เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง ถ่ายวิดีโอใช้แบบไหนดี

เปิดเมนูวิดีโอครั้งแรกแล้วเจอตัวเลขเรียงเต็มจอ 24 25 30 50 60 บางรุ่นยังแถม 23.98 กับ 29.97 มาอีก หลายคนเลยกดเลขที่มากที่สุดไว้ก่อน เพราะคิดว่ามากกว่าก็ต้องดีกว่า แล้วค่อยมาเจอทีหลังว่า เฟรมเรต ที่เลือกทำให้คลิปดูลื่นเหมือนละครหลังข่าว หรืออัดในห้องแล้วมีแถบมืดวิ่งขึ้นลงทั้งคลิป
อ่านจบแล้วคุณจะเลือกเฟรมเรตเองได้จากงานที่อยู่ตรงหน้า รู้ว่าสโลว์โมชันมาจากไหน และรู้วิธีตั้งชัตเตอร์ไม่ให้ภาพกะพริบใต้ไฟบ้านเรา เรื่องหลังนี้คลิปสอนจากต่างประเทศแทบไม่เคยพูดถึง
เฟรมเรต คือจำนวนภาพนิ่งที่เปิดต่อกันในหนึ่งวินาที
นึกถึงสมุดที่เราวาดการ์ตูนไว้ทีละหน้า แล้วกรีดเร็ว ๆ ให้ตัวการ์ตูนขยับได้ วิดีโอก็ทำงานแบบนั้นเลย เฟรมเรต (frame rate) คือจำนวนหน้าที่ถูกกรีดผ่านในหนึ่งวินาที เขียนย่อว่า fps มาจาก frames per second
24fps คือ 24 ภาพต่อวินาที 60fps ก็คือ 60 ภาพ เลขยิ่งมาก การเคลื่อนไหวยิ่งต่อเนื่อง แต่ลื่นกว่าไม่ได้แปลว่าสวยกว่า เพราะอารมณ์ของภาพเปลี่ยนตามไปด้วย
เฟรมเรตไม่ใช่ค่าความคมชัด มันคือค่าที่กำหนดว่าการเคลื่อนไหวในคลิปจะให้ความรู้สึกแบบไหน
CREATOR SCHOOL THAILAND · วิดีโอ
เฟรมเรต เลือกจากความรู้สึกของงาน
24 · 25 fps
ภาพยนตร์ เล่าเรื่อง
vlog รีวิวพรีเมียม คลิปสั้นสไตล์หนัง
30 fps
คุ้นตาแบบมือถือ
คลิปสอน พูดหน้ากล้อง ไลฟ์ อัดหน้าจอ
50 · 60 fps
ลื่นมาก
กีฬา เกม ช็อตที่จะทำสโลว์โมชัน
24 กับ 25 ลุคแบบภาพยนตร์
หนังโรงใช้ 24fps เป็นมาตรฐานมาเกือบร้อยปี ตาเราเลยคุ้นกับการเคลื่อนไหวที่เบลอนิด ๆ ระหว่างภาพแบบนี้ เห็นปุ๊บก็รู้สึกว่าเป็นหนัง เป็นเรื่องเล่า
25fps ใกล้ 24 มากจนคนดูส่วนใหญ่แยกไม่ออก แถมได้เปรียบสำหรับคนถ่ายในประเทศที่ใช้ไฟบ้าน 50Hz อย่างบ้านเรา เพราะเข้ากับจังหวะกะพริบของหลอดไฟได้ง่าย เรื่องนี้เดี๋ยวไปว่ากันในหัวข้อเรื่องไฟ
แล้ว 23.98 ล่ะ? มันคือ 24 ในระบบที่ปรับให้เข้ากับมาตรฐานโทรทัศน์แบบอเมริกัน ถ้าทำคลิปลงออนไลน์ เลือกอันไหนก็ได้ ขอแค่ใช้ตัวเดียวกันทั้งโปรเจกต์
อยากให้คลิปมีความรู้สึกแบบหนังเมื่อไร เริ่มที่ 24 หรือ 25 ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นคลิปเล่าเรื่อง วิดีโอสั้นสไตล์หนัง vlog ที่อยากได้บรรยากาศ หรือรีวิวสินค้าที่อยากให้ดูพรีเมียม
30 ค่ากลางของงานออนไลน์
30fps ลื่นกว่า 24 นิดหน่อย และใกล้กับภาพจากมือถือที่คนเล่นโซเชียลคุ้นตาที่สุด มือถือส่วนใหญ่ก็ตั้งต้นมาที่ 30 อยู่แล้ว
คลิปสอน พูดหน้ากล้อง อัดหน้าจอ หรืองานไหนที่คนดูสนใจข้อมูลมากกว่าบรรยากาศ ตั้ง 30 ไว้ไม่มีผิด อีกเรื่องที่ได้คือ ถ้าต้องตัดคลิปจากกล้องกับมือถือรวมกัน ตั้งทั้งคู่ที่ 30 จะเข้ากันง่ายที่สุด
50 กับ 60 ลื่นมาก และเป็นวัตถุดิบของสโลว์โมชัน
60fps ลื่นมากจริง เหมาะกับกีฬา เกม และช็อตที่กล้องเคลื่อนเร็ว แต่ถ้าเอามาใช้กับคลิปเล่าเรื่องทั่วไป คนดูมักรู้สึกว่าเหมือนวิดีโอบ้านหรือละครมากกว่าหนัง
ของดีจริงของ 50 และ 60 อยู่ที่สโลว์โมชัน ถ่ายมาที่ 60fps แล้ววางลงไทม์ไลน์ 24fps ให้โปรแกรมเล่นทุกเฟรม คลิปจะช้าลงประมาณ 2.5 เท่าและยังลื่นอยู่ เพราะทุกภาพที่เห็นเป็นภาพจริง ไม่ใช่ภาพที่โปรแกรมเดาขึ้นมา ถ่าย 50fps ลงไทม์ไลน์ 25fps ก็ช้าลง 2 เท่า ส่วน 120fps ลงไทม์ไลน์ 24fps จะช้าได้ถึง 5 เท่า
แต่ก็มีราคาต้องจ่าย ไฟล์ใหญ่ขึ้น กล้องร้อนเร็ว แบตหมดไว และต้องใช้ชัตเตอร์เร็วขึ้น แปลว่าภาพมืดลง ถ้าอยู่ในห้องแสงน้อยก็ต้องดัน ISO ขึ้นมาชดเชย กล้องบางรุ่นยังลดความละเอียดหรือครอปภาพตอนถ่ายเฟรมเรตสูงด้วย อันนี้ต้องเช็กคู่มือของรุ่นที่ใช้
ถ่าย 50 หรือ 60 เฉพาะช็อตที่จะทำสโลว์ ไม่จำเป็นต้องถ่ายทั้งคลิป
| เฟรมเรต | ความรู้สึก | ใช้กับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| 24 หรือ 25 | ภาพยนตร์ เล่าเรื่อง | vlog รีวิวพรีเมียม คลิปสั้นสไตล์หนัง | แพนกล้องเร็วจะดูสะดุด |
| 30 | ภาพจากมือถือ | คลิปสอน พูดหน้ากล้อง ไลฟ์ อัดจอ | ใต้ไฟบ้านต้องระวังเรื่องชัตเตอร์ |
| 50 หรือ 60 | ลื่นมาก | กีฬา เกม ช็อตสโลว์โมชัน | ไฟล์ใหญ่ ใช้แสงมากขึ้น |
ความเร็วชัตเตอร์ต้องไปด้วยกันกับ เฟรมเรต
ในงานวิดีโอ ความเร็วชัตเตอร์ไม่ได้คุมแค่ความสว่าง มันคุมความเบลอของการเคลื่อนไหวด้วย คนทำหนังใช้หลักที่เรียกว่ากฎ 180 องศามานาน คือตั้งชัตเตอร์ประมาณหนึ่งส่วนสองเท่าของเฟรมเรต
ถ่าย 24 หรือ 25fps ใช้ 1/50 ถ่าย 30fps ใช้ 1/60 ถ่าย 60fps ใช้ 1/120 หรือ 1/125
จำง่าย ๆ ว่าตัวเลขตัวล่างของชัตเตอร์ประมาณสองเท่าของเฟรมเรต แล้วปล่อยให้รูรับแสง ISO และฟิลเตอร์ ND เป็นตัวคุมความสว่างแทน
ถ้าชัตเตอร์เร็วกว่านี้มาก อย่างถ่าย 24fps ที่ 1/1000 ทุกภาพจะคมกริบจนแทบไม่มีความเบลอ การเคลื่อนไหวเลยดูกระตุกเป็นจังหวะ บางทีก็ตั้งใจใช้ในฉากต่อสู้ แต่ในคลิปทั่วไปมักดูแปลก ๆ แล้วกลางแจ้งแดดจัดจนต้องใช้ชัตเตอร์เร็วล่ะ? คนทำวิดีโอแก้ด้วยฟิลเตอร์ ND ที่ทำหน้าที่เหมือนแว่นกันแดดของเลนส์ เพื่อให้ยังใช้ชัตเตอร์ตามกฎได้
กฎนี้ยืดหยุ่นได้ ไม่ต้องเป๊ะ ขอแค่อยู่ในช่วงใกล้เคียง และข้อยกเว้นที่สำคัญที่สุดสำหรับคนถ่ายในไทยก็อยู่ในหัวข้อถัดไปนี่เอง
ไฟ 50Hz เหตุผลที่คนถ่ายในไทยต้องคิดต่างจากคลิปฝรั่ง
ไฟบ้านในไทยเป็นระบบ 50Hz หลอดไฟหลายแบบจึงกะพริบเร็วประมาณ 100 ครั้งต่อวินาที ตาเรามองไม่ทัน แต่กล้องจับได้ ถ้าชัตเตอร์ไม่เข้าจังหวะ ภาพจะมีแถบมืดเลื่อนผ่าน หรือสว่างวูบวาบเป็นจังหวะ
คลิปสอนจำนวนมากมาจากอเมริกาที่ใช้ไฟ 60Hz คำแนะนำว่าถ่าย 30fps ใช้ชัตเตอร์ 1/60 เลยใช้ได้ดีที่นั่น แต่พอเอาค่าเดียวกันมาถ่ายใต้ไฟบ้านเรา ภาพกลับกะพริบ
ทางแก้คือใช้ชัตเตอร์ที่เข้าจังหวะกับไฟ 50Hz นั่นคือ 1/50 หรือ 1/100 พูดง่าย ๆ ถ้าถ่ายในบ้าน ในร้าน หรือในห้องเรียน ถ่าย 24 25 หรือ 30fps ให้ใช้ 1/50 ส่วนถ่าย 50 หรือ 60fps ให้ใช้ 1/100
ถ่าย 30fps ด้วยชัตเตอร์ 1/50 ได้ไหม? ได้ การเคลื่อนไหวจะเบลอกว่ากฎ 180 องศานิดหนึ่ง คนดูแทบไม่สังเกต แต่ภาพกะพริบนี่คนดูเห็นทันที ถ้าต้องเลือก เลือกไม่กะพริบไว้ก่อน
ที่ต้องระวังคือไฟ LED บางรุ่น จอคอมพิวเตอร์ และป้ายไฟ พวกนี้กะพริบด้วยความถี่ของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับไฟบ้าน เจอแบบนี้ต้องค่อย ๆ ปรับชัตเตอร์ทีละนิดแล้วดูจากจอ กล้องหลายรุ่นมีฟังก์ชันปรับชัตเตอร์แบบละเอียดหรือลดการกะพริบไว้ให้ แค่ชื่อเมนูต่างกันไปตามยี่ห้อ
ถ่ายใต้ไฟในไทย ใช้ชัตเตอร์ 1/50 หรือ 1/100 ไว้ก่อน เป็นค่าตั้งต้นที่ปลอดภัยที่สุด

ความเข้าใจผิดเรื่อง เฟรมเรต ที่พบบ่อย
60fps คมกว่า 30fps ประโยคนี้ได้ยินบ่อยมาก แต่ความคมขึ้นอยู่กับความละเอียด เลนส์ และโฟกัส เฟรมเรตเปลี่ยนแค่ความลื่นของการเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ๆ อย่างคนพูดหน้ากล้อง ถ่าย 30 กับ 60 แทบดูไม่ออกว่าต่างกัน
ถ่ายอะไรมาก็ตัดรวมกันได้ อันนี้ก็ไม่จริงเสียทีเดียว เอาคลิป 30fps ไปวางในไทม์ไลน์ 24fps โปรแกรมต้องทิ้งเฟรมบางส่วนออก การเคลื่อนไหวจะสะดุดเป็นช่วง ๆ ยิ่งตอนแพนกล้องยิ่งเห็นชัด ทางที่ดีคือตัดสินใจเฟรมเรตของโปรเจกต์ตั้งแต่ก่อนถ่าย แล้วตั้งทุกกล้องให้ตรงกัน ยกเว้นช็อตที่ตั้งใจทำสโลว์
ส่วนความเชื่อว่าลงโซเชียลต้อง 60 ถึงจะลื่น ความจริงคือแพลตฟอร์มหลักรองรับเฟรมเรตทั่วไปทั้งหมด และคนดูบนมือถือก็ไม่ได้ต้องการความลื่นระดับเกม เลือกตามความรู้สึกของงาน ไม่ใช่ตามแพลตฟอร์ม
ลองตั้งค่า เฟรมเรต กันเลย
เปิดเมนูวิดีโอของกล้องหรือมือถือ แล้วถามตัวเองข้อเดียว คลิปต่อไปเป็นงานเล่าเรื่องหรืองานสอน? ถ้าเล่าเรื่องตั้ง 24 หรือ 25 ถ้าสอนหรือพูดหน้ากล้องตั้ง 30
จะถ่ายในห้องใต้ไฟบ้าน ตั้งชัตเตอร์ 1/50 แล้วลองอัดสัก 10 วินาที เปิดดูบนจอใหญ่หรือคอมพิวเตอร์ มองหาแถบมืดหรือความสว่างที่วูบวาบ
อยากได้ช็อตสโลว์ ถ่ายช็อตนั้นแยกไว้ที่ 50 หรือ 60fps ชัตเตอร์ 1/100 แล้วค่อยไปลดความเร็วตอนตัดต่อ
ถ้าทำครบแล้วภาพยังกะพริบ ลองปิดไฟทีละดวงเพื่อหาตัวต้นเหตุ ถ้าเป็นไฟ LED ราคาถูกหรือจอ ให้ปรับชัตเตอร์ทีละขั้นจนแถบหาย หรือเปลี่ยนไปใช้แสงจากหน้าต่างแทน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ก่อนกดเลือกเลขในเมนู ถามตัวเองก่อนว่าอยากให้คนดูรู้สึกยังไงกับคลิปนี้ ตอบได้เมื่อไร ก็เลือกเฟรมเรตได้เมื่อนั้น และอย่าลืมว่าเราถ่ายกันใต้ไฟ 50Hz คำแนะนำจากที่อื่นต้องปรับก่อนใช้เสมอ
อ่านต่อ
ดูตัวอย่างการตั้งค่ากล้องสำหรับถ่ายวิดีโอแบบทีละขั้นได้ใน ตั้งค่า Lumix S9 สำหรับถ่ายวิดีโอ และทบทวนเรื่องชัตเตอร์ ISO และรูรับแสงได้ที่ สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร? เข้าใจทีเดียว ใช้ได้กับทุกกล้อง อ่านเรื่องเฟรมเรตเชิงเทคนิคเพิ่มได้ที่ Frame rate บน Wikipedia และดูว่าแต่ละประเทศใช้ไฟบ้านกี่เฮิรตซ์ได้ที่ Mains electricity by country บน Wikipedia
บทความนี้เรียบเรียงโดยทีม CreatorSchoolThailand โดยใช้ AI ช่วยค้นคว้าและเรียบเรียง
