
ถ่ายงานเสร็จ แบตเหลือสักครึ่งก้อน หลายคนเลือกไม่ชาร์จ เพราะเคยได้ยินมาว่า แบตกล้อง ต้องใช้ให้หมดก่อนค่อยชาร์จ ไม่งั้นแบตจะจำค่าแล้วจุได้น้อยลง บางคนซื้อแบตก้อนใหม่มาก็ชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน เพราะเชื่อว่าครั้งแรกต้องชาร์จ 8 ชั่วโมง
ความเชื่อนี้ไม่ได้มาลอย ๆ มันเคยเป็นคำแนะนำที่ถูกในยุคหนึ่ง เรามาดูกันว่ามาจากไหน ทำไมแบตในกล้องยุคนี้ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว และอะไรที่ทำให้แบตเสื่อมจริง
ขอบอกขอบเขตไว้ก่อน บทความนี้พูดถึงแบตลิเธียมไอออนที่ใช้ในกล้องดิจิทัลและมือถือ ไม่รวมถ่าน AA แบบชาร์จได้ชนิดนิกเกิลที่หลายคนใช้กับแฟลช ซึ่งมีวิธีดูแลอีกแบบ
ทำไมหลายคนเชื่อว่า แบตกล้อง ต้องใช้ให้หมดก่อนชาร์จ
ย้อนไปยุคที่กล้องวิดีโอ โทรศัพท์ไร้สาย และอุปกรณ์พกพาจำนวนมากใช้แบตนิกเกิล เช่น นิกเกิลแคดเมียม หรือ NiCd กับนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ หรือ NiMH แบตกลุ่มนี้มีอาการที่เรียกว่า memory effect คือถ้าชาร์จทั้งที่ยังใช้ไม่หมดซ้ำ ๆ แบตจะทำตัวเหมือนจุได้น้อยลง
Battery University ซึ่งเป็นแหล่งความรู้เรื่องแบตเตอรี่ที่ช่างและวิศวกรใช้อ้างอิงกันมาก อธิบายว่าแบต NiCd รุ่นใหม่เปลี่ยนไปเป็นปัญหาผลึกก่อตัวในเซลล์ ซึ่งลดพื้นที่ทำปฏิกิริยาและทำให้แบตอ่อนลง ส่วน NiMH ยังมีอาการ memory แต่น้อยกว่า NiCd วิธีดูแลแบต NiCd ในยุคนั้นจึงต้องคายประจุจนต่ำแล้วชาร์จใหม่เป็นรอบ ๆ ทุก 1 ถึง 3 เดือน

เรื่องชาร์จครั้งแรกนาน ๆ ก็มาจากยุคเดียวกัน Battery University ระบุว่าผู้ผลิตเคยแนะนำให้ชาร์จแบตนิกเกิลแบบช้า ๆ 16 ถึง 24 ชั่วโมงตอนซื้อใหม่ หรือหลังเก็บไว้นาน เพื่อให้เซลล์ในก้อนปรับสมดุลกัน
ใครที่เคยทำแบบนี้มาก่อน ไม่ได้ทำผิด เพราะมันเคยเป็นวิธีที่ถูกกับแบตยุคนั้นจริง ๆ แค่แบตในมือเราตอนนี้เป็นอีกชนิดแล้ว
memory effect คืออะไร แล้วแบตลิเธียมมีไหม
ลองนึกถึงคนที่ทำงานเลิกเวลาเดิมทุกวันจนร่างกายจำว่าเหนื่อยตอนห้าโมงเย็น memory effect ของแบตนิกเกิลก็คล้ายแบบนั้น ถ้าใช้ไปครึ่งเดียวแล้วชาร์จซ้ำ ๆ แบตจะทำเหมือนจำว่าใช้ได้แค่ครึ่งเดียว
แบตลิเธียมไอออนทำงานคนละแบบ หน้าความรู้ของ Nikon USA เขียนชัดว่าแบตลิเธียมไอออนไม่มี memory effect ที่ทำให้ความจุลดลงเพราะชาร์จเร็วเกินไป ชาร์จตอนไหนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมดก่อนชาร์จ ส่วน Battery University ก็ระบุว่าแบตลิเธียมไม่มี memory และไม่ต้องคายประจุจนหมดเป็นรอบ ๆ เพื่อยืดอายุ
