
ถ่ายรูปสวย ๆ จากมือถือ ส่งเข้าคอมจะเอาไปแต่งต่อ แต่เปิดไม่ขึ้น ดูชื่อไฟล์ลงท้ายด้วย .HEIC แล้วมีคนในกลุ่มบอกว่า ไฟล์แบบนี้คุณภาพต่ำ ให้ไปตั้งมือถือเป็น JPEG ดีกว่า หลายคนก็เปลี่ยนตามโดยไม่รู้ว่าได้อะไรเสียอะไร
ความจริงคือ HEIC ไม่ได้ทำให้ภาพแย่ลง ในหลายกรณีกลับเก็บภาพได้ดีกว่าในไฟล์ที่เล็กกว่าด้วยซ้ำ บทความนี้จะชวนดูว่าไฟล์แบบนี้ทำงานยังไง ปัญหาที่เจอจริงอยู่ตรงไหน และเราควรเลือกแบบไหนกับงานแบบไหน
HEIC คืออะไร ทำไมมือถือถึงเลือกใช้
HEIF ย่อมาจาก High Efficiency Image File Format แปลตรง ๆ คือรูปแบบไฟล์ภาพที่ประหยัดพื้นที่ ส่วนนามสกุล .HEIC ที่เราเห็นบน iPhone คือไฟล์ HEIF ที่บีบอัดภาพด้วยวิธีเดียวกับวิดีโอแบบ HEVC หรือ H.265
หน้าช่วยเหลือของ Apple บอกว่า HEIF บีบอัดได้ดีกว่า JPEG ช่วยลดพื้นที่ที่ใช้ทั้งในเครื่องและใน iCloud Photos และ iPhone ตั้งแต่ iPhone 7 เป็นต้นมาถ่ายเป็นไฟล์แบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่มือถือ กล้องหลายยี่ห้ออย่าง Canon กับ Sony ก็มีตัวเลือกบันทึกเป็น HEIF แล้ว
ลองนึกถึงการจัดกระเป๋าเดินทาง คนหนึ่งพับเสื้อลวก ๆ อีกคนม้วนเสื้อเป็นแท่งแน่น ๆ เสื้อตัวเดิม สภาพเท่าเดิม แต่คนที่ม้วนใช้กระเป๋าใบเล็กกว่า ไฟล์แบบใหม่นี้คือคนที่จัดกระเป๋าเก่งกว่า
บีบเก่งกว่า แปลว่าเสียรายละเอียดน้อยกว่า
ทั้ง JPEG และ HEIC เป็นการบีบอัดแบบทิ้งข้อมูลบางส่วน คือเลือกทิ้งรายละเอียดที่ตาเรามองไม่ค่อยออก เพื่อให้ไฟล์เล็กลง ความต่างอยู่ที่วิธีคิด วิธีของ HEIC ใหม่กว่า เลือกทิ้งได้ฉลาดกว่า
Nokia ซึ่งพัฒนาไลบรารีอ่านเขียนไฟล์ HEIF เปิดผลทดสอบไว้ในหน้าข้อมูลทางเทคนิค โดยบีบอัดภาพทดสอบหลายชุด ตั้งแต่ขนาด 416×240 จนถึง 2560×1600 พิกเซล มีทั้งภาพจากวิดีโอและภาพหน้าจอคอม แล้ววัดด้วยค่าคุณภาพทางเทคนิค ผลคือถ้าอยากได้คุณภาพเท่ากัน JPEG ต้องใช้ไฟล์ใหญ่กว่าเฉลี่ย 2.39 เท่า หรือราว 2.4 เท่า พูดอีกแบบคือ ถ้าให้ขนาดไฟล์เท่ากัน ฝั่ง HEIF มีพื้นที่เหลือไว้เก็บรายละเอียดได้มากกว่า

ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากชุดทดสอบของ Nokia ไม่ได้วัดจากไฟล์ในมือถือโดยตรง ไฟล์จริงในมือถือแต่ละรุ่นยังขึ้นกับการตั้งค่าของผู้ผลิต แต่ทิศทางชัดเจน คือการเปลี่ยนเป็น JPEG ไม่ได้ทำให้ภาพคมขึ้น ได้แค่ไฟล์ใหญ่ขึ้น
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
HEIC กับ JPEG ต่างกันตรงไหน
เทียบสามเรื่องที่มีผลกับงานจริง
ขนาดไฟล์
2.4 เท่า
ที่คุณภาพเท่ากันตามค่าวัด
JPEG ต้องใช้ไฟล์ใหญ่กว่า HEIF โดยเฉลี่ยประมาณนี้ ไฟล์เล็กกว่าไม่ได้แปลว่าภาพแย่กว่า
เฉดสีต่อช่องสี
1,024
HEIF 10 บิต เทียบ JPEG 8 บิตที่ 256 ระดับ
ขั้นละเอียดกว่าสี่เท่า ท้องฟ้าไล่สีจึงเนียนกว่า โดยเฉพาะตอนแต่งดึงสี
ที่ที่เปิดได้
JPEG
ฝั่งที่ชนะเรื่องนี้
เบราว์เซอร์ที่เปิด HEIC ได้มีแค่ Safari 17 ขึ้นไป Windows ต้องลงส่วนเสริมเพิ่ม
ตัวเลขขนาดไฟล์จากการทดสอบของ Nokia ที่ระบุว่า JPEG ใช้ไฟล์ใหญ่กว่าเฉลี่ย 2.39 เท่า ไฟล์จริงในมือถือแต่ละรุ่นขึ้นกับการตั้งค่า จำนวนระดับคิดจาก 8 บิต เท่ากับ 256 และ 10 บิต เท่ากับ 1,024 ข้อมูลเบราว์เซอร์จาก Can I use
ถ้าเคยเปลี่ยนมือถือเป็น JPEG เพราะคิดว่าภาพจะดีขึ้น ลองถ่ายฉากเดียวกันทั้งสองแบบ แล้วเปิดดูเทียบกันบนจอเดียวกันดู
HEIC กับสีที่ไล่เฉดเนียนกว่า
อีกเรื่องที่ไฟล์ HEIF ได้เปรียบคือจำนวนเฉดสี หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งทำฐานข้อมูลรูปแบบไฟล์ไว้ระบุว่า JPEG แบบทั่วไปเก็บข้อมูลได้ 8 บิตต่อช่องสี คิดเป็นตัวเลขคือแต่ละสีหลักมีได้ 256 ระดับ ส่วนไฟล์ HEIF รองรับ 10 บิต ซึ่งคือ 1,024 ระดับ ละเอียดกว่าสี่เท่า
ลองนึกถึงบันได ถ้าต้องขึ้นจากชั้นหนึ่งไปชั้นสอง บันได 256 ขั้นก็ราบรื่นดี แต่บันได 1,024 ขั้นจะยิ่งลาดเนียนจนแทบเป็นทางลาด ในรูปที่มีท้องฟ้าไล่สีจากส้มไปม่วง ขั้นที่ละเอียดกว่าช่วยให้สีไม่เป็นแถบ ๆ โดยเฉพาะตอนเอาไปแต่งดึงสีเพิ่ม

คู่มือกล้อง Sony รุ่น FX2 เขียนไว้ว่า HEIF บันทึกภาพที่มีการไล่ระดับ 10 บิต และบีบอัดได้ดี จนได้ภาพคุณภาพสูงในไฟล์ที่เล็ก ทาง Canon ก็อธิบายว่าโหมด HDR ของกล้อง เก็บรายละเอียดส่วนสว่างและส่วนมืดเพิ่มไว้ในไฟล์ HEIF 10 บิต ซึ่งเปิดดูได้ตรง ๆ บนจอที่รองรับ HDR
ต้องบอกไว้ด้วยว่า ไฟล์จะเป็น 10 บิตจริงหรือไม่ ขึ้นกับว่ามือถือหรือกล้องบันทึกมาแบบไหน รูปแบบไฟล์แค่เปิดทางให้เก็บได้
ปัญหาจริงคือเปิดไม่ขึ้น ไม่ใช่ภาพไม่สวย
ถ้า HEIC ดีขนาดนี้ ทำไมคนถึงเจอปัญหากันเยอะ คำตอบคือความเข้ากันได้ของโปรแกรม ข้อมูลจาก Can I use ซึ่งรวบรวมว่าเบราว์เซอร์ไหนรองรับอะไร ระบุว่าตอนนี้มีแค่ Safari ตั้งแต่เวอร์ชัน 17 ที่เปิดรูปแบบนี้ได้ ส่วน Chrome, Edge และ Firefox ยังไม่รองรับ และให้เหตุผลว่าไฟล์แบบนี้ซับซ้อน และค่าลิขสิทธิ์แพง
ฝั่ง Windows ก็เหมือนกัน หน้า Microsoft Store ของ HEIF Image Extension บอกว่าต้องติดตั้งส่วนเสริมนี้ให้ Windows อ่านไฟล์ได้ และต้องมีแพ็กเกจ HEVC Video Extensions ด้วย ถึงจะเปิดไฟล์ .heic ดูได้

เว็บไซต์ก็เจอเรื่องเดียวกัน ทีมพัฒนา WordPress ประกาศว่าตั้งแต่เวอร์ชัน 6.7 ถ้าอัปโหลดรูป HEIC ระบบจะแปลงเป็น JPEG ให้อัตโนมัติ เพราะเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อเซิร์ฟเวอร์มี Imagick เวอร์ชันที่อ่านไฟล์แบบนี้ได้
ถ้าเปิดรูปในคอมไม่ขึ้น ลองเช็คก่อนว่าโปรแกรมรองรับไหม ก่อนจะสรุปว่าไฟล์เสียหรือภาพไม่ดี
เลือกตามการใช้งาน HEIC หรือ JPEG
พอรู้ว่าเรื่องจริงคือความเข้ากันได้ การเลือกก็ง่ายขึ้น ให้ดูว่ารูปจะไปจบที่ไหน
ถ้ารูปส่วนใหญ่อยู่ในมือถือ ดูบนมือถือ ส่งผ่านแอปแชต หรือเก็บใน iCloud Photos ใช้แบบประหยัดพื้นที่ต่อไปได้เลย Apple บอกว่าถ้าส่งผ่าน AirDrop ข้อความ หรืออีเมล แล้วเครื่องปลายทางไม่รองรับ ระบบอาจแปลงเป็นไฟล์ที่เปิดง่ายกว่าอย่าง JPEG ให้เอง
ถ้าต้องส่งไฟล์ให้ลูกค้า ทำงานบนคอม Windows หลายเครื่อง หรืออัปโหลดเข้าระบบที่ไม่รู้ว่ารองรับไหม ตั้งเป็น JPEG จะลดปัญหาปลายทาง แลกกับไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
รูปนี้จะไปจบที่ไหน
เลือกไฟล์จากปลายทาง ไม่ใช่จากความเชื่อเรื่องคุณภาพ
ดูในมือถือ ส่งแชต เก็บ iCloud Photos
ใช้แบบประสิทธิภาพสูงได้เลย ถ้าปลายทางเปิดไม่ได้ iPhone อาจแปลงเป็นไฟล์ที่เปิดง่ายกว่าให้ตอนส่ง
ย้ายเข้าคอมไปแต่งต่อ
ถ้าคอมเปิดได้ เก็บต้นฉบับไว้ ถ้าเปิดไม่ได้ ลงส่วนเสริมใน Windows หรือให้มือถือแปลงตอนย้าย
ส่งลูกค้า อัปเว็บ หรือระบบที่ไม่รู้ว่ารองรับไหม
ส่งออกเป็น JPEG จากไฟล์ต้นฉบับครั้งเดียวตอนจะใช้ หรือตั้งมือถือเป็น เข้ากันได้มากที่สุด ถ้างานแบบนี้คืองานหลัก
ชื่อเมนูตามหน้าช่วยเหลือของ Apple เรื่อง HEIF และ HEVC ชื่อภาษาไทยในเครื่องอาจต่างไปตามเวอร์ชัน iOS ส่วนชื่อเมนูในกล้องแต่ละยี่ห้อต่างกันไป
ตั้งค่าในมือถือและกล้อง
บน iPhone ให้เข้าไปที่ ตั้งค่า แล้วเลือก กล้อง จากนั้นแตะ รูปแบบ จะเจอสองตัวเลือก ประสิทธิภาพสูง หรือ High Efficiency คือถ่ายเป็น HEIF ส่วน เข้ากันได้มากที่สุด หรือ Most Compatible คือถ่ายเป็น JPEG ตามที่ Apple อธิบายไว้ ชื่อภาษาไทยในเครื่องอาจต่างไปเล็กน้อยตามเวอร์ชัน iOS ถ้าหาไม่เจอให้ดูชื่ออังกฤษคู่กันนี้เป็นหลัก
อีกจุดที่ควรรู้คือตอนย้ายรูปเข้าคอม Apple บอกว่ารูปอาจถูกแปลงเป็น JPEG ระหว่างนำเข้า ถ้าอยากได้ไฟล์ต้นฉบับ ให้ไปที่ ตั้งค่า แอป รูปภาพ แล้วเปิด เก็บต้นฉบับ หรือ Keep Originals
ฝั่งกล้อง Sony บางรุ่นมีเมนูสลับระหว่าง JPEG กับ HEIF ที่คู่มือเขียนไว้ตรง ๆ ว่า JPEG เน้นความเข้ากันได้ ส่วน HEIF เน้นคุณภาพและการบีบอัด และเตือนว่าบางคอมหรือโปรแกรมอาจเปิดหรือแก้ไฟล์ HEIF ไม่ได้
ความเข้าใจผิดเรื่อง HEIC ที่พบบ่อย
เรื่องแรก ไฟล์เล็กกว่าแปลว่าภาพแย่กว่า ขนาดไฟล์บอกแค่ว่าบีบอัดเก่งแค่ไหน ไม่ได้บอกคุณภาพตรง ๆ เหมือนกระเป๋าที่จัดเก่งไม่ได้แปลว่าเสื้อยับกว่า
เรื่องที่สอง ถ่ายเป็น HEIF แล้วค่อยแปลงเป็น JPEG ทีหลังก็ได้คุณภาพเท่าเดิม ทุกครั้งที่บันทึกเป็น JPEG ภาพจะถูกบีบอัดอีกรอบ จึงควรแปลงจากไฟล์ต้นฉบับครั้งเดียวตอนจะใช้ ไม่ใช่แปลงไปมาหลายทอด
เรื่องที่สาม ไฟล์ HEIF คือ RAW แบบหนึ่ง ไม่ใช่ RAW คือข้อมูลดิบจากเซนเซอร์ที่ยังไม่ได้ปรับภาพ ส่วน HEIF กับ JPEG คือผลลัพธ์ที่กล้องปรับสี ความคม และบีบอัดเสร็จแล้ว คู่มือ Sony เขียนว่ากล้องประมวลผลจากไฟล์ RAW แล้วค่อยบันทึกเป็นไฟล์ที่เลือก ส่วนคู่มือ Canon ก็แยก RAW ไว้คนละตัวเลือก ถ้าตั้ง RAW คู่กับ HEIF จะได้สองไฟล์แยกกัน ถ้าต้องการพื้นที่แต่งเยอะที่สุด ยังต้องถ่ายเป็น RAW
คืนนี้มาลองเช็คไฟล์ในมือถือของเรากัน
เริ่มจากเปิดตั้งค่ากล้องดูว่าตอนนี้มือถือเราตั้งไว้แบบไหน แล้วลองถ่ายฉากเดียวกันสองรูป รูปหนึ่งแบบประสิทธิภาพสูง อีกรูปแบบเข้ากันได้มากที่สุด เลือกฉากที่มีท้องฟ้าหรือผนังไล่สีจะเห็นชัด
จากนั้นดูขนาดไฟล์ของทั้งสองรูปในแอปรูปภาพ แล้วซูมดูรายละเอียดเทียบกัน สุดท้ายลองส่งทั้งสองรูปเข้าคอมที่ใช้ทำงานจริง ดูว่าโปรแกรมที่เราใช้เปิดได้ทั้งคู่ไหม
ถ้าทำแล้วคอมยังเปิดไฟล์ HEIF ไม่ได้ ลองติดตั้งส่วนเสริมตามที่ Microsoft แนะนำ หรือตั้งให้มือถือแปลงไฟล์ตอนส่งเข้าคอม แทนการเปลี่ยนการถ่ายทั้งหมดเป็น JPEG
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
HEIC ไม่ได้คุณภาพต่ำกว่า JPEG มันบีบอัดเก่งกว่า ได้ภาพใกล้เคียงหรือดีกว่าในไฟล์ที่เล็กกว่า และรองรับสีแบบ 10 บิตที่ไล่เฉดได้เนียนกว่า สิ่งที่ต้องคิดจริงคือปลายทางของรูป ถ้าโปรแกรมหรือเว็บที่เราใช้ยังเปิดไม่ได้ ค่อยเลือก JPEG หรือแปลงไฟล์จากต้นฉบับตอนจะใช้
แล้วรูปในมือถือของเราตอนนี้ล่ะ ถูกตั้งเป็น JPEG ไว้เพราะเหตุผลอะไร?
อ่านต่อ
ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ iPhone ถ่ายรูปจริงจัง อ่านพื้นฐานต่อได้ที่ เริ่มถ่ายภาพด้วย iPhone ตั้งแต่ต้นจนจบ อยากได้เทคนิคถ่ายเพิ่มลองดู 12 เทคนิคถ่ายภาพด้วยมือถือที่ลองทำตามได้ และถ้าสนใจเรื่องไฟล์ 10 บิตในงานวิดีโอ ดูต่อที่ โปรไฟล์ Log คืออะไร ทำไมภาพออกมาเทา ใครอยากอ่านวิธีตั้งค่าจากผู้ผลิตโดยตรง ลองเปิด Using HEIF or HEVC media on Apple devices ของ Apple
