SIGMA เพิ่งเปิดตัว FP2 ไปเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 หลายคนที่กำลังดูกล้อง L-Mount ก็เลยมีคำถามตามมาทันทีว่า ถ้าเทียบกับ LUMIX S1II ที่ออกมาตั้งแต่กลางปี 2025 ควรเลือกตัวไหน เพราะสองตัวนี้ใช้เซนเซอร์ฟูลเฟรมราว 24 ล้านพิกเซลแบบ partially stacked เหมือนกัน และ DPReview ก็ระบุว่า FP2 สร้างบนเซนเซอร์ตัวเดียวกับ S1II

แต่พอเซนเซอร์ใกล้กันขนาดนี้ คำถามว่าตัวไหนดีกว่าก็แทบไม่มีความหมายแล้วครับ สิ่งที่ต่างกันจริงคือทุกอย่างที่อยู่รอบเซนเซอร์ FP2 เลือกให้ตัวกล้องเล็กที่สุดแล้วให้เราต่อเติมเอง ส่วน S1II เลือกใส่ทุกอย่างที่งานจริงต้องใช้ไว้ในตัวเดียว คำถามที่ช่วยเราได้มากกว่าคือ งานของเราหน้าตาเป็นยังไง
บทความนี้เทียบจากสเปกทางการของทั้งสองค่าย และข้อสังเกตจากสื่อต่างประเทศ ภาพทั้งหมดเป็นภาพทางการจาก SIGMA และ Panasonic ยังไม่ใช่รีวิวจากการใช้งานจริงของเรานะครับ ใครอยากดูรายละเอียดของ FP2 ตัวเดียวก่อน อ่านได้ที่ SIGMA FP2 เหมาะกับใคร
ขนาดและน้ำหนัก ต่างกันเกือบเท่าตัว
เริ่มจากเรื่องที่เห็นชัดที่สุดก่อน FP2 หนักราว 460 กรัมเมื่อรวมแบตและการ์ด ตัวกล้องหนาแค่ 41.8 มม. ส่วน S1II หนักราว 800 กรัมเมื่อรวมแบต การ์ด และฝาปิดฮอตชู ขนาดตัวกล้อง 134.3 x 102.3 x 91.8 มม. ตามสเปกของ Panasonic

ตัวเลขนี้แปลเป็นการใช้งานได้ตรง ๆ ครับ FP2 คือกล้องที่ใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กแล้วลืมว่าพกมา ส่วน S1II มีกริปลึก มีหลังคาช่องมองภาพ มีปุ่มกับจอยสติ๊กครบ ถือนาน ๆ หรือใส่เลนส์ซูมใหญ่แล้วมือไม่ล้าเท่า ข้อดีของอีกฝั่งก็คือข้อเสียของฝั่งนี้พอดี

กันสั่นกับช่องมองภาพ จุดที่ห่างกันมากที่สุด
S1II มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง Panasonic ระบุไว้สูงสุด 8 สต็อปที่กลางภาพตามมาตรฐาน CIPA และมีโหมดกันสั่นสำหรับวิดีโอที่ไม่ครอปภาพ TechRadar ที่รีวิวตัวนี้ก็ชมว่ากันสั่นตอนถ่ายวิดีโอทำได้ดีมาก ส่วน FP2 ไม่มีกันสั่นในตัวกล้องเลย ถ้าถือถ่ายวิดีโอด้วยมือเปล่าต้องพึ่งเลนส์ที่มีกันสั่น กิมบอล หรือกันสั่นในโปรแกรมทีหลัง
ช่องมองภาพก็คล้ายกัน S1II มี EVF แบบ OLED ราว 5.76 ล้านจุดอยู่ในตัว พร้อมจอหลังที่ทั้งพับและหมุนได้ ส่วน FP2 มีแค่จอหลังแบบพับขึ้นลง ถ้าอยากได้ช่องมองภาพต้องซื้อ EVF-21 เพิ่ม ซึ่งความละเอียดราว 5.76 ล้านจุดเท่ากัน แต่เป็นอุปกรณ์เสริมที่เสียบเข้าทาง USB-C

ชัตเตอร์และความเร็ว
S1II มีทั้งชัตเตอร์กลไกที่ถ่ายต่อเนื่องได้ราว 10 ภาพต่อวินาที และชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไปได้ถึง 70 ภาพต่อวินาที พร้อมโฟกัสต่อเนื่อง ส่วน FP2 ใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว ถ่ายต่อเนื่องได้ราว 20 ภาพต่อวินาที และ DPReview ระบุว่าความเร็วซิงก์แฟลชสูงสุดอยู่ที่ 1/50 วินาที
สำหรับคนถ่ายกีฬา สัตว์ หรือใช้แฟลชในงานอีเวนต์เป็นประจำ ข้อนี้คือเหตุผลหนักข้อหนึ่งที่จะเอียงไปทาง S1II ส่วนคนถ่ายสตรีท ท่องเที่ยว หรือพอร์ตเทรตแสงธรรมชาติ 20 ภาพต่อวินาทีของ FP2 ก็เกินพอแล้ว

วิดีโอ ต่างกันตรงไหน
ทั้งสองตัวถ่าย open gate ได้ แต่ตัวเลขไม่เท่ากัน FP2 ถ่าย 6K open gate ได้ถึง 60p ส่วน S1II ถ่าย 6K open gate ได้ 30p และ 5.1K open gate ได้ 60p ถ้างานของเราต้องการ 6K เต็มเซนเซอร์ที่ 60p ตัวเลขนี้ FP2 ได้เปรียบ

เรื่อง ProRes RAW กลับกัน S1II บันทึก ProRes RAW HQ ในตัวกล้องได้ถึง 5.8K 30p ลงการ์ด CFexpress Type B และยังบันทึกลง USB-SSD ได้ด้วย ส่วน FP2 ถ่าย ProRes RAW ได้ถึง 6K 30p แต่บันทึกได้เฉพาะ SSD ภายนอกเท่านั้น แปลว่าถ้าอยากถ่าย RAW กับ FP2 ต้องพกและยึด SSD ไว้กับกล้องทุกครั้ง
ฝั่งโปรไฟล์ Log ก็ต่างกัน FP2 ใช้ L-Log ของ Leica และ SIGMA ระบุช่วงไดนามิกเรนจ์ไว้ราว 14.1 สต็อปเมื่อถ่าย 4K เต็มเซนเซอร์ ส่วน S1II ใช้ V-Log ที่คนใช้ LUMIX คุ้นอยู่แล้ว Panasonic ระบุไว้ 15 สต็อปเมื่อเปิด Dynamic Range Boost และมากกว่า 14 สต็อปเมื่อปิด

FP2 ยังมีของที่คนทำหนังชอบ อย่างสวิตช์แยกโหมด STILL กับ CINE ที่เปลี่ยนทั้งเมนูและหน้าจอ และ Director’s Viewfinder ที่จำลองเฟรมของกล้องซีนีม่าอย่าง ARRI ALEXA 35 หรือ Sony VENICE 2 ได้ ส่วน S1II ได้เปรียบเรื่องกันสั่นในตัวที่ทำให้ถือถ่ายเดินตามได้เลยโดยไม่ต้องริกเพิ่ม

การ์ด แบต และความทนทาน
S1II มีช่องการ์ดคู่ ช่องหนึ่งเป็น CFexpress Type B อีกช่องเป็น SD ใช้แบ็กอัปไฟล์ได้ทันทีที่ถ่าย ส่วน FP2 มีช่อง SD ช่องเดียว แต่เพิ่มหน่วยความจำในตัว 70GB มาให้ ถ่ายจนการ์ดเต็มก็บันทึกต่อในตัวกล้องได้

เรื่องแบตมีข่าวดีสำหรับคนที่อยากมีทั้งสองตัว แบต BP-91 ของ FP2 เป็นแบบเดียวกับ DMW-BLK22 ที่ S1II ใช้ ตามที่ DPReview ระบุ สลับใช้กันได้ SIGMA ระบุว่า FP2 ถ่ายได้ราว 370 ภาพต่อการชาร์จ ส่วน TechRadar อ้างค่ามาตรฐาน CIPA ของ S1II ไว้ราว 350 ภาพ
ส่วนความทนทาน Panasonic ระบุว่า S1II เป็นบอดี้แมกนีเซียม กันฝุ่น กันละอองน้ำ และใช้งานได้ถึงอุณหภูมิ -10 องศาเมื่อใช้คู่กับเลนส์ที่รองรับ ส่วนประกาศของ FP2 ยังไม่ได้พูดถึงการซีลกันฝุ่นกันน้ำ ใครถ่ายงานกลางแจ้งในสภาพอากาศไม่แน่นอนเป็นประจำ ควรรอสเปกเต็มของ FP2 ก่อนตัดสินใจ

ราคา
FP2 ราคาตั้งต้นในอเมริกา 2,199 ดอลลาร์สำหรับบอดี้เปล่า หรือ 2,749 ดอลลาร์ถ้าซื้อชุดพร้อม EVF-21 เริ่มขาย 11 พฤศจิกายน ส่วน S1II เปิดตัวเมื่อพฤษภาคม 2025 ด้วยราคาบอดี้ 3,199 ดอลลาร์ ราคาตามร้านตอนนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว และราคาไทยของ FP2 ยังไม่ประกาศ
ถ้าดูแค่ราคาบอดี้ FP2 ถูกกว่าชัดเจน แต่ต้องคิดต่อว่าเราต้องเติมอะไรให้ FP2 บ้างถึงจะทำงานเดียวกับ S1II ได้ ทั้งช่องมองภาพ กริป ฮอตชูสำหรับแฟลช SSD สำหรับ RAW และกิมบอลถ้าถือถ่ายวิดีโอ ยิ่งเติมเยอะ ส่วนต่างก็ยิ่งแคบลง

แล้วควรเลือกตัวไหน
ถ้างานของเราคือพกกล้องติดตัวทุกวัน ถ่ายท่องเที่ยว สตรีท หรืออยากได้บอดี้ฟูลเฟรมที่เล็กที่สุดไว้ใส่กิมบอล ติดรถ หรือเป็นกล้องตัวที่สองในกองถ่าย และงานส่วนใหญ่ไม่ได้พึ่งกันสั่นในตัว แฟลช หรือช่องมองภาพ FP2 ตอบโจทย์กว่า และได้ 6K open gate 60p มาในตัวเล็กขนาดนี้ด้วย
แต่ถ้างานของเราต้องถือถ่ายวิดีโอเดินตามบ่อย ถ่ายงานอีเวนต์หรืองานแต่งที่ต้องใช้แฟลชและการ์ดคู่ ถ่ายกีฬาหรือสัตว์ที่ต้องใช้ความเร็ว หรือถ่ายกลางแจ้งในสภาพอากาศไม่แน่นอน S1II คือกล้องที่หยิบไปทำงานได้เลยโดยไม่ต้องเติมอะไร
ลองเช็คจากงานของตัวเองดู
ลองเปิดงานที่ถ่ายในสามเดือนที่ผ่านมาดูครับ แล้วนับคร่าว ๆ สามเรื่อง กี่งานที่ถือถ่ายวิดีโอด้วยมือเปล่า กี่งานที่ใช้แฟลช และกี่งานที่กล้องต้องอยู่กลางแดดกลางฝน ถ้าทั้งสามข้อแทบไม่เกิดขึ้นเลย ความเล็กของ FP2 จะคุ้มค่ามาก แต่ถ้าเกิดขึ้นเกือบทุกงาน S1II จะทำให้ชีวิตง่ายกว่าเยอะ
สองตัวนี้ไม่ได้แข่งกันว่าใครเก่งกว่า แต่ตอบคนละโจทย์ คำถามที่ควรถามจึงเป็น เราอยากให้กล้องทำทุกอย่างในตัวเดียว หรืออยากได้กล้องเล็กที่สุดแล้วเติมเอาเองตามงาน
แล้วถ้าต้องเลือกตอนนี้ ทุกคนเอียงไปทางไหนครับ งานหลักของเราคืออะไร
CreatorSchoolThailand ทำงานร่วมกับ SIGMA และ LUMIX ในบางโปรเจกต์ บทความนี้ไม่ได้รับค่าตอบแทน
ที่มา: SIGMA Press Center, SIGMA FP2 (ภาพประกอบ), Panasonic LUMIX S1II (สเปกและภาพประกอบ), Panasonic North America, DPReview, TechRadar รีวิว S1II, TechRadar FP2
