
หลายร้านเริ่มเห็นแล้วว่าคลิปที่คนดูเยอะที่สุดของร้าน หลายครั้งเป็นคลิปที่ พนักงาน ถ่ายกันเองตอนชงกาแฟ ตอนแพ็กของ หรือตอนตอบคำถามลูกค้า พอจะทำเป็นเรื่องเป็นราว เจ้าของร้านก็เริ่มกังวล ถ้าเขาลาออกไปแล้วคลิปยังอยู่จะทำยังไง? ต้องจ่ายเงินเพิ่มไหม? แล้วเรื่องหน้าตาของเขาที่อยู่ในคลิป ผิดกฎหมายหรือเปล่า?
ในบทความนี้เราจะมาดูเคสจริงจากแบรนด์ใหญ่ปี 2026 ก่อน แล้วค่อยย้อนมาดูว่าร้านเล็กในไทยได้อะไร เสี่ยงตรงไหน และจะเริ่มแบบง่าย ๆ ยังไงให้ทั้งร้านและคนทำสบายใจ
เคสล่าสุด แบรนด์ใหญ่เริ่มจ่ายเงินให้ พนักงาน ทำคอนเทนต์
Starbucks เริ่มโครงการชื่อ Green Apron Creators มาตั้งแต่ปี 2024 ให้บาริสต้าทำคอนเทนต์เล่าเรื่องการทำงานในร้านลงช่องทางของแบรนด์ ในประกาศของ Starbucks เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 บอกว่าโครงการนี้ตอบโจทย์คนรุ่น Gen Z ซึ่งเป็นบาริสต้าส่วนใหญ่ของร้าน และเป็นโอกาสพัฒนาตัวเองไปด้วย
พอถึงเดือนมิถุนายน 2026 TikTok ประกาศที่งาน Cannes Lions ว่าเปิดเครื่องมือใหม่ให้แบรนด์สร้างกลุ่มครีเอเตอร์ของตัวเองได้ ในกลุ่มนี้ใส่ได้ทั้งครีเอเตอร์ทั่วไป พนักงาน พาร์ตเนอร์ และแฟนของแบรนด์ แบรนด์ส่งบรีฟให้คนในกลุ่ม หรือเอาคลิปที่เขาโพสต์ไว้แล้วไปทำเป็นโฆษณาได้ และ Starbucks เป็นแบรนด์แรกที่นำร่องใช้ โดยประกาศว่าพนักงานที่ทำคลิปจะได้ส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณา
อีกเคสคือ Gap Inc. เจ้าของ Old Navy, Gap, Banana Republic และ Athleta วันที่ 22 กรกฎาคม 2026 บริษัทเปิดโครงการครีเอเตอร์ที่เคยเปิดให้คนนอกตั้งแต่ตุลาคม 2025 ให้พนักงานทั้งในออฟฟิศ หน้าร้าน และศูนย์กระจายสินค้าสมัครได้ด้วย คนที่เข้าร่วมได้ค่าคอมมิชชันและสินค้า แลกกับการเล่าเรื่องแบรนด์ที่ตัวเองชอบ บริษัทบอกว่าฝั่งครีเอเตอร์คนนอกที่ทำมาก่อนหน้านั้นสร้างโพสต์ไปเกือบ 30,000 โพสต์ เข้าถึงผู้ใช้ราว 154 ล้านคน

สิ่งที่น่าสังเกตคือสองแบรนด์นี้ไม่ได้ขอให้พนักงานช่วยแชร์โพสต์ฟรี ๆ แต่ทำเป็นโครงการที่มีกติกาและมีค่าตอบแทนชัดเจน ซึ่งเป็นจุดที่ร้านเล็กเรียนรู้ได้มากที่สุด
ทำไมคนดูถึงเชื่อคลิปของ พนักงาน มากกว่าโฆษณา
ลองนึกภาพเวลาเราเข้าร้านอาหารแล้วถามพนักงานว่าเมนูไหนอร่อย คำตอบของเขามีน้ำหนักกว่าป้ายโปรโมชันหน้าร้าน เพราะเขากินมาแล้ว เห็นลูกค้าสั่งทุกวัน และไม่ได้ดูเหมือนคนที่ถูกจ้างมาพูด
คลิปของพนักงานก็ทำงานแบบเดียวกัน คนดูเห็นมือคนที่แพ็กของจริง ได้ยินคำตอบของคนที่ตอบคำถามลูกค้าวันละหลายสิบรอบ เรื่องเล็ก ๆ อย่างวิธีเลือกไซซ์ หรือเมนูที่คนในร้านแอบสั่งกินเอง เป็นเรื่องที่ทีมการตลาดนั่งคิดในห้องประชุมไม่ออก
