ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง เลือกระยะเลนส์ให้ตรงงาน

เคยเป็นไหม ถ่ายเพื่อนด้วยเลนส์ที่ติดมากับกล้องแล้วหน้าดูบวม จมูกดูใหญ่ แต่เพื่อนอีกคนถ่ายมุมเดียวกันด้วยเลนส์ 85mm กลับได้หน้าสวย ฉากหลังนุ่ม ดูแพงกว่ากันเห็น ๆ ทั้งที่กล้องก็รุ่นใกล้ ๆ กัน สิ่งที่ทำให้ต่างกันขนาดนี้ คือตัวเลขมิลลิเมตรบนกระบอกเลนส์ที่เราเรียกว่า ทางยาวโฟกัส ซึ่งหลายคนอ่านแค่ว่าซูมได้แค่ไหน
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเลข 24, 35, 50, 85 และเลนส์ที่ยาวกว่านั้น เปลี่ยนอะไรในภาพบ้าง ตั้งแต่มุมภาพ ระยะที่ต้องยืน หน้าตาของฉากหลัง ไปจนถึงภาพเบลอเพราะมือสั่น แล้วค่อยมาจับคู่กับงานที่ถ่ายกันจริง ทั้ง vlog สตรีท พอร์ตเทรต สินค้า วิว และสัมภาษณ์ หลักนี้ใช้ได้กับเลนส์ทุกค่าย รวมถึงปุ่ม 1x 2x บนมือถือของเราด้วย
ทางยาวโฟกัส คืออะไร ลองนึกถึงหลอดกระดาษดู
เวลาส่องผ่านหลอดกระดาษ ถ้าหลอดสั้น เราจะเห็นห้องได้กว้าง แต่ถ้าหลอดยาว จะเห็นแค่วงแคบ ๆ ส่วนของในวงนั้นกลับดูใหญ่ขึ้น เลนส์ก็ทำงานคล้าย ๆ กันแบบนี้
ถ้าพูดแบบตำรา ทางยาวโฟกัส คือระยะจากจุดที่แสงในเลนส์มารวมกันไปจนถึงเซนเซอร์ วัดตอนโฟกัสที่ระยะไกลสุด หน่วยเป็นมิลลิเมตร และไม่ใช่ความยาวของกระบอกเลนส์
จำแค่ข้อเดียวก็พอ ตัวเลขยิ่งมาก มุมภาพก็ยิ่งแคบ ของในภาพก็ดูใหญ่ขึ้น ส่วนตัวเลขยิ่งน้อย มุมภาพก็ยิ่งกว้าง เห็นรอบตัวได้มากขึ้น
คนถ่ายภาพมักแบ่งช่วงไว้คร่าว ๆ แบบนี้ ต่ำกว่าราว 35mm เรียกว่ามุมกว้าง ช่วงราว 35 ถึง 70mm เรียกว่าระยะมาตรฐาน เพราะให้ภาพใกล้กับที่ตาเรารู้สึก และตั้งแต่ราว 70mm ขึ้นไปเรียกว่าเลนส์เทเล ตัวเลขทั้งหมดนี้คิดบนกล้อง Full Frame ซึ่งเป็นค่าที่ทุกคนใช้เทียบกัน

24, 35, 50, 85mm เห็นภาพต่างกันแค่ไหน
ลองนึกภาพว่าเรายืนห่างกำแพงสามเมตร แล้วเปลี่ยนเลนส์ทีละตัวบนกล้อง Full Frame ดู
เริ่มที่ 24mm จะเห็นมุมภาพแนวนอนราว 74 องศา กำแพงตรงหน้าเข้ามาในภาพกว้างราว 4.5 เมตร พอเปลี่ยนเป็น 35mm ภาพจะแคบลงเหลือราว 54 องศา เห็นกำแพงกว้างราว 3.1 เมตร
ที่ 50mm มุมภาพเหลือราว 40 องศา เห็นราว 2.2 เมตร ตรงนี้ภาพจะเริ่มเน้นที่ตัวคนมากกว่าสถานที่แล้ว พอเป็น 85mm ก็เหลือแค่ราว 24 องศา เห็นราว 1.3 เมตร ฉากหลังเหลือแค่ชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่หลังคนพอดี
ถ้ายาวขึ้นไปอีก 135mm จะเหลือราว 15 องศา และ 200mm ราว 10 องศา
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ยืนที่เดิม เปลี่ยนแค่เลนส์ เห็นกว้างแค่ไหน
24mm
74°
มุมภาพแนวนอน
ที่ระยะ 3 เมตร เห็นกว้างราว 4.5 เมตร
35mm
54°
มุมภาพแนวนอน
ที่ระยะ 3 เมตร เห็นกว้างราว 3.1 เมตร
50mm
40°
มุมภาพแนวนอน
ที่ระยะ 3 เมตร เห็นกว้างราว 2.2 เมตร
85mm
24°
มุมภาพแนวนอน
ที่ระยะ 3 เมตร เห็นกว้างราว 1.3 เมตร
คิดบนเซนเซอร์ Full Frame กล้องเซนเซอร์เล็กจะเห็นแคบกว่านี้ ตัวเลขปัดเศษให้จำง่าย
สรุปง่าย ๆ ว่าถ้ายืนที่เดิมแล้วเปลี่ยนจาก 24 เป็น 85mm ภาพจะแคบลงราวสามเท่าครึ่ง ก่อนกดชัตเตอร์ก็ลองคิดดูว่าอยากให้คนดูเห็นสถานที่มากน้อยแค่ไหน
ทางยาวโฟกัส ยิ่งยาว ก็ยิ่งต้องถอยห่าง
เวลาถ่ายงานจริง ส่วนใหญ่เราจะมีเฟรมในใจไว้ก่อน เช่น อยากได้คนครึ่งตัว แล้วค่อยเดินหาตำแหน่งที่ได้เฟรมนั้น ตรงนี้แหละที่เลนส์จะกำหนดว่าเราต้องไปยืนตรงไหน
ถ้าอยากได้คนครึ่งตัวในเฟรมแนวนอน บนกล้อง Full Frame เลนส์ 24mm ต้องยืนห่างแค่ราว 80 เซนติเมตร แทบจะชิดตัวคนที่ถูกถ่ายเลย 35mm ราว 1.2 เมตร 50mm ราว 1.7 เมตร 85mm ราว 2.8 เมตร ส่วน 135mm ต้องถอยออกไปถึงราว 4.5 เมตร
ลองนึกถึงห้องคอนโดที่กว้างราวสามเมตร ถ้าใช้ 85mm ถ่ายครึ่งตัวก็แทบไม่พอ ต่อให้เราถอยจนหลังติดผนังแล้ว คนที่ถูกถ่ายก็ยังต้องไปยืนชิดผนังอีกฝั่ง กลับกัน ถ้าคนที่ไม่ค่อยชินกล้องโดนเลนส์ 24mm จ่อใกล้ขนาดนั้น ก็จะเกร็งขึ้นมาทันที
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ถ่ายครึ่งตัวให้ได้เฟรมเท่ากัน ต้องยืนตรงไหน
24mm
0.8 ม.
ระยะยืนโดยประมาณ
ถือมือช้าสุดราว 1/25
35mm
1.2 ม.
ระยะยืนโดยประมาณ
ถือมือช้าสุดราว 1/40
50mm
1.7 ม.
ระยะยืนโดยประมาณ
ถือมือช้าสุดราว 1/50
85mm
2.8 ม.
ระยะยืนโดยประมาณ
ถือมือช้าสุดราว 1/100
135mm
4.5 ม.
ระยะยืนโดยประมาณ
ถือมือช้าสุดราว 1/160
คิดบน Full Frame ถ่ายเฟรมแนวนอนที่ขอบบนถึงขอบล่างคลุมราว 80 ซม. ความเร็วชัตเตอร์มาจากหลัก 1 หารทางยาวโฟกัส ยังไม่รวมระบบกันสั่น
ก่อนเลือกเลนส์ ลองดูก่อนว่าที่ที่เราจะถ่ายมีที่ให้ถอยได้แค่ไหน ถ้าห้องแคบ ลองใช้เลนส์ที่กว้างขึ้นดูก่อน
ฉากหลังที่ดูใกล้ขึ้น เกิดจากเลนส์จริงหรือเปล่า?
หลายคนคงเคยได้ยินว่าเลนส์เทเลบีบฉากหลังให้ดูใหญ่และใกล้คนขึ้น ภาพแบบนั้นมีอยู่จริง แต่ถ้าดูดี ๆ ต้นเหตุไม่ได้มาจากตัวเลนส์
ระยะใกล้ไกลที่เรารู้สึกในภาพ หรือที่เรียกว่าเพอร์สเปกทีฟ ขึ้นอยู่กับว่ากล้องอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับคนที่เราถ่ายเท่านั้น ลองคิดแบบนี้ดู ถ้ายืนที่เดิม ถ่ายด้วย 24mm แล้วเอาภาพมาครอปตรงกลางให้เหลือเท่าภาพ 85mm สัดส่วนคนกับฉากหลังจะออกมาแทบเหมือนกันเลย ต่างกันแค่ความละเอียด
ที่ภาพ 85mm ดูเหมือนฉากหลังถูกบีบเข้ามา ก็เพราะเราต้องถอยไปไกลเพื่อให้ได้คนเต็มเฟรม พอกล้องอยู่ไกล คนกับฉากหลังก็ห่างจากกล้องพอ ๆ กัน ขนาดของทั้งสองอย่างเลยดูใกล้เคียงกัน
หน้าบวมเวลาใช้เลนส์มุมกว้างก็มาจากเหตุผลเดียวกัน พอเรายืนใกล้มาก จมูกจะอยู่ใกล้กล้องกว่าหูเยอะ จมูกก็เลยดูใหญ่ นี่เป็นเหตุผลที่เลนส์ราว 85 ถึง 135mm บน Full Frame ถูกใช้ถ่ายหน้าคนกันมานาน เพราะมันบังคับให้เรายืนห่างในระยะที่พอดี

ถ้าอยากให้ฉากหลังดูใหญ่และใกล้คน ลองถอยออกไปแล้วใช้เลนส์ที่ยาวขึ้นดู แต่ถ้าอยากเห็นฉากหลังเยอะ ๆ และดูไกล ก็เดินเข้าไปใกล้แล้วใช้เลนส์กว้างแทน
เลนส์ยิ่งยาว ภาพก็ยิ่งเบลอง่ายเพราะมือสั่น
เลนส์ที่ขยายภาพได้มาก ก็จะขยายอาการมือสั่นของเราให้มากตามไปด้วย เหมือนเวลาถือเลเซอร์ชี้ไปที่ตึกฝั่งตรงข้าม มือขยับนิดเดียว จุดแดงก็ส่ายไปไกลแล้ว
หลักจำที่ช่างภาพใช้กันมานานคือ ตอนถือกล้องด้วยมือ ความเร็วชัตเตอร์ควรเร็วอย่างน้อย 1 หารด้วยทางยาวโฟกัส เช่น เลนส์ 24mm ถือได้ราว 1/25 วินาที 50mm ราว 1/50 85mm ราว 1/100 ส่วน 200mm ต้องราว 1/200 ขึ้นไป
ถ้าใช้กล้องเซนเซอร์เล็ก ก็เอาค่าครอปมาคูณก่อน อย่างเลนส์ 50mm บน APS-C ควรใช้ราว 1/80 ส่วนกล้องหรือเลนส์ที่มีระบบกันสั่น ก็ถือช้าลงได้อีกหลายสต็อปตามที่ผู้ผลิตระบุ แต่อย่าลืมว่ากันสั่นช่วยได้แค่มือเรา ไม่ได้ช่วยคนที่กำลังขยับอยู่ในภาพ
หลักนี้เป็นแค่จุดตั้งต้นให้ลอง ไม่ใช่กฎตายตัว ใครที่ยังปรับความเร็วชัตเตอร์ไม่ค่อยคล่อง ย้อนไปอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง ก่อนก็ได้

ใช้กล้องเซนเซอร์เล็กหรือมือถือ ตัวเลขบนเลนส์ต้องแปลงก่อน
ตัวเลขทั้งหมดข้างบนคิดบน Full Frame ถ้ากล้องของเราเซนเซอร์เล็กกว่านั้น ภาพจะถูกตัดขอบออกไป มุมภาพก็เลยแคบลง ตัวคูณที่บอกว่าแคบลงเท่าไร เราเรียกว่าค่าครอป APS-C อยู่ที่ราว 1.5 ของ Canon ราว 1.6 และ Micro Four Thirds เท่ากับ 2
เลนส์ 35mm บน APS-C จึงเห็นภาพใกล้เคียงกับ 50mm บน Full Frame ส่วนเลนส์ 50mm บน APS-C จะเห็นภาพใกล้กับ 75mm เรื่องเซนเซอร์แต่ละขนาด อ่านต่อได้ที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไงในงานจริง
มือถือเองก็ใช้หลักเดียวกัน แค่บอกเป็นค่าเทียบเท่า Full Frame อย่าง iPhone 17 Pro ระบุกล้องหลักไว้ที่ 24mm โหมด 2x ที่ 48mm และเทเลที่ 100mm ปุ่ม 1x 2x 4x บนจอก็คือการเปลี่ยนระยะเลนส์แบบเทียบเท่านั่นเอง โดยโหมด 2x ได้มาจากการครอปตรงกลางเซนเซอร์ของกล้องหลัก
อีกเรื่องที่คนทำคลิปต้องระวัง คือกล้องหลายรุ่นจะครอปภาพเพิ่มในบางโหมดวิดีโอ เลนส์ 24mm ที่ตั้งใจเอามาถ่าย vlog อาจกลายเป็นมุมที่แคบกว่าที่คิด ก่อนตัดสินใจเรื่องระยะเลนส์ ลองเช็คมุมภาพจริงในโหมดที่เราถ่ายบ่อยที่สุดดูก่อน
เวลาคุยเรื่องระยะเลนส์ ลองแปลงเป็นค่าเทียบ Full Frame ก่อน จะได้เทียบกันได้ตรง ๆ
ทางยาวโฟกัส ที่เหมาะกับงานแต่ละแบบ
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าเทียบ Full Frame และเป็นแค่จุดตั้งต้นให้ลองดู ไม่ใช่สูตรตายตัว
เริ่มจาก vlog ที่ถือกล้องถ่ายตัวเอง ระยะช่วงแขนจะอยู่ราว 50 ถึง 60 เซนติเมตร ที่ 24mm จะเห็นกว้างราว 75 ถึง 90 เซนติเมตร พอเห็นหน้าเรากับฉากหลังนิดหน่อย ถ้าแคบกว่านี้หน้าจะเต็มจอไปเลย คนทำ vlog ที่ถือกล้องเองจึงมักเลือกราว 24mm หรือกว้างกว่านั้น และต้องระวังโหมดที่กล้องครอปเพิ่มเป็นพิเศษ
งานสตรีทและสารคดีที่เดินถ่าย ช่วงราว 28 ถึง 35mm จะพาเราเข้าไปใกล้ฉาก เห็นทั้งคนและสิ่งที่อยู่รอบตัว ส่วน 50mm จะเว้นระยะห่างกับคนได้มากขึ้นอีกนิด

ถ้าเป็นพอร์ตเทรตแบบครึ่งตัวหรือเต็มตัวที่ยังอยากเห็นสถานที่ด้วย 35 ถึง 50mm ทำได้ดี แต่ถ้าเน้นใบหน้า 85 ถึง 135mm จะให้สัดส่วนหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ และฉากหลังที่จัดการง่ายกว่า
ถ่ายสินค้า ระยะราว 50 ถึง 100mm ช่วยให้เส้นตรงของกล่องหรือขวดดูตรงจริง ไม่บิดเบี้ยวเหมือนตอนเอามุมกว้างไปจ่อใกล้ ๆ ถ้าต้องถ่ายของชิ้นเล็กมาก ๆ ก็ต้องดูระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ทางยาวโฟกัสอย่างเดียว
งานวิว เลนส์มุมกว้างราว 16 ถึง 24mm เก็บได้ทั้งพื้นหน้าและท้องฟ้า แต่เลนส์เทเลก็ถ่ายวิวได้ดีไม่แพ้กัน เพราะช่วยหยิบมาเฉพาะชั้นภูเขาที่ซ้อนกัน หรือดวงอาทิตย์ที่อยากให้ดูใหญ่อยู่หลังตึก

สุดท้ายคืองานสัมภาษณ์ ถ้ามีกล้องตัวเดียว มักจะอยู่ช่วง 50 ถึง 85mm ห่างจากคนพูดราวสองถึงสามเมตร ได้หน้าชัด ฉากหลังเรียบ ถ้ามีสองกล้อง นิยมวางมุมกว้างราว 35mm คู่กับมุมแคบราว 85mm เพื่อให้มีภาพไว้สลับตอนตัดต่อ
ถ้ายังเลือกไม่ถูก ลองเริ่มจากสองคำถามนี้ก่อน อยากให้คนดูเห็นแค่ไหน และเรามีที่ให้ถอยได้ไกลแค่ไหน
เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ทางยาวโฟกัส
เรื่องแรก หลายคนคิดว่าเลนส์มุมกว้างทำให้หน้าบวมทุกครั้ง ความจริงคือหน้าบวมเพราะเรายืนใกล้เกินไป ถ้าถ่ายทั้งตัวจากระยะที่พอสมควรด้วย 24mm หน้าก็ไม่ได้ผิดสัดส่วน แค่อย่าวางหน้าไว้ริมเฟรม เพราะตรงขอบภาพเลนส์มุมกว้างจะยืดของออก
เรื่องที่สอง เลนส์ยาวทำให้ฉากหลังเบลอเสมอ จริง ๆ แล้วความเบลอขึ้นกับหลายอย่างรวมกัน ทั้งรูรับแสง ระยะห่างระหว่างคนกับฉากหลัง และขนาดเซนเซอร์ เลนส์ยาวช่วยได้ก็จริง แต่ถ้าให้คนยืนติดกำแพง ฉากหลังก็ไม่ค่อยเบลออยู่ดี
เรื่องที่สาม ซูมดิจิทัลก็ได้ภาพเหมือนเลนส์ยาว ข้อนี้ถูกแค่ครึ่งเดียว มุมภาพที่ได้เท่ากันจริง เพราะเพอร์สเปกทีฟมาจากที่ยืน แต่ความละเอียดจะหายไปตามสัดส่วนที่ครอป ภาพที่ได้เลยมีรายละเอียดน้อยกว่า
คืนนี้มาลองกันด้วยมือถือ
ไม่ต้องมีเลนส์หลายตัวก็ลองได้ ชวนคนในบ้านมานั่งหน้าผนังที่มีของตกแต่ง เปิดกล้องมือถือที่ 1x แล้วเดินเข้าไปจนได้หน้าและไหล่เต็มเฟรม ถ่ายไว้หนึ่งภาพ
จากนั้นเปลี่ยนเป็น 2x หรือเลนส์เทเลที่มือถือมี แล้วถอยออกมาจนได้หน้าและไหล่ขนาดเท่าเดิม ถ่ายอีกภาพ เอาสองภาพมาวางคู่กัน แล้วลองดูจมูก ดูความกว้างของใบหน้า และดูว่าของบนผนังเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน
ถ้ามีกล้องอยู่แล้ว ลองทำแบบเดียวกันกับเลนส์ที่มี แล้วจดไว้ด้วยว่าแต่ละระยะต้องยืนห่างเท่าไรถึงจะได้ครึ่งตัว
ถ้าลองแล้วยังไม่ค่อยเห็นความต่าง ลองเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนเหลือแค่หน้าเต็มเฟรมดู ความต่างของสัดส่วนหน้าจะชัดขึ้นทันที
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ทางยาวโฟกัส เปลี่ยนสี่เรื่องในภาพของเรา คือมุมภาพ ระยะที่ต้องยืน หน้าตาของฉากหลังซึ่งจริง ๆ แล้วมาจากระยะยืน และความไวต่อมือสั่น เวลาเลือกระยะ ลองเริ่มจากสิ่งที่อยากให้คนดูเห็นกับพื้นที่ที่เรายืนได้ แล้วค่อยแปลงเป็นเลนส์บนกล้องที่มีด้วยค่าครอป
อ่านต่อ
ถ้าอยากรู้ว่ากล้องเซนเซอร์เล็กเปลี่ยนมุมภาพของเลนส์ยังไง ไปอ่านต่อได้ที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไงในงานจริง ใครที่ยังปรับความเร็วชัตเตอร์ไม่คล่อง แวะอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ก่อนได้ ถ้าเพิ่งเริ่มจับกล้อง มีบทเรียนคู่คลิป เริ่มถ่ายภาพ ตั้งแต่รู้จักกล้องจนลงมือถ่าย ที่ปูพื้นไว้ให้ครบ ส่วนใครอยากลงลึกเรื่องมุมภาพและเพอร์สเปกทีฟ ลองดู Understanding Camera Lenses ของ Cambridge in Colour และ Understanding Focal Length ของ Nikon
บทความนี้เรียบเรียงโดยทีม CreatorSchoolThailand โดยใช้ AI ช่วยค้นคว้าและเรียบเรียง
