หน้าแรก/บทความ/ถ่ายภาพ

ชดเชยแสง +/- คืออะไร ภาพมืดหรือสว่างเกินในโหมด A, S แก้ยังไง

ชดเชยแสง +/- คืออะไร ภาพมืดหรือสว่างเกินในโหมด A, S แก้ยังไง

ถ่ายเพื่อนใส่เสื้อขาวยืนหน้าผนังขาว เปิดดูในจอแล้วทุกอย่างออกหม่น ๆ เหมือนฟ้าครึ้ม พอหันไปถ่ายแมวดำบนโซฟาสีเข้ม แมวกลับออกมาเป็นสีเทาซีด ทั้งที่ใช้โหมด A หรือ S ที่กล้องคิดแสงให้เองแท้ ๆ เรื่องนี้แก้ได้ด้วยปุ่มเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ชดเชยแสง หรือ Exposure Compensation

อ่านจบแล้วเราจะรู้ว่าทำไมกล้องถึงพลาดกับฉากขาวและฉากดำ ปุ่ม +/- ทำอะไรกับภาพ และในแต่ละโหมด กล้องขยับค่าไหนแทนเรา จะได้ไม่เจอภาพเบลอหรือ noise แบบไม่รู้ตัว

กล้องวัดแสงโดยคิดว่าทุกฉากเป็นสีเทากลาง

ลองนึกถึงคนที่ถูกปิดตาแล้วให้ทายว่าห้องสว่างแค่ไหน จากแสงที่สะท้อนเข้ามาอย่างเดียว เขาไม่รู้ว่าห้องสว่างเพราะไฟแรง หรือเพราะผนังทาสีขาว ระบบวัดแสงในกล้องก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน มันวัดแสงที่สะท้อนจากฉากเข้าเลนส์ แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีอะไร

เพื่อให้ทำงานได้ กล้องจึงตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าฉากโดยเฉลี่ยเป็นโทนกลาง ๆ ที่เรียกว่าสีเทากลาง (middle gray) Canon อธิบายว่าระบบวัดแสงส่วนใหญ่คิดว่าฉากใกล้เคียงสีเทากลาง ซึ่งมักอ้างอิงที่ค่าการสะท้อนแสง 18% ส่วน Cambridge in Colour บอกว่าค่านี้ในกล้องแต่ละรุ่นอยู่ราว 10 ถึง 18%

พูดง่าย ๆ คือ กล้องพยายามทำให้ทุกฉากออกมาสว่างเท่าสีเทากลางเสมอ ฉากส่วนใหญ่ในชีวิตเรามีทั้งสว่างและมืดปนกัน เฉลี่ยแล้วใกล้เทากลาง กล้องจึงเดาถูกเกือบทุกครั้ง

คนเดินกลางทุ่งหิมะสีขาวเต็มเฟรม ฉากที่ต้อง ชดเชยแสง ไปทางบวก
ฉากที่ขาวเกือบทั้งเฟรมแบบนี้ กล้องจะพยายามดึงให้เป็นสีเทากลาง ภาพจึงมักออกหม่นกว่าที่ตาเห็น

ปัญหาอยู่ที่ฉากที่ไม่เฉลี่ย ถ้าเฟรมเต็มไปด้วยของสีขาว เช่น หิมะ หาดทราย ผนังขาว หรือฉากถ่ายสินค้าสีขาว กล้องเห็นแสงสะท้อนเยอะ ก็คิดว่าแสงแรงเกิน แล้วลดแสงลงจนขาวกลายเป็นเทา Cambridge in Colour ยกตัวอย่างว่า นกพิราบขาวกลางพายุหิมะจะถูกวัดแสงให้มืดเกินเสมอ

ฉากดำก็กลับกัน พื้นหลังสีดำ แมวดำ หรือเสื้อสูทสีเข้มเต็มเฟรม กล้องเห็นแสงสะท้อนน้อย ก็คิดว่าฉากมืด แล้วเพิ่มแสงจนดำกลายเป็นเทาซีด Canon อธิบายว่ากล้องเข้าใจว่านี่คือฉากโทนกลางในแสงน้อย ภาพจึงสว่างเกิน

ภาพพอร์เทรตชายมีเคราบนพื้นหลังสีดำ
พื้นหลังดำกินพื้นที่เกือบทั้งเฟรม กล้องมักคิดว่าฉากมืดแล้วเพิ่มแสงจนดำกลายเป็นเทา

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

กล้องดันทุกฉากให้เป็นสีเทากลาง

ระบบวัดแสงวัดแสงที่สะท้อนเข้าเลนส์ แต่ไม่รู้ว่าของตรงหน้าเป็นสีอะไร

ฉากขาวเต็มเฟรม

หิมะ หาดทราย ผนังขาว ฉากสินค้าพื้นขาว

กล้องคิดว่าแสงแรงเกิน แล้วลดแสง

ขาวกลายเป็นเทาหม่น

+

เริ่มที่ราว +1

ฉากโทนกลาง

มีทั้งสว่างและมืดปนกัน

เฉลี่ยแล้วใกล้สีเทากลาง

กล้องเดาถูก

0

ไม่ต้องชดเชย

ฉากดำเต็มเฟรม

พื้นหลังดำ แมวดำ เสื้อสูทสีเข้ม

กล้องคิดว่าฉากมืด แล้วเพิ่มแสง

ดำกลายเป็นเทาซีด

−

เริ่มที่ราว -1

ฉากสว่างให้ไปทางบวก ฉากมืดให้ไปทางลบ แล้วขยับทีละ 1/3 สต็อป ดูผลในจอ

สีเทากลางมักอ้างอิงที่ค่าสะท้อนแสงราว 18% ตามคำอธิบายของ Canon และราว 10 ถึง 18% แล้วแต่รุ่นตาม Cambridge in Colour ค่า +1 และ -1 เป็นจุดเริ่มตามคำแนะนำของทั้งสองแหล่ง ฉากหิมะหรือทรายเต็มเฟรม Canon แนะนำได้ถึง +2 ถึง +3

ถ้าภาพออกมาผิดโทนเฉพาะตอนถ่ายของขาวหรือของดำ ลองนึกถึงสีเทากลางก่อน ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากกล้องเสีย

ชดเชยแสง คือการบอกกล้องว่าฉากนี้สว่างหรือมืดกว่าปกติ

กล้องไม่รู้ว่าฉากตรงหน้าเป็นสีอะไร แต่เรารู้ ปุ่ม ชดเชยแสง คือช่องทางที่เราบอกกล้องว่า ค่าที่คิดมาน่ะ ขอสว่างขึ้นหรือมืดลงอีกหน่อย คู่มือ Canon อธิบายว่าเป็นการปรับภาพให้สว่างขึ้นหรือมืดลงจากค่าแสงมาตรฐานที่กล้องคำนวณไว้ ค่าบวกทำให้สว่างขึ้น ค่าลบทำให้มืดลง

หน่วยที่ใช้คือ EV หรือสต็อป หนึ่งสต็อปคือแสงเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือลดลงครึ่งหนึ่ง Cambridge in Colour อธิบายว่าถ้าเวลาเปิดชัตเตอร์ยาวขึ้นเท่าตัว แสงที่เข้ากล้องก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้น +1 แปลว่าขอแสงเพิ่มเป็นสองเท่าของที่กล้องคิดไว้ ส่วน -1 คือขอแสงเหลือครึ่งเดียว

ส่วนใหญ่ปรับได้ทีละ 1/3 สต็อป ช่วงที่ปรับได้แล้วแต่รุ่น ยกตัวอย่างสองรุ่นให้เห็นภาพ คู่มือ Nikon Z30 ระบุช่วง -5 ถึง +5 EV สำหรับภาพนิ่ง และ -3 ถึง +3 EV ตอนถ่ายวิดีโอ ส่วน Sony α7R IV ปุ่มหมุนบนตัวกล้องปรับได้ -3 ถึง +3 EV ปรับผ่านเมนูได้ถึง -5 ถึง +5 EV และตอนถ่ายวิดีโอได้ -2 ถึง +2 EV รุ่นอื่นอาจไม่เท่านี้

ภาพใกล้ปุ่มหมุนเลือกโหมดถ่ายภาพบนตัวกล้อง
บางรุ่นมีปุ่มหมุนชดเชยแสงแยกบนตัวกล้อง บางรุ่นเป็นปุ่มที่มีสัญลักษณ์ +/- ใช้คู่กับวงล้อ

