หน้าแรก/บทความ/กล้องและอุปกรณ์

ฟูลเฟรม 35mm ทำไมเรียกแบบนี้ ทั้งที่เซนเซอร์จริงคือ 36 x 24 มม.

ปกบทความ ฟูลเฟรม 35mm ทำไมเรียกแบบนี้ ทั้งที่เซนเซอร์จริงคือ 36 x 24 มม.

ลองเปิดหน้าสเปกกล้องฟูลเฟรมสักตัวดู เกือบทุกแบรนด์จะเรียกว่าเซนเซอร์ฟูลเฟรม 35mm แต่พอเลื่อนลงไปดูตัวเลขจริง กลับเจอ 36 x 24 มิลลิเมตร หรือบางรุ่นเล็กกว่านั้นอีก อย่าง Canon EOS-1Ds ที่เปิดตัวปี 2002 เซนเซอร์วัดได้ 35.8 x 23.8 มิลลิเมตร ไม่มีด้านไหนยาว 35 เลยสักด้าน

แล้วเลข 35 มาจากไหน ทำไมเซนเซอร์ฟูลเฟรมถึงถูกเรียกว่า 35mm ทั้งที่ไม่มีฟิล์มอยู่ในกล้องแล้ว เรื่องนี้ย้อนไปได้เกือบ 140 ปี ผ่านห้องแล็บของ Edison ช่างกล้องที่เป็นโรคหอบ และระบบฟิล์มที่ตายไปแล้วแต่ชื่อยังอยู่ในกล้องของเราทุกวันนี้ มาไล่ดูกันทีละช่วง

แถบฟิล์ม 35mm เห็นรูหนามเตยสองข้างและเฟรมภาพตรงกลาง
เลข 35 จริง ๆ คือความกว้างของแถบฟิล์มทั้งแถบ รวมรูหนามเตยสองข้างด้วย

ฟูลเฟรม 35mm เริ่มจากความกว้างของแถบฟิล์ม ไม่ใช่ขนาดภาพ

จุดเริ่มต้นอยู่ที่วงการภาพยนตร์ ไม่ใช่ภาพนิ่ง ปี 1889 William Kennedy Laurie Dickson ที่ทำงานในห้องแล็บของ Thomas Edison ต้องการฟิล์มสำหรับกล้องถ่ายภาพยนตร์ เขาเอาฟิล์มเซลลูลอยด์ใสกว้าง 70 มิลลิเมตรที่ Eastman ผลิตให้กล้อง Kodak มาผ่าครึ่งตามยาว ได้แถบกว้าง 35 มิลลิเมตร

ตัว Dickson เองบันทึกไว้ว่าความกว้างคือ 1 3/8 นิ้ว และนับรวมรูหนามเตยที่เจาะไว้สองข้างของแถบด้วย รูพวกนี้มีไว้ให้เฟืองในกล้องและเครื่องฉายเกี่ยวดึงฟิล์มไปทีละเฟรม พอหักพื้นที่รูสองข้างออก พื้นที่รับภาพจริงก็เหลือแคบกว่า 35 มิลลิเมตรไปเยอะ

เฟรมภาพยนตร์ยุคแรกของ Edison มีขนาด 24.89 x 18.67 มิลลิเมตร สูงสี่รูหนามเตยต่อหนึ่งเฟรม ฟิล์มวิ่งในแนวตั้ง ภาพจึงวางขวางแถบ ด้านกว้างราว 24 มิลลิเมตรกินความกว้างแถบเกือบหมด ปี 1909 กลุ่ม Motion Picture Patents Company ตกลงใช้ฟิล์มกว้าง 35 มิลลิเมตร รูแบบ Edison และสัดส่วนภาพ 4 ต่อ 3 เป็นมาตรฐาน จากนั้นมาคำว่า 35mm ก็กลายเป็นชื่อเรียกขนาดฟิล์มหนังไปทั่วโลก

ตั้งแต่วันแรก เลข 35 จึงเป็นชื่อของแถบฟิล์ม ไม่เคยเป็นชื่อของขนาดภาพเลย

แถบฟิล์มภาพยนตร์คลี่ออกจากม้วนฟิล์ม
ฟิล์ม 35mm เกิดมาเพื่อหนังก่อน กล้องถ่ายภาพนิ่งมายืมใช้ทีหลัง

Oskar Barnack หมุนเฟรมหนังมาวางแนวนอน แล้วได้ 24 x 36

ต่อมาที่เมือง Wetzlar ประเทศเยอรมนี Oskar Barnack ช่างกลความละเอียดสูงที่ย้ายจาก Carl Zeiss มาทำงานกับ Ernst Leitz ตั้งแต่ปี 1911 เขาเป็นโรคหอบหืดหนัก การแบกกล้องเพลทไม้ใหญ่ ๆ ขึ้นเขาจึงเป็นเรื่องลำบาก ปี 1913 เขาเริ่มออกแบบกล้องตัวเล็กที่ใช้ฟิล์มหนัง 35mm ซึ่งหาได้อยู่แล้ว

แหล่งประวัติศาสตร์เล่าวัตถุประสงค์ไว้สองแบบ แบบหนึ่งบอกว่าทำไว้ถ่ายวิวตอนเดินเขา อีกแบบบอกว่าทำไว้ทดสอบค่าแสงของฟิล์มหนังก่อนถ่ายจริง แต่สิ่งที่ทุกแหล่งตรงกันคือวิธีคิดของเขา Barnack ให้ฟิล์มวิ่งแนวนอนแทนแนวตั้ง แล้วใช้ความยาวเท่ากับเฟรมหนังสองเฟรมต่อกัน จาก 18 x 24 จึงกลายเป็น 24 x 36 มิลลิเมตร สัดส่วน 2 ต่อ 3 ที่เขาชอบ พื้นที่ภาพเพิ่มจาก 432 เป็น 864 ตารางมิลลิเมตร เท่าตัวพอดี

ถ้าลองนับรูหนามเตยดู จะเห็นว่าเลขลงตัวสวยมาก มาตรฐาน SMPTE 102 กำหนดระยะห่างรูไว้ 4.75 มิลลิเมตร กล้องภาพนิ่งเลื่อนฟิล์มครั้งละ 8 รู เท่ากับ 38 มิลลิเมตร ใช้เป็นภาพ 36 อีก 2 มิลลิเมตรเป็นช่องว่างระหว่างเฟรม ส่วนนี้มีบางแหล่งเล่าว่าต้นแบบแรกอาจเป็น 24 x 38 แล้วค่อยตัดเหลือ 24 x 36 ภายหลัง ประเด็นนี้นักประวัติศาสตร์ยังเถียงกันอยู่

ต้นแบบที่ต่อมาถูกเรียกว่า Ur-Leica มีตัวทำงานได้อย่างช้าสุดในปี 1914 ส่วนรุ่นขายจริงอย่าง Leica I เปิดตัวที่งาน Leipzig Spring Fair ปี 1925 กล้องตระกูล Leica I ผลิตออกมาราว 60,600 ตัว และทำให้คนเริ่มเชื่อว่าเฟรมเล็กแค่ 24 x 36 ก็ใช้ทำงานจริงได้

กล้อง Ur-Leica ต้นแบบของ Oskar Barnack
กล้องตัวเล็กใช้ฟิล์มหนังแบบนี้คือจุดกำเนิดของขนาด 24 x 36 ที่เราเรียกว่าฟูลเฟรมทุกวันนี้ ภาพ Leica Camera

Kodak ตั้งชื่อ 135 แต่คนยังเรียกฟิล์ม 35 ต่อ

ช่วงแรกคนที่ใช้กล้องแบบ Leica ต้องตัดฟิล์มหนังมาใส่เอง จนปี 1934 Kodak ออกตลับฟิล์มแบบโหลดในที่สว่างได้ และตั้งชื่อรหัส 135 ให้ฟิล์ม 35mm สำหรับภาพนิ่งโดยเฉพาะ ตลับแบบนี้ August Nagel ออกแบบที่เมือง Stuttgart สำหรับกล้อง Kodak Retina แต่ใส่กับ Leica และ Contax ได้ด้วย

ตรงนี้คือจุดที่ขนาด 24 x 36 เลิกเป็นแค่ทางเลือกของบริษัทเดียว แล้วกลายเป็นมาตรฐานของทั้งวงการ แต่สังเกตไหมว่าชื่อทางการคือ 135 คนทั่วไปกลับเรียกติดปากว่าฟิล์ม 35 หรือกล้อง 35 มิล มาตลอด เพราะคำว่า 35mm ติดหูจากโรงหนังมาก่อนแล้ว

ผลคือคำเดียวกันเริ่มมีสองความหมายซ้อนกัน ในโลกหนัง 35mm หมายถึงเฟรมราว 18 x 24 ที่วิ่งแนวตั้ง ในโลกภาพนิ่ง 35mm หมายถึงเฟรม 24 x 36 ที่วิ่งแนวนอน ทั้งสองใช้แถบฟิล์มกว้างเท่ากัน แต่ขนาดภาพต่างกันเท่าตัว ความสับสนเรื่องนี้จะกลับมาอีกครั้งตอนเราคุยเรื่อง Super 35

คำว่า Full Frame กับ APS-C เป็นคำของยุคดิจิทัล

ยุคฟิล์ม แทบไม่มีใครต้องพูดว่ากล้องฟูลเฟรม เพราะกล้อง 35 ทุกตัวถ่ายเต็มเฟรม 24 x 36 อยู่แล้ว คำว่า full frame ในยุคนั้นมีใช้อยู่บ้าง เช่นในวงการหนังที่หมายถึงการถ่ายเต็มช่องรับภาพ หรือในโฆษณากล้องฟิล์มบางรุ่น แต่ยังไม่ใช่คำที่ใช้แบ่งชนชั้นกล้องแบบทุกวันนี้

ทุกอย่างเปลี่ยนตอนกล้องดิจิทัลมา เซนเซอร์ใหญ่ผลิตยากและแพง ยิลด์ต่ำ กล้อง DSLR ยุคแรก ๆ จึงใช้เซนเซอร์เล็กกว่าเฟรมฟิล์ม ภาพที่ได้แคบกว่าที่เลนส์ตัวเดิมเคยให้ วงการจึงต้องมีคำไว้เรียกเซนเซอร์ที่ใหญ่เท่าฟิล์มจริง ๆ ปี 2002 มีทั้ง Contax N Digital และ Canon EOS-1Ds ออกมา ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Canon ตอนนั้นเรียกเซนเซอร์ตัวเองว่า full frame 35mm CMOS ตัวแรก และบอกว่ามีขนาดและสัดส่วนเท่าฟิล์ม 35mm ส่วน Nikon ตามมาด้วย D3 ในปี 2007 และใช้ชื่อการตลาดของตัวเองว่า FX

ส่วนคำว่า APS-C ก็มาจากฟิล์มเหมือนกัน Advanced Photo System หรือ APS เป็นระบบฟิล์มที่ Kodak, Fujifilm, Minolta, Nikon, Canon และอีกหลายเจ้าร่วมกันเปิดตัวปี 1996 ใช้ฟิล์มกว้าง 24 มิลลิเมตร เลือกถ่ายได้สามแบบ แบบ H ขนาด 30.2 x 16.7 แบบ C ขนาด 25.1 x 16.7 และแบบพาโนรามา P ขนาด 30.2 x 9.5 มิลลิเมตร ตัว C ย่อมาจาก Classic ที่ให้สัดส่วน 3 ต่อ 2 แบบฟิล์ม 35 ปกติ

ระบบ APS ไม่ได้อยู่นาน Kodak เลิกผลิตกล้อง APS ในปี 2004 และฟิล์ม APS เจ้าสุดท้ายอย่าง Fujifilm กับ Kodak ก็เลิกผลิตในปี 2011 แต่ชื่อ APS-C ยังอยู่บนกล่องกล้องเป็นล้านตัว ทั้งที่เซนเซอร์ APS-C จริง ๆ ก็ไม่ได้เท่าเฟรมฟิล์ม C เป๊ะ ฝั่ง Canon อยู่ที่ราว 22.3 x 14.9 ส่วน Nikon, Sony และ Fujifilm อยู่ที่ราว 23.5 x 15.6 มิลลิเมตร

บอดี้กล้องดิจิทัลที่ถอดเลนส์ออก เห็นเซนเซอร์ในเมาท์
ชื่อ full frame กับ APS-C ที่เห็นบนกล่องกล้อง ล้วนยืมมาจากระบบฟิล์มทั้งคู่

35mm equivalent ใช้ฟิล์ม 35 เป็นไม้บรรทัด

อีกที่ที่เลข 35 ไม่ยอมไปไหนคือคำว่า 35mm equivalent หรือทางยาวโฟกัสเทียบเท่าฟูลเฟรม ที่เห็นบ่อยบนกล้องคอมแพกต์ กล้องมือถือ และกล้อง APS-C หรือ M43 คำนี้มีไว้ตอบคำถามเดียว คือเลนส์ตัวนี้บนเซนเซอร์ขนาดนี้ จะได้มุมรับภาพเท่ากับเลนส์กี่มิลบนกล้อง 35

แนวทาง CIPA DCG-001 ของสมาคมผู้ผลิตกล้องญี่ปุ่นคิดจากเส้นทแยงมุม เฟรม 36 x 24 มีเส้นทแยง 43.27 มิลลิเมตร เอาตัวเลขนี้หารด้วยเส้นทแยงของเซนเซอร์ที่ใช้ แล้วคูณกับทางยาวโฟกัสจริงของเลนส์ ผลที่ได้คือทางยาวโฟกัสเทียบเท่า ตัวอย่างง่าย ๆ เลนส์ 24 มม. บนกล้องที่ครอป 1.5 เท่า จะให้มุมรับภาพตามแนวทแยงเท่ากับเลนส์ 36 มม. บนกล้อง 35

ทำไมต้องเทียบกับฟิล์ม 35 ด้วย คำตอบคือคนถ่ายภาพหลายรุ่นจำมุมของ 24, 35, 50 และ 85 มม. บนกล้อง 35 ได้จนขึ้นใจแล้ว การมีไม้บรรทัดกลางสักอันทำให้เทียบกล้องต่างขนาดเซนเซอร์กันได้ทันที ไม่ต้องจำชุดตัวเลขใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนกล้อง

แต่ไม้บรรทัดนี้วัดได้เรื่องเดียวคือมุมรับภาพ ไม่ได้บอกเรื่องระยะชัดลึกหรือความไวแสง และถ้าเซนเซอร์เป็นสัดส่วน 4 ต่อ 3 การเทียบตามเส้นทแยงกับตามด้านกว้างก็จะได้ตัวเลขไม่ตรงกัน ใครเคยงงว่าทำไมเว็บสองเว็บบอกค่าเทียบเท่าของกล้องตัวเดียวกันไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่มาจากตรงนี้

เลนส์กล้องขนาดเล็กบนตัวเครื่องสีดำ ระยะใกล้
เลนส์จริงอาจสั้นแค่ไม่กี่มิล แต่หน้าสเปกมักบอกเป็นค่าเทียบกับกล้อง 35 เพื่อให้เรานึกมุมภาพออก

Super 35 ไม่ใช่ฟูลเฟรม แม้จะมีเลข 35 เหมือนกัน

จำได้ไหมว่าฟิล์ม 35 มีสองโลก ชื่อ Super 35 มาจากโลกหนัง ไม่ใช่โลกภาพนิ่ง มันใช้แถบฟิล์ม 35mm แถบเดียวกัน แต่ขยายพื้นที่ภาพไปกินส่วนที่เดิมกันไว้ให้แทร็กเสียง ได้ช่องรับภาพ 24.89 x 18.66 มิลลิเมตร ใหญ่กว่าเฟรมมาตรฐาน Academy ที่ 21.95 x 16.00 มิลลิเมตรราว 32 เปอร์เซ็นต์

พอวงการหนังเปลี่ยนมาใช้กล้องดิจิทัล กล้องซีเนม่ารุ่นแรก ๆ อย่าง ARRI Alexa และ RED Epic ก็ใช้เซนเซอร์ขนาดราว Super 35 ทำให้ช่างภาพหนังได้มุมภาพใกล้กับที่คุ้นเคยจากยุคฟิล์ม ถ้าเอาตัวเลขมาวางเทียบดู 24.89 x 18.66 ของ Super 35 อยู่ใกล้ APS-C ที่ราว 23.5 x 15.6 มากกว่าใกล้ฟูลเฟรม 36 x 24 เยอะ

เลข 35 ในคำว่า Super 35 กับเลข 35 ในคำว่า 35mm full frame จึงมาจากแถบฟิล์มเดียวกัน แต่หมายถึงขนาดภาพคนละขนาด เวลาเห็นกล้องวิดีโอโฆษณาว่าเซนเซอร์ Super 35 อย่าเผลอคิดว่าใหญ่เท่าฟูลเฟรม เรื่องนี้เราเขียนไว้ละเอียดแยกอีกบทความหนึ่ง ลิงก์อยู่ท้ายบทความ

ม้วนฟิล์มภาพยนตร์ขนาดใหญ่บนเครื่องฉาย
Super 35 มาจากโลกหนัง ใช้แถบฟิล์มเดียวกันแต่พื้นที่ภาพเล็กกว่าฟูลเฟรมของกล้องภาพนิ่ง

แล้วมันแปลว่าอะไรกับเรา

ข้อแรก การเรียกเซนเซอร์ฟูลเฟรมว่า 35mm ไม่ได้ผิด มันคือชื่อที่สืบทอดมาจากฟิล์ม 135 ที่กว้าง 35 มิลลิเมตรจริง ๆ แค่ต้องเข้าใจว่าเลขนี้เป็นชื่อ ไม่ใช่ขนาดที่วัดได้ คนที่บอกว่าเรียกผิดเพราะเซนเซอร์ไม่ได้ยาว 35 ก็ถูกครึ่งเดียว

ข้อสอง เวลาอ่านสเปก ให้ดูตัวเลขมิลลิเมตรของเซนเซอร์ทุกครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ชื่อเรียก ฟูลเฟรมแต่ละรุ่นต่างกันได้นิดหน่อย APS-C แต่ละแบรนด์ต่างกันชัดกว่านั้น และ Super 35 ก็ไม่ใช่ขนาดเดียวตายตัวในโลกดิจิทัล ตัวเลขจริงจะบอกได้แม่นกว่าชื่อเสมอ

ข้อสาม ค่าเทียบเท่า 35mm มีไว้เทียบมุมภาพเท่านั้น ถ้าจะคุยเรื่องฉากหลังเบลอหรือการเก็บแสง ต้องคิดเรื่องขนาดเซนเซอร์กับรูรับแสงแยกอีกชั้น

คืนนี้ลองทำการทดลองเล็ก ๆ ดู เอาไม้บรรทัดวาดกรอบ 18 x 24 มิลลิเมตรบนกระดาษ แล้ววาดอีกกรอบขนาด 24 x 36 ข้าง ๆ จะเห็นทันทีว่าทำไมการหมุนเฟรมหนังมาวางนอนถึงได้ภาพใหญ่ขึ้นเท่าตัว จากนั้นเปิดหน้าสเปกกล้องของตัวเอง หาขนาดเซนเซอร์เป็นมิลลิเมตร แล้ววาดกรอบที่สามซ้อนลงไป ลองดูว่ากล้องที่เราถืออยู่ใกล้กับกรอบไหนมากกว่ากัน

ตลับฟิล์ม 35mm วางคู่กับกล้อง
ฟิล์มไม่ใช่สื่อหลักแล้ว แต่ภาษาที่เราใช้คุยเรื่องกล้องยังเป็นภาษาของฟิล์มอยู่

สรุป

เลข 35 เริ่มจากแถบฟิล์มหนังที่ Dickson ผ่าครึ่งจากฟิล์ม 70 มิลลิเมตร Barnack หมุนเฟรมหนังมาวางนอนจนได้ 24 x 36 Kodak ทำให้ขนาดนี้เป็นมาตรฐานด้วยตลับ 135 แล้ววงการดิจิทัลก็ยืมชื่อทั้งหมดนี้มาใช้ต่อ พร้อมเติมคำว่า full frame กับ APS-C เข้าไปอีก ชื่อพวกนี้ยังอยู่เพราะมันทำหน้าที่เป็นภาษากลาง ให้คนถ่ายภาพหลายรุ่นคุยกันรู้เรื่อง ถึงฟิล์มจะไม่ได้อยู่ในกล้องแล้วก็ตาม

ใครเคยเจอคำเรียกขนาดเซนเซอร์ที่ทำให้งงมากกว่านี้ หรือรู้เกร็ดเรื่องฟิล์ม 35 ที่ยังไม่ได้เล่าไว้ในนี้ มาเล่าเพิ่มกันได้เลย

อ่านต่อ

ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไง · เซนเซอร์ Super 35 คืออะไร

ที่มา: 35 mm movie film (Wikipedia) · Leica Timeline 1914 · Fstoppers, Full Frame Is 24x36mm Because a Leitz Engineer Doubled a Movie Frame · Advanced Photo System (Wikipedia) · DPReview, Canon EOS-1Ds 11 megapixel full-frame CMOS · 35 mm equivalent focal length (Wikipedia) · Super 35 (Wikipedia) · Full-frame digital SLR (Wikipedia)

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด