
เคยเป็นไหม ซื้อกล้องมาเพราะเห็นว่ามี กันสั่น ในตัว พอยืนถือพูดหน้ากล้องภาพก็นิ่งดี แต่พอเดินถ่ายตามเพื่อนในตลาด ภาพกลับเด้งขึ้นลงตามจังหวะเท้า ขอบภาพก็ดูยืด ๆ บิด ๆ แปลกตา แล้วก็เริ่มสงสัยว่ากล้องเสียหรือเปล่า? หรือว่าต้องซื้อกิมบอลเพิ่มอีกตัว?
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ากันสั่นแต่ละแบบทำงานยังไง ทั้งในเลนส์ ในบอดี้ แบบดิจิทัล และกิมบอล แต่ละแบบแลกกับอะไร ทำไมภาพถึงแคบลงหรือขอบบิด และงานแบบไหนควรพึ่งแบบไหน หลักนี้ใช้ได้กับกล้องทุกยี่ห้อ รวมถึงมือถือด้วย
ภาพสั่นในคลิปมาจากไหน
ลองนึกภาพว่าเราถือแก้วน้ำเต็มแก้วแล้วเดิน น้ำจะกระฉอกจากสองอย่าง อย่างแรกคือมือที่สั่นเล็ก ๆ ตลอดเวลา อย่างที่สองคือตัวเราที่ยกขึ้นลงทุกก้าว กล้องก็เหมือนกัน มือสั่นเป็นการขยับเร็วแต่น้อย ส่วนก้าวเดินเป็นการขยับช้ากว่าแต่ไกลกว่ามาก
ระบบกันสั่นในกล้องส่วนใหญ่เก่งกับแบบแรก เพราะมันขยับชิ้นส่วนเล็ก ๆ ในกล้องไปทางตรงข้ามกับที่มือสั่นได้ทัน แต่พอเป็นแบบที่สอง ตัวกล้องทั้งตัวยกขึ้นลงเป็นเซนติเมตร ชิ้นส่วนข้างในขยับได้ไม่ไกลพอจะตามทัน ตรงนี้แหละที่ทำให้ยืนถ่ายนิ่ง แต่เดินถ่ายแล้วเด้ง

กันสั่น ในเลนส์ ทำงานยังไง
แบบแรกที่มีมานานที่สุดคือกันสั่นในเลนส์ แต่ละค่ายเรียกต่างกันไป เช่น IS, OIS, VR หรือ OS ในเลนส์จะมีกลุ่มกระจกชุดหนึ่งที่ขยับได้ เมื่อเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหวจับได้ว่ากล้องเอียงไป กระจกชุดนั้นก็จะเลื่อนไปทางตรงข้าม ภาพที่ตกลงบนเซนเซอร์เลยยังอยู่ที่เดิม
กันสั่นในเลนส์ทำงานได้ดีมากกับเลนส์ช่วงเทเล เพราะยิ่งซูมไกล การสั่นนิดเดียวก็ทำให้ภาพกระโดดไปไกล และเพราะออกแบบมาเฉพาะกับเลนส์ตัวนั้น มันจึงจูนมาให้เข้ากับระยะของเลนส์นั้นได้พอดี ข้อจำกัดคือได้เฉพาะเลนส์ที่มีระบบนี้ เลนส์ฟิกซ์ราคาไม่แพงหลายตัวก็ไม่มีมาให้

กันสั่น ในบอดี้กล้อง หรือ IBIS
แบบที่สองคือกันสั่นในบอดี้ เรียกย่อว่า IBIS มาจาก In-Body Image Stabilization แทนที่จะขยับกระจกในเลนส์ กล้องจะขยับตัวเซนเซอร์เองไปทางตรงข้ามกับการสั่น ถ้าเห็นคำว่า 5 แกน ก็หมายถึงแก้ได้ทั้งก้มเงย หันซ้ายขวา หมุนเอียง และเลื่อนขึ้นลงซ้ายขวาเล็กน้อย
ข้อดีที่ชัดที่สุดคือใช้ได้กับทุกเลนส์ที่ติดเข้าไป ทั้งเลนส์ฟิกซ์ เลนส์ค่ายอื่น หรือเลนส์มือหมุนเก่า ๆ ที่แปลงมาใส่ และมักทำงานได้ดีกับเลนส์ช่วงกว้างถึงกลาง ซึ่งเป็นช่วงที่คนทำคลิปใช้บ่อยที่สุด
หลายค่ายยังให้กันสั่นในบอดี้กับในเลนส์ทำงานร่วมกันได้ ถ้าเลนส์กับบอดี้รองรับ ตัวกล้องกับเลนส์จะส่งข้อมูลการสั่นให้กัน แล้วแบ่งกันแก้คนละแกน ผลที่ได้นิ่งกว่าใช้แค่ระบบเดียว ตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณาเป็นสต็อป เช่น 7 หรือ 8 สต็อป วัดจากภาพนิ่งตรงกลางเฟรมกับเลนส์บางตัว เอาไว้เทียบคร่าว ๆ ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเดินถ่ายแล้วจะนิ่งตาม
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
กันสั่น 4 แบบ แก้ที่ไหน แลกกับอะไร
ในเลนส์
IS · OIS · VR · OS
ขยับกระจกในเลนส์สวนการสั่น เก่งกับเลนส์เทเล
แลกกับ มีเฉพาะเลนส์ที่ใส่ระบบนี้มา
ในบอดี้
IBIS ขยับเซนเซอร์
ใช้ได้กับทุกเลนส์ เก่งกับมือสั่นเล็ก ๆ ช่วงเลนส์กว้างถึงกลาง
แลกกับ ขยับได้ไม่ไกล ก้าวเดินแรง ๆ ยังเด้ง
แบบดิจิทัล
ตัดกรอบให้เลื่อนตาม
รับการเดินและแพนได้ดี โหมดกันสั่นแรง ๆ ในมือถือก็ใช้หลักนี้
แลกกับ ภาพแคบลง แสงน้อยอาจเห็นเบลอเป็นช่วง
กิมบอล
มอเตอร์ 3 แกนนอกกล้อง
รับการหมุนใหญ่ ๆ ได้ดีที่สุด ไม่ตัดขอบภาพ
แลกกับ หนัก ต้องตั้งสมดุล ไม่แก้การยกขึ้นลงของก้าว
กันสั่นแบบดิจิทัล ทำไมภาพถึงแคบลง
แบบที่สามไม่ได้ขยับชิ้นส่วนอะไรเลย กล้องจะเก็บภาพให้กว้างกว่าที่เราเห็นนิดหน่อย แล้วตัดกรอบข้างในให้เลื่อนตามการสั่นทีละเฟรม คล้ายเราถือกรอบรูปเล็ก ๆ ทาบบนรูปใหญ่ แล้วขยับกรอบให้หน้าคนอยู่ที่เดิมตลอด บางค่ายเรียก E-Stabilization บางค่ายเรียก Movie Digital IS หรือโหมด Active ส่วนโหมดกันสั่นแรง ๆ ตอนถ่ายวิดีโอในมือถือก็ใช้หลักนี้เหมือนกัน
ราคาที่ต้องจ่ายคือภาพจะแคบลง เพราะขอบภาพถูกตัดทิ้งไว้เป็นที่เผื่อขยับ ยิ่งตั้งแรง ก็ยิ่งตัดเยอะ คู่มือของกล้องหลายรุ่นเขียนไว้ตรง ๆ ว่าเปิดโหมดแรงแล้วมุมภาพจะแคบลง และโหมดที่แรงที่สุดบางรุ่นก็ใช้กับเฟรมเรตสูง ๆ ไม่ได้ ถ้าใช้เลนส์ 24mm อยู่แล้วเปิดโหมดนี้ ภาพที่ได้อาจดูเหมือนเลนส์ที่ยาวขึ้นมาอีกหน่อย
ข้อดีคือมันรับมือกับการขยับใหญ่ ๆ อย่างเดินหรือแพนได้ดีกว่ากันสั่นแบบกลไก บทความของ Canon เองก็บอกว่าโหมดนี้เด่นที่สุดตอนเดิน วิ่ง หรือแพนกล้อง
ถ้าห้องแคบแล้วเปิดกันสั่นแบบดิจิทัล ลองถอยห่างหรือใช้เลนส์ที่กว้างขึ้นอีกนิดดู จะได้มุมภาพเท่าเดิม

ขอบภาพบิด ภาพเบลอเป็นริ้ว เกิดจากอะไร?
เรื่องที่คนเจอบ่อยคือ ตรงกลางภาพนิ่งดี แต่ขอบภาพเหมือนยืดไปมาเหมือนวุ้น โดยเฉพาะตอนใช้เลนส์มุมกว้างมาก ๆ ที่เป็นแบบนี้เพราะเลนส์มุมกว้างมีความโค้งของภาพที่ขอบอยู่แล้ว พอระบบกันสั่นเลื่อนภาพไปมา ส่วนที่โค้งนั้นก็ขยับไม่เท่ากับตรงกลาง อีกส่วนมาจากเซนเซอร์ที่อ่านภาพทีละแถวจากบนลงล่าง ถ้ากล้องขยับระหว่างที่กำลังอ่าน เส้นตรงก็จะเอียงหรือเบี้ยว
อีกเรื่องคือภาพเบลอกระตุก ตอนถ่ายในที่แสงน้อย กล้องมักใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้า ภาพแต่ละเฟรมจึงเบลอตามการสั่นติดมาแล้ว พอกันสั่นแบบดิจิทัลจัดกรอบให้นิ่ง ตำแหน่งภาพนิ่งก็จริง แต่รอยเบลอในแต่ละเฟรมยังอยู่ ภาพเลยดูนิ่งแต่เบลอเป็นช่วง ๆ แปลกตา
ทางแก้ที่ลองได้ก่อนคือเพิ่มแสงให้ฉาก หรือใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่ช้าเกินไป และถ้าใช้เลนส์กว้างมาก ลองเปลี่ยนเป็นเลนส์ที่ยาวขึ้นนิดหน่อยดู ขอบจะบิดน้อยลง ส่วนใครอยากรู้ว่าความเร็วชัตเตอร์สัมพันธ์กับเฟรมเรตยังไง ลองอ่านเพิ่มที่บทความ เฟรมเรต 24 30 60fps ได้

กิมบอลช่วยอะไรที่กล้องทำเองไม่ได้
แบบที่สี่อยู่นอกกล้อง กิมบอลคือด้ามจับที่มีมอเตอร์สามตัว คอยหมุนกล้องสวนทางกับมือเราในสามแกน คือก้มเงย หันซ้ายขวา และเอียงซ้ายขวา เพราะมันหมุนกล้องได้ทั้งตัวเป็นมุมกว้าง ๆ จึงรับการขยับใหญ่ ๆ ได้ดีกว่ากันสั่นในกล้องมาก และไม่ต้องตัดขอบภาพทิ้ง
งานที่กิมบอลทำได้ดีคือเดินตามคนนาน ๆ วิ่งตามคนวิ่ง หรือช็อตเคลื่อนกล้องช้า ๆ ลื่น ๆ แบบหนังโฆษณา ข้อแลกคือของหนักขึ้น เทอะทะขึ้น ต้องชาร์จแบต และต้องตั้งสมดุลใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์หรือเพิ่มไมค์ คนทำสารคดีบางคนก็เลือกไม่ใช้ เพราะรู้สึกว่าเป็นเหมือนกำแพงกั้นระหว่างกล้องกับคนที่ถ่าย
มีอีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ คือกิมบอลทั่วไปแก้แค่การหมุน ไม่ได้แก้การยกขึ้นลงทุกก้าว ถ้าเดินกระแทกส้นเท้า ภาพก็ยังเด้งอยู่ดี คนใช้กิมบอลเลยมักเดินย่อเข่านิดหนึ่ง วางเท้าจากส้นไปปลายเท้าเบา ๆ บางคนก็เปิดกันสั่นในกล้องไว้คู่กันด้วย

กันสั่น แบบไหนเหมาะกับงานของเรา?
ลองเริ่มจากถามตัวเองว่า งานส่วนใหญ่ของเรากล้องขยับแค่ไหน
ถ้าเป็นงานยืนหรือนั่งถือพูดหน้ากล้อง ถ่ายสินค้าในมือ หรือรีวิวบนโต๊ะ กันสั่นในบอดี้หรือในเลนส์ก็เหลือเฟือ ไม่ต้องเปิดโหมดดิจิทัลให้ภาพแคบลงโดยไม่จำเป็น
ถ้าเป็นงานเดินพูดหน้ากล้อง พาเที่ยว หรือพาชมร้าน ลองเปิดกันสั่นแบบดิจิทัลระดับกลางคู่กับกันสั่นในบอดี้ดู ใช้เลนส์ที่กว้างหน่อยเผื่อภาพแคบลง แล้วฝึกเดินให้นุ่มขึ้น แค่นี้ก็พอสำหรับคลิปลงโซเชียลส่วนใหญ่
ถ้าเป็นงานเดินตามคนนาน ๆ วิ่งตาม หรือช็อตเคลื่อนกล้องที่ต้องลื่นจริง ๆ ถึงตอนนั้นค่อยคิดเรื่องกิมบอล ส่วนงานที่กล้องอยู่บนขาตั้ง หลายค่ายแนะนำให้ปิดกันสั่นไว้ เพราะระบบบางตัวอาจพยายามแก้การสั่นที่ไม่มีอยู่จริง ลองเช็คในคู่มือรุ่นของเราดูอีกที
อีกทางที่คนทำงานบางกลุ่มใช้คือแก้ทีหลังด้วยซอฟต์แวร์อย่าง Gyroflow ซึ่งใช้ข้อมูลไจโรที่กล้องบางรุ่นบันทึกไว้ในไฟล์ แล้วกันสั่นตอนตัดต่อ แก้การบิดจากเซนเซอร์ที่อ่านทีละแถวได้ด้วย แต่ต้องเช็คก่อนว่ากล้องของเราบันทึกข้อมูลนี้หรือเปล่า
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
งานแบบนี้ ลองพึ่งกันสั่นแบบไหน
ถือพูดอยู่กับที่
รีวิวในมือ ถ่ายสินค้า
ในบอดี้หรือในเลนส์ ก็เหลือเฟือ ไม่ต้องเปิดดิจิทัลให้ภาพแคบ
เดินพูดหน้ากล้อง
พาเที่ยว พาชมร้าน
ในบอดี้ + ดิจิทัลระดับกลาง ใช้เลนส์กว้างเผื่อ แล้วเดินนุ่ม ๆ
เดินตามนาน วิ่งตาม
ช็อตเคลื่อนกล้องลื่น ๆ
กิมบอล ร่วมกับท่าเดินย่อเข่า
ตั้งขาตั้ง
กล้องไม่ขยับ
ปิดกันสั่น ตามที่คู่มือหลายรุ่นแนะนำ เช็คกับรุ่นของเรา
ความเข้าใจผิดเรื่อง กันสั่น ที่พบบ่อย
เรื่องแรก ตัวเลขสต็อปยิ่งเยอะ เดินถ่ายยิ่งนิ่ง จริง ๆ ตัวเลขนั้นวัดจากภาพนิ่งที่ถือนิ่ง ๆ ไม่ได้วัดจากการเดิน กล้องที่ตัวเลขสูงมากก็ยังเด้งตามก้าวเท้าได้
เรื่องที่สอง มีกิมบอลแล้วไม่ต้องเปิดกันสั่นในกล้อง ไม่เสมอไป เพราะกิมบอลไม่แก้การยกขึ้นลง หลายคนเลยเปิดกันสั่นในบอดี้ไว้ช่วยอีกชั้น ลองถ่ายเทียบดูทั้งเปิดและปิดกับกล้องของเรา
เรื่องที่สาม ภาพแคบลงคือกล้องเสีย จริง ๆ เป็นนิสัยปกติของกันสั่นแบบดิจิทัล ถ้าไม่อยากให้แคบ ลองลดระดับลงหรือปิดไปเลย
คืนนี้มาลองเทสกันสั่นของกล้องเรากัน
หยิบกล้องหรือมือถือที่มีอยู่ ตั้งเลนส์ที่ใช้ประจำ แล้วเดินถ่ายทางเดินในบ้านยาวสักสิบก้าว สามรอบ รอบแรกปิดกันสั่นทั้งหมด รอบสองเปิดเฉพาะกันสั่นในบอดี้หรือในเลนส์ รอบสามเปิดแบบดิจิทัลด้วย
เอามาเปิดดูบนจอใหญ่ แล้วสังเกตสามอย่าง ภาพเด้งตามก้าวแค่ไหน ขอบภาพบิดไหม และภาพแคบลงไปเท่าไร จากนั้นลองรอบที่สี่ ใช้ค่าที่ดีที่สุด แต่คราวนี้เดินย่อเข่า วางเท้าเบา ๆ จะเห็นเลยว่าท่าเดินช่วยได้มากกว่าที่คิด
ถ้าทำแล้วภาพยังเบลอเป็นช่วง ๆ ลองเปิดไฟเพิ่มหรือถ่ายตอนกลางวันดูอีกครั้ง ถ้ายังเด้งอยู่ทั้งที่เดินเบาแล้ว ตอนนั้นค่อยลองยืมกิมบอลจากเพื่อนหรือร้านมาลองก่อนซื้อ

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
กันสั่นในเลนส์กับในบอดี้เก่งเรื่องมือสั่นเล็ก ๆ และไม่ทำให้ภาพแคบลง กันสั่นแบบดิจิทัลรับการเดินได้ดีกว่า แต่แลกกับมุมภาพที่แคบลงและอาจเห็นเบลอในที่แสงน้อย ส่วนกิมบอลรับการขยับใหญ่ได้ดีที่สุด แต่หนักและไม่แก้การยกขึ้นลงของก้าวเดิน เลือกจากงานส่วนใหญ่ที่เราทำจริง และอย่าลืมว่าท่าเดินของเราเองก็เป็นกันสั่นที่ไม่ต้องจ่ายเงินเลย
อ่านต่อ
ถ้ากำลังสงสัยว่าทำไมเปิดกันสั่นแบบดิจิทัลแล้วภาพดูเหมือนเลนส์ยาวขึ้น เรื่องการครอปภาพไปต่อได้ที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไงในงานจริง ใครใช้กล้องถ่ายคลิปอยู่แล้ว ลองดูบทเรียนคู่คลิป ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ ที่ไล่ตั้งค่าก่อนกดอัด ส่วนใครอยากอ่านมุมมองจากผู้ผลิตว่ากันสั่นในกล้องพาไปได้ไกลแค่ไหนเทียบกับกิมบอล ลองอ่าน Electronic IS and IBIS vs gimbal ของ Canon Europe