ข้อดีอีกอย่างคือเจ้าของร้านไม่ต้องออกเองทุกคลิป มีหลายคนช่วยกันทำก็โพสต์ได้สม่ำเสมอขึ้น
ส่วนข้อดีที่หลายร้านไม่ได้นึกถึงคือเรื่องหาคน คลิปที่เล่าว่าทำงานที่นี่เป็นยังไง ช่วยให้คนที่อยากมาทำงานเห็นบรรยากาศจริงก่อนสมัคร

ความเสี่ยงที่ต้องคิดไว้ก่อนเริ่ม
ก่อนชวนใครออกกล้อง ลองไล่ดูความเสี่ยงสามเรื่องนี้ด้วยกันก่อน ส่วนเรื่องความยินยอมขอแยกไปคุยในหัวข้อถัดไป
เรื่องแรก คนลาออก ถ้าคนที่คนดูจำหน้าได้ที่สุดย้ายงานไป ช่องอาจเงียบไปพักหนึ่ง และคลิปเก่าที่ยังมีหน้าเขาอยู่ก็ต้องตัดสินใจว่าจะเก็บไว้หรือเอาลง ทางที่ดีคืออย่าฝากทั้งช่องไว้กับคนคนเดียว และตกลงเรื่องคลิปเก่ากันไว้ตั้งแต่วันแรก
เรื่องที่สอง ความเป็นส่วนตัว บางคนยินดีออกคลิป แต่ไม่อยากให้ใครรู้ชื่อจริงหรือบัญชีส่วนตัว และถ้ามีคอมเมนต์แซวหน้าตาหรือตามไปทักถึงบัญชีส่วนตัว ร้านต้องคิดไว้ว่าจะช่วยเขายังไง
เรื่องที่สาม คำพูดที่หลุดออกไป พนักงานที่ตั้งใจดีอาจพูดเกินจริงเรื่องสรรพคุณสินค้า พูดถึงคู่แข่ง หรือเผลอถ่ายติดหน้าจอที่มีข้อมูลลูกค้า ร้านเป็นคนรับผลของคลิปที่ลงในช่องร้าน เลยต้องมีกติกาสั้น ๆ ไว้ให้ทุกคนรู้ตรงกัน
PDPA กับคลิปของ พนักงาน เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA ซึ่งบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 ภาพหน้าและเสียงที่ระบุตัวคนได้ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเอาไปลงโซเชียลของร้านเพื่อการตลาด ก็เป็นการใช้และเปิดเผยข้อมูลแบบหนึ่ง
มาตรา 19 ของกฎหมายนี้วางหลักเรื่องความยินยอมไว้หลายข้อที่ใช้กับเรื่องนี้ได้ตรง ๆ ขอความยินยอมเป็นหนังสือหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัด แยกออกจากเรื่องอื่น ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย และต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดว่าคนให้ความยินยอมเขาให้ด้วยความสมัครใจจริงหรือเปล่า เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมเมื่อไรก็ได้ และการถอนต้องทำได้ง่ายเท่ากับตอนให้
ข้อที่นายจ้างควรระวังที่สุดคือเรื่องความสมัครใจ ลูกจ้างอาจไม่กล้าปฏิเสธเจ้านาย ถ้าการออกคลิปถูกผูกไว้กับการได้งานหรือการประเมินผล ความยินยอมนั้นก็อาจไม่ได้มาจากความสมัครใจจริง เพราะฉะนั้นอย่าใส่เรื่องนี้รวมไว้ในสัญญาจ้างแบบเหมารวม ลองแยกเป็นเอกสารสั้น ๆ อีกฉบับ และให้คนที่ไม่อยากออกกล้องปฏิเสธได้โดยไม่มีผลอะไรกับงาน
ส่วนคลิปเก่าหลังลาออก การถอนความยินยอมไม่ทำให้สิ่งที่ทำไปแล้วโดยชอบกลายเป็นผิด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าร้านจะใช้ต่อได้ทุกกรณี ทางที่ปลอดภัยคือเขียนไว้ในเอกสารยินยอมเลยว่า คลิปที่โพสต์แล้วจะเก็บไว้ไหม เก็บนานแค่ไหน และถ้าเขาขอให้เอาลง ร้านจะทำภายในกี่วัน
