หน้าแรก/บทความ/NIKON

Active D-Lighting ของ Nikon ช่วยภาพย้อนแสงยังไง ควรเปิดตอนไหน

Active D-Lighting ของ Nikon ช่วยภาพย้อนแสงยังไง ควรเปิดตอนไหน

ถ่ายลูกยืนหน้าหน้าต่างตอนบ่าย หรือถ่ายเพื่อนใต้แดดเที่ยง พอเปิดดูภาพ หน้าคนมืดจนเห็นแต่เงา หรือถ้าหน้าสว่างพอดี ฟ้าข้างหลังก็ขาวโพลน กล้อง Nikon มีฟังก์ชันที่ออกแบบมาช่วยฉากแบบนี้ ชื่อว่า Active D-Lighting

มาไล่ดูกันว่ามันทำงานยังไง แต่ละระดับต่างกันแค่ไหน ถ่าย RAW แล้วยังเกี่ยวกับเราไหม และตอนไหนควรปิด ข้อมูลทั้งหมดเช็คจากคู่มือออนไลน์และหน้าทางการของ Nikon

ทำไมภาพย้อนแสงถึงเสียรายละเอียดไปข้างหนึ่ง

ลองนึกถึงตอนยืนในห้องแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างตอนกลางวัน ตาเราเห็นทั้งของในห้องและต้นไม้ข้างนอกได้สบาย ๆ แต่กล้องเก็บช่วงความสว่างกว้างขนาดนั้นในภาพเดียวได้ยากกว่า ตั้งให้ในห้องพอดี ข้างนอกก็ขาว ตั้งให้ข้างนอกพอดี ในห้องก็ดำ

ฉากที่ส่วนสว่างกับส่วนมืดต่างกันมากแบบนี้เรียกว่าฉากคอนทราสต์สูง ตัวอย่างในคู่มือ Nikon ก็ตรงกับที่เราเจอบ่อย คือวิวสว่างจ้านอกประตูหรือหน้าต่าง และคนที่ยืนในร่มเงาวันแดดแรง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าความสว่างของภาพมาจากอะไร ลองอ่าน สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ก่อน แล้วค่อยกลับมาเรื่องนี้

ภาพผู้หญิงที่ชายหาดสองภาพเทียบกัน ถ่ายแบบเปิดและไม่เปิด Active D-Lighting
ฉากชายหาดเดียวกัน ถ่ายแบบเปิดและไม่เปิด ภาพโดย Paul Van Allen ภาพ: Nikon

Active D-Lighting ทำงานยังไง

คู่มือ D850 บอกว่าระบบนี้ปรับการรับแสงตั้งแต่ก่อนถ่าย เพื่อให้ช่วงความสว่างในภาพออกมาดีที่สุด ส่วน Nikon USA อธิบายว่ากล้องใช้การวัดแสงแบบ Matrix ดูว่าฉากมีคอนทราสต์แค่ไหน แล้วยกส่วนมืดให้สว่างขึ้นโดยยังเก็บส่วนสว่างไว้ และปรับคอนทราสต์ช่วงโทนกลางให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ

เทียบง่าย ๆ เหมือนรินน้ำใส่แก้ว ถ้ารินจนเต็มขอบ น้ำจะล้นก่อน ระบบนี้ระวังไม่ให้ส่วนสว่างล้นตั้งแต่แรก แล้วค่อยดึงส่วนที่มืดขึ้นมา

Nikon ยังบอกว่าการประมวลผลทำเฉพาะบริเวณที่จำเป็น ไม่ได้ยกความสว่างทั้งภาพเท่ากัน ภาพจึงยังมีคอนทราสต์แบบธรรมชาติ ไม่แบนจนสีจืด

ลองนึกภาพคนยืนหน้าหน้าต่างอีกที ถ้ายกความสว่างทั้งภาพ หน้าคนก็สว่างขึ้นจริง แต่ฟ้าข้างนอกที่สว่างอยู่แล้วจะขาวหนักกว่าเดิม การเลือกยกเฉพาะส่วนที่มืดเลยเป็นหัวใจของฟังก์ชันนี้

CREATOR SCHOOL THAILAND · NIKON

Active D-Lighting ทำงานตอนไหน

ตัวที่มีคำว่า Active ทำงานตอนถ่าย ส่วน D-Lighting ในเมนูรีทัชทำหลังถ่าย

1

วัดคอนทราสต์ของฉาก

กล้องใช้การวัดแสงแบบ Matrix ดูว่าส่วนสว่างกับส่วนมืดต่างกันแค่ไหน

2

ปรับการรับแสงก่อนถ่าย

ระวังไม่ให้ส่วนสว่าง เช่นฟ้านอกหน้าต่าง ขาวจนไม่มีรายละเอียด

3

ยกเงาเฉพาะส่วนที่จำเป็น

ดึงส่วนมืดขึ้นมา และปรับคอนทราสต์โทนกลางให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ยกทั้งภาพเท่ากัน

ถ่าย JPEG

ผลอยู่ในไฟล์เลย

เปิดดูในมือถือก็เห็นเงาที่ถูกยกแล้ว

ถ่าย RAW

ปรับต่อใน NX Studio

มีเครื่องมือชื่อเดียวกันให้เลือกความแรงใหม่ได้

D-Lighting ในเมนูรีทัช ใช้กับภาพที่ถ่ายไปแล้ว บันทึกเป็นไฟล์ใหม่ เป็นทางกู้ภาพ ปรับได้ละเอียดน้อยกว่าแบบที่ทำตอนถ่าย

เรียบเรียงจากคู่มือออนไลน์ D850 และ Z50II, คู่มือ NX Studio และบทความของ Nikon USA

ฟังก์ชันนี้ได้ผลดีที่สุดกับการวัดแสงแบบ Matrix ถ้าเปิดใช้อยู่ ลองเช็คโหมดวัดแสงด้วย

ระดับของ Active D-Lighting ต่างกันยังไง

ตั้งได้ที่เมนูถ่ายภาพ ในคู่มือ Z50II มีตัวเลือก Auto ที่ให้กล้องปรับความแรงเองตามสภาพการถ่าย แล้วก็ระดับที่เลือกเอง เรียงจากแรงไปเบา คือ Extra high, High, Normal และ Low สุดท้ายคือ Off ระดับที่เลือกจะมีไอคอนขึ้นบนจอตอนถ่าย

ระดับสูงช่วยฉากที่ต่างกันมากได้ดีกว่า แต่คู่มือเตือนว่าภาพอาจมีนอยส์ เช่นจุดสว่างกระจาย ฝ้า หรือเส้น และบางวัตถุอาจสว่างไม่สม่ำเสมอ ถ้าเห็นอาการพวกนี้ ลองลดลงมาหนึ่งระดับดู

ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ตั้ง Auto ไว้ก่อนก็ได้ ให้กล้องดูฉากแล้วเลือกเอง พอเจอฉากที่ย้อนแสงหนัก ๆ ค่อยลองขยับขึ้นเองทีละขั้น แล้วเปิดดูภาพเทียบกัน เราจะเริ่มจำได้เองว่าฉากแบบไหนชอบระดับไหน

ถ้าใช้โหมด M ตัว Auto จะทำงานเท่ากับ Normal และถ้าความไวแสงขึ้นไปช่วง Hi ฟังก์ชันนี้จะไม่ทำงานเลย ใน Z50II คือ Hi 0.3 ถึง Hi 2.0 รวมถึงตอนที่ Auto ISO เลือกค่านั้นเองด้วย

ภาพอาคารสองภาพเทียบกัน แบบไม่เปิดและเปิดฟังก์ชันยกเงาของ Nikon
ภาพอาคารแบบไม่เปิดเทียบกับแบบเปิด ส่วนที่อยู่ในเงาดูสมดุลขึ้น ภาพ: Nikon

ถ่ายวิดีโอใช้ได้ไหม

ได้ในหลายรุ่น เช่น D6 และ Zf มีหัวข้อนี้ในเมนูวิดีโอด้วย คู่มือ D6 บอกว่าเมนูวิดีโอมี Extra high, High, Normal, Low และ Off ไม่มี Auto แบบฝั่งภาพนิ่ง

บางรุ่นมีข้อจำกัดตามขนาดเฟรม เช่นคู่มือ D850 ระบุว่าไม่ทำงานที่ 3840 × 2160 ซึ่งก็คือวิดีโอ 4K ถ้าถ่ายวิดีโอเป็นหลัก ลองเปิดคู่มือรุ่นของเราดูหัวข้อนี้ก่อน

ด้านหลังกล้อง Nikon Z6III
ด้านหลังกล้อง Nikon Z6III แต่ละรุ่นวางเมนูภาพนิ่งกับวิดีโอไม่เหมือนกัน ลองเช็คในคู่มือของรุ่นเรา ภาพ: Nikon

ถ่าย RAW แล้ว Active D-Lighting ยังมีผลไหม

ถ่าย JPEG ผลของการยกเงาจะอยู่ในไฟล์เลย ส่วน RAW ที่เปิดใน NX Studio โปรแกรมฟรีของ Nikon จะมีเครื่องมือชื่อเดียวกันให้เลือกความแรงจากเมนูได้อีกที ใช้ได้กับไฟล์ RAW และภาพ pixel shift ที่รวมแล้วเท่านั้น

ถ้าหาเครื่องมือนี้ไม่เจอ ลองเช็คสองจุด ถ้าเปิด Adjust using HDR อยู่ เครื่องมือจะไม่แสดง และถ้าเปิด Dehaze ตัวนี้จะถูกปิดไป

แต่อย่าลืมว่าการปรับการรับแสงเกิดตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์ ถึงจะถ่าย RAW ก็ควรตัดสินใจเปิดหรือปิดตั้งแต่หน้างาน

หน้าต่างโปรแกรม NX Studio ของ Nikon จากคู่มือออนไลน์
NX Studio มีเครื่องมือไว้ปรับความแรงของไฟล์ RAW ย้อนหลัง ภาพ: Nikon

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรถ่ายไฟล์แบบไหน อ่านต่อได้ใน ไฟล์ RAW หรือ JPEG ถ่ายแบบไหนดี

Active D-Lighting กับ D-Lighting ในเมนูรีทัช

ชื่อคล้ายจนหลายคนสับสน กล้อง Nikon หลายรุ่นมี D-Lighting อีกตัวในเมนูรีทัช ใช้ยกเงาของภาพที่ถ่ายไปแล้ว ดูผลบนจอก่อนได้ แล้วบันทึกเป็นไฟล์ใหม่

ตัวที่มีคำว่า Active ทำงานตอนถ่าย ส่วนอีกตัวทำหลังถ่าย Nikon USA บอกว่าตัวหลังเป็นทางกู้ภาพที่แสงไม่ดี และปรับได้ละเอียดน้อยกว่า

ภาพหน้ามืดที่ไม่ได้ถ่าย RAW ไว้ ลองใช้ D-Lighting ในเมนูรีทัชช่วยก่อนส่งให้ใครดู

ควรเปิดตอนไหน ตอนไหนลองปิด

ควรเปิดในฉากที่คู่มือยกไว้ คือวิวสว่างนอกหน้าต่าง คนในร่มเงากลางแดดแรง และตัวอย่างของ Nikon USA คือคนใต้แดดเที่ยงที่เงาใต้ปีกหมวกหรือรอบตาบังหน้า ฟังก์ชันนี้ช่วยเปิดเงาได้โดยไม่ต้องใช้แฟลช

ลองปิดเมื่อตั้งใจอยากได้เงาดำเข้ม เช่นซิลูเอตคนหน้าพระอาทิตย์ตก ซึ่งความสวยอยู่ที่รูปร่างดำสนิทตัดกับฟ้า ถ้าระบบช่วยยกเงา ภาพอาจไม่เข้มอย่างที่ตั้งใจ อีกกรณีคือเวลาจัดแสงเติมเงาเองอยู่แล้วด้วยแฟลชหรือไฟ LED ถ่ายเทียบเปิดกับปิดแล้วดูว่าภาพไหนตรงใจกว่า

ฉากแสงเรียบ ๆ เช่นวันฟ้าครึ้ม จะเปิด Auto ทิ้งไว้ก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนไปมาทุกฉาก

CREATOR SCHOOL THAILAND · NIKON

เปิดหรือปิด ดูจากฉากตรงหน้า

ระดับในเมนูถ่ายภาพ Auto, Extra high, High, Normal, Low และ Off

ควรเปิด

ฉากคอนทราสต์สูง

วิวสว่างนอกหน้าต่าง คนในร่มเงาวันแดดแรง คนใต้แดดเที่ยงที่เงาปีกหมวกบังหน้า

ลองปิด

ตั้งใจให้เงาเข้ม

ซิลูเอตหน้าพระอาทิตย์ตก หรือจัดแฟลชและไฟเติมเงาเองอยู่แล้ว ถ่ายเทียบก่อนตัดสินใจ

Auto ก็พอ

แสงเรียบ ๆ

วันฟ้าครึ้ม ห้องที่แสงสม่ำเสมอ ไม่ต้องเปลี่ยนไปมาทุกฉาก

ไม่ทำงานเมื่อ ISO อยู่ช่วง Hi ใน Z50II คือ Hi 0.3 ถึง Hi 2.0 และในโหมด M ตัว Auto ทำงานเท่ากับ Normal

ฉากตัวอย่างจากคู่มือออนไลน์ Z50II และบทความของ Nikon USA ระดับแรงอาจมีนอยส์หรือความสว่างไม่สม่ำเสมอ ถ้าเห็นให้ลดลงหนึ่งระดับ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

เรื่องแรก คิดว่าเปิดแรงสุดไว้ตลอดจะดีที่สุด ที่จริงคู่มือเตือนเรื่องนอยส์ ระดับแรงเหมาะกับฉากที่ต่างกันมากจริง ๆ ฉากทั่วไปใช้ Auto หรือระดับกลางก็พอ

เรื่องที่สอง คิดว่ามันคือ HDR แบบรวมหลายภาพ โหมด HDR ในกล้องอย่าง D850 คือถ่ายสองภาพที่แสงต่างกันแล้วรวมกัน ส่วนตัวที่เรากำลังคุยกันทำกับภาพเดียว

เรื่องที่สาม คิดว่าเปิดไว้แล้วช่วยทุกสถานการณ์ ถ้า ISO ขึ้นไปช่วง Hi ระบบนี้ไม่ทำงาน และในโหมด M ตัว Auto ทำงานแค่เท่า Normal

เรื่องที่สี่ คิดว่ามันคือตัวเดียวกับ D-Lighting ในเมนูรีทัช ตัวหนึ่งทำตอนถ่าย อีกตัวทำกับภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วและบันทึกเป็นไฟล์ใหม่ ถ้าเปิดตัวแรกไว้แล้วยังไม่พอใจ ค่อยใช้ตัวหลังช่วยเพิ่มได้

คืนนี้มาลองถ่ายเทียบกัน

ให้ใครสักคนหรือตุ๊กตาสักตัวยืนหน้าหน้าต่างสว่าง ๆ ตั้งกล้องไว้ที่เดิม ใช้วัดแสงแบบ Matrix ถ้ามีขาตั้งกล้องก็ใช้เลย จะได้เทียบภาพจากมุมเดียวกันเป๊ะ ถ้าไม่มี วางกล้องบนโต๊ะหรือกองหนังสือแทนก็ได้

ถ้ากล้องมี ADL bracketing ในเมนู Auto bracketing ลองใช้ดู คู่มือ Z30 บอกว่าถ้าตั้ง 5 ภาพ กล้องจะถ่ายไล่จาก Off, Low, Normal, High ไปจนถึง Extra high ให้ทีเดียว ถ้าไม่มี ก็ถ่ายทีละภาพแล้วเปลี่ยนระดับเอง

เปิดดูเรียงกัน ดูว่าหน้าเห็นรายละเอียดขึ้นแค่ไหน วิวนอกหน้าต่างยังมีสีไหม แล้วซูมดูเงาว่านอยส์มากจนรับไม่ได้หรือเปล่า เลือกระดับที่สมดุลที่สุด แล้วจดไว้ในมือถือว่าฉากหน้าต่างบ้านเราใช้ระดับไหน คราวหน้าเจอฉากคล้ายกันจะได้ตั้งได้ทันที

ถ้าทำแล้วยังไม่เห็นความต่าง ลองเช็คว่า ISO ไม่ได้อยู่ช่วง Hi ถ้าวิวข้างนอกยังขาวอยู่ดี แปลว่าฉากต่างกันเกินกว่าภาพเดียวจะเก็บได้ ลองย้ายมุมหรือเปลี่ยนเวลาถ่ายดู

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

Active D-Lighting ช่วยเก็บรายละเอียดทั้งส่วนสว่างและเงาในฉากคอนทราสต์สูง ได้ผลดีที่สุดกับวัดแสงแบบ Matrix ไม่ทำงานที่ ISO ช่วง Hi ถ่าย RAW แล้วยังปรับความแรงต่อใน NX Studio ได้ และไม่ใช่ตัวเดียวกับ D-Lighting ในเมนูรีทัช

อ่านต่อ

อยากเข้าใจเรื่องไฟล์ให้ลึกขึ้น ลองอ่าน ไฟล์ RAW หรือ JPEG ถ่ายแบบไหนดี และถ้าอยากดูรายละเอียดจากต้นทาง เปิด บทความ Active D-Lighting ของ Nikon USA ได้เลย

บทความนี้ CreatorSchoolThailand เขียนเอง ไม่ได้รับค่าตอบแทนจาก Nikon

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด