รีวิว instax mini Evo 2 จากสื่อต่างประเทศ เริ่มออกมาแล้ว ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 หลัก ๆ มีสองเจ้า คือ DPReview ที่เผยแพร่รีวิวเต็ม เมื่อวันที่ 30 ถึง 31 ตุลาคม และ Digital Camera World ที่ลงรีวิว ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ทั้งสองเจ้า พูดคล้ายกัน ว่าเป็นกล้องอินสแตนต์ ที่เล่นสนุกที่สุดตัวหนึ่ง เพราะถ่ายเป็นไฟล์ก่อน แล้วค่อยเลือกพิมพ์ แต่ก็ติเรื่องเดียวกันด้วย คือ ภาพที่พิมพ์ออกมา ดูจืดกว่าภาพบนจอ และแบตอยู่ได้ไม่นาน มาดูกันว่า ใครควรซื้อ ใครควรรอ

DPReview ชมอะไร และติอะไร
Abby Ferguson จาก DPReview บอกว่า ตัวเองเคยไม่ค่อยเชื่อ ในกล้องอินสแตนต์แบบไฮบริด แต่ใช้ตัวนี้แล้ว กลับกลายเป็นแฟน เพราะการได้ดูภาพบนจอก่อนพิมพ์ ไม่ได้ทำให้ความสนุกหายไป กลับเปิดให้ทดลองได้มากขึ้น ทั้งหน้าปัดเลนส์ และหน้าปัดฟิล์ม อย่างละ 10 แบบ ที่ผสมกันได้ราว 100 ลุค เธอชอบโหมดถ่ายซ้อน และขาวดำเป็นพิเศษ ส่วนออโต้โฟกัส ที่จับใบหน้า ก็ทำงานได้ดี แม้ในที่แสงน้อย
จุดที่ DPReview ติ มีหลายข้อ ข้อแรก คือ ภาพที่พิมพ์ มีคอนทราสต์ต่ำกว่า และสีไม่สดเท่าบนจอ ภาพขาวดำ บางแผ่นก็ออกโทนสีไม่เท่ากัน ข้อสอง คือ ช่วงไดนามิกเรนจ์แคบ ไฮไลต์หลุดง่าย ข้อสาม คือ ความละเอียดขึ้นกับการตั้งค่า ถ้าเก็บในหน่วยความจำในเครื่อง จะได้แค่ 6.1 ล้านพิกเซล และเก็บได้ราว 45 รูป ถ้าอยากได้ราว 12.8 ล้านพิกเซล ต้องใส่การ์ด microSD แล้วใช้เอฟเฟกต์มุมกว้าง หรือปิด Expanded View ซึ่งผู้รีวิว ก็บอกว่าโหมดนี้ ชวนงงอยู่บ้าง นอกจากนี้ โหมดมาโคร ยังโฟกัสพลาดบางครั้ง และภาพต้องรอราว 90 วินาที กว่าสีจะขึ้นเต็ม
Digital Camera World ว่ายังไง
Hillary Grigonis จาก Digital Camera World เรียกตัวนี้ว่า กล้อง instax ตัวโปรดของเธอ ชมโหมดสร้างสรรค์ ที่มีให้เลือกเยอะ ดีไซน์ย้อนยุค ที่มีหน้าปัด และก้านโยกพิมพ์ จอทัช 4.46 นิ้ว ที่ใช้ง่าย สำหรับคนคุ้นมือถือ และแอปที่ใช้สั่งพิมพ์ภาพ จากมือถือ หรือจากกล้องตัวอื่นได้ด้วย
ข้อเสียที่ Digital Camera World เจอ คือ ตัวกล้องหนากว่ากล้องคอมแพกต์ทั่วไป ไม่มีช่องมองภาพ และจอดูยาก กลางแดดจัด แบตในตัวชาร์จผ่าน USB-C ได้ แต่ถูกระบุไว้ที่ราว 90 ภาพต่อการชาร์จ ซึ่งผู้รีวิวมองว่าน้อย ภาพมีแนวโน้มสว่างเกิน และโหมด Immersive Movie ได้คลิปแค่ 560 x 992 พิกเซล แถมตอนเปิดโหมดนี้ ภาพนิ่งก็ลดเหลือ 616 x 464 พิกเซล จนแทบใช้ต่อไม่ได้ ผู้รีวิวมองว่า เหมาะแค่คลิปเบื้องหลัง สำหรับลงโซเชียล ส่วนคนที่มี instax mini Evo รุ่นแรกอยู่แล้ว เธอบอกว่า การอัปเกรด เป็นเรื่องของความอยาก มากกว่าความจำเป็น
รีวิว instax mini Evo 2 มีผลกับครีเอเตอร์ไทยยังไง
ถ้าดูจากสองรีวิวนี้ ภาพจากตัวกล้อง พอสำหรับลงโซเชียล และเว็บ แต่ไม่ใช่กล้อง สำหรับงานที่ต้องครอปเยอะ หรือพิมพ์ใหญ่ สิ่งที่มันทำได้ดีจริง คือ การเลือกพิมพ์เฉพาะภาพที่ใช้ได้ ซึ่งช่วยเรื่องค่าฟิล์ม ที่ DPReview ประเมินไว้ราว 1 ดอลลาร์ต่อแผ่น ส่วน Digital Camera World ระบุว่า ฟิล์มแพ็ก 20 แผ่น อยู่ที่ราว 19.49 ดอลลาร์ ในสหรัฐฯ ร้านคาเฟ่ บูธงานอีเวนต์ หรือช่างภาพงานแต่ง ที่รับทำมุมพิมพ์รูป จึงคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า กล้องอินสแตนต์แบบเดิม
อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อน คือ ภาพบนจอ กับภาพที่พิมพ์ ดูไม่เหมือนกัน เพราะจอใหญ่และสด ส่วนฟิล์มจืดกว่า ถ้าจะใช้ถ่ายสินค้า หรือถ่ายลูกค้าที่หน้าร้าน แล้วพิมพ์แนบไปกับพัสดุ ลองถ่ายเทสต์ แล้วพิมพ์ดูสักสองสามแผ่นก่อน จะได้รู้ว่าลุคไหน ออกมาบนฟิล์มแล้วสวยจริง ส่วนคนที่หวังใช้คลิป Immersive Movie ลง Reels หรือ TikTok ทั้งสองรีวิว ชี้ตรงกันว่า ความละเอียดต่ำเกินไป สำหรับงานคลิปจริงจัง
ควรซื้อเลย หรือรอก่อน
ถ้ายังไม่มีกล้องอินสแตนต์ และอยากได้ทั้งไฟล์ดิจิทัล กับภาพที่จับต้องได้ ตัวนี้น่าสนใจ ตามความเห็นของทั้งสองสื่อ หน้าร้านทางการของ Fujifilm ในไทย แสดงราคาไว้ 9,690 บาท ตามที่เราเคยรายงาน ในข่าวเปิดตัว instax mini Evo 2 ลองเช็ควันวางขายจริง และราคาฟิล์มในไทย ก่อนตัดสินใจ อย่าลืมเผื่องบ สำหรับการ์ด microSD ด้วย เพราะทั้งความละเอียดสูง และวิดีโอ ต้องใช้การ์ด
แต่ถ้ามีรุ่นแรกอยู่แล้ว และใช้งานได้ดี ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยน เพราะฟิล์มที่พิมพ์ออกมา ยังเป็น instax mini ขนาดเดิม และถ้าเป้าหมายจริง คือ ภาพคม ๆ ไปใช้งานต่อ มือถือ หรือกล้องดิจิทัลทั่วไป ยังตอบโจทย์กว่า ใครกำลังมองกล้อง Fujifilm สำหรับงานจริงจังกว่านี้ ลองอ่าน รอ X-T6 หรือซื้อ X-T5 ประกอบไปด้วยได้
ที่มา: DPReview: Fujifilm Instax Mini Evo 2 review, Digital Camera World: Fujifilm Instax Evo 2 review, instax.com, FUJIFILM House of Photography Thailand