บทความนี้เป็นความรู้พื้นฐาน ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ถ้าร้านจะทำเป็นโครงการจริงจังหรือมีการจ่ายเงินตามยอด ลองให้นักกฎหมายช่วยดูเอกสารก่อนจะสบายใจกว่า
CREATOR SCHOOL THAILAND · BRAND CONTENT
กติกาแผ่นเดียว ก่อนให้พนักงานออกคลิป
ทำได้เลย
เรื่องที่พนักงานรู้ดีที่สุด
วิธีใช้สินค้า เบื้องหลังการทำงาน คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
ถามก่อน
เรื่องที่ร้านต้องรับผิดชอบ
ราคา โปรโมชัน สรรพคุณสินค้า คลิปที่ติดหน้าลูกค้า
ไม่ทำ
เสี่ยงเกินไป
ข้อมูลลูกค้า หน้าจอระบบหลังร้าน พูดถึงคู่แข่งในทางลบ
กติกาง่าย ๆ ที่ร้านเล็กเริ่มได้เลย
Gap Inc. ให้แนวทางกับคนในโครงการทั้งเรื่องความโปร่งใส การเปิดเผยว่าได้ค่าตอบแทน และมาตรฐานของแบรนด์ ร้านเล็กใช้กระดาษแผ่นเดียวก็พอ
ลองเริ่มจากแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มที่ทำได้เลย เช่น เล่าวิธีใช้สินค้า เบื้องหลังการทำงาน ตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย กลุ่มที่ต้องถามก่อน เช่น ราคาและโปรโมชัน การถ่ายติดหน้าลูกค้า หรือคลิปที่พูดถึงสรรพคุณ และกลุ่มที่ไม่ทำ เช่น ข้อมูลลูกค้า หน้าจอระบบหลังร้าน การพูดถึงคู่แข่งในทางลบ
อีกเรื่องที่ควรตกลงกันคือคลิปจะลงที่ไหน ถ้าลงในช่องของร้าน ร้านเป็นคนดูแลทั้งหมด แต่ถ้าพนักงานโพสต์ในบัญชีตัวเองแล้วได้ค่าคอมมิชชัน แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มีป้ายบอกว่าเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับค่าตอบแทน ลองให้เขาเปิดป้ายนั้นทุกครั้ง คนดูจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกหลอก
ถ้าไม่แน่ใจว่าคลิปไหนควรลง ลองถามง่าย ๆ ว่าถ้าลูกค้าเห็นคลิปนี้ เขาจะรู้สึกดีกับร้านขึ้นไหม

จ่ายเงินและให้เครดิต พนักงาน ยังไงให้แฟร์
ถ้าการทำคลิปกินเวลางาน และคลิปนั้นช่วยร้านขายของได้ ก็สมควรที่คนทำจะได้อะไรกลับไปด้วย ดูจากเคสข้างบน Starbucks ประกาศว่าจะแบ่งรายได้จากโฆษณา ส่วน Gap ให้ค่าคอมมิชชันและสินค้า ร้านเล็กไม่ต้องทำแบบเดียวกัน ขอแค่ตกลงให้ชัดก่อนเริ่ม
ลองเลือกแบบที่เหมาะกับร้านของเราดู แบบแรกคือนับเป็นงานในเวลางาน ใครถ่ายคลิปก็ได้ชั่วโมงทำงานตามปกติ แบบที่สองคือค่าตอบแทนต่อคลิป จ่ายเป็นก้อนเล็ก ๆ เมื่อคลิปถูกโพสต์ แบบที่สามคือโบนัสตามผล เช่น ส่วนแบ่งจากยอดขายที่มาจากโค้ดส่วนตัว แบบนี้จูงใจดีแต่ต้องวัดผลให้แฟร์ ไม่อย่างนั้นคนที่อยู่หลังร้านจะรู้สึกว่าโดนทิ้ง
เรื่องเครดิตก็สำคัญไม่แพ้เงิน ใส่ชื่อเล่นหรือแท็กบัญชีของคนทำ ถ้าเขาอยากให้ใส่ คนดูจะรู้ว่าเป็นคนจริง และคนทำก็เอาผลงานไปใช้ต่อได้ แต่ต้องถามก่อนทุกครั้ง เพราะบางคนก็ไม่อยากให้โยงมาที่บัญชีส่วนตัว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เรื่องแรก คิดว่าพนักงานเป็นของร้าน เลยใช้หน้าเขาได้เลย จริง ๆ แล้วการจ้างงานไม่ได้แปลว่าได้ความยินยอมเรื่องหน้าตาไปด้วย ต้องขอแยกและให้ปฏิเสธได้
เรื่องที่สอง คิดว่าต้องหาคนหน้าตาดีหรือพูดเก่ง คลิปที่คนดูชอบมักมาจากคนที่รู้เรื่องจริงและพูดแบบธรรมชาติ
เรื่องที่สาม คิดว่าบังคับให้ทุกคนโพสต์ในบัญชีตัวเองแล้วจะได้ยอดเยอะ การบังคับแบบนี้ทำให้คลิปออกมาแข็ง และเสี่ยงเรื่องความสมัครใจตามที่เล่าไว้ข้างบน
มาลองเริ่มสัปดาห์นี้กัน
CREATOR SCHOOL THAILAND · BRAND CONTENT
5 ขั้น เริ่มให้พนักงานเป็นหน้าแบรนด์
1
ชวน
ถามว่าใครสนใจ ไม่เลือกเอง ไม่บังคับ
2
กติกา
ทำได้เลย ถามก่อน ไม่ทำ ในกระดาษแผ่นเดียว
3
ความยินยอม
แยกจากสัญญาจ้าง บอกว่าใช้ที่ไหน นานแค่ไหน ถอนยังไง
4
จ่ายและเครดิต
ชั่วโมงงาน ต่อคลิป หรือตามผล ใส่ชื่อเมื่อเขาอยากให้ใส่
5
วันที่ลาออก
ตกลงไว้ก่อนว่าคลิปเก่าเก็บหรือเอาลงภายในกี่วัน
เป็นแนวทางพื้นฐาน ถ้าทำเป็นโครงการจริงจัง ลองให้นักกฎหมายช่วยดูเอกสาร
เริ่มจากถามในทีมก่อนว่าใครสนใจบ้าง ไม่ต้องเลือกเอง ไม่ต้องบังคับ ได้มาสักหนึ่งหรือสองคนก็พอ
จากนั้นเขียนกติกาสามกลุ่มลงกระดาษแผ่นเดียว ทำได้เลย ต้องถามก่อน และไม่ทำ แล้วนั่งอ่านด้วยกัน
ทำเอกสารความยินยอมแยกจากสัญญาจ้าง เขียนว่าจะลงช่องไหน ใช้นานแค่ไหน ถ้าลาออกคลิปเก่าจะทำยังไง และถอนได้ด้วยวิธีไหน
ตกลงเรื่องค่าตอบแทนและเครดิตให้ชัด แล้วลองทำคลิปแรกจากคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดในร้าน
ถ้าลองแล้วคลิปยังดูแข็ง ลองให้เขาพูดกับเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่หลังกล้องแทนการพูดกับเลนส์ดู ส่วนใหญ่จะผ่อนคลายขึ้นเยอะ
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
คนในร้านคือคนที่รู้จักสินค้าและลูกค้าดีที่สุด คลิปของเขาเลยน่าเชื่อกว่าโฆษณาหลายตัว แต่ทุกอย่างต้องมาจากความสมัครใจ ขอความยินยอมแยก ให้ถอนได้ง่าย มีกติกาสั้น ๆ ให้ทุกคนรู้ตรงกัน จ่ายและให้เครดิตอย่างแฟร์ และคิดเรื่องวันที่เขาลาออกไว้ตั้งแต่วันแรก
อ่านต่อ
ถ้าเจ้าของร้านอยากออกกล้องเองด้วย ลองอ่าน เจ้าของแบรนด์ ออกหน้ากล้องเอง ทำไมคนเชื่อ ส่วนถ้าอยากชวนลูกค้ามาช่วยทำคอนเทนต์ด้วย ไปต่อได้ที่ UGC คืออะไร ร้านเล็กชวนลูกค้าทำคอนเทนต์ยังไง ใครอยากอ่านประกาศต้นทาง ดูได้ที่ ประกาศของ Gap Inc. และ ข่าว Starbucks ทดลองเครื่องมือใหม่ของ TikTok จาก Marketing Dive ส่วนเรื่องกฎหมาย ดูข้อมูลทางการได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
