DxO ViewPoint 6 เปิดตัวแล้ว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 โปรแกรมแก้เพอร์สเปกทีฟ และรูปทรงในภาพ ของ DxO รุ่นใหม่นี้ เพิ่มมาสก์ AI ที่เลือกวัตถุ แล้วดัดเฉพาะชิ้นนั้นได้ และเปิดไฟล์ RAW ได้เองแล้ว ใครถ่ายตึก ถ่ายห้อง หรือถ่ายสินค้า ด้วยเลนส์มุมกว้าง แล้วเจอเส้นเอียง ของล้ม หรือหน้าคน ที่ขอบภาพ ยืดผิดรูป น่าจะอยากรู้ ว่ารุ่นนี้ ช่วยอะไร ได้บ้าง มาดูกัน

สำหรับคน ที่เพิ่งเริ่ม ปัญหานี้ มีสองแบบ แบบแรก คือเพอร์สเปกทีฟ เวลาเรา เงยกล้อง ถ่ายตึก เส้นตั้ง ของตึก จะล้มเข้าหากัน เหมือนตึก กำลังจะหงายหลัง แบบที่สอง คือความบิดเบี้ยว ของเลนส์มุมกว้าง ที่ทำให้ของ หรือคน ที่อยู่ริมภาพ ดูยืด และใหญ่ เกินจริง ทั้งสองแบบ เจอได้ทั้งกับกล้อง และมือถือ โดยเฉพาะเลนส์ อัลตร้าไวด์
DxO ViewPoint 6 มีอะไรใหม่
ของใหม่ ที่เด่นที่สุด คือมาสก์ AI ในเครื่องมือ ReShape Fusion เราแค่ลากกรอบ รอบวัตถุ ที่ต้องการ โปรแกรมจะหา ขอบของวัตถุ เอง แล้วสร้างกริด สำหรับดัดรูปทรง รอบวัตถุนั้น ทำให้ย้ายตำแหน่ง ย่อหรือขยาย วัตถุบางชิ้น ยืดตึกหลังเดียว ให้ตรง หรือแก้หน้าคน ที่ยืดผิดรูป ด้วย Volume Deformation ได้ทีละชิ้น โดยกรอบภาพ ยังเป็นสี่เหลี่ยม เต็มเฟรม ไม่ต้องครอปทิ้ง
DxO ย้ำว่า โปรแกรมนี้ ไม่ได้ใช้ generative fill คือไม่ได้ สร้างพิกเซลใหม่ ขึ้นมาเอง แต่จัดเรียง พิกเซลเดิม ที่มีอยู่ในภาพ ใหม่ ข้อนี้ สำคัญ กับคนที่ต้องส่งงาน ให้ลูกค้า หรือส่งประกวด ที่ไม่อยากให้มี ส่วนที่ AI สร้างขึ้น
อีกเรื่อง คือแอปแบบ standalone เปิดไฟล์ RAW ได้โดยตรงแล้ว นอกจาก TIFF และ JPEG โดยใช้โปรไฟล์กล้อง ของ DxO แก้ความบิดเบี้ยว ของเลนส์ ให้อัตโนมัติ และปรับแสง ได้ บวกลบ 4 สต็อป พร้อมไวท์บาลานซ์ การแก้ไขเป็นแบบ ไม่ทำลายไฟล์ต้นฉบับ แล้วส่งออกเป็น TIFF 8 หรือ 16 บิต หรือ JPEG
ราคาและเครื่องที่ใช้ได้
ViewPoint 6 ใช้ได้ทั้ง Windows และ macOS เป็นปลั๊กอิน ให้ Lightroom Classic และ Photoshop ได้ และอยู่ใน Geometry palette ของ PhotoLab 10 ด้วย ราคาเป็นไลเซนส์ ซื้อขาด 129.99 ดอลลาร์ ส่วนคนที่มี ViewPoint 5 อัปเกรดได้ ในราคา 84.99 ดอลลาร์ ฝั่งยุโรป 119.99 ยูโร และมีให้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่ต้องใส่ข้อมูล การจ่ายเงิน ไม่มีลายน้ำ และไม่จำกัด การส่งออก ส่วนราคา เป็นเงินบาท ไม่ได้ประกาศไว้ ยอดที่จ่ายจริง จึงขึ้นกับ อัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียม ของบัตร ตอนซื้อ
มีผลกับครีเอเตอร์ไทยยังไง
งานที่ได้ประโยชน์ ชัด ๆ คือภาพอสังหา ภาพร้าน ภาพห้องพัก และภาพสินค้า บนโต๊ะ ที่ถ่ายใกล้ ด้วยเลนส์มุมกว้าง เพราะเส้นตั้ง มักล้มเข้าหากัน และของที่วาง ใกล้ขอบภาพ มักยืด เดิมต้องเลือก ระหว่างดัดทั้งภาพ แล้วเสียขอบ หรือยอมปล่อยไว้ ตอนนี้ แก้ได้ทีละชิ้น โดยเก็บพื้นที่ภาพ ไว้ได้มากขึ้น
ถ้าใช้ Lightroom หรือ Photoshop อยู่แล้ว เครื่องมือแก้ Upright ที่มีอยู่ ก็พอสำหรับ งานส่วนใหญ่ ViewPoint จะคุ้ม กับคนที่ เจอปัญหาแบบนี้ บ่อยจริง ๆ เช่น ช่างภาพ สถาปัตย์ คนถ่ายงาน โรงแรม หรือคนทำภาพ อสังหาขาย
สำหรับคน ที่ทำคอนเทนต์ ให้ร้านค้า หรือโรงแรม ในไทย ภาพที่เส้นตรง ห้องไม่บิด ทำให้งาน ดูเป็นมืออาชีพ ขึ้นทันที และเพราะ ViewPoint ไม่สร้างพิกเซลใหม่ จึงตอบลูกค้าได้ง่าย ว่าภาพนี้ แก้แค่รูปทรง ไม่ได้เติม สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ลงไป ซึ่งเรื่องนี้ สำคัญมาก กับภาพที่พัก และภาพสินค้า ที่ลูกค้าจะเอาไป เทียบกับของจริง
ลองทำอะไรต่อ
ลองโหลด ตัวทดลอง 30 วัน แล้วเลือกภาพ ที่เคยแก้ ไม่ผ่านสักห้าภาพ ทั้งภาพตึก ภาพห้อง และภาพหมู่ ที่คนริมภาพ หน้ายืด แล้วเทียบกับ ผลจากโปรแกรม ที่ใช้อยู่ ถ้าประหยัดเวลา ได้จริง ค่อยตัดสินใจซื้อ ระหว่างนี้ ลองฝึกถ่าย ให้กล้องตั้งตรง ไม่ก้ม ไม่เงย ถอยห่างออกมา อีกนิด แล้วเผื่อพื้นที่ รอบวัตถุไว้ ภาพที่ถ่ายมาดี ตั้งแต่ต้น จะแก้ง่ายกว่า และเสียขอบน้อยกว่า เสมอ และถ้าอยากลดปัญหา ตั้งแต่ตอนถ่าย ลองอ่าน วิธีถ่ายภาพสินค้า ด้วยมือถือ ที่มีเรื่องมุมกล้อง กับระยะถ่าย ประกอบ ไปด้วย ก็ได้
ที่มา: DxO News