ตำแหน่งปุ่มก็ต่างกันไป อย่าง Nikon Z30 ใช้ปุ่มที่มีสัญลักษณ์ +/- ทำงานคู่กับวงล้อ ส่วน Sony α7R IV มีปุ่มหมุนแยกบนตัวกล้องให้หมุนได้ทันที ถ้าไม่แน่ใจว่าของเราอยู่ตรงไหน ลองเปิดคู่มือออนไลน์ของรุ่นนั้นแล้วค้นคำว่า Exposure Compensation ดู

แล้วต้องชดเชยเท่าไหร่? Cambridge in Colour แนะนำว่าภาพในหิมะมักต้องราว +1 ส่วน Canon แนะนำว่าฉากที่มีหิมะหรือทรายเยอะมากอาจต้อง +2 ถึง +3 และฉากพื้นหลังมืดส่วนใหญ่ใช้ราว -1 ตัวเลขพวกนี้ใช้เป็นจุดเริ่ม แล้วดูภาพจริงประกอบ Canon สรุปไว้สั้น ๆ ว่า ถ้าฉากสว่าง ให้ไปทางขวา คือทางบวก

เริ่มจาก +1 กับฉากขาว และ -1 กับฉากดำก่อน แล้วค่อยขยับทีละ 1/3 ตามที่เห็นในจอ

ชดเชยแสง ในโหมด A กล้องขยับสปีดชัตเตอร์

ตรงนี้คือส่วนที่หลายคนยังไม่รู้ ปุ่ม +/- ไม่ได้เติมแสงเข้ามาจากไหน กล้องต้องไปขยับค่าใดค่าหนึ่งในสามค่า คือสปีดชัตเตอร์ รูรับแสง หรือ ISO และจะขยับค่าไหน ขึ้นกับโหมดที่เราใช้

ในโหมด A (Aperture Priority หรือ Av ในกล้อง Canon) เราเลือกรูรับแสงเอง คู่มือ Nikon Z9 ระบุว่ากล้องจะปรับสปีดชัตเตอร์ให้เอง ถ้าเราตั้ง ISO เป็นค่าคงที่ไว้ พอกดบวก ค่าที่กล้องเหลือให้ขยับก็คือสปีด กล้องจึงลดสปีดชัตเตอร์ลง ให้ชัตเตอร์เปิดนานขึ้น แต่ถ้าเปิด Auto ISO ไว้ บางรุ่นจะเริ่มดัน ISO ขึ้นแทนเมื่อสปีดช้าลงถึงค่าต่ำสุดที่ตั้งไว้ อย่างที่คู่มือ Nikon Z30 อธิบายไว้สำหรับโหมด P และ A

ลองดูตัวเลข ถ้ากล้องคิดมาที่ 1/125 วินาที แล้วเรากด +1 สปีดจะลดลงไปราว 1/60 วินาที เพราะแสงเพิ่มเท่าตัวก็คือเวลาเปิดชัตเตอร์ยาวขึ้นเท่าตัว ในที่แสงดีแทบไม่มีผล แต่ในห้องสลัว ถ้าเริ่มที่ 1/30 แล้วกด +1 จะเหลือราว 1/15 ซึ่งช้าพอให้มือสั่นหรือคนขยับจนภาพเบลอได้

ดอกไม้สีขาวในแจกันเซรามิกสีขาววางบนโต๊ะสีขาว
ฉากขาวล้วนแบบงานถ่ายสินค้าบนพื้นขาว เป็นฉากที่มักต้องชดเชยไปทางบวก ในโหมด A กล้องจะลดสปีดชัตเตอร์ลงเพื่อเพิ่มแสง

ถ้าใช้โหมด A แล้วกด ชดเชยแสง ไปทางบวกในที่แสงน้อย ลองเหลือบดูสปีดชัตเตอร์ในจอด้วย ถ้าช้าลงจนเสี่ยงเบลอ ลองเปิดรูรับแสงกว้างขึ้นหรือดัน ISO ขึ้นเองดู

ในโหมด S กล้องขยับรูรับแสง

โหมด S (Shutter Priority หรือ Tv ในกล้อง Canon) กลับกัน เราเลือกสปีดชัตเตอร์เอง คู่มือ Nikon Z9 ระบุว่ากล้องจะปรับรูรับแสงให้เอง เมื่อ ISO ตั้งค่าคงที่ไว้ พอกดบวก กล้องจะเปิดรูรับแสงกว้างขึ้น เช่น จาก f/8 ไป f/5.6 ซึ่งเป็นแสงเพิ่มขึ้นหนึ่งสต็อป พอกดลบ กล้องจะหรี่รูรับแสงลง

ผลข้างเคียงที่ต้องรู้คือ ระยะชัดจะเปลี่ยนตาม เปิดรูรับแสงกว้างขึ้นก็ได้ฉากหลังเบลอขึ้น หรี่ลงก็ชัดลึกขึ้น ถ้าถ่ายคนเป็นกลุ่ม แล้วกดบวกเยอะ ๆ คนแถวหลังอาจหลุดโฟกัสได้

อีกเรื่องคือรูรับแสงมีขีดจำกัดตามเลนส์ ถ้าเลนส์เปิดกว้างสุดอยู่แล้ว แต่เรายังกดบวกต่อ กล้องก็ไม่มีทางเพิ่มแสงจากรูรับแสงได้อีก คู่มือ Sony α7R IV ก็เตือนไว้ว่าในที่สว่างจัดหรือมืดมาก การชดเชยแสงอาจไม่ได้ผลเต็มที่

คลื่นทะเลซัดเข้าหาดทรายสีอ่อนในวันแดดจ้า ฉากที่มักต้อง ชดเชยแสง ไปทางบวก
หาดทรายสีอ่อนกับแดดจ้าสะท้อนแสงเยอะ กล้องมักลดแสงจนทรายดูหม่น ลองชดเชยไปทางบวกแล้วดูผล

ถ้าใช้โหมด S แล้วกดบวกจนภาพไม่สว่างขึ้นอีก ลองเช็คว่ารูรับแสงเปิดสุดหรือยัง ถ้าสุดแล้ว ลองลดสปีดหรือเพิ่ม ISO ดู

โหมด P และโหมด M กับ Auto ISO

โหมด P (Program) กล้องเลือกทั้งสปีดชัตเตอร์และรูรับแสงเองตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ตามที่คู่มือ Nikon Z9 อธิบาย พอเรากด +/- กล้องก็ปรับสปีด รูรับแสง หรือทั้งสองค่าให้เองตามโปรแกรม เราจึงควรเหลือบดูทั้งสองค่าในจอว่ายังใช้ได้อยู่ไหม

โหมด M (Manual) เป็นกรณีที่คนงงกันมากที่สุด ในโหมดนี้เราตั้งทั้งสปีดและรูรับแสงเอง ถ้า ISO ก็ตั้งเองด้วย กล้องไม่มีค่าไหนให้ขยับเลย คู่มือ Nikon Z30 และ Z9 ระบุว่าในโหมด M การกด ชดเชยแสง มีผลแค่กับมาตรวัดแสงในจอ สปีดและรูรับแสงไม่เปลี่ยน ส่วนคู่มือ Sony α7R IV ระบุว่าโหมด M จะชดเชยแสงได้เฉพาะตอนตั้ง ISO เป็น ISO AUTO รายละเอียดนี้ต่างกันตามรุ่น

ถ้าเปิด Auto ISO ในโหมด M เรื่องจะเปลี่ยนไป เราล็อกสปีดกับรูรับแสงไว้ ให้กล้องเลือก ISO เอง คู่มือ Nikon Z30 และ Z9 ระบุว่า ISO จะปรับตามค่าที่เราเลือกตอน ชดเชยแสง ส่วนคู่มือ Canon EOS R6 Mark III บอกว่าเมื่อตั้ง ISO เป็น AUTO ในโหมด M ก็ยังใช้ปุ่ม ชดเชยแสง ได้ และแนะนำให้ใช้แก้เมื่อผลออกมาไม่ตรงกับที่ตั้งใจ เพราะ ISO จะปรับให้ได้แสงมาตรฐานตามสปีดและรูรับแสงที่เราเลือก

ชายสวมหมวกแก๊ปยกกล้องขึ้นถ่ายตึกสีพาสเทลริมถนนในเมือง
ถ่ายสตรีทที่แสงเปลี่ยนไปมา หลายคนใช้โหมด M ล็อกสปีดกับรูรับแสง แล้วให้ Auto ISO ช่วย ปุ่ม +/- ก็ยังใช้ปรับความสว่างได้

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

กดปุ่ม +/- แล้วกล้องขยับค่าไหน

ปุ่มชดเชยแสงไม่ได้เติมแสงเอง กล้องต้องไปขยับค่าที่เราไม่ได้ล็อกไว้ กรณีตั้ง ISO เป็นค่าคงที่

โหมด A / Av

เราเลือกรูรับแสง

กล้องขยับสปีดชัตเตอร์

กดบวกในที่แสงน้อย สปีดช้าลง เสี่ยงเบลอ

โหมด S / Tv

เราเลือกสปีดชัตเตอร์

กล้องขยับรูรับแสง

ระยะชัดเปลี่ยนตาม และเพิ่มได้ไม่เกินรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์

โหมด P

กล้องเลือกให้ทั้งคู่

กล้องขยับสปีดและรูรับแสง

เหลือบดูทั้งสองค่าในจอ

โหมด M

เราตั้งเองทุกค่า

ไม่ขยับค่าใดเลย

เช่น Nikon Z30 และ Z9 มีผลแค่มาตรวัดแสงในจอ Sony α7R IV ชดเชยแสงไม่ได้

โหมด M + Auto ISO

เราล็อกสปีดและรูรับแสง

กล้องขยับ ISO

กดบวกในที่แสงน้อย ISO สูงขึ้น noise อาจมากขึ้น

หลายรุ่นค่าชดเชยแสง ยังค้างอยู่แม้ปิดกล้อง ถ่ายเสร็จแล้วหมุนกลับไปที่ 0 ทุกครั้ง

สรุปจากคู่มือทางการ Nikon Z9 และ Z30 (โหมด P S A M และพฤติกรรมในโหมด M) Sony α7R IV (โหมด M ชดเชยได้เฉพาะ ISO AUTO) และ Canon EOS R6 Mark III (โหมด M กับ ISO AUTO และค่าค้างหลังปิดกล้อง) ถ้าเปิด Auto ISO ในโหมด A หรือ P บางรุ่นจะดัน ISO แทนเมื่อสปีดช้าลงถึงค่าที่ตั้งไว้ ค่าค้างหลังปิดกล้องก็ไม่ได้เป็นทุกรุ่นทุกโหมด รายละเอียดต่างกันตามรุ่น เช็คคู่มือรุ่นของเราอีกครั้ง

ข้อดีของ M กับ Auto ISO คือเราคุมทั้งความเบลอจากการเคลื่อนไหวและระยะชัดเอง ส่วนแลกคือ เมื่อกดบวกในที่แสงน้อย ISO จะสูงขึ้น ภาพก็อาจมีเม็ดหยาบหรือ noise มากขึ้น

ถ้าอยากคุมสปีดกับรูรับแสงเองแต่ไม่อยากหมุน ISO ทุกช็อต ลองโหมด M กับ Auto ISO แล้วใช้ปุ่ม +/- แทนการปรับ ISO ดู

ความเข้าใจผิดเรื่อง ชดเชยแสง ที่พบบ่อย

เรื่องแรก กดบวกแล้วภาพจะ noise เสมอ ไม่จริงทุกกรณี ถ้าตั้ง ISO เป็นค่าคงที่ ในโหมด A และ S กล้องขยับสปีดหรือรูรับแสง ไม่ได้แตะ ISO ภาพจะมี noise เพิ่มเมื่อ ISO สูงขึ้น ซึ่งเกิดในโหมด M กับ Auto ISO ในโหมดอื่นที่เปิด Auto ISO ไว้แล้วสปีดช้าลงถึงค่าที่ตั้งไว้ หรือเมื่อเราไปดัน ISO เองต่างหาก

เรื่องที่สอง ปิดกล้องแล้วค่ากลับเป็นศูนย์เอง หลายรุ่นไม่เป็นอย่างนั้น คู่มือ Nikon Z30 และ Canon EOS R6 Mark III ระบุว่าค่าที่ตั้งไว้ยังอยู่แม้ปิดกล้อง ยกเว้นโหมดอัตโนมัติของ Nikon Z30 ที่รีเซ็ตเอง ถ้าเมื่อวานถ่ายหิมะที่ +2 แล้ววันนี้ถ่ายในร้านกาแฟ ภาพทุกภาพก็จะสว่างเกินไปด้วย คู่มือ Nikon Z30 บอกว่าจะมีสัญลักษณ์ขึ้นในจอเมื่อค่าไม่ใช่ศูนย์ ลองหาสัญลักษณ์นี้ให้เจอในกล้องของเรา

เรื่องที่สาม จอสว่างแค่ไหน ไฟล์ก็สว่างแค่นั้น ไม่เสมอไป ความสว่างของจอถูกปรับแยกได้ และคู่มือ Sony α7R IV ระบุว่าถ้าชดเชยเกิน -3 ถึง +3 EV ภาพในจอจะไม่สว่างหรือมืดตาม แต่ไฟล์จริงเปลี่ยน การดูฮิสโตแกรมหรือกราฟแสงในจอช่วยให้มั่นใจกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรแยกไปเรียนอีกบทหนึ่ง

เรื่องที่สี่ ต้องเปลี่ยนโหมดวัดแสงทุกครั้งที่เจอฉากขาวหรือดำ การเลือกโหมดวัดแสงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง แต่ปุ่ม +/- เร็วกว่าเมื่อเรารู้แล้วว่าฉากนี้สว่างหรือมืดกว่าปกติ แค่หมุนก็เห็นผลทันทีในจอของกล้อง Mirrorless

คืนนี้มาลองใช้ ชดเชยแสง กัน

หากระดาษ A4 สีขาว หรือเสื้อยืดสีขาว มาวางให้เต็มเฟรม ตั้งกล้องโหมด A ถ่ายภาพแรกที่ 0 สังเกตว่าขาวออกมาหม่นแค่ไหน

จากนั้นกด +1 แล้วถ่ายใหม่ ตามด้วย +1 2/3 และ +2 เทียบกันในจอ ดูว่าค่าไหนที่ขาวเริ่มดูขาวจริงโดยยังเห็นรอยยับหรือลายผ้าอยู่ แล้วสังเกตด้วยว่าสปีดชัตเตอร์ช้าลงทีละขั้นยังไง

ต่อด้วยผ้าหรือเสื้อสีดำเต็มเฟรม ถ่ายที่ 0 แล้วลอง -2/3 กับ -1 ดูว่าค่าไหนที่ดำกลับมาดำ ไม่ใช่เทา

ชดเชยแสง ที่ใช้เสร็จแล้ว อย่าลืมหมุนกลับไปที่ 0 ทุกครั้ง

ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล ลองเช็คสามเรื่อง ใช้โหมด M โดยไม่ได้เปิด Auto ISO อยู่หรือเปล่า ในโหมด S รูรับแสงเปิดสุดแล้วหรือยัง และค่าที่กดเกินช่วงที่จอแสดงผลได้หรือเปล่า ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองเปิดคู่มือรุ่นของเราที่หัวข้อ Exposure Compensation อ่านประกอบ

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

กล้องไม่รู้ว่าฉากตรงหน้าเป็นสีอะไร มันพยายามทำให้ทุกอย่างออกมาเป็นสีเทากลาง ฉากขาวจึงออกหม่น ฉากดำจึงออกซีด ปุ่ม ชดเชยแสง คือการบอกกล้องว่าฉากนี้สว่างหรือมืดกว่าปกติ ฉากสว่างให้ไปทางบวก ฉากมืดให้ไปทางลบ

ที่ต้องจำต่อคือ กล้องขยับค่าไหนแทนเรา เมื่อตั้ง ISO เอง โหมด A ขยับสปีด โหมด S ขยับรูรับแสง โหมด P ขยับสองค่านี้ตามโปรแกรม โหมด M ไม่ขยับอะไร จนกว่าจะเปิด Auto ISO ซึ่งจะขยับ ISO แทน รายละเอียดปลีกย่อยต่างกันตามรุ่น

แล้วฉากไหนที่เราเจอบ่อยที่สุด ฉากขาวแบบงานสินค้า หรือฉากมืดแบบงานกลางคืน?

อ่านต่อ

ถ้าอยากเข้าใจว่าสปีด รูรับแสง และ ISO ส่งผลกับแสงร่วมกันยังไง อ่านต่อที่ สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร? เข้าใจทีเดียว ใช้ได้กับทุกกล้อง และถ้ายังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้โหมดไหน ดูต่อที่ เข้าใจโหมด A, S และ M แล้วใช้กล้องได้มั่นใจขึ้น ส่วนใครอยากอ่านคำอธิบายเรื่องสีเทากลางกับการวัดแสงฉบับเต็ม ลองเปิด Understanding Camera Metering and Exposure ของ Cambridge in Colour กับ Exposure compensation ของ Canon Europe

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด