 ที่ 6.5 สต็อป เป็นค่าที่วัดตามมาตรฐาน CIPA กับเลนส์ที่ระบุไว้ ส่วนใหญ่ใช้บอกว่าถือกล้องถ่ายภาพนิ่งด้วยชัตเตอร์ช้าลงได้แค่ไหน ไม่ได้แปลว่าเดินถ่ายวิดีโอแล้วจะนิ่งตามตัวเลขนั้น
ชั้นที่สามคือกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ในเมนูชื่อ E-Stabilization (Video) ใช้เฉพาะตอนถ่ายวิดีโอ กล้องจะตัดขอบภาพออกเล็กน้อย แล้วใช้ขอบที่เหลือเป็นพื้นที่สำรองสำหรับเลื่อนภาพหักลบการสั่น คู่มือเรียกการทำงานร่วมกันของทั้งเลนส์ บอดี้ และอิเล็กทรอนิกส์นี้ว่า 5-Axis Hybrid Image Stabilizer
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
กันสั่นของ LUMIX ทำงานซ้อนกันสามชั้น
ชั้นที่ 1 ในเลนส์
O.I.S.
ชิ้นเลนส์ขยับสวนการสั่น เก่งกับเลนส์ช่วงเทเล
ชั้นที่ 2 ในบอดี้
B.I.S.
เซนเซอร์ขยับได้ 5 แกน ใช้ได้กับทุกเลนส์ ทำงานคู่กับเลนส์ Panasonic เป็น Dual I.S. 2
ชั้นที่ 3 อิเล็กทรอนิกส์
E-Stabilization
ใช้เฉพาะวิดีโอ ครอปขอบภาพไว้เป็นพื้นที่สำรอง แล้วเลื่อนกรอบตามการสั่น
ขนาดกรอบเป็นภาพประกอบให้เห็นลำดับ ไม่ใช่สัดส่วนจริง สัดส่วนต่างกันตามรุ่น เลนส์ และโหมดวิดีโอ
ถ้าใช้เลนส์ L-Mount ยี่ห้ออื่นที่มีกันสั่นในตัว เช่น เลนส์ของ SIGMA กล้องจะให้เลือกว่าจะใช้กันสั่นในบอดี้หรือในเลนส์ หรือแบบ Lens + Body (Roll) ที่ให้เลนส์แก้ขึ้นลงซ้ายขวา ส่วนบอดี้ช่วยแก้การหมุน
Active I.S. คืออะไร ต่างจากกันสั่นปกติยังไง
จุดที่ทำให้หลายคนงงคือ ในหน้าคู่มือเรื่องกันสั่นของ S5II S9 GH7 และ S1II ที่เราเช็คมา ไม่มีเมนูชื่อ Active I.S. ให้เปิดปิดแยกออกมา ชื่อนี้คือชื่อที่ Panasonic ใช้เรียกวิธีที่กล้องอ่านลักษณะการสั่น แล้วเลือกว่าจะแก้แกนไหนมากน้อยแค่ไหน ให้เหมาะกับการสั่นใหญ่ ๆ ตอนเดิน
ส่วนสิ่งที่เราตั้งเองได้ในเมนูคือ ระบบกันสั่นของบอดี้กับเลนส์ และระดับของ E-Stabilization (Video) ในกล้องรุ่นใหม่ ๆ จะเลือกได้ว่า HIGH หรือ STANDARD ซึ่งน่าจะตรงกับที่ข่าวเปิดตัว GH7 เรียกว่าโหมด High ใน Active I.S. แม้คู่มือจะไม่ได้เขียนเชื่อมสองชื่อนี้ไว้ตรง ๆ
พูดง่าย ๆ ถ้าอยากให้ระบบนี้ช่วยตอนเดินถ่ายวิดีโอ ให้เช็คว่ากันสั่นของบอดี้เปิดอยู่ แล้วเลือกระดับ E-Stabilization ให้ตรงกับความแรงของการเดิน ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ ลองเปิดคู่มือรุ่นของเราประกอบดู

E-Stabilization ทำไมเปิดแล้วภาพแคบลง
ลองนึกภาพเราดูทีวีผ่านกรอบกระดาษที่ตัดช่องเล็กกว่าจอ ถ้าทีวีโยกนิดหน่อย เราก็เลื่อนกรอบกระดาษตามได้ ภาพที่มองผ่านช่องก็จะดูนิ่ง แต่ช่องต้องเล็กกว่าจอจริง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีที่ให้เลื่อน
E-Stabilization ทำงานแบบเดียวกัน กล้องเก็บภาพเต็มจากเซนเซอร์ แต่บันทึกแค่กรอบที่เล็กกว่า แล้วเลื่อนกรอบนั้นสวนกับการสั่นทีละเฟรม มุมภาพเลยแคบลงเหมือนซูมเข้าไปนิดหนึ่ง คู่มือ LUMIX ยังบอกด้วยว่าการใช้ E-Stabilization อาจทำให้ความละเอียดของภาพลดลง เพราะกล้องเอาภาพส่วนที่เล็กลงมาใช้
ในรุ่นใหม่ เช่น S9 GH7 และ S1II ระบบนี้ยังแก้ขอบภาพที่บิดจากเลนส์มุมกว้างตอนกล้องโยกไปพร้อมกันด้วย ภาพตึกหรือเสาที่ขอบเฟรมจะไม่เอนไปมามากเท่าเดิม
ถ้าเปิด E-Stabilization แล้วรู้สึกว่าภาพแคบไป ลองถอยออกมาอีกก้าว หรือใช้เลนส์ที่กว้างขึ้นดู

HIGH STANDARD และ Cropless เลือกแบบไหนดี?
STANDARD แก้การสั่นและขอบภาพบิด มุมภาพแคบลงน้อยกว่า เหมาะกับการเดินช้า ๆ ถือกล้องเล่าเรื่อง หรือแพนตามของที่ไม่ได้เร็วมาก
HIGH แก้การสั่นใหญ่ได้มากขึ้น แต่มุมภาพแคบกว่า STANDARD เหมาะกับการเดินเร็ว เดินถอยหลังถ่ายคนที่กำลังเดินมา หรือถือกล้องยื่นแขนออกไปถ่ายตัวเอง
ใน S1II มีอีกตัวเลือกชื่อ Cropless ซึ่งแก้เฉพาะขอบภาพบิดแบบไม่ครอป คู่มือบอกว่าใช้ได้กับเลนส์ LUMIX S ของ Panasonic เท่านั้น และอาจมีขอบมืดบ้างในบางสภาวะ ตัวเลือกนี้เหมาะกับคนที่ใช้เลนส์มุมกว้างแล้วไม่อยากเสียมุมเลย แต่ต้องรู้ไว้ว่ามันไม่ได้ช่วยเรื่องภาพโยกจากการเดินมากเท่า HIGH หรือ STANDARD
ข้อจำกัดที่เจอบ่อยคือ ใน S5II S9 และ S1II E-Stabilization ใช้ไม่ได้ในโหมด S&Q ที่ใช้ถ่ายสโลว์โมชันหรือภาพเร่ง และใช้ร่วมกับ Live Cropping ไม่ได้ ส่วนใน GH7 คู่มือระบุว่าใช้ไม่ได้ตอนเปิด Variable Frame Rate หรือ Live Cropping ถ้าวันไหนเปิดแล้วเมนูเป็นสีเทา ลองเช็คโหมดวิดีโอที่ตั้งอยู่ก่อน

Boost I.S. ใช้ตอนไหน ไม่ใช้ตอนไหน
อีกเมนูที่ชื่อคล้ายกันคือ Boost I.S. (Video) ตัวนี้ทำงานคนละแบบกับระบบสำหรับเดินถ่ายเลย มันตั้งใจให้ภาพนิ่งเหมือนวางกล้องบนขาตั้ง ตอนเรายืนถือกล้องอยู่กับที่ เช่น ถ่ายคนพูดหน้ากล้องหรือถ่ายป้ายร้าน
เพราะ Boost I.S. พยายามล็อกเฟรมไว้กับที่ ถ้าเราแพนกล้องหรือเดินไปด้วย ภาพอาจดูหน่วงแล้วกระตุกตามมาทีหลัง คู่มือเลยแนะนำว่าถ้าจะเปลี่ยนมุมระหว่างอัด ให้ปิด Boost I.S. ก่อน ตั้งปุ่ม Fn ไว้เปิดปิดจะสะดวกมาก
ยืนนิ่งใช้ Boost I.S. เดินเมื่อไรลองปิด แล้วใช้ E-Stabilization แทนดู

ตั้งค่า LUMIX ก่อนเดินถ่าย ให้ Active I.S. ทำงานเต็มที่
เริ่มจากเช็คว่ากันสั่นในบอดี้เปิดอยู่ ถ้าเลนส์มีสวิตช์ O.I.S. ให้เปิดไว้ด้วย จากนั้นเลือก E-Stabilization (Video) เป็น STANDARD สำหรับเดินช้า หรือ HIGH สำหรับเดินเร็ว และปิด Boost I.S. ไว้
ความเร็วชัตเตอร์ก็สำคัญ ถ้าใช้ชัตเตอร์ช้ามากในที่แสงน้อย แต่ละเฟรมจะเบลอเป็นริ้วจากการโยกตัว กันสั่นเลื่อนกรอบภาพได้ แต่ลบความเบลอที่อยู่ในเฟรมแล้วไม่ได้ ภาพเลยดูนิ่งแต่มีอาการวูบเบลอเป็นจังหวะ ลองใช้ชัตเตอร์ราวสองเท่าของเฟรมเรตเป็นจุดตั้งต้น ถ้าใครยังไม่คุ้นกับความสัมพันธ์นี้ ลองแวะอ่าน เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง ก่อนได้
สุดท้ายคือวิธีเดินของเราเอง ย่อเข่าเล็กน้อย ก้าวสั้น ๆ ลงส้นเท้าเบา ๆ ถือกล้องชิดตัวด้วยสองมือ หรือคล้องสายคอแล้วดึงให้ตึงช่วยอีกแรง กันสั่นทุกแบบทำงานง่ายขึ้นมากเมื่อการสั่นที่เข้าไปในกล้องน้อยลง ใครใช้ S9 อยู่ ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ประกอบไปด้วยก็ได้
CREATOR SCHOOL THAILAND · LUMIX
ช็อตแบบไหน ตั้งกันสั่นแบบไหน
ยืนนิ่ง พูดหน้ากล้อง
Boost I.S. (Video)
ล็อกเฟรมให้นิ่งเหมือนตั้งขา ถ้าจะแพนหรือเปลี่ยนมุม ปิดก่อน
เดินช้า ถือกล้องเลนส์กว้าง
E-Stabilization STANDARD
แก้สั่นกับขอบภาพบิด เสียมุมน้อยกว่า HIGH
เดินเร็ว vlog ตามคน
E-Stabilization HIGH
แก้การสั่นใหญ่ได้มากขึ้น แลกกับมุมที่แคบลงอีก
วิ่ง ขึ้นบันได เลนส์เทเล
กิมบอล
กล้องอย่างเดียวรับไม่ไหว หรือต้องการการเคลื่อนกล้องแบบนุ่มยาว
ชื่อเมนูและระดับที่เลือกได้ต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ บางรุ่นมีโหมด Cropless ที่แก้เฉพาะขอบภาพบิดโดยไม่ครอป
เมื่อไรยังต้องใช้กิมบอล
กันสั่นในตัวกล้องรุ่นใหม่ช่วยให้เดินถ่าย vlog ได้ใกล้กิมบอลขึ้นมาก แต่ยังมีงานที่กิมบอลทำได้ดีกว่าชัดเจน
งานแรกคือการวิ่ง ขึ้นลงบันได หรือถ่ายบนรถที่สะเทือนแรง การสั่นใหญ่เกินกว่าที่กล้องจะเลื่อนชดเชยได้ งานที่สองคือเลนส์ช่วงเทเล คู่มือ S5II ในหัวข้อ Boost I.S. เองก็บอกว่ายิ่งทางยาวโฟกัสยาว กันสั่นยิ่งได้ผลน้อยลง งานที่สามคือช็อตที่ต้องการการเคลื่อนกล้องแบบนุ่มยาว เช่น เดินวนรอบคน หรือค่อย ๆ ยกกล้องขึ้นจากพื้น กิมบอลคุมทิศทางของกล้องเองได้ ส่วนกันสั่นในตัวทำได้แค่แก้อาการสั่น
อีกข้อคือมุมภาพ กิมบอลไม่ต้องครอป ถ้างานนั้นต้องการมุมกว้างเต็มเลนส์ หรือต้องใช้ความละเอียดเต็มไปครอปต่อทีหลัง กิมบอลก็ยังได้เปรียบ ถ้าอยากเข้าใจกันสั่นทุกแบบแบบไม่ผูกกับยี่ห้อ ลองอ่าน กันสั่น ในกล้อง ในเลนส์ หรือกิมบอล ต่างกันยังไง ต่อได้
ความเข้าใจผิดเรื่อง Active I.S. ที่พบบ่อย
เรื่องแรก กล้องกันสั่นดีแล้วไม่ต้องใช้กิมบอลอีกเลย ถ้างานส่วนใหญ่ของเราคือเดินเล่าเรื่องช้า ๆ ก็อาจจริง แต่ถ้ามีวิ่ง มีเลนส์เทเล หรือมีช็อตเคลื่อนกล้องยาว ๆ กิมบอลยังช่วยได้มากกว่า
เรื่องที่สอง เปิดทุกอย่างให้สุดไว้ก่อนดีที่สุด การเปิด HIGH ตลอดเวลาทำให้เสียมุมภาพโดยไม่จำเป็น และการเปิด Boost I.S. ตอนเดินกลับอาจทำให้ภาพหน่วงกระตุก ลองเลือกให้ตรงกับช็อตจะได้ภาพดีกว่า

คืนนี้มาลองเดินเทสกัน
ใส่เลนส์มุมกว้างที่ใช้ประจำ แล้วเดินถ่ายทางเดินเดิมในบ้านหรือหน้าบ้านสามรอบ รอบแรกปิด E-Stabilization รอบที่สองตั้ง STANDARD รอบที่สามตั้ง HIGH เดินความเร็วเท่าเดิมทุกรอบ
เอาสามคลิปมาเปิดเทียบกัน ดูทั้งความโยก ขอบภาพที่บิด และมุมที่แคบลง แล้วเลือกระดับที่ยอมรับได้ไว้เป็นค่าประจำของเรา
ถ้าลองแล้วภาพยังโยกอยู่ ลองเช็คว่าไม่ได้เปิด Boost I.S. ค้างไว้ เช็คความเร็วชัตเตอร์ว่าไม่ช้าเกินไป แล้วลองเดินแบบย่อเข่า ก้าวสั้นลงอีกนิดดู
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
กันสั่นของ LUMIX มีสามชั้น คือในเลนส์ ในบอดี้ และแบบอิเล็กทรอนิกส์ Active I.S. คือวิธีที่กล้องอ่านการสั่นตอนเดินแล้วปรับการแก้ให้เหมาะ ส่วนที่เราเลือกเองคือระดับ E-Stabilization ซึ่งแลกความนิ่งกับมุมภาพที่แคบลง ยืนนิ่งใช้ Boost I.S. เดินใช้ STANDARD หรือ HIGH และงานวิ่งหรือเลนส์เทเลยังควรมีกิมบอลไว้
อ่านต่อ
ถ้าอยากรู้ว่ากล้อง LUMIX ตัวไหนเหมาะกับงานของเรา ลองดูบทเรียนคู่คลิป 8 Checklist ก่อนเลือกกล้อง Panasonic Lumix ส่วนคนที่อยากเช็คชื่อเมนูและข้อจำกัดแบบละเอียด ลองเปิดหน้า Image Stabilizer ในคู่มือ LUMIX S1II ของ Panasonic ได้เลย
