รีวิว iPhone Duo จากสื่อต่างประเทศเริ่มออกมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2026 หลังจาก ผู้รีวิวได้ลองใช้ มือถือจอพับรุ่นแรกของ Apple มาราว 1 สัปดาห์ ส่วนในไทย เครื่องจะเริ่มวางขายวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งก็คือพรุ่งนี้ ถ้าใครสั่งจองไว้แล้ว หรือกำลังลังเล ว่าจะเอาเครื่องนี้มาใช้ถ่ายคลิปทำงานดีไหม มาดูกัน ว่าคนที่ได้ลองจริงชมตรงไหน และติตรงไหนบ้าง

iPhone Duo มีอะไร และขายในไทยราคาเท่าไหร่
ตามหน้าร้านออนไลน์ ของ Apple ประเทศไทย รุ่น 256GB ราคา 79,900 บาท รุ่น 512GB ราคา 87,900 บาท รุ่น 1TB ราคา 103,900 บาท และรุ่น 2TB ราคา 127,900 บาท เปิดสั่งจองตั้งแต่ 16 ตุลาคม และเริ่มขาย 23 ตุลาคม เครื่องนี้ใช้ eSIM อย่างเดียว ไม่มี ถาดใส่ซิม ส่วนราคาในสหรัฐฯ เริ่มที่ 1,999 ดอลลาร์ ถือเป็น iPhone ที่แพงที่สุดในตอนนี้
ฝั่งกล้อง Apple ใส่กล้องหลัก และกล้องอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลทั้งคู่ กล้องหลักมีโหมด 2x ที่ Apple บอกว่าได้คุณภาพระดับออปติคัล อัลตร้าไวด์ถ่ายมาโครได้ ถ่ายวิดีโอ 4K 120 fps แบบ Dolby Vision ได้ ใช้ Photographic Styles ที่ปรับเท็กซ์เจอร์ และเกรนได้ แถมยังมีฟีเจอร์เฉพาะของเครื่องจอพับ อย่าง Smart Take กับ Duo Preview ที่ให้คนถูกถ่าย เห็นตัวเอง บนจอด้านนอก
รีวิว iPhone Duo จากสื่อนอก ชมอะไร ติอะไร
PetaPixel ให้คะแนน 7.5 เต็ม 10 และสรุปว่าเป็น “a compromise, but not compromised” หรือแปลง่าย ๆ ว่า เป็นเครื่องที่ต้องยอมแลกบางอย่าง แต่ไม่ได้ด้อยจนใช้งานไม่ได้ ผู้รีวิวชมว่า การแต่งภาพ และตัดคลิปบนจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ทำได้ดีมาก ทั้งใน Lightroom และแอปอื่น ๆ ระบบโฟกัสติดตามตัว แบบใหม่ ก็เกาะสุนัข ที่กำลังวิ่งได้ทุกเฟรม ส่วน Smart Take ที่ช่วยรอจังหวะคนโพสท่า แล้วถ่ายให้หลายภาพ ถูกยกให้เป็นจุดเด่น
แต่ PetaPixel ก็ติไว้ชัด ว่ากล้องโดยรวมอยู่ระดับกลาง ๆ อัลตร้าไวด์ ควรได้อัปเกรดแล้ว กล้องหลักไม่โดดเด่นในที่แสงน้อย หรือตอนซูมไกล ที่สำคัญคือ ไม่มี ProRes Log ไม่มี ProRAW และปรับชัตเตอร์เองไม่ได้ เวลาถ่ายเซลฟี่ ภาพตัวอย่าง ก็อยู่ไกลจากเลนส์ จนสบตากล้องได้ยาก ผู้รีวิวมองว่า เครื่องนี้เหมาะกับคน ที่ใช้ดูคอนเทนต์ มากกว่าคนที่สร้างคอนเทนต์แบบจริงจัง
ด้าน 9to5Mac บอกว่า กล้องหลักให้ผลใกล้กับ iPhone Air และด้อยกว่า iPhone 18 Pro อยู่หนึ่งขั้น ไม่มีกล้องเทเลโฟโต้ และกล้อง Center Stage ด้านนอก ลดเหลือ 12 ล้านพิกเซล แต่ก็ชมว่า เราใช้กล้องหลังถ่ายตัวเองได้ โดยใช้จอด้านนอกเป็นจอมอนิเตอร์ ตัวเครื่อง หนัก 254 กรัม หนา 11.3 มิลลิเมตรตอนพับ และใช้ Touch ID แทน Face ID ผู้รีวิวเชื่อว่า นี่คืออนาคตของ iPhone แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ในตอนนี้ iPhone แบบปกติ ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้งานจริงได้คุ้มกว่า
เรื่องที่คนถ่ายคลิปยาว ๆ ควรรู้ด้วย คือ PetaPixel พบว่า เครื่องอุ่นขึ้นเวลาใช้งานหนัก และแบตเตอรี่ อยู่ในระดับที่ผู้รีวิวบอกว่า แค่พอใช้ได้ ส่วนการถือมือเดียว ทำได้ยาก ถ้าเราต้องถือมือถือ ถ่ายไลฟ์ หรือเดินถ่ายนาน ๆ ทั้งวัน ข้อนี้ อาจสำคัญกว่า สเปกกล้องเสียอีก
มีผลกับครีเอเตอร์ไทยยังไง
ถ้างานหลักของเรา คือถ่ายวิดีโอแล้วเอาไปเกรดสี การที่เครื่องนี้ ไม่มี ProRes Log เป็นเรื่อง ที่ต้องคิดหนัก เพราะเราจะเกรดสี ได้ไม่ยืดหยุ่นเท่ารุ่น Pro ส่วนคนที่ชอบถ่ายตัวเองพูดหน้ากล้อง การใช้กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซลถ่ายเซลฟี่ แล้วดูภาพจากจอด้านนอก เป็นข้อดี ที่มือถือทั่วไปไม่มี และคนที่ตัดคลิป หรือแต่งภาพบนมือถือเป็นประจำ ก็จะได้จอใหญ่ขึ้นมาก จนผู้รีวิวบอกว่า ใช้แล้วเหมือนถือ iPad
อีกเรื่องที่ควรรู้ คือในสหรัฐฯ Macworld รายงานว่า คิวส่งเครื่อง ของคนที่สั่งจองออนไลน์ช่วงหลัง เลื่อนไปไกลถึงเดือนมกราคม 2027 แหล่งข่าวไม่ได้บอก ว่าในไทยเป็นแบบเดียวกันหรือไม่ ใครสั่งจองไว้ ลองเช็ควันส่ง ในหน้าคำสั่งซื้อของตัวเองดู
ควรรอ หรือซื้อเลย
ถ้าอยากได้มือถือที่ถ่ายวิดีโอแบบ Log ได้ ปรับค่าเองได้ และมีเทเลโฟโต้ รีวิว iPhone Duo ทั้งสองเจ้า ชี้ไปทางเดียวกัน ว่า iPhone รุ่น Pro ยังตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเราใช้มือถือ เป็นเครื่องทำงานหลัก ทั้งตอบแชตลูกค้า แต่งภาพ และดูฟุตเทจระหว่างวัน จอใหญ่แบบนี้ก็อาจคุ้มกับราคา
ทางที่ดีที่สุด คือไปลองจับเครื่องจริง ที่ร้านก่อน ลองเปิดกล้อง ลองถ่ายตัวเองด้วยกล้องหลัง แล้วถือค้างไว้สักพัก ว่าน้ำหนักไหวไหม ถ้ายังไม่แน่ใจ เรื่องตั้งค่าวิดีโอบนมือถือ ลองอ่าน โหมดโปรมือถือ ถ่ายวิดีโอ ตั้งค่าอะไรบ้าง ประกอบด้วย และถ้ากำลังเทียบกับฝั่ง Android ดูข่าว OPPO Find X10 ที่จะขายในไทยปลายเดือนนี้ได้
ที่มา: Apple ประเทศไทย, Apple Newsroom, PetaPixel, 9to5Mac, Macworld
