หน้าแรก/บทความ/กล้องและอุปกรณ์

เลนส์ไวแสงรุ่นใหม่ ทำไมใหญ่และหนักขึ้น ทั้งที่กล้องเล็กลง

ปกบทความ เลนส์ไวแสงรุ่นใหม่ ทำไมใหญ่และหนักขึ้น ทั้งที่กล้องเล็กลง

ตอนย้ายจาก DSLR มาเป็นมิเรอร์เลส หลายคนนึกภาพไว้ว่ากระเป๋าจะเบาลงเยอะ บอดี้ก็บางลงจริง แต่พอหยิบเลนส์ไวแสง 50mm f/1.2 รุ่นใหม่มาใส่ น้ำหนักที่คอกลับมากกว่าเดิม บางตัวเกือบหนึ่งกิโล บางตัวเกินหนึ่งกิโลไปแล้ว ทั้งที่ทางยาวโฟกัสยังเป็น 50mm เหมือนเลนส์ตัวเล็ก ๆ ที่เราเคยใช้เมื่อสิบกว่าปีก่อน

คำบ่นนี้มีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย และเรื่องที่ว่าทำไมเลนส์ไวแสงรุ่นใหม่ถึงใหญ่ขึ้น ก็มีคำอธิบายที่จับต้องได้มากกว่าคำว่าผู้ผลิตอยากขายของแพง บทความนี้จะพาเทียบตัวเลขทางการของ Canon, Nikon และ Sony แบบรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ แล้วไล่ดูเหตุผลทีละข้อว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากตรงไหน

มือถือกล้องมิเรอร์เลสที่ติดเลนส์ขนาดใหญ่
บอดี้เล็กลงจริง แต่เลนส์ไวแสงรุ่นใหม่หลายตัวกลับเป็นฝั่งที่กินน้ำหนักส่วนใหญ่

เลนส์ไวแสงรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ เทียบตัวเลขกันตรง ๆ

เริ่มจาก Canon ที่เทียบง่ายที่สุด เพราะมี 50mm f/1.2L ทั้งสองยุค ตัว EF 50mm f/1.2L USM ที่ออกปี 2007 หนัก 545 กรัม ใช้ชิ้นเลนส์ 8 ชิ้นใน 6 กลุ่ม ยาว 65.5 มม. ส่วน RF 50mm f/1.2L USM ของระบบมิเรอร์เลสหนักราว 950 กรัม มีชิ้นเลนส์ 15 ชิ้นใน 9 กลุ่ม และยาว 108 มม. Canon เองก็เขียนไว้ในบทความของตัวเองว่ารุ่น RF ใช้ชิ้นเลนส์เกือบสองเท่าของรุ่น EF

ฝั่ง Nikon ถ้าเทียบกับ AF-S NIKKOR 58mm f/1.4G ของยุค DSLR ที่หนักราว 385 กรัม มีชิ้นเลนส์ 9 ชิ้น ตัว NIKKOR Z 50mm f/1.2 S หนักราว 1,090 กรัม มี 17 ชิ้นใน 15 กลุ่ม ยาว 150 มม. ใช้ฟิลเตอร์ 82 มม. ส่วนตัวสุดโต่งอย่าง NIKKOR Z 58mm f/0.95 S Noct หนักราว 2,000 กรัม และเป็นเลนส์แมนวลโฟกัส

Sony เป็นกรณีที่น่าสนใจ FE 50mm F1.2 GM หนัก 778 กรัม มี 14 ชิ้นใน 10 กลุ่ม ซึ่งตอนเปิดตัวในปี 2021 มีรายงานว่าหนักและยาวพอ ๆ กับ Planar FE 50mm F1.4 ZA รุ่นก่อนหน้าที่หนักราว 780 กรัม ทั้งที่ไวแสงกว่าครึ่งสต็อป ตัวเลขชุดนี้บอกเราว่าน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอย่างเดียวเสมอไป

และอย่าเพิ่งคิดว่ายุคก่อนเลนส์ไวแสงเบาทุกตัว Canon EF 50mm f/1.0L USM ที่ออกปี 1989 ก็หนักถึง 985 กรัม ขณะที่ EF 50mm f/1.4 USM ปี 1993 หนักแค่ 290 กรัม ความต่างของสองตัวนี้ชี้ไปที่เรื่องเดียวกันกับวันนี้ คือยิ่งดันรูรับแสงให้กว้างสุดขีด ราคาที่ต้องจ่ายเป็นน้ำหนักก็ยิ่งแพง

เลนส์ Canon EF 50mm f/1.2L USM วางเทียบกับ RF 50mm f/1.2L USM
รูรับแสงเท่ากันที่ f/1.2 แต่รุ่น RF ใช้ชิ้นเลนส์เกือบสองเท่าและหนักขึ้นราว 400 กรัม ภาพสินค้า Canon

ข้อแรก เซนเซอร์ความละเอียดสูงไม่ให้อภัยมุมภาพที่เบลอ

เลนส์ f/1.2 ยุคก่อนหลายตัวถูกออกแบบมาให้เปิดกว้างแล้วได้บรรยากาศ ภาพนุ่ม ขอบภาพตกบ้างก็ยอมรับได้ คนส่วนใหญ่ถึงหรี่ลงมาถ่ายเมื่อต้องการความคม แต่เมื่อบอดี้มีความละเอียดสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคนดูภาพกันที่ 100 เปอร์เซ็นต์บนจอ ความคาดหวังก็เปลี่ยนไป

Canon เขียนถึง RF 50mm f/1.2L ว่าคงคุณภาพสูงไว้ได้แม้เปิดสุดที่ f/1.2 ส่วน Nikon พูดถึง Z 50mm f/1.2 S ว่าให้รายละเอียดทั่วทั้งเฟรม Sony ก็บอกว่าชิ้นเลนส์ XA สามชิ้นใน 50mm F1.2 GM ช่วยให้ความละเอียดสูงทั่วภาพแม้ที่ f/1.2 สังเกตว่าทุกค่ายใช้คำคล้ายกัน คือคมตั้งแต่เปิดสุดและคมทั้งเฟรม

โจทย์ที่เปลี่ยนจากเปิดกว้างได้ มาเป็นเปิดกว้างแล้วต้องคมทั้งเฟรม คือต้นเหตุใหญ่ที่สุดของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

การแก้ความคลาดสีและความคลาดทรงกลมที่รูรับแสงกว้างมากต้องใช้แก้วหลายชิ้นช่วยกันหักล้าง ทั้งชิ้นแอสเฟอริคัลและแก้วกระจายแสงต่ำ ทีมวิศวกรของ Canon เคยเล่าตอนพัฒนา RF 85mm f/1.2L ว่าระยะครึ่งสต็อปจาก f/1.4 ไป f/1.2 ทำให้งานออกแบบยากขึ้นมาก และถ้าไม่มีชิ้นแก้วชนิดพิเศษช่วยแก้ความคลาดสี ก็ต้องเพิ่มจำนวนชิ้นจนเลนส์ใหญ่เกินไป

ข้อสอง แสงต้องตกลงบนเซนเซอร์ให้ใกล้แนวตั้งฉาก แต่เมาท์สั้นไม่ได้ช่วยให้เลนส์เล็กเสมอ

ฟิล์มรับแสงที่เข้ามาเฉียง ๆ ได้ค่อนข้างดี แต่เซนเซอร์ดิจิทัลไวต่อมุมของแสงมากกว่า แสงที่เข้ามาเอียงมากตรงขอบภาพมักทำให้มุมมืดและเสียคุณภาพ ตั้งแต่ยุคระบบ Four Thirds ที่เปิดตัวปี 2002 ผู้ผลิตก็พูดถึงการออกแบบเลนส์ให้แสงวิ่งเข้าเซนเซอร์ใกล้แนวตั้งฉากมากขึ้นเพื่อแก้เรื่องนี้

ทีนี้เลนส์ f/1.2 มีลำแสงก้อนใหญ่มาก ถ้าอยากให้แสงตรงขอบภาพสว่างพอและโบเก้ตรงมุมยังกลม เส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นแก้วก็ต้องใหญ่ตาม วิศวกร Nikon ที่ทำเลนส์ Z 135mm f/1.8 S Plena พูดไว้ตรง ๆ ว่าถ้าออกแบบให้แสงที่ขอบภาพมีมาก ขนาดของเลนส์ก็จะใหญ่ขึ้นเองเป็นธรรมชาติ ฝั่ง Canon ก็พูดถึง RF 85mm f/1.2L ว่าการคงโบเก้ให้กลมถึงขอบภาพที่รูรับแสงกว้างขนาดนี้ต้องแลกด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาก

ผังชิ้นเลนส์ของ Sony FE 50mm F1.2 GM
ชิ้นแก้วแต่ละชิ้นมีหน้าที่แก้ความคลาดคนละแบบ ยิ่งรูรับแสงกว้าง งานแก้ยิ่งหนัก ภาพ Sony

ตรงนี้คนมักถามต่อว่า มิเรอร์เลสไม่มีกระจกแล้ว ระยะจากเมาท์ถึงเซนเซอร์ก็สั้นลง เลนส์น่าจะเล็กลงด้วยไม่ใช่หรือ ตัวเลขจริงคือ Nikon Z ใช้ระยะ 16 มม. จากเดิม 46.5 มม. ของเมาท์ F และ Canon RF ใช้ 20 มม. จากเดิม 44 มม. ของ EF ซึ่งช่วยให้เลนส์หลายแบบเล็กลงได้จริง โดยเฉพาะเลนส์มุมกว้าง

แต่ระยะสั้นลงคือการเปิดทางเลือกให้นักออกแบบ ไม่ได้บังคับให้เลนส์เล็กลง Canon เองบอกว่าเมาท์ใหญ่และระยะสั้นทำให้วางชิ้นแก้วขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังใกล้เซนเซอร์ได้ ช่วยลดการหักเหของแสงและทำให้คมถึงมุม ส่วน Nikon บอกว่าเมาท์ Z ทำให้เลนส์ f/0.95 เป็นไปได้ พอมีที่ว่างเพิ่ม ผู้ผลิตก็เอาที่ว่างนั้นไปทำเลนส์ที่ไวแสงและคมกว่าเดิม แทนที่จะเอาไปทำเลนส์ที่เล็กลง

อีกเรื่องที่ทำให้ตัวเลขความยาวดูโหดเกินจริง คือเลนส์มิเรอร์เลสต้องยาวขึ้นมาชดเชยระยะเมาท์ที่หายไป วิศวกร Canon อธิบายไว้ตอนเปิดตัว RF 85mm f/1.2L ว่าถ้าวัดตอนติดบนบอดี้เดียวกัน ความต่างของขนาดจะน้อยลง ลองคิดง่าย ๆ ว่าเลนส์ EF ที่ใส่อะแดปเตอร์บนกล้อง RF ต้องมีระยะเพิ่มอีกราว 24 มม. ตามส่วนต่าง 44 กับ 20 มม. ฝั่ง Nikon ใช้อะแดปเตอร์ FTZ ก็ยาวเพิ่มอีก 30.5 มม. เหมือนกัน

ข้อสาม มอเตอร์โฟกัสต้องยกแก้วก้อนใหญ่ ให้ทั้งเร็วและเงียบพอสำหรับวิดีโอ

เลนส์ยุคนี้ไม่ได้ถูกใช้ถ่ายภาพนิ่งอย่างเดียว ระบบ AF ตาม eye detection ต้องขยับชิ้นโฟกัสถี่ ๆ ตลอดเวลา และตอนอัดวิดีโอเสียงมอเตอร์ก็ห้ามเข้าไมค์ พอชิ้นแก้วที่ต้องขยับใหญ่และหนักขึ้น มอเตอร์ก็ต้องแรงขึ้น หรือต้องแบ่งงานให้หลายตัวช่วยกัน

ดูจากสเปกทางการจะเห็นว่าแต่ละค่ายแก้ปัญหานี้ต่างกัน Sony FE 50mm F1.2 GM ใช้มอเตอร์ XD Linear สี่ตัวขับกลุ่มโฟกัสสองกลุ่ม Nikon Z 50mm f/1.2 S ใช้มอเตอร์ STM สองตัว และ Nikon อธิบายว่าระบบ multi-focus ขยับสองกลุ่มเล็กคนละครึ่งระยะ แทนการลากกลุ่มใหญ่กลุ่มเดียว พร้อมบอกว่าทำงานเกือบไร้เสียงและแทบไม่มี focus breathing ส่วน Canon ใช้ USM แบบวงแหวน ซึ่งวิศวกร Canon เคยพูดถึงใน RF 85mm f/1.2L ว่าเป็นมอเตอร์แรงบิดสูงที่สุดของค่าย เพื่อให้โฟกัสเร็วแม้ชุดแก้วจะใหญ่

เลนส์ NIKKOR Z 50mm f/1.2 S ภาพสินค้าทางการ
มอเตอร์สองตัว ชิ้นแก้ว 17 ชิ้น และโจทย์เงียบสำหรับวิดีโอ ทั้งหมดอยู่ในกระบอกยาว 150 มม. ภาพสินค้า Nikon

มอเตอร์หลายตัว ระบบกันฝุ่นกันละออง และกลไกโฟกัสแบบลอยตัว ล้วนต้องการพื้นที่ในกระบอกและเพิ่มน้ำหนัก ส่วนนี้เป็นสิ่งที่เลนส์ยุคฟิล์มไม่ต้องแบกเลย เพราะเลนส์แมนวลแค่หมุนเกลียวให้ชิ้นแก้วทั้งชุดเลื่อนไปข้างหน้า

แต่เทคโนโลยีมอเตอร์ก็ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย Sony FE 50mm F1.4 GM ที่ออกในปี 2023 หนัก 516 กรัม เบากว่า Planar 50mm F1.4 ZA รุ่นเก่าที่หนักราว 780 กรัมไปพอสมควร และ PetaPixel ทดสอบแล้วพบว่าโฟกัสเงียบสนิทตอนอัดวิดีโอ แปลว่าเลนส์ใหม่ไม่จำเป็นต้องหนักกว่าเลนส์เก่าในรูรับแสงเท่ากันเสมอไป

อีกฝั่งหนึ่ง เลนส์ไวแสงตัวเล็กก็ยังมีอยู่จริง

ถ้าคิดว่ามิเรอร์เลสทำให้เลนส์ต้องใหญ่ ลองดูเลนส์อีกกลุ่มหนึ่ง Canon RF 50mm f/1.8 STM หนักแค่ 160 กรัม ยาว 40.5 มม. ใช้ชิ้นเลนส์ 6 ชิ้น Nikon NIKKOR Z 40mm f/2 หนักราว 170 กรัม ยาว 45.5 มม. และ Nikon บรรยายเองว่าเป็นเลนส์ที่ตั้งใจให้เล็กและพกไปได้ทุกที่

เลนส์ตัวใหญ่กับตัวเล็กอยู่ในเมาท์เดียวกันได้ เพราะขนาดไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเมาท์ แต่ถูกกำหนดด้วยโจทย์ที่ผู้ผลิตตั้งไว้

เลนส์ Canon RF 50mm f/1.8 STM ภาพสินค้าทางการ
เมาท์เดียวกัน ทางยาวโฟกัสเดียวกัน แต่น้ำหนักต่างกันเกือบหกเท่า เพราะตั้งโจทย์คนละแบบ ภาพสินค้า Canon

เลนส์ตัวเล็กแบบนี้มักยอมแลกบางเรื่อง เช่นรูรับแสงที่แคบกว่า มอเตอร์ที่เรียบง่ายกว่า หรือปล่อยให้การแก้ขอบมืดและความผิดเพี้ยนบางส่วนไปอยู่ในซอฟต์แวร์ของกล้อง ส่วนเลนส์ f/1.2 ตัวโตเลือกอีกทาง คือยอมหนักเพื่อให้ได้ภาพที่คมตั้งแต่เปิดสุด โบเก้กลมถึงขอบ และโฟกัสเร็วเงียบ ไม่มีฝั่งไหนผิด เป็นแค่การเลือกคนละโจทย์

ถ้าอยากรู้ว่าส่วนต่างของราคาในเลนส์ 50mm มาจากไหน เรามีบทความแยกไว้ให้แล้ว ในบทความนี้ขอโฟกัสที่เรื่องขนาดกับน้ำหนักอย่างเดียว

แล้วมันแปลว่าอะไรกับเรา

ข้อแรก ถ้าเราซื้อมิเรอร์เลสเพราะอยากพกเบา เลนส์คือตัวแปรที่สำคัญกว่าบอดี้ เลือกเลนส์ไวแสงตัวเล็กอย่าง f/1.8 หรือ f/2 แล้วเราจะได้ระบบที่เบาจริงตามที่หวังไว้ ส่วนเลนส์ f/1.2 ควรเป็นการตัดสินใจที่รู้ตัวว่ากำลังแลกน้ำหนักกับอะไร

ข้อสอง ถามตัวเองว่าเราใช้ f/1.2 จริงบ่อยแค่ไหน และใช้เพราะอะไร ถ้าเป็นงานพอร์ตเทรตแสงน้อยที่ต้องการโบเก้ก้อนใหญ่และคมตั้งแต่เปิดสุด น้ำหนักที่เพิ่มมาก็คุ้ม แต่ถ้าส่วนใหญ่เราหรี่ไป f/2.8 ถึง f/4 อยู่แล้ว เลนส์ตัวเล็กอาจให้ภาพแทบไม่ต่างกันในงานของเรา

มือถือเลนส์กล้องเทียบขนาดกับฝ่ามือ
ก่อนเลือกเลนส์ ลองนึกถึงการถือกล้องทั้งวันมากกว่าตัวเลขบนสเปกชีต

คืนนี้ลองทำแบบทดลองง่าย ๆ ดู เปิดโฟลเดอร์ภาพที่เราถ่ายเองเมื่อเดือนที่แล้ว เปิดดูข้อมูล EXIF แล้วนับว่ามีกี่ภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสงกว้างกว่า f/2 จริง ๆ ตัวเลขนี้มักบอกได้ชัดกว่าความรู้สึกว่าเราต้องการเลนส์ไวแสงแค่ไหน

ถ้ามีเลนส์ไวแสงอยู่แล้ว ลองถ่ายภาพเดียวกันที่เปิดสุด กับที่หรี่ลงหนึ่งสต็อป แล้วซูมดูที่มุมภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ เราจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าเลนส์ของเราจ่ายราคาเรื่องความคมตรงขอบเฟรมไว้มากแค่ไหน และนั่นคือสิ่งเดียวกับที่ผู้ผลิตยอมแลกด้วยน้ำหนักในเลนส์รุ่นใหม่

หน้าเลนส์ระยะใกล้ เห็นชิ้นแก้วและโค้ตติ้ง
หน้าเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นคือร่องรอยของโจทย์ที่ต้องให้แสงเข้าถึงขอบภาพมากพอ

สรุป

คำบ่นที่ว่าเลนส์ไวแสงรุ่นใหม่ใหญ่และหนักขึ้นนั้นจริงในหลายรุ่น โดยเฉพาะระดับ f/1.2 แต่สาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่มิเรอร์เลส มันอยู่ที่โจทย์ใหม่ที่ผู้ผลิตตั้งขึ้น คือคมทั้งเฟรมตั้งแต่เปิดสุดบนเซนเซอร์ความละเอียดสูง ให้แสงถึงขอบภาพมากพอ และโฟกัสได้เร็วเงียบพอสำหรับวิดีโอ

ในเมาท์เดียวกันยังมีเลนส์ f/1.8 และ f/2 ที่เบาไม่ถึง 200 กรัมให้เลือก การรู้ว่าแต่ละตัวถูกสร้างมาเพื่อโจทย์ไหน ช่วยให้เราเลือกเลนส์ที่ตรงกับงานของเราเอง ไม่ใช่ตามแรงของสเปก ใครเคยเปลี่ยนจากเลนส์ตัวโตมาใช้ตัวเล็ก หรือกลับกัน ลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าภาพของเราเปลี่ยนไปแค่ไหน

อ่านต่อ

เลนส์ 50mm ทำไมราคาต่างกันสิบเท่า · เลนส์ไวแสง f/1.4 จำเป็นเสมอไหม

ที่มา: Canon Europe, Expert view EF vs RF lenses · Canon Europe, RF 85mm F1.2L developers interview · Canon Europe, RF mount explained · Canon USA, EF 50mm f/1.2L USM · Canon Asia, RF50mm f/1.2L USM · Nikon USA, NIKKOR Z 50mm f/1.2 S · Nikon UK, The story of Plena · PetaPixel, Sony FE 50mm f/1.4 GM

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด