
ลองนึกภาพร้านขายของเล็ก ๆ ที่มีลูกค้าทักมาตอนสี่ทุ่ม ถามว่าสีนี้ยังมีของไหม แล้วไม่มีใครตอบจนเช้า พอแอดมินตื่นมาตอบ ลูกค้าก็ไปซื้อร้านอื่นแล้ว หลายร้านเปิด LINE OA ไว้ตั้งนาน แต่ยังใช้เหมือน LINE ส่วนตัว คือรอให้คนทักแล้วค่อยพิมพ์ตอบทีละคน
ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าร้านเล็กควรตั้งค่าอะไรบ้าง ตั้งแต่ข้อความทักทาย เวลาตอบกลับ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ริชเมนู แท็กแชท ไปจนถึงโควตาบรอดแคสต์ของแพ็กเกจฟรีว่าส่งได้จริงกี่ครั้ง และควรส่งอะไร ไม่ควรส่งอะไร ลูกค้าจะได้ไม่กดบล็อก
LINE VOOM ปิดในไทย เปลี่ยนอะไรกับร้านที่ใช้ LINE OA
เริ่มจากเรื่องล่าสุดก่อน วันที่ 17 มิถุนายน 2026 LINE for Business ประเทศไทยประกาศยุติบริการ LINE VOOM ในไทย โดยมีผลวันที่ 28 กันยายน 2026 หลังจากวันนั้นคนไทยจะเข้า VOOM ไม่ได้ และโพสต์ที่เคยลงไว้จะถูกลบ
ฝั่งร้านค้า ตัวเลือกส่งบรอดแคสต์ไปโพสต์บน VOOM พร้อมกันจะหยุดทำงานตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน รวมถึงบรอดแคสต์ที่ตั้งเวลาไว้หลังจากนั้นด้วย แต่ฟีเจอร์บรอดแคสต์อื่นยังใช้ได้ตามปกติ ส่วนภาพและวิดีโอที่ร้านเคยโพสต์ไว้ ดาวน์โหลดเก็บได้ผ่าน VOOM Studio ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2026 เลยกำหนดนี้แล้วกู้คืนไม่ได้

สำหรับร้านเล็ก เรื่องนี้แปลว่าอะไร? ถ้าที่ผ่านมาเราใช้ VOOM เป็นหน้าร้านไว้โชว์สินค้า ตอนนี้ต้องย้ายภาพพวกนั้นไปไว้ที่อื่น และสิ่งที่เหลืออยู่ในมือก็คือแชทกับลูกค้าที่เพิ่มเราเป็นเพื่อนแล้ว
ถ้าร้านเราเคยโพสต์ลง VOOM ลองจดวันไว้ในปฏิทินเลยว่า ต้องเข้าไปดาวน์โหลดภาพให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2026
ทำไมร้านเล็กควรตั้ง LINE OA ให้ดีตั้งแต่วันแรก
คนที่เพิ่มร้านเราเป็นเพื่อนใน LINE คือคนที่เลือกเองว่าอยากคุยกับเรา ต่างจากคนที่เลื่อนผ่านโพสต์ในฟีดแล้วหายไป เขาอาจเคยซื้อแล้ว หรือกำลังจะซื้อ แชทแบบตัวต่อตัวกับคนกลุ่มนี้จึงมีค่ามาก
ปัญหาคือร้านเล็กส่วนใหญ่มีแอดมินคนเดียว ซึ่งก็มักจะเป็นเจ้าของร้านเอง ทั้งแพ็กของ ไลฟ์ขาย และตอบแชท ถ้าไม่ตั้งค่าอะไรไว้เลย ทุกข้อความก็ต้องรอคนพิมพ์ตอบ การตั้งค่าที่เราจะคุยกันต่อจากนี้ ก็คือการให้ระบบช่วยตอบเรื่องซ้ำ ๆ แทนเรา จะได้เหลือเวลาไว้ตอบเรื่องที่ต้องใช้คนจริง ๆ
CREATOR SCHOOL THAILAND · BRAND CONTENT
ลูกค้าหนึ่งคนเดินผ่านอะไรบ้างใน LINE OA ของร้านเรา
ขั้นที่ 1
เพิ่มเพื่อน
ลูกค้าเลือกเองว่าอยากคุยกับร้าน
ขั้นที่ 2
ข้อความทักทาย
บอกว่าขายอะไร สั่งยังไง ตอบเวลาไหน
ขั้นที่ 3
ริชเมนู
ปุ่มลัด ดูสินค้า ค่าส่ง คุยกับแอดมิน
ขั้นที่ 4
แชท และตอบอัตโนมัติ
ระบบตอบเรื่องซ้ำ คนตอบเรื่องที่ต้องใช้คน
ขั้นที่ 5
แท็กแชท
จำได้ว่าใครรอโอน ใครเป็นลูกค้าประจำ
ขั้นที่ 6
บรอดแคสต์
ส่งเฉพาะเรื่องที่ลูกค้ารอ ไม่ส่งถี่
สีส้มคือจุดที่ลูกค้ามักตัดสินใจว่าจะอยู่กับร้านต่อ หรือกดบล็อก
ข้อความทักทาย ประโยคแรกที่ลูกค้าเห็น
ข้อความทักทาย หรือ Greeting message คือข้อความที่ระบบส่งให้อัตโนมัติทันทีที่มีคนเพิ่มร้านเราเป็นเพื่อน หลายร้านปล่อยไว้เป็นข้อความตั้งต้นของระบบ หรือเขียนแค่ ขอบคุณที่เพิ่มเพื่อนค่ะ แล้วจบไป
ลองคิดว่าคนที่เพิ่งกดเพิ่มเพื่อน เขาอยากรู้อะไร? ส่วนใหญ่ก็คือ ร้านนี้ขายอะไร สั่งยังไง ส่งกี่วัน และถ้าทักมาจะมีคนตอบเมื่อไร ข้อความทักทายที่ดีควรตอบเรื่องพวกนี้ให้ครบในไม่กี่บรรทัด
ตัวอย่างเช่น สวัสดีค่ะ ร้านเราขายเสื้อผ้าฝ้ายทอมือ ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่เมนูด้านล่าง ถ้าอยากสั่งหรือถามไซซ์ พิมพ์มาได้เลย แอดมินตอบทุกวัน 9 โมงถึง 2 ทุ่มนะคะ สั้น ๆ แบบนี้ลูกค้าก็รู้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อ
ลองเปิดข้อความทักทายของร้านเราตอนนี้ดู แล้วถามตัวเองว่าถ้าเป็นลูกค้าครั้งแรก อ่านแล้วรู้ไหมว่าต้องกดอะไรต่อ
เวลาตอบกลับ และข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้โกรธที่เราตอบช้า แต่หงุดหงิดที่ไม่รู้ว่าจะมีคนตอบเมื่อไร ใน LINE Official Account Manager เราตั้งเวลาตอบกลับของแต่ละวันในสัปดาห์ได้ และให้ระบบแสดงแถบสถานะด้านบนห้องแชท บอกลูกค้าว่าตอนนี้อยู่ในหรือนอกเวลาทำการ

อีกส่วนคือข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ซึ่งตั้งให้ระบบตอบตามคำที่ลูกค้าพิมพ์มาได้ ลองดูว่าคำถามไหนที่ลูกค้าถามซ้ำทุกวัน เช่น ค่าส่งเท่าไร ส่งกี่วัน มีหน้าร้านไหม แล้วเขียนคำตอบเตรียมไว้
เริ่มจากคำถามสามข้อที่เจอบ่อยที่สุดก่อน ไม่ต้องตั้งทีเดียวยี่สิบคำ เพราะยิ่งตั้งเยอะ ยิ่งมีโอกาสที่ระบบตอบผิดเรื่อง
ข้อควรระวังคือ ข้อความอัตโนมัติไม่ควรทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุยกับเครื่องตลอด ถ้าคำถามเริ่มซับซ้อน เช่น ขอดูของจริง ขอต่อราคา หรือมีปัญหาเรื่องพัสดุ ให้คนเข้ามาตอบเอง
ริชเมนู ปุ่มลัดที่อยู่ด้านล่างห้องแชท
ริชเมนูคือเมนูภาพที่อยู่ด้านล่างห้องแชทของ LINE OA ลูกค้ากดแต่ละช่องแล้วจะไปที่ลิงก์ หน้าจอง หรือฟีเจอร์อื่นของบัญชีได้ ตามที่ LINE อธิบายไว้ ร้านทำเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เพราะใน LINE Official Account Manager มีเทมเพลตให้เลือกว่าจะแบ่งภาพเป็นกี่ช่อง แค่ทำภาพเมนูให้ขนาดตรงกับเทมเพลตแล้วตั้งว่าแต่ละช่องทำอะไร

ริชเมนูที่ใช้ได้จริงสำหรับร้านเล็ก ควรตอบคำถามเดียวกับข้อความทักทาย คือ ดูสินค้า วิธีสั่งและค่าส่ง เวลาทำการหรือแผนที่ร้าน และปุ่มที่กดแล้วได้คุยกับแอดมิน ตัวหนังสือบนปุ่มให้ใหญ่พอที่จะอ่านบนมือถือได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เปิดจากมือถือ และเอกสารของ LINE ระบุว่าริชเมนูไม่แสดงบน LINE เวอร์ชันคอมพิวเตอร์ด้วย
ถ้ายังไม่มีริชเมนู ลองเริ่มจากเทมเพลตแบบช่องน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อรู้ว่าลูกค้ากดอะไรบ่อย
แท็กแชท จำลูกค้าได้แม้มีหลายร้อยคน
พอมีลูกค้าทักมาหลายสิบคนต่อวัน เราจะเริ่มจำไม่ได้ว่าใครสั่งแล้ว ใครรอโอนเงิน ใครเป็นลูกค้าประจำ แท็กแชทช่วยเรื่องนี้ได้ เราสร้างแท็กเองแล้วติดให้แต่ละคน และดูได้ว่าแต่ละแท็กมีคนอยู่กี่คน

แท็กที่ร้านเล็กใช้ได้ทันทีมีไม่กี่แบบ เช่น สนใจแต่ยังไม่ซื้อ รอโอน ส่งแล้ว ลูกค้าประจำ หรือแยกตามประเภทสินค้าที่เขาถามถึง แค่นี้ก็ช่วยให้ตามงานไม่ตกหล่น และพอวันหนึ่งที่เราอยากส่งข้อความหาเฉพาะบางกลุ่ม ข้อมูลพวกนี้ก็พร้อมใช้แล้ว
โควตาบรอดแคสต์ของ LINE OA แพ็กเกจฟรี ส่งได้กี่ครั้งจริง ๆ?
บรอดแคสต์คือการส่งข้อความหาเพื่อนหลายคนพร้อมกัน ตามหน้าแพ็กเกจของ LINE for Business ประเทศไทย ตอนนี้แพ็กเกจฟรีส่งบรอดแคสต์ได้ 300 ข้อความต่อเดือน แพ็กเกจเบสิก 1,280 บาทต่อเดือน ได้ 15,000 ข้อความ ส่วนแพ็กเกจโปร 1,780 บาทต่อเดือน ได้ 35,000 ข้อความ ราคานี้ยังไม่รวม VAT 7%

ตรงนี้คือจุดที่หลายร้านเข้าใจผิด เพราะคิดว่า 300 ข้อความคือส่งได้ 300 ครั้ง จริง ๆ แล้วตามหลักที่เอกสารนักพัฒนาของ LINE อธิบายไว้ จำนวนข้อความนับตามจำนวนคนที่ได้รับ ถ้าร้านเรามีเพื่อน 300 คน ส่งบรอดแคสต์หนึ่งครั้งก็ใช้โควตาหมดเดือนแล้ว ถ้ามีเพื่อน 100 คน ก็ส่งได้ราวสามครั้งต่อเดือน
CREATOR SCHOOL THAILAND · BRAND CONTENT
โควตาฟรี 300 ข้อความ นับตามจำนวนคน ไม่ใช่จำนวนครั้ง
ร้านมีเพื่อน
100 คน
ส่ง 1 ครั้ง ใช้ 100 ข้อความ
แพ็กเกจฟรีส่งได้ ราว 3 ครั้ง ต่อเดือน
ร้านมีเพื่อน
300 คน
ส่ง 1 ครั้ง ใช้ 300 ข้อความ
แพ็กเกจฟรีส่งได้ 1 ครั้ง ต่อเดือน
ร้านมีเพื่อน
1,000 คน
ส่ง 1 ครั้ง ใช้ 1,000 ข้อความ
แพ็กเกจฟรีส่งได้ ส่งไม่ได้ทั้งหมด ต้องเลือกกลุ่มหรือขยับแพ็กเกจ ต่อเดือน
ราคาแพ็กเกจตามหน้า LINE for Business ประเทศไทย ณ ต.ค. 2026 ฟรี 300 ข้อความ · เบสิก 1,280 บาท 15,000 ข้อความ · โปร 1,780 บาท 35,000 ข้อความ (ยังไม่รวม VAT)
ข่าวดีคือการส่งหลายบอลลูนข้อความในครั้งเดียว เช่น ภาพสินค้าหนึ่งภาพกับข้อความอธิบายหนึ่งบอลลูน เอกสารนักพัฒนาของ LINE (Messaging API) บอกว่าไม่ได้นับเพิ่มตามจำนวนบอลลูน ยังนับตามจำนวนคนที่ได้รับเหมือนเดิม และข้อความแบบตอบกลับ (reply) ที่ระบบส่งเมื่อลูกค้าทักมา ก็ไม่ได้ถูกนับเป็นข้อความที่คิดโควตา
ก่อนส่งบรอดแคสต์แต่ละครั้ง ลองคูณจำนวนเพื่อนกับจำนวนครั้งที่อยากส่งต่อเดือนดูก่อน จะรู้ทันทีว่าแพ็กเกจฟรียังพอหรือเปล่า
ส่งอะไรดี และอะไรที่ไม่ควรส่ง
เมื่อโควตามีจำกัด ทุกบรอดแคสต์ก็ควรเป็นเรื่องที่ลูกค้าอยากได้ยินจริง ๆ ลองถามตัวเองก่อนกดส่งว่า ถ้าเราเป็นลูกค้า ได้ข้อความนี้แล้วจะดีใจหรือรำคาญ?
เรื่องที่ควรส่ง คือของที่ลูกค้ารอ เช่น สินค้าที่เคยหมดกลับมาแล้ว ของใหม่ที่ตรงกับสิ่งที่เขาเคยถาม โปรที่ลดจริงและมีวันหมดเขตชัดเจน หรือแจ้งวันหยุดร้านล่วงหน้า และถ้ามีแท็กอยู่แล้ว การส่งเรื่องเฉพาะกลุ่มก็จะตรงใจกว่าส่งหาทุกคน แต่ต้องรู้ไว้ว่าหน้าแพ็กเกจระบุว่าการบรอดแคสต์แบบเลือกกลุ่มเป้าหมาย ต้องมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 100 คน

เรื่องที่ไม่ควรส่ง คือข้อความโปรเดิม ๆ ทุกวัน การก๊อปโพสต์ขายของจากเพจมาส่งซ้ำ หรือการส่งตอนดึกโดยไม่มีเหตุผล พอลูกค้ารู้สึกว่าโดนรบกวน ทางที่ง่ายที่สุดของเขาคือกดบล็อก และเมื่อบล็อกแล้ว เราก็ส่งอะไรหาเขาไม่ได้อีก
ความเข้าใจผิดเรื่อง LINE OA ที่เจอบ่อย
เรื่องแรก เพื่อนเยอะคือดี ที่จริงเพื่อนที่ไม่ได้สนใจสินค้าเราเลย ทำให้บรอดแคสต์แต่ละครั้งใช้โควตามากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ขายได้มากขึ้น
เรื่องที่สอง ตั้งข้อความอัตโนมัติแล้วไม่ต้องมีคนตอบ ระบบช่วยตอบเรื่องซ้ำ ๆ ได้ แต่การปิดการขายและการแก้ปัญหายังต้องใช้คน
เรื่องที่สาม แพ็กเกจฟรีใช้ทำร้านจริงไม่ได้ ร้านที่ยังมีเพื่อนไม่กี่ร้อยคน และใช้แชทตัวต่อตัวเป็นหลัก ใช้แพ็กเกจฟรีได้สบาย แค่ต้องเลือกให้ดีว่าจะใช้บรอดแคสต์กับเรื่องไหน
คืนนี้มาลองตั้งค่ากัน
เปิด LINE Official Account Manager แล้วเริ่มจากสามอย่างก่อน อย่างแรกแก้ข้อความทักทายให้บอกว่าร้านขายอะไร สั่งยังไง และตอบเวลาไหน อย่างที่สองตั้งเวลาตอบกลับให้ตรงกับเวลาที่เราว่างจริง อย่างที่สามตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติสำหรับคำถามที่เจอบ่อยที่สุดสามข้อ
จากนั้นลองเพิ่มเพื่อนร้านตัวเองด้วย LINE อีกบัญชีหนึ่ง หรือขอให้เพื่อนช่วยลองดู แล้วไล่ทักเหมือนลูกค้าจริง ดูว่าได้ข้อความอะไรกลับมาบ้าง ถ้าร้านเคยโพสต์ลง VOOM ก็เพิ่มอีกข้อ คือเข้า VOOM Studio ไปดาวน์โหลดภาพที่ยังไม่มีสำรองไว้
ถ้าทำแล้วลูกค้ายังทักมาถามเรื่องเดิมอยู่ดี ลองย้อนไปอ่านข้อความทักทายและริชเมนูอีกรอบ ส่วนใหญ่คำตอบมีอยู่แล้ว แต่ซ่อนอยู่ในประโยคยาว ๆ หรือปุ่มที่ตัวหนังสือเล็กเกินไป
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
LINE OA ของร้านเล็กทำงานได้ดีที่สุดตอนที่เราให้ระบบตอบเรื่องซ้ำ ๆ และเก็บเวลาของคนไว้ตอบเรื่องที่ต้องใช้คนจริง ข้อความทักทายกับริชเมนูควรบอกลูกค้าว่าต้องทำอะไรต่อ เวลาตอบกลับช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าจะได้คำตอบเมื่อไร แท็กช่วยให้เราจำลูกค้าได้ และโควตาบรอดแคสต์นับตามจำนวนคน ไม่ใช่จำนวนครั้ง ส่งเฉพาะเรื่องที่ลูกค้ารอ แล้วเขาจะอยากอยู่กับร้านเราต่อ
อ่านต่อ
ถ้าร้านเรากำลังเริ่มขายผ่านไลฟ์ด้วย ลองอ่าน ไลฟ์ขายของ ร้านเล็กเริ่มยังไง และถ้าอยากให้ภาพสินค้าที่ส่งในแชทดูน่าซื้อขึ้น แวะดู ถ่ายภาพสินค้า ด้วยมือถือให้ดูขายได้ หรือบทเรียนคู่คลิป เริ่มถ่ายภาพด้วย iPhone ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนรายละเอียดเรื่องปิด VOOM จากต้นทาง อ่านได้ที่ ประกาศยุติการให้บริการ LINE VOOM ในประเทศไทย และดูราคาแพ็กเกจล่าสุดได้ที่ หน้าบรอดแคสต์ของ LINE for Business
