หน้าแรก/บทความ/SIGMA

SIGMA 24-70mm II ปรับอะไรจากรุ่นแรก เหมาะกับงานแบบไหน

SIGMA 24-70mm II ปรับอะไรจากรุ่นแรก เหมาะกับงานแบบไหน

เวลาเลนส์รุ่นใหม่อย่าง SIGMA 24-70mm II ออกมาแล้วชื่อเหมือนรุ่นเดิมทุกตัวอักษร ต่างกันแค่เลข II ต่อท้าย หลายคนก็งงว่ามันเปลี่ยนจริงหรือแค่เปลี่ยนชื่อ ยิ่งรุ่นแรกยังมีขายมือสองอยู่ ก็ยิ่งอยากรู้ว่าส่วนต่างคุ้มไหม

บทความนี้จะพาดูรุ่นนี้ หรือชื่อเต็ม 24-70mm F2.8 DG DN II Art ว่าปรับอะไรจากรุ่นแรกของ SIGMA เองบ้าง ทีละเรื่อง และแต่ละเรื่องช่วยงานแบบไหน ข้อมูลทั้งหมดมาจากหน้าเว็บทางการของ SIGMA ไม่ใช่การรีวิวจากการใช้งานจริง

SIGMA 24-70mm II คือเลนส์แบบไหน

เลนส์ 24-70mm เป็นเลนส์ซูมที่หลายคนเรียกว่าเลนส์ซูมมาตรฐาน ฝั่ง 24mm กว้างพอจะเก็บทั้งห้อง ฝั่ง 70mm แคบพอจะถ่ายหน้าคนโดยไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้มาก ส่วน F2.8 คือรูรับแสงกว้างสุด ที่เปิดได้เท่ากันตลอดช่วงซูม ซูมไปไหนก็ไม่มืดลง

ส่วน DG DN คือรหัสของ SIGMA ที่บอกว่าเลนส์ออกแบบมาสำหรับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม และ Art คือตระกูลที่เน้นคุณภาพของภาพเป็นหลัก

หน้าเว็บ SIGMA Global เรียกรุ่น II ว่าเลนส์เรือธงที่พัฒนาไปจากรุ่นก่อนอย่างมาก ตอนนี้มีให้เลือกสองเมาท์ คือ L-Mount กับ Sony E-mount

น้ำหนักและขนาด เบาลงแค่ไหน

ลองนึกถึงวันที่ต้องถือกล้องเดินทั้งงานอีเวนต์หกเจ็ดชั่วโมง น้ำหนักร้อยกรัมที่ต่างกันจะเริ่มรู้สึกตอนบ่าย

รุ่นแรกหนัก 835 กรัมสำหรับ L-Mount และ 830 กรัมสำหรับ Sony E-mount ส่วนรุ่น II หนัก 745 กรัม และ 735 กรัมตามลำดับ SIGMA สรุปว่ารุ่น II เล็กลงราว 7% และเบาลงราว 10% โดยตัวเลขนี้คิดจากรุ่น L-Mount

แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือเบาลงราว 90 กรัม ที่น่าสนใจคือจำนวนชิ้นเลนส์ข้างในยังเท่าเดิม 19 ชิ้นใน 15 กลุ่ม แต่ใช้ชิ้นเลนส์แอสเฟอริคัล หรือเลนส์ผิวโค้งพิเศษที่ช่วยแก้ความคลาดของภาพ เพิ่มจาก 3 ชิ้นเป็น 5 ชิ้น SIGMA บอกว่ารุ่น II คมขึ้นทั่วทั้งช่วงซูม

หน้าทางการยังบอกว่ารุ่น II คุมอาการแสงฟุ้งเป็นปีกที่ขอบภาพ หรือที่เรียกว่า sagittal coma flare ได้ดี อาการนี้เห็นชัดตอนถ่ายจุดไฟเล็ก ๆ ตอนกลางคืน ไฟตรงมุมภาพจะดูเป็นรูปปีกนกแทนที่จะเป็นจุดกลม

ตัวเลนส์ SIGMA 24-70mm II ที่เล็กและเบากว่ารุ่นแรก
SIGMA บอกว่ารุ่น II เล็กลงราว 7% และเบาลงราว 10% เทียบกับรุ่นแรก ภาพ: SIGMA

CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA

รุ่นแรกกับรุ่น II ตัวเลขไหนเปลี่ยนบ้าง

รุ่นแรก

24-70mm F2.8 DG DN Art

835 กรัม

น้ำหนักรุ่น L-Mount

มอเตอร์สเต็ปปิ้ง

ปุ่ม AFL 1 ปุ่ม

ใกล้สุด 18 ซม. ฝั่งกว้าง 38 ซม. ฝั่งเทเล

เลนส์แอสเฟอริคัล 3 ชิ้น

รุ่น II

24-70mm F2.8 DG DN II Art

745 กรัม

น้ำหนักรุ่น L-Mount เบาลงราว 10%

มอเตอร์ HLA

ปุ่ม AFL 2 ปุ่ม เพิ่มวงแหวนรูรับแสง

ใกล้สุด 17 ซม. ฝั่งกว้าง 34 ซม. ฝั่งเทเล

เลนส์แอสเฟอริคัล 5 ชิ้น

สิ่งที่ เท่าเดิม คือ F2.8 ตลอดช่วงซูม ชิ้นเลนส์ 19 ชิ้นใน 15 กลุ่ม ฟิลเตอร์ 82 มม. และโครงสร้างกันฝุ่นกันละอองน้ำ

ข้อมูลจากหน้าเลนส์ 24-70mm F2.8 DG DN II Art บนเว็บ SIGMA Global และหน้า 24-70mm F2.8 DG DN Art บนเว็บ SIGMA America

มอเตอร์โฟกัสเปลี่ยนจากสเต็ปปิ้งเป็น HLA

รุ่นแรกใช้มอเตอร์สเต็ปปิ้ง ที่ SIGMA เขียนไว้ว่าให้โฟกัสเร็วและเงียบ ส่วนรุ่น II เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ HLA ซึ่งเป็นมอเตอร์ลิเนียร์ที่ดันกลุ่มเลนส์โฟกัสไปหน้าหลังตรง ๆ

หน้าทางการบอกว่าความเร็วขับสูงสุดของรุ่น II เร็วกว่ารุ่นแรกมากกว่าสามเท่า แต่หมายเหตุใต้ตัวเลขเขียนชัดว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่ใช้โฟกัสจริง เพราะเวลาที่ภาพชัดยังขึ้นกับระบบโฟกัสของกล้องด้วย

ถ้าอยากรู้ว่ามอเตอร์ HLA ทำงานยังไง เราเคยอธิบายแยกไว้แล้วในบทความเรื่องมอเตอร์ HLA ของ SIGMA

วงแหวนรูรับแสงและปุ่ม AFL สองปุ่มบน SIGMA 24-70mm II

หน้าทางการของ SIGMA ระบุว่ารุ่น II เพิ่มวงแหวนรูรับแสงที่ตัวเลนส์เข้ามา ส่วนหน้าสเปกของรุ่นแรกไม่ได้พูดถึงวงแหวนรูรับแสงเลย รุ่น II มาพร้อมสวิตช์ Click ที่ปิดเสียงกึกตอนหมุน และสวิตช์ล็อกกันวงแหวนหมุนพลาด หน้า SIGMA America บอกว่าตอนปิด Click จะมีประโยชน์มากตอนถ่ายวิดีโอ

ปุ่ม AFL คือปุ่มบนเลนส์ที่เราตั้งให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้จากเมนูกล้อง รุ่นแรกมีปุ่มเดียว รุ่น II มีสองปุ่ม ปุ่มที่เพิ่มอยู่ด้านบนของเลนส์ เพื่อให้กดง่ายตอนถือกล้องแนวตั้ง

ข้อนี้ช่วยคนที่ถ่ายคลิปแนวตั้งลงโซเชียลบ่อย ๆ แต่ SIGMA หมายเหตุไว้ว่าตั้งฟังก์ชันได้เฉพาะกล้องที่รองรับ และฟังก์ชันที่เลือกได้ต่างกันไปตามกล้อง

ปุ่ม AFL สองปุ่มบนตัวเลนส์ ปุ่มหนึ่งอยู่ด้านบน
รุ่น II มีปุ่ม AFL สองปุ่ม ปุ่มด้านบนช่วยตอนถือกล้องแนวตั้ง ภาพ: SIGMA

ถ่ายใกล้ได้มากขึ้น และภาพยืดหดน้อยลงตอนเปลี่ยนโฟกัส

ระยะโฟกัสใกล้สุด คือระยะจากเซนเซอร์ถึงวัตถุที่ใกล้ที่สุดที่เลนส์ยังโฟกัสชัดได้ รุ่นแรกอยู่ที่ 18 ซม. ฝั่งกว้าง และ 38 ซม. ฝั่งเทเล รุ่น II ลดเหลือ 17 ซม. และ 34 ซม.

อัตราขยายสูงสุดก็ดีขึ้น จาก 1 ต่อ 2.9 เป็น 1 ต่อ 2.7 ที่ฝั่งกว้าง และจาก 1 ต่อ 4.5 เป็น 1 ต่อ 4 ที่ฝั่งเทเล ตัวเลขยิ่งเข้าใกล้ 1 ต่อ 1 ยิ่งถ่ายของเล็กได้ใหญ่ขึ้นในเฟรม เหมาะกับงานถ่ายอาหาร ถ่ายสินค้าชิ้นเล็ก หรือถ่ายในห้องแคบที่ถอยไม่ได้

SIGMA เตือนไว้ด้วยว่า ถ้าจะถ่ายระยะใกล้สุดที่ฝั่งกว้าง ให้ถอดฮูดออก และระวังหน้าเลนส์ชนวัตถุ

ภาพถ่ายระยะใกล้ผ่าครึ่งมะนาวบนเขียงไม้ ฉากหลังเบลอ ถ่ายด้วยเลนส์ SIGMA 24-70mm II
หน้าทางการใช้ภาพนี้ประกอบหัวข้อความสามารถในการถ่ายระยะใกล้ ภาพ: SIGMA

อีกเรื่องที่สายวิดีโอควรรู้คือ focus breathing หรืออาการที่ภาพดูยืดหรือหดเล็กน้อยตอนเลนส์เปลี่ยนจุดโฟกัส เหมือนกล้องซูมเข้าออกเองนิด ๆ หน้าทางการบอกว่ารุ่น II ออกแบบมาให้อาการนี้น้อย การดึงโฟกัสจากคนหน้าไปคนหลังในคลิปจึงดูเป็นธรรมชาติขึ้น

ล็อกซูม กันฝุ่นละออง และฟีเจอร์ที่ต่างกันตามเมาท์

รุ่น II มีสวิตช์ล็อกซูมที่ปลายมุมกว้าง กันกระบอกเลนส์ยืดออกมาเองตอนห้อยกล้องเดิน ปลดได้ทั้งจากสวิตช์และจากการหมุนซูม

สวิตช์ล็อกซูมที่ปลายมุมกว้างของเลนส์
สวิตช์ล็อกซูมกันกระบอกเลนส์ยืดออกมาเองจากน้ำหนักของตัวเลนส์ ภาพ: SIGMA

โครงสร้างกันฝุ่นกันละอองน้ำมีมาตั้งแต่รุ่นแรก รุ่น II ก็ยังมี พร้อมสารเคลือบกันน้ำกันคราบมันที่หน้าเลนส์ แต่ SIGMA ย้ำว่ากันละอองได้ ไม่ได้กันน้ำ ถ้าเจอน้ำปริมาณมากก็ต้องระวัง

ฟีเจอร์บางอย่างขึ้นกับเมาท์ ตัวเลือก Linear focus กับ Non-linear focus และการใช้ USB DOCK UD-11 มีเฉพาะ L-Mount ส่วน AF Assist มีเฉพาะ Sony E-mount รายละเอียดพวกนี้อาจปรับในภายหลัง ควรเช็คหน้าทางการล่าสุดก่อนซื้อ

โครงสร้างกันฝุ่นกันละอองน้ำของตัวเลนส์
กันฝุ่นกันละอองได้ แต่ไม่ได้กันน้ำ ภาพ: SIGMA

SIGMA 24-70mm II เหมาะกับงานแบบไหน

SIGMA บอกว่าเลนส์นี้ทำมาให้ทั้งคนถ่ายภาพนิ่งและคนถ่ายวิดีโอ ส่วนการจับคู่ฟีเจอร์กับงานที่ครีเอเตอร์ไทยถ่ายบ่อยด้านล่างนี้ เป็นการอ่านของเราเองจากหน้าทางการ SIGMA ไม่ได้แบ่งงานไว้แบบนี้ และไม่ใช่ผลทดสอบจากการใช้งานจริง

งานอีเวนต์ที่ถือกล้องทั้งวัน ได้ประโยชน์จากน้ำหนักที่เบาลง ช่วงซูมที่เปลี่ยนจากภาพกว้างทั้งงานไปถ่ายคนบนเวทีได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ และ F2.8 ที่ช่วยตอนในห้องแสงน้อย

คลิปสัมภาษณ์หรือคลิปสอนที่ต้องดึงโฟกัสระหว่างคนกับของ ได้ประโยชน์จากอาการภาพยืดหดที่น้อย และวงแหวนรูรับแสงที่ปิด Click ได้ ปรับแสงกลางช็อตโดยไม่มีเสียงกึก

งานท่องเที่ยว ได้ประโยชน์จากเลนส์ตัวเดียวที่ครอบคลุมวิว คน และอาหาร ระยะใกล้สุด 17 ซม. ช่วยตอนถ่ายจานบนโต๊ะ ส่วนล็อกซูมและโครงสร้างกันละอองช่วยตอนเดินกลางแดดลมฝน

CREATOR SCHOOL THAILAND · SIGMA

ฟีเจอร์ของรุ่น II ช่วยงานแบบไหน

งานอีเวนต์

ถือกล้องทั้งวัน แสงในห้องไม่แน่นอน

เบาลงราว 10%

ช่วงซูมเดียวเก็บได้ทั้งภาพกว้างและคนบนเวที

F2.8 ตลอดช่วงซูม

คลิปสัมภาษณ์

ดึงโฟกัสระหว่างคนกับของ

ภาพยืดหดน้อยตอนเปลี่ยนโฟกัส

วงแหวนรูรับแสงที่ปิดเสียงกึกได้

ปุ่ม AFL ด้านบนช่วยตอนถ่ายแนวตั้ง

ท่องเที่ยว

เลนส์ตัวเดียวทั้งวิว คน อาหาร

ใกล้สุด 17 ซม. ที่ฝั่งกว้าง

ล็อกซูมกันกระบอกยืดตอนห้อยกล้อง

กันฝุ่นกันละอองน้ำ แต่ไม่กันน้ำ

การจับคู่งานนี้เป็นการอ่านจากฟีเจอร์ ไม่ใช่ผลทดสอบ เช็คกับกล้องและเมาท์ของเรา ก่อนตัดสินใจ

ฟีเจอร์และตัวเลขจากหน้าเลนส์ 24-70mm F2.8 DG DN II Art บนเว็บ SIGMA Global และ SIGMA America

ความเข้าใจผิดเรื่อง SIGMA 24-70mm II ที่พบบ่อย

เรื่องแรก คิดว่าเลข II แปลว่าเปลี่ยนแค่หน้าตา ที่จริงเปลี่ยนทั้งมอเตอร์ น้ำหนัก ชิ้นเลนส์แอสเฟอริคัล ระยะใกล้สุด และปุ่มควบคุม

เรื่องที่สอง คิดว่าโฟกัสเร็วขึ้นสามเท่าทุกช็อต ตัวเลขนี้คือความเร็วขับสูงสุดของมอเตอร์ SIGMA เขียนเองว่าไม่ใช่เวลาโฟกัสจริง

เรื่องที่สาม คิดว่ารุ่นแรกใช้งานไม่ได้แล้ว รุ่นแรกยังเป็น F2.8 ตลอดช่วงซูม กันฝุ่นกันละออง และโฟกัสเงียบ ถ้างานเราไม่ต้องใช้วงแหวนรูรับแสงหรือปุ่มเพิ่ม ก็ยังทำงานได้ดี

เรื่องที่สี่ คิดว่าทุกเมาท์ได้ฟีเจอร์เท่ากัน บางฟีเจอร์มีเฉพาะ L-Mount บางฟีเจอร์มีเฉพาะ Sony E-mount

คืนนี้ลองเช็คเลนส์ซูมที่เรามีอยู่กันดู

ถ้ามีเลนส์ซูมช่วง 24-70mm อยู่แล้ว ไม่ว่ายี่ห้อไหน ลองเปิดหน้าสเปกทางการของรุ่นที่เรามีดู จดน้ำหนัก ระยะโฟกัสใกล้สุด และอัตราขยาย แล้ววางเทียบกับตัวเลขในไดอะแกรมด้านบน จะรู้ว่าส่วนต่างที่เราจะได้จริงมีแค่ไหน

จากนั้นลองเช็คอาการภาพยืดหด ตั้งกล้องบนขาตั้ง วางของสองชิ้นห่างกันราวหนึ่งเมตร อัดวิดีโอแล้วสลับโฟกัสไปมาระหว่างสองชิ้น ดูว่าขอบเฟรมขยับเข้าออกมากไหม

ลองนับด้วยว่างานที่ถ่ายบ่อยต้องเปลี่ยนรูรับแสงกลางช็อตกี่ครั้ง และถือกล้องแนวตั้งบ่อยแค่ไหน ถ้าแทบไม่เคย วงแหวนกับปุ่มที่เพิ่มมาอาจยังไม่จำเป็นกับเรา

ถ้าทำแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ลองเช่าหรือยืมมาลองกับกล้องของเราสักวัน และเช็คกับร้านว่าเมาท์ที่เราใช้มีฟีเจอร์ครบตามที่ต้องการไหม

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

รุ่น II เบาลงราว 10% เปลี่ยนมอเตอร์เป็น HLA เพิ่มวงแหวนรูรับแสง ปุ่ม AFL ปุ่มที่สอง ชิ้นเลนส์แอสเฟอริคัล และถ่ายใกล้ได้มากขึ้น ฟีเจอร์ที่เพิ่มมาเน้นงานที่ถือกล้องนานและงานวิดีโอ ส่วนจะคุ้มกับเราไหม ขึ้นกับว่างานของเราได้ใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นจริงแค่ไหน

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตระกูล Art ต่างจากตระกูลอื่นของ SIGMA ยังไง ลองอ่าน เลนส์ SIGMA Art, Contemporary, Sports ต่างกันยังไง ส่วนคนที่ยังลังเลว่าช่วง 24 ถึง 70mm ตรงกับงานไหม ลองดู ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง และถ้าอยากเปิดสเปกจากต้นทาง ดูได้ที่ หน้าเลนส์ 24-70mm F2.8 DG DN II Art บนเว็บ SIGMA Global

CreatorSchoolThailand ทำงานร่วมกับ SIGMA Thailand ในบางโปรเจกต์ บทความนี้ไม่ได้รับค่าตอบแทน

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด