
โพสต์รูปและคลิปลงโปรไฟล์ส่วนตัวมาเรื่อย ๆ คนที่ไม่รู้จักเริ่มแอดเพื่อนเข้ามา บางคนทักมาถามราคางาน จนเริ่มคิดว่าถึงเวลาเปิดเพจแยกหรือยัง แล้วก็เห็นว่า Facebook มีปุ่มชื่อ โหมดมืออาชีพ ให้กดบนโปรไฟล์ได้เลย
บทความนี้จะเล่าว่าโหมดนี้ให้อะไรเราบ้าง ทั้งผู้ติดตาม แดชบอร์ดตัวเลข และเครื่องมือหารายได้ที่ขึ้นกับสิทธิ์ ต่างจากเพจตรงไหน วิธีเช็คด้วยตัวเองว่ามีสิทธิ์หารายได้หรือยัง และงานแบบไหนที่ควรใช้เพจแทน
โหมดมืออาชีพ คืออะไร
ลองนึกถึงบ้านที่เปิดหน้าร้านเล็ก ๆ ไว้ชั้นล่าง เรายังอยู่บ้านหลังเดิม เพื่อนสนิทยังขึ้นมานั่งเล่นชั้นบนได้ แต่คนเดินผ่านก็แวะดูของหน้าร้านได้ด้วย โปรไฟล์ที่เปิดโหมดนี้คล้ายแบบนั้น
Meta เปิดตัวโหมดนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2021 เป็นการทดสอบในสหรัฐฯ กับโปรไฟล์จำนวนจำกัด จุดประสงค์คือให้ครีเอเตอร์ได้เครื่องมือขยายคนดูและช่องทางหารายได้ ที่แต่ก่อนมีแค่บนเพจ ต่อมาปลายเดือนตุลาคม 2022 Meta ประกาศขยายโหมดนี้ให้ทุกคนทั่วโลก ใครอยากเป็นครีเอเตอร์ก็เปิดได้จากการตั้งค่าโปรไฟล์ โดยไม่ต้องสร้างเพจ
พูดง่าย ๆ คือ บัญชีเดิม ชื่อเดิม เพื่อนเดิม แค่เพิ่มเครื่องมือของคนทำคอนเทนต์เข้ามา
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องการอะไร ลองถามตัวเองก่อนว่า คนที่อยากให้เห็นงานเรา เป็นเพื่อน หรือเป็นคนแปลกหน้าที่สนใจเรื่องเดียวกัน
เปิดแล้วได้ผู้ติดตาม แต่ยังเลือกได้ว่าใครเห็นอะไร
ข้อแรกที่เปลี่ยนคือ ใครก็กดติดตามเราได้ และจะเห็นโพสต์สาธารณะของเราในฟีดของเขา ไม่ต้องรอเรากดรับเป็นเพื่อน ผู้ติดตามคือคนที่อยากเห็นงานเรา แต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน
หลายคนกลัวว่าเปิดแล้วทุกโพสต์จะกลายเป็นสาธารณะ จริง ๆ ไม่ใช่ Meta บอกไว้ว่าเรายังคุมได้ว่าใครเห็นอะไร โพสต์เรื่องครอบครัวจะเลือกให้เห็นแค่เพื่อนก็ได้ ส่วนโพสต์ผลงานค่อยตั้งเป็นสาธารณะ

ก่อนเปิด ลองไล่ดูโพสต์เก่าที่ตั้งเป็นสาธารณะไว้ ถ้ามีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้คนแปลกหน้าเห็น ปรับเป็นเพื่อนเท่านั้นก่อน
แดชบอร์ดตัวเลข บอกอะไรเราบ้าง
ข้อที่สองคือได้ข้อมูลเชิงลึก หรือ Insights ตัวเลขที่บอกว่าโพสต์ของเราไปถึงใคร และคนทำอะไรกับมัน ตอนเปิดตัว Meta ยกตัวอย่างไว้ว่าจะเห็นยอดแชร์ ยอดรีแอคชั่น ยอดคอมเมนต์ของแต่ละโพสต์ และจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นตามเวลา คล้ายกับที่เพจมี
ตัวเลขพวกนี้รวมอยู่ในแดชบอร์ดมืออาชีพ หรือ Professional Dashboard หน้ารวมเครื่องมือที่ทั้งโปรไฟล์ โหมดมืออาชีพ และเพจได้เหมือนกัน

ตัวเลขจะมีประโยชน์เมื่อเอามาเทียบกัน ลองเทียบโพสต์ที่คนแชร์เยอะกับโพสต์ที่เงียบ แล้วดูว่าต่างกันตรงไหน เรื่องที่เล่า ช่วงเวลา หรือรูปแบบคลิป
ลองเปิดแดชบอร์ดสัปดาห์ละครั้ง จดสามโพสต์ที่คนแชร์มากที่สุด แล้วหาจุดที่เหมือนกัน
เครื่องมือหารายได้ ได้ทันทีไหม
ข้อนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะที่สุด หน้าเว็บ Meta for Creators เขียนชัดว่า เครื่องมือหารายได้มีให้ถ้ามีสิทธิ์ และบางฟีเจอร์ขึ้นกับคุณสมบัติของบัญชี
เครื่องมือที่ Meta ยกตัวอย่างไว้มีหลายแบบ เช่น Stars ของขวัญเสมือนที่คนดูส่งให้ระหว่างไลฟ์ รีลส์ และวิดีโอ Subscriptions ให้แฟนจ่ายรายเดือนเพื่อดูคอนเทนต์พิเศษ คอนเทนต์ร่วมกับแบรนด์ และ Facebook Content Monetization โปรแกรมที่ Meta รวมโฆษณาในวิดีโอ โฆษณาในรีลส์ และโบนัสตามผลงานไว้ด้วยกันตั้งแต่ปลายปี 2024 ซึ่งเริ่มจากการเชิญก่อน
การจะมีสิทธิ์ต้องผ่านนโยบายการสร้างรายได้สำหรับพาร์ทเนอร์ หรือ Partner Monetization Policies ก่อน และแต่ละเครื่องมือมีเงื่อนไขต่างกัน Meta ยังบอกไว้ว่า ถ้าไม่เห็นโปรแกรมหารายได้เลย บัญชีอาจอยู่ในประเทศที่ยังไม่เปิดให้ใช้
เพราะเงื่อนไขในไทยเปลี่ยนได้ตลอดและต่างกันไปทีละเครื่องมือ ทางที่แน่นอนที่สุดคือเช็คจากบัญชีของเราเอง ไม่ใช่จากโพสต์ที่แชร์ต่อกันมา
ถ้าตั้งใจเปิดเพราะอยากได้เงิน ลองเช็คสิทธิ์ตามขั้นตอนท้ายบทความก่อน จะได้ไม่ผิดหวัง
โหมดมืออาชีพ ต่างจากเพจตรงไหน
หน้าเปรียบเทียบของ Meta for Creators สรุปไว้ว่า ทั้งสองแบบได้เครื่องมือหลักเหมือนกันเยอะ ทั้งเครื่องมือทำคอนเทนต์ในแอป ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คนเจอ ฟีเจอร์ความปลอดภัย ทางหารายได้ แดชบอร์ด การบูสต์โพสต์ และโฆษณา
ที่ต่างกันจริงมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือความสัมพันธ์ โปรไฟล์มีทั้งเพื่อนและผู้ติดตาม ส่วนเพจมีแค่ผู้ติดตาม เรื่องที่สองคือฟีด โปรไฟล์ใช้ฟีดเดียวกับชีวิตส่วนตัว ส่วนเพจมีฟีดแยก
เรื่องที่สามสำคัญที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ มีแค่เพจที่เข้า Ads Manager ได้ ตั้งผู้ดูแลหลายคนได้ และใช้ Meta Business Suite ได้ Meta Business Suite คือหน้ารวมที่ไว้จัดการโพสต์ ข้อความ และโฆษณาของธุรกิจในที่เดียว
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
โปรไฟล์โหมดมืออาชีพ กับ เพจ
ได้เครื่องมือหลักเหมือนกันเยอะ ต่างกันที่ความสัมพันธ์ ฟีด และเครื่องมือธุรกิจ
โปรไฟล์ โหมดมืออาชีพ
เหมาะกับการสร้างแบรนด์ตัวเอง
มีทั้งเพื่อนและผู้ติดตาม
ใช้ฟีดเดียวกับชีวิตส่วนตัว
เลือกได้ทีละโพสต์ว่าให้เพื่อนหรือทุกคนเห็น
เพจ
เหมาะกับธุรกิจ หรือบัญชีที่แยกจากตัวเรา
มีผู้ติดตามอย่างเดียว
มีฟีดแยกของตัวเอง
มีแค่เพจที่ใช้ Ads Manager ตั้งผู้ดูแลหลายคน และใช้ Meta Business Suite ได้
สรุปจากหน้า Facebook Pages and Profiles ของ Meta for Creators บางฟีเจอร์ขึ้นกับคุณสมบัติของบัญชี
เมื่อไหร่ควรใช้เพจแทน
Meta วางไว้ว่า โปรไฟล์ที่เปิด โหมดมืออาชีพ เหมาะกับการสร้างแบรนด์ตัวเอง ส่วนเพจเหมาะกับธุรกิจ หรือบัญชีที่แยกจากตัวเรา เช่น บัญชีของสัตว์เลี้ยง

ลองถามตัวเองสี่ข้อ ข้อแรก ถ้าวันหนึ่งเราเลิกทำ งานนี้ยังต้องเดินต่อไหม ข้อสอง มีคนอื่นต้องช่วยตอบแชทหรือโพสต์แทนไหม ข้อสาม จะยิงโฆษณาจริงจังด้วย Ads Manager ไหม ข้อสี่ อยากแยกชีวิตส่วนตัวออกจากงานให้ขาดไหม
ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง เพจน่าจะเหมาะกว่า แต่ถ้างานคือตัวเรา เช่น ช่างภาพที่คนจ้างเพราะสไตล์ของเรา หรือครูที่สอนในชื่อตัวเอง โหมดมืออาชีพ ช่วยให้เริ่มได้เร็ว ไม่ต้องไปสร้างคนดูใหม่จากศูนย์
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
งานของเราควรอยู่ที่ไหน
ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง เพจน่าจะเหมาะกว่า
ถ้าวันหนึ่งเราเลิกทำ งานนี้ยังต้องเดินต่อไหม
มีคนอื่นต้องช่วยตอบแชทหรือโพสต์แทนไหม
จะยิงโฆษณาจริงจังผ่าน Ads Manager ไหม
อยากแยกชีวิตส่วนตัวออกจากงานให้ขาดไหม
ก่อนหวังรายได้ เช็คสิทธิ์ในแอปมือถือ แดชบอร์ดมืออาชีพ ส่วนเครื่องมือที่ควรลอง หัวข้อการสร้างรายได้
ความเข้าใจผิดเรื่อง โหมดมืออาชีพ ที่พบบ่อย
เรื่องแรก เปิดแล้วได้เงินเลย อย่างที่เล่าไป เครื่องมือหารายได้ขึ้นกับสิทธิ์ นโยบาย และประเทศ เปิดโหมดเป็นแค่ประตูแรก
เรื่องที่สอง เปิดแล้วทุกอย่างกลายเป็นสาธารณะ จริง ๆ เรายังเลือกได้ทีละโพสต์ว่าให้เพื่อนเห็นหรือให้ทุกคนเห็น
เรื่องที่สาม เปิดแล้วยิงโฆษณาไม่ได้ Meta ระบุว่าทั้งสองแบบบูสต์โพสต์และลงโฆษณาได้ แต่ถ้าต้องการ Ads Manager เต็มรูปแบบ ต้องใช้เพจ

เรื่องที่สี่ เปิดแล้วคนดูจะมาเอง ตัวโหมดแค่เปิดทางให้คนแปลกหน้าติดตามได้ แต่เขาจะติดตามก็ต่อเมื่อเห็นงานที่อยากดูต่อ
คืนนี้มาลองเปิด โหมดมืออาชีพ กัน
เริ่มจากเคลียร์โพสต์เก่าก่อน ไล่ดูว่าโพสต์ไหนตั้งเป็นสาธารณะไว้ แล้วไม่อยากให้คนแปลกหน้าเห็น ปรับเป็นเพื่อนเท่านั้น
จากนั้นเข้าโปรไฟล์ของเรา กดปุ่มเมนูที่อยู่ใต้ส่วนหัวโปรไฟล์ เลือกเปิดโหมดมืออาชีพ แล้วกดยืนยัน ชื่อปุ่มในแอปภาษาไทยอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน
ต่อมาเช็คสิทธิ์หารายได้ในมือถือ ตามที่ Meta บอกไว้ ให้เข้าแดชบอร์ดมืออาชีพ ไปที่ส่วนเครื่องมือที่ควรลอง แล้วเปิดหัวข้อการสร้างรายได้ ถ้ายังไม่มีสิทธิ์ จะมีคำว่ายังไม่มีสิทธิ์ขึ้นอยู่เหนือรายการ
สุดท้ายลองโพสต์ผลงานแบบสาธารณะหนึ่งชิ้น แล้วกลับมาดูแดชบอร์ดอีกทีหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
ถ้าเห็นคำว่ายังไม่มีสิทธิ์ ลองแตะเครื่องมือทีละตัวเพื่อดูว่ายังขาดเงื่อนไขข้อไหน แต่ถ้าไม่มีรายการเครื่องมือขึ้นเลย อาจเป็นเพราะเครื่องมือนั้นยังไม่เปิดในประเทศเรา ระหว่างนี้ใช้แดชบอร์ดเรียนรู้คนดูไปก่อนได้
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
โหมดมืออาชีพ คือโปรไฟล์เดิมที่เพิ่มผู้ติดตาม แดชบอร์ด และทางหารายได้ที่ขึ้นกับสิทธิ์ เหมาะกับคนที่ตัวเองคือแบรนด์ ส่วนเพจเหมาะกับธุรกิจที่ต้องมีหลายคนช่วยดูแล ต้องใช้ Ads Manager หรืออยากแยกจากชีวิตส่วนตัว เรื่องเงิน เช็คจากบัญชีของเราเองเสมอ
แล้วงานของเราตอนนี้ ผูกกับตัวเรา หรือเป็นร้านที่ต้องเดินต่อได้แม้ไม่มีเรา?
อ่านต่อ
ถ้าจะเริ่มโพสต์จริงจัง ลองอ่าน โพสต์ทุกวัน แล้วช่องจะโตจริงไหม และถ้าทำคอนเทนต์หลายแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ดูต่อที่ Repurpose คอนเทนต์ หนึ่งไอเดียลงหลายแพลตฟอร์ม ใครอยากดูตารางเทียบจากต้นทาง ลองเปิด Facebook Pages and Profiles ของ Meta for Creators
