
ถ่ายคลิป 4K มาเต็มการ์ด ลากลงไทม์ไลน์แล้วกดเล่น ภาพกระตุก เสียงนำหน้าภาพ เลื่อนหัวอ่านทีต้องรอหมุนติ้ว หลายคนคิดว่าต้องเปลี่ยนคอมใหม่ก่อนถึงจะตัดต่อได้ จริง ๆ ยังมีอีกทางที่คนทำงานตัดต่อใช้กันมานาน คือตัดต่อด้วยไฟล์ Proxy
บทความนี้จะเล่าว่าไฟล์เล็กที่ว่านี้คืออะไร ต่างจาก Optimized Media ยังไง สร้างใน Premiere Pro, DaVinci Resolve และ Final Cut Pro ตรงไหน กล้องรุ่นไหนอัดไปพร้อมกันได้ และจุดที่ต้องเช็คก่อน export ไม่ให้ได้คลิปภาพแตกส่งลูกค้า
ทำไมตัด 4K แล้วคอมเล่นไม่ทัน
ลองเทียบขนาดภาพกันก่อน วิดีโอ Full HD มีขนาด 1920 คูณ 1080 พิกเซล รวมราว 2 ล้านจุดต่อหนึ่งเฟรม ส่วน 4K ที่กล้องส่วนใหญ่อัด มีขนาด 3840 คูณ 2160 พิกเซล รวมราว 8.3 ล้านจุด แปลว่าแต่ละเฟรมมีรายละเอียดมากกว่า 4 เท่า
ถ้าคลิปเป็น 30 เฟรมต่อวินาที คอมต้องอ่านและแสดงภาพขนาดนี้ 30 ภาพทุกวินาที ยังไม่นับตอนเราซ้อนข้อความ ใส่เอฟเฟกต์ หรือปรับสีทับไปอีกชั้น
อีกเรื่องคือไฟล์จากกล้องถูกบีบอัดไว้ให้เล็กพอจะลงการ์ดได้ คอมจึงต้องคลายไฟล์ออกก่อนจะแสดงแต่ละเฟรม ไฟล์บางแบบคลายยากกว่าแบบอื่น นี่เป็นเหตุผลที่คลิปจากกล้องบางรุ่นเล่นหนักกว่ากัน ทั้งที่ความละเอียดเท่ากัน
เครื่องที่ช้ากว่างานจะค้างอยู่ตรงนี้ ภาพเลยกระตุก ทางแก้มีสองแบบ คือเพิ่มแรงเครื่อง หรือลดงานที่เครื่องต้องทำ ไฟล์เล็กคือทางที่สอง
ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องเราติดตรงไหน ลองเล่นคลิปเดียวกันแบบไม่มีเอฟเฟกต์ ถ้ายังกระตุก แปลว่าเครื่องเปิดไฟล์ 4K ดิบ ๆ ก็หนักแล้ว
ไฟล์ Proxy คืออะไร
ลองนึกถึงสถาปนิกที่ทำงานกับแบบบ้าน ตัวแบบจริงแผ่นใหญ่เก็บไว้ในตู้ เวลาคุยงานหรือขีดเขียนแก้ไข ใช้สำเนาย่อขนาดเล็กที่พกง่ายกว่า พอได้ข้อสรุปแล้วค่อยกลับไปทำบนแบบจริง
ไฟล์เล็กที่ว่านี้คิดแบบเดียวกัน คือสำเนาของคลิปที่ความละเอียดต่ำกว่าและไฟล์เบากว่า โปรแกรมตัดต่อจะเปิดไฟล์เล็กนี้แทนตอนเราตัด ทำให้คอมไม่ต้องออกแรงเยอะ ส่วนไฟล์จริงยังอยู่ครบ ไม่ได้ถูกแก้หรือลบ
พอตัดเสร็จ โปรแกรมจะกลับไปใช้ไฟล์จริงตอน export งานที่ส่งออกจึงยังได้ความละเอียดเต็มเหมือนเดิม Blackmagic Design ผู้ทำ DaVinci Resolve อธิบายเวิร์กโฟลว์นี้ไว้สั้น ๆ ว่า ตัดด้วยไฟล์เล็กแล้วลิงก์กลับไปที่ไฟล์จากกล้องเพื่อเกรดสี
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ไฟล์จริงกับไฟล์ Proxy ใช้ตอนไหน
ไฟล์จริงไม่ถูกแก้หรือลบ โปรแกรมแค่เปิดไฟล์เล็กแทนระหว่างตัด
ถ่าย
ได้ไฟล์จริงความละเอียดเต็ม กล้องบางรุ่นอัดไฟล์เล็กไปพร้อมกันได้ เช่น Sony α7C อัดไฟล์ 1280×720 ที่ 9 Mbps
สร้างไฟล์เล็ก
ให้โปรแกรมตัดต่อแปลงเป็นสำเนาความละเอียดต่ำ ไฟล์เบากว่า ถ้ากล้องอัดไว้แล้ว ข้ามขั้นนี้ได้
ตัดต่อด้วยไฟล์เล็ก
เปิดโหมดไฟล์เล็ก เลื่อนหัวอ่าน ตัดจังหวะ ใส่เสียง คอมออกแรงน้อยลง
สลับกลับไฟล์จริง
ตอนเกรดสีและเช็คโฟกัส ให้ดูจากไฟล์จริง
export
เช็คว่าโปรแกรมใช้ไฟล์จริง งานที่ส่งออกจะได้ความละเอียดเต็ม
ตัวเลขกล้องจากคู่มือ Sony α7C หลักการตัดด้วยไฟล์เล็กแล้วลิงก์กลับไฟล์จริงเพื่อเกรดสีตามคำอธิบายของ Blackmagic Design
ถ้าคอมกระตุกเฉพาะตอนตัดคลิป 4K แต่ทำงานอื่นได้ปกติ ลองใช้ไฟล์เล็กดูก่อนคิดอัปเกรดเครื่อง
Proxy กับ Optimized Media ต่างกันยังไง
สองคำนี้มักโผล่มาคู่กัน เพราะช่วยให้ตัดลื่นขึ้นเหมือนกัน แต่ทำคนละแบบ
Optimized Media คือการแปลงคลิปเป็นไฟล์ที่โปรแกรมเปิดง่ายขึ้น ความละเอียดเท่าเดิม อย่าง Final Cut Pro จะแปลงเป็น Apple ProRes 422 ซึ่ง Apple บอกว่าช่วยให้ตัดต่อลื่นขึ้น เรนเดอร์เร็วขึ้น และสีดีขึ้นเวลาซ้อนภาพ แต่ไฟล์ไม่ได้เล็กลง
ส่วนไฟล์เล็กลดความละเอียดลงด้วย Apple ระบุว่าไฟล์แบบนี้กินพื้นที่น้อยกว่า Optimized Media มาก ถ้าดิสก์ในเครื่องเหลือไม่เยอะ ทางนี้จะเหมาะกว่า
ใน DaVinci Resolve ก็มีทั้งสองแบบ บทความสอนการใช้งานของ Elements เทียบไว้ว่า Optimized Media เก็บเป็นไฟล์ชื่ออ่านยากที่แชร์ต่อลำบาก ส่วนไฟล์เล็กชื่ออ่านรู้เรื่องและส่งต่อให้คนอื่นได้ง่ายกว่า

ถ้าเครื่องแรงพอแต่เล่นไฟล์จากกล้องบางรุ่นไม่ลื่น ลอง Optimized Media ถ้าเครื่องเบาและพื้นที่น้อย ไปทางไฟล์เล็ก
สร้างไฟล์เล็กใน Premiere Pro
คู่มือของ Adobe บอกขั้นตอนไว้แบบนี้ คลิกขวาที่คลิปในหน้าต่าง Project เลือก Proxy แล้วเลือก Create Proxies จากนั้นเลือกพรีเซ็ตและโฟลเดอร์ที่จะเก็บ กด OK โปรแกรมจะส่งงานไปให้ Adobe Media Encoder แปลงไฟล์ให้
พอแปลงเสร็จ จะสลับไปมาระหว่างไฟล์จริงกับไฟล์เล็กได้ด้วยปุ่ม Toggle Proxies ใต้จอ Program ถ้าปุ่มเป็นสีฟ้าแปลว่ากำลังใช้ไฟล์เล็ก ถ้าไม่เห็นปุ่มนี้ เพิ่มได้จาก Button Editor ของจอ Program
ข่าวดีคือ Adobe ระบุว่าโดยค่าเริ่มต้น Premiere Pro จะใช้ไฟล์ความละเอียดเต็มตอน export แม้จะเปิดโหมดไฟล์เล็กค้างไว้ ยกเว้นเราไปติ๊ก Use Proxies ในหน้าตั้งค่า export เอง
ก่อนกด export ใน Premiere Pro ลองเช็คว่าช่อง Use Proxies ไม่ได้ถูกติ๊กไว้
สร้างไฟล์เล็กใน DaVinci Resolve
ขั้นแรกเข้า Project Settings ไปที่ Master Settings หาส่วน Optimized Media and Render Cache แล้วเลือกความละเอียดและฟอร์แมตของไฟล์เล็กที่ต้องการ
จากนั้นเลือกคลิปใน Media Pool คลิกขวา เลือก Generate Proxy Media รอจนแปลงเสร็จ แล้วไปที่เมนู Playback เลือก Prefer Proxies ในเมนูย่อยเรื่องไฟล์เล็ก โปรแกรมจะเปิดไฟล์เล็กแทนให้เอง
ถ้ามีฟุตเทจเข้ามาเยอะทุกวัน Blackmagic ยังมีแอปแยกสำหรับสร้างไฟล์เล็กโดยเฉพาะ ตั้งเป็นโฟลเดอร์เฝ้าดูไว้ ไฟล์ใหม่ที่เข้ามาจะถูกแปลงเป็นไฟล์เล็กแบบ H.264, H.265 หรือ Apple ProRes ให้อัตโนมัติ และสลับกับไฟล์จริงได้ในคลิกเดียว
ตอน export ในหน้า Deliver ในส่วน Advanced Settings จะมีตัวเลือก Use Proxy Media ถ้าต้องการงานความละเอียดเต็ม ให้ปล่อยช่องนี้ว่างไว้

Final Cut Pro เลือกได้ตั้งแต่ตอนนำเข้า
ใน Final Cut Pro สร้างได้ตั้งแต่ตอนนำเข้า ในหน้าต่าง Media Import ติ๊ก Create proxy media แล้วเลือกฟอร์แมตกับขนาด โปรแกรมจะแปลงอยู่เบื้องหลังหลังนำเข้าเสร็จ ถ้านำเข้าไปแล้ว เลือกคลิปแล้วไปที่ File เลือก Transcode Media ได้เหมือนกัน
ฟอร์แมตให้เลือกระหว่าง Apple ProRes 422 Proxy กับ HEVC ขนาดภาพตั้งได้ตั้งแต่ 12.5 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของไฟล์จริง ถ้าตั้ง 25 เปอร์เซ็นต์ ไฟล์ 4K ความกว้าง 3840 พิกเซลจะเหลือ 960 พิกเซล เบาลงมากแต่ยังพอดูจังหวะตัดได้
การสลับอยู่ที่เมนู View มุมขวาบนของ Viewer มีสามแบบ Optimized/Original ใช้ไฟล์จริง Proxy Preferred ใช้ไฟล์เล็กถ้ามี และอีกแบบใช้ไฟล์เล็กอย่างเดียว คู่มือของ Apple แนะนำให้สลับกลับเป็น Optimized/Original ก่อน Share เพื่อให้ไฟล์ที่ส่งออกได้คุณภาพสูงสุด
จุดนี้ต่างจาก Premiere Pro ใครใช้ Final Cut Pro ลองทำให้เป็นนิสัย สลับกลับทุกครั้งก่อนกด Share
กล้องที่อัด Proxy ไปพร้อมกันได้
กล้องหลายรุ่นทำไฟล์เล็กให้ตั้งแต่ตอนถ่าย ไม่ต้องรอแปลงในคอมเลย อย่าง Sony α7C มีเมนูให้อัดไฟล์ XAVC S HD ขนาด 1280×720 ที่ 9 Mbps ไปพร้อมกับไฟล์หลัก ใช้เฟรมเรตเดียวกัน แต่ถ้าตั้ง XAVC S HD ที่ 120p หรือ 100p จะใช้ฟังก์ชันนี้ไม่ได้
ฝั่งกล้องวิดีโอ Sony FX5 เก็บไฟล์เล็กไว้ในโฟลเดอร์ SUB แยกจากคลิปหลัก และชื่อไฟล์ลงท้ายด้วย S03 ส่วน Panasonic LUMIX GH7 ก็อัดไฟล์บิตเรตต่ำพร้อมกับไฟล์หลักและลิงก์ถึงกันไว้

เรื่องที่ต้องระวังคือไฟล์เล็กพวกนี้อยู่ในโฟลเดอร์ย่อย ถ้าเลือกก๊อปเฉพาะคลิปหลักออกมา ไฟล์ที่กล้องทำให้ก็จะหายไปเฉย ๆ
ถ้ากล้องเรามีเมนูนี้ ลองเปิดไว้แล้วเช็คในคู่มือว่าโปรแกรมตัดต่อที่ใช้อ่านได้ไหม
เก็บไฟล์เล็กไว้ไหนดี
ไฟล์เล็กก็ยังกินพื้นที่ ถ้าแปลงทั้งโปรเจกต์ไว้ในไดรฟ์เดียวกับระบบ ดิสก์อาจเต็มเร็วกว่าที่คิด ทั้ง Adobe และ Resolve ให้เลือกโฟลเดอร์เก็บเองได้ ลองตั้งไว้ในไดรฟ์ทำงานลูกเดียวกับโปรเจกต์ จะได้ย้ายไปเปิดเครื่องอื่นได้ทั้งชุด

Apple ระบุว่า Final Cut Pro เก็บไฟล์จริงไว้เสมอ ไฟล์เล็กกับ Optimized Media ลบทิ้งได้ทุกเมื่อโดยไม่กระทบไฟล์จริง พอส่งงานเสร็จแล้ว ไฟล์พวกนี้คือส่วนที่เคลียร์ทิ้งได้ก่อน
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
สามโปรแกรม สร้าง สลับ และ export
เมนูอาจย้ายที่ตามเวอร์ชัน ลองเช็คกับคู่มือของเวอร์ชันที่ใช้อยู่
Premiere Pro
สร้าง
คลิกขวาคลิป เลือก Proxy แล้ว Create Proxies
สลับ
ปุ่ม Toggle Proxies ใต้จอ Program สีฟ้าคือใช้ไฟล์เล็ก
export ใช้ไฟล์จริงโดยค่าเริ่มต้น
เว้นแต่ติ๊ก Use Proxies
DaVinci Resolve
สร้าง
ตั้งค่าใน Project Settings แล้วคลิกขวา Generate Proxy Media
สลับ
Playback เลือก Proxy Handling แล้ว Prefer Proxies
เช็คช่อง Use Proxy Media
ใน Advanced Settings หน้า Deliver ปล่อยว่างถ้าจะเอาไฟล์จริง
Final Cut Pro
สร้าง
ติ๊ก Create proxy media ตอนนำเข้า หรือ File แล้ว Transcode Media
สลับ
เมนู View ใน Viewer เลือก Proxy Preferred หรือ Proxy Only
สลับกลับเองก่อน Share
Apple แนะนำให้เลือก Optimized/Original ก่อนส่งออก
รวบรวมจากคู่มือ Adobe Premiere Pro, คู่มือ Final Cut Pro เวอร์ชัน 12.4 และคู่มือ DaVinci Resolve ของ Blackmagic Design
ความเข้าใจผิดเรื่องไฟล์เล็กที่พบบ่อย
เรื่องแรก คิดว่าตัดด้วยไฟล์เล็กแล้วงานที่ส่งออกจะชัดน้อยลง ถ้าสลับกลับไฟล์จริงถูกจุด งานที่ export ออกมาจะใช้ไฟล์ความละเอียดเต็ม ภาพที่เห็นไม่คมตอนตัดเป็นแค่ภาพพรีวิว
เรื่องที่สอง คิดว่าทุกโปรแกรมสลับกลับให้เองตอน export Premiere Pro ทำให้โดยค่าเริ่มต้น แต่ Final Cut Pro ให้เราสลับเองก่อน Share และ Resolve มีช่องเลือกใช้ไฟล์เล็กในหน้า Deliver ที่ต้องเช็ค เมนูพวกนี้ย้ายที่ได้ตามเวอร์ชัน ลองเช็คกับคู่มือของโปรแกรมเวอร์ชันที่ใช้อยู่
เรื่องที่สาม คิดว่าต้องดูสีจากไฟล์เล็ก ไฟล์เล็กมีไว้ตัดจังหวะ ส่วนงานเกรดสีและเช็คโฟกัส ให้สลับไปดูที่ไฟล์จริงจะแม่นกว่า
คืนนี้มาลองตัดด้วยไฟล์ Proxy กัน
เลือกโปรเจกต์ที่กระตุกที่สุดมาหนึ่งงาน ตั้งโฟลเดอร์เก็บไฟล์เล็กไว้ในไดรฟ์ทำงาน แล้วสร้างจากคลิปที่ใช้จริงบนไทม์ไลน์ก่อน ไม่ต้องแปลงทั้งการ์ด
พอแปลงเสร็จ เปิดโหมดใช้ไฟล์เล็ก แล้วลองเลื่อนหัวอ่านไปมาเทียบกับก่อนหน้า ตัดต่อให้จบหนึ่งคลิป จากนั้นสลับกลับไฟล์จริง เช็คช่องตั้งค่า export แล้วค่อยกดส่งออก
เปิดไฟล์ที่ได้ ซูมดูรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างตัวหนังสือหรือเส้นผม ถ้าคมเท่าไฟล์จากกล้อง แปลว่าระบบทำงานถูกแล้ว
ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล ไฟล์ที่ได้ยังเบลอ ลองย้อนเช็คปุ่มสลับกับช่องตั้งค่า export อีกรอบ ถ้าเล่นยังกระตุก ลองลดขนาดไฟล์เล็กลงอีกขั้น หรือปิดเอฟเฟกต์หนัก ๆ ไว้ก่อนระหว่างตัด
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ไฟล์เล็กแบบนี้คือสำเนาที่ใช้ตัดแทนไฟล์จริง ช่วยให้คอมไม่แรงตัด 4K ได้ลื่นขึ้น Optimized Media เปิดง่ายแต่ไฟล์ไม่เล็กลง Premiere Pro ใช้ไฟล์จริงตอน export โดยค่าเริ่มต้น Final Cut Pro ต้องสลับกลับเองก่อน Share ส่วน Resolve ให้เช็คช่องเลือกใช้ไฟล์เล็กตอน export และถ้ากล้องอัดไฟล์เล็กให้ ก็ก๊อปทั้งการ์ดออกมาเสมอ
แล้วโปรเจกต์ที่ค้างอยู่ในเครื่องตอนนี้ ถ้าลองตัดด้วยไฟล์เล็ก จะเสร็จเร็วขึ้นแค่ไหน?
อ่านต่อ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องถ่าย 4K ทุกคลิปไหม อ่านต่อที่ ถ่าย 4K ทุกคลิปจำเป็นไหม แล้วตอนไหนที่ 1080p ก็พอแล้ว อยากรู้ว่าทำไมไฟล์จากกล้องบางแบบเปิดหนักกว่า ดูต่อที่ บิตเรต กับโค้ดเค H.264 H.265 เลือกยังไงให้ไฟล์พอดีกับงาน ส่วนการ์ดที่ใช้อัดไฟล์คู่กัน ดูที่ การ์ดความจำ V30 V60 V90 ต่างกันยังไง และขั้นตอนฉบับเต็มของ Adobe อ่านได้ที่ Create proxies ใน Premiere Pro