ฝั่งมือถือก็เขียนแบบเดียวกัน Apple แนะนำว่าแบตลิเธียมไอออนชาร์จได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอให้หมด 100% และนับรอบชาร์จจากปริมาณที่ใช้รวมกัน เช่น วันนี้ใช้ 75% พรุ่งนี้ใช้อีก 25% รวมกันนับเป็นหนึ่งรอบ ไม่ใช่นับครั้งที่เสียบสาย

แล้วมีงานวิจัยที่เจอ memory effect ในแบตลิเธียมไหม? มี ปี 2013 ทีมวิจัยจาก Paul Scherrer Institute กับ Toyota ตีพิมพ์ใน Nature Materials ว่าพบอาการคล้าย memory effect ในแบตลิเธียมไอออนชนิดลิเธียมไอรอนฟอสเฟต แต่ผู้วิจัยบอกเองว่าผลเล็กมาก แรงดันเพี้ยนไปแค่ไม่กี่ส่วนในพัน และเรื่องนี้สำคัญกับรถไฟฟ้าที่ชาร์จบางส่วนถี่ ๆ มากกว่า
แบตกล้อง ยุคนี้ ผู้ผลิตแนะนำให้ชาร์จแบบไหน
คู่มือกล้องเป็นหลักฐานที่ใกล้ตัวเราที่สุด คู่มือ Canon EOS 850D ระบุว่าแบต LP-E17 ที่ซื้อมาใหม่ยังชาร์จไม่เต็ม ชาร์จจากหมดจนเต็มใช้ราว 2 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง 23 องศา และแนะนำให้ชาร์จวันก่อนหรือวันที่จะใช้ เพราะแบตที่ชาร์จแล้วจะค่อย ๆ คายประจุเองแม้ไม่ได้ใช้
สังเกตว่าไม่มีตรงไหนบอกให้ใช้ให้หมดก่อน หรือชาร์จครั้งแรก 8 ชั่วโมง Battery University เองก็บอกว่าแบตลิเธียมไม่ต้องผ่านขั้นตอนปลุกแบตหลังออกจากโรงงาน แค่ชาร์จเต็มตามปกติก็ใช้ได้เต็มความจุ และคำแนะนำให้ชาร์จก้อนใหม่ 8 ชั่วโมงถูกมองว่าเป็นวิธีแบบเก่าที่ตกค้างมาจากยุคนิกเกิล

อีกเรื่องที่ควรรู้คือที่ชาร์จแบตลิเธียมไม่ชาร์จหยดต่อหลังเต็ม Battery University อธิบายว่าการชาร์จค้างต่อเนื่องหลังแบตเต็มจะทำให้เกิดคราบโลหะลิเธียมในเซลล์และกระทบความปลอดภัย ระบบชาร์จจึงตัดเองเมื่อเต็ม Canon ก็แนะนำให้ถอดแบตกับที่ชาร์จออกจากปลั๊กหลังชาร์จเสร็จ
ถ้าพรุ่งนี้มีงาน ลองชาร์จเย็นนี้หรือเช้าวันงานดู แบตเหลือครึ่งก้อนก็ชาร์จเติมได้เลย ไม่ต้องรอให้หมด
ใช้จนหมดบ่อย ๆ ไม่ได้ช่วยให้แบตอยู่นานขึ้น
ความเชื่อนี้มีอีกครึ่งหนึ่งที่ต้องคิดใหม่ แบตกล้อง ที่ถูกใช้จนหมดเกลี้ยงทุกครั้ง ไม่ได้แข็งแรงขึ้นเลย Battery University กลับแนะนำว่าถ้าทำได้ ให้เลี่ยงการใช้จนหมด และชาร์จบ่อยขึ้นระหว่างใช้งาน ยิ่งใช้ต่อรอบน้อย แบตยิ่งอยู่ได้นาน
ตัวเลขประมาณการของ Battery University สำหรับแบตลิเธียมชนิดหนึ่ง นับจำนวนรอบจนความจุลดเหลือราว 70% ถ้าใช้หมดเต็มก้อนทุกครั้งจะได้ราว 300 รอบ ถ้าใช้ทีละ 80% ได้ราว 400 รอบ ใช้ทีละ 40% ได้ราว 1,000 รอบ และใช้ทีละ 20% ได้ราว 2,000 รอบ
ถ้าคิดเป็นพลังงานที่ใช้ได้รวมทั้งอายุแบต ใช้ทีละ 20% สองพันรอบ ก็เท่ากับใช้เต็มก้อนราว 400 ครั้ง มากกว่าการใช้หมดทุกรอบที่ได้ราว 300 ครั้ง ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ แบตแต่ละรุ่นจริงต่างกันไป แต่ทิศทางชัดว่าการใช้จนหมดไม่ได้ช่วยอะไร
ข้อยกเว้นเดียวที่ Battery University พูดถึง คือการใช้จนหมดแล้วชาร์จเต็มเป็นครั้งคราว เพื่อให้ตัววัดเปอร์เซ็นต์แบตในอุปกรณ์อ่านค่าได้ตรงขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อยืดอายุแบต ถ้าตัวเลขแบตบนจอกล้องกระโดดแปลก ๆ ค่อยลองทำเป็นครั้งคราวก็พอ
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
กติกาชาร์จแบตคนละยุค
ความเชื่อเรื่องใช้ให้หมดก่อนชาร์จมาจากแบตนิกเกิล แบตในกล้องและมือถือยุคนี้เป็นลิเธียมไอออน
แบตนิกเกิล NiCd NiMH
แบตลิเธียมไอออน
memory effect
NiCd มีปัญหาผลึกก่อตัว NiMH มีแต่น้อยกว่า
ไม่มี ชาร์จเมื่อไหร่ก็ได้
ก้อนใหม่
ชาร์จช้า 16 ถึง 24 ชั่วโมง
ไม่ต้องปลุกแบต ชาร์จเต็มตามปกติก็พอ
คายประจุเป็นรอบ
NiCd ทุก 1 ถึง 3 เดือน
ไม่ต้อง ยกเว้นปรับตัววัดเปอร์เซ็นต์เป็นครั้งคราว
ใช้ทีละน้อยแล้วเติม
เสี่ยงอาการ memory
ยิ่งใช้ต่อรอบน้อย ยิ่งได้จำนวนรอบมาก
ที่มา Battery University (BU-701, BU-807, BU-808) และหน้าความรู้ของ Nikon USA
ของที่ทำร้าย แบตกล้อง จริงคือความร้อนกับการเก็บผิดวิธี
ถ้าความเสื่อมไม่ได้มาจากการชาร์จบ่อย แล้วมาจากอะไร? Battery University ตอบตรง ๆ ว่าความร้อนเร่งให้แบตเสียความจุแบบถาวร และการปล่อยแบตอยู่ที่ประจุเต็มนาน ๆ ก็สร้างความเครียดให้เซลล์เหมือนกัน
ตารางของ Battery University ประมาณความจุที่เหลือหลังเก็บแบตลิเธียมไว้หนึ่งปี ที่ 25 องศา เก็บไว้ 40% เหลือราว 96% แต่เก็บเต็ม 100% เหลือราว 80% ถ้าร้อนขึ้นเป็น 40 องศา เก็บ 40% เหลือราว 85% ส่วนเก็บเต็มเหลือราว 65%

สำหรับบ้านเรา 40 องศาไม่ใช่ตัวเลขไกลตัว รถที่จอดกลางแดดตอนบ่ายร้อนกว่านั้นได้ง่าย Nikon แนะนำว่าอย่าทิ้งแบตไว้ในรถทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว ส่วน Apple แนะนำให้เลี่ยงการใช้อุปกรณ์ในที่อุณหภูมิเกิน 35 องศา เพราะอาจทำให้ความจุลดลงถาวร
ฝั่งคู่มือกล้องก็พูดตรงกัน Canon ระบุว่าการเก็บแบตตอนชาร์จเต็มอาจทำให้ประสิทธิภาพแบตลดลง และถ้าทิ้งแบตไว้ในกล้องนาน ๆ จะมีไฟไหลออกทีละน้อยจนแบตคายประจุมากเกินไปและอายุสั้นลง จึงแนะนำให้ถอดแบตออกเมื่อไม่ใช้กล้อง
แต่ก็อย่าเก็บแบตตอนหมดเกลี้ยงนาน ๆ Apple อธิบายว่าถ้าเก็บอุปกรณ์ตอนแบตหมดเป็นเวลานาน แบตอาจเข้าสู่สภาวะคายประจุลึกจนกักเก็บไฟไม่ได้อีก คำแนะนำของ Apple สำหรับเก็บยาวคือชาร์จไว้ราว 50% และถ้าเก็บเกินหกเดือนให้เติมกลับไปราว 50% ทุกหกเดือน ส่วน Battery University แนะนำราว 40% และบอกว่าไม่ต้องเป๊ะ
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
เก็บแบตไว้หนึ่งปี เหลือความจุเท่าไหร่
ค่าประมาณความจุที่กู้คืนได้ของแบตลิเธียมไอออน หลังเก็บไว้หนึ่งปี
อุณหภูมิที่เก็บ
เก็บไว้ 40%
เก็บเต็ม 100%
0 องศา
98%
94%
25 องศา
96%
80%
40 องศา
85%
65%
ที่มา Battery University BU-702 How to Store Batteries ตาราง Estimated recoverable capacity เป็นค่าประมาณ แบตแต่ละรุ่นต่างกันไป
ถ้ามีแบตสำรองที่ไม่ค่อยได้ใช้ ลองชาร์จไว้สักครึ่งก้อนแล้วเก็บในที่เย็น แทนการชาร์จเต็มทิ้งไว้ในกระเป๋ากล้องที่วางไว้ในรถ
ความเข้าใจผิดเรื่อง แบตกล้อง ที่พบบ่อย
เรื่องแรก ชาร์จบ่อยทำให้แบตพังเร็ว ความจริงคือแบตลิเธียมนับอายุจากปริมาณที่ใช้รวมกัน Nikon บอกว่าแบตมีอายุจำกัดตามจำนวนครั้งที่ชาร์จ และแนะนำให้ชาร์จเมื่อจำเป็น แต่ถ้านับรอบแบบที่ Apple อธิบาย การเติมตอนเหลือครึ่งก้อนนับเป็นแค่ครึ่งรอบ ไม่ได้กินอายุเท่าการใช้หมดแล้วชาร์จเต็ม สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการเสียบชาร์จแบตที่เต็มอยู่แล้วซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งคู่มือ Sony α1 ก็เตือนไว้
เรื่องที่สอง หนาวแล้วแบตหมดไว แปลว่าแบตเสื่อม คู่มือ Sony α1 อธิบายว่าประสิทธิภาพแบตลดลงในที่อุณหภูมิต่ำ ใช้งานได้สั้นลงเป็นเรื่องปกติ Nikon แนะนำให้เก็บแบตสำรองไว้ในเสื้อใกล้ตัวให้อุ่น แล้วสลับก้อนเมื่อก้อนแรกเริ่มอ่อน ก้อนที่อุ่นขึ้นจะกลับมาใช้ได้อีก

แต่ห้ามชาร์จแบตลิเธียมตอนเย็นจัด Battery University ระบุว่าแบตลิเธียมทั่วไปห้ามชาร์จที่ต่ำกว่า 0 องศา เพราะจะเกิดคราบโลหะลิเธียมที่ขั้วลบในเซลล์ ซึ่งเสียหายถาวร คู่มือ Sony α1 แนะนำให้ชาร์จในอุณหภูมิ 10 ถึง 30 องศา ส่วน Canon บอกว่าถ้าชาร์จในที่ 5 ถึง 10 องศา จะใช้เวลานานขึ้นเพื่อความปลอดภัย
เรื่องที่สาม คู่มือบางเล่มยังบอกให้ใช้ให้หมดอยู่เลย คู่มือ Sony α1 แนะนำว่าก่อนเก็บแบตไว้นาน ให้ชาร์จแล้วใช้จนหมดในกล้องอย่างน้อยปีละครั้ง แล้วเก็บในที่เย็นและแห้ง นี่คือขั้นตอนดูแลก่อนเก็บยาวของแบรนด์นั้น ไม่ใช่กติกาว่าต้องใช้หมดทุกครั้งก่อนชาร์จ แต่ละแบรนด์เขียนขั้นตอนเก็บยาวต่างกันได้ ถ้าคู่มือกล้องของเราเขียนไว้แบบไหน ให้ทำตามคู่มือรุ่นนั้นก่อน
คืนนี้มาลองจัดการแบตของเราใหม่กัน
แบตกล้อง ทุกก้อนที่มี ลองหยิบมาวางรวมกันบนโต๊ะก่อน แล้วดูว่าก้อนไหนใช้ประจำ ก้อนไหนนาน ๆ ใช้ที ก้อนที่ใช้ประจำชาร์จได้ตามสะดวก เหลือเท่าไหร่ก็เติมได้ แค่ลองชาร์จให้ใกล้วันใช้งาน
ก้อนที่นาน ๆ ใช้ที ลองดูเปอร์เซ็นต์ในกล้อง ถ้าเต็มอยู่ ใส่กล้องถ่ายเล่นหรือเปิดดูภาพจนเหลือราวครึ่งก้อน ถ้าเหลือน้อยมาก ชาร์จเติมให้ราวครึ่งก้อน แล้วปิดฝาครอบขั้วแบต เก็บแยกจากกล้อง
ต่อมาลองหาที่เก็บใหม่ ที่ดีคือในบ้าน ไม่โดนแดด ไม่ใกล้หน้าต่างหรือเครื่องใช้ที่ร้อน และเลิกทิ้งกระเป๋ากล้องไว้ในรถ ใส่โน้ตไว้ในปฏิทินมือถือว่าอีกสามถึงหกเดือนให้หยิบแบตสำรองมาเช็คเปอร์เซ็นต์อีกรอบ

ถ้าทำแล้วแบตยังหมดเร็วผิดปกติ ทั้งที่ชาร์จเต็มและใช้ในอุณหภูมิปกติ Canon ระบุว่าแบตนั้นอาจถึงอายุการใช้งานแล้ว ควรหาก้อนใหม่มาแทน และถ้าแบตร้อนขึ้นผิดปกติระหว่างชาร์จ Battery University แนะนำให้เลิกใช้แบตหรือที่ชาร์จนั้น
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ความเชื่อว่า แบตกล้อง ต้องใช้ให้หมดก่อนชาร์จ และต้องชาร์จครั้งแรก 8 ชั่วโมง เป็นคำแนะนำที่ถูกในยุคแบตนิกเกิล แต่แบตลิเธียมไอออนในกล้องและมือถือยุคนี้ไม่มี memory effect แบบนั้น ผู้ผลิตกล้องบอกว่าชาร์จเมื่อไหร่ก็ได้ การใช้ทีละน้อยแล้วเติมกลับช่วยยืดอายุด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้แบตเสื่อมจริงคือความร้อน การปล่อยแบตเต็มทิ้งไว้นาน และการเก็บแบตหมดเกลี้ยงจนคายประจุลึก
แล้วแบตของเราตอนนี้อยู่ที่ไหนกันบ้าง ในกระเป๋ากล้องในรถ ในลิ้นชัก หรือยังเสียบอยู่ในกล้อง? เคยมีแบตก้อนไหนเสื่อมเร็วผิดปกติไหม ตอนนั้นใช้หรือเก็บแบบไหน?
อ่านต่อ
ถ้ากำลังจัดของสำหรับเริ่มทำคอนเทนต์ ลองอ่าน กล้องแพง ไม่ใช่ของชิ้นแรกที่ต้องซื้อ ตอนเริ่มทำคอนเทนต์ อุปกรณ์อีกชิ้นที่ควรดูแลคู่กับแบตคือการ์ดความจำ อ่านต่อได้ที่ การ์ดความจำ V30 V60 V90 ต่างกันยังไง ใครอยากอ่านข้อมูลเชิงเทคนิคฉบับเต็ม ลองเปิด How to Prolong Lithium-based Batteries ของ Battery University และ หน้าความรู้เรื่องการ์ดและแบตเตอรี่ของ Nikon
