หน้าแรก/บทความ/การตลาดสำหรับครีเอเตอร์

ติดป้ายสปอนเซอร์ ยังไงให้ถูกกติกาแพลตฟอร์ม และคนดูยังเชื่อ

ติดป้ายสปอนเซอร์ ยังไงให้ถูกกติกาแพลตฟอร์ม และคนดูยังเชื่อ

แบรนด์ส่งเซรั่มมาให้หนึ่งกล่อง พร้อมค่าจ้างทำคลิปรีวิว เราถ่ายเสร็จ ตัดเสร็จ แล้วมานั่งลังเลตอนอัปโหลด ว่าต้องบอกคนดูไหม บอกแล้วยอดจะตกหรือเปล่า หรือแค่ใส่แฮชแท็กท้ายแคปชันก็พอ คำถามว่า ติดป้ายสปอนเซอร์ ยังไงให้ถูก เป็นเรื่องที่ครีเอเตอร์แทบทุกคนเจอตอนเริ่มรับงานแบรนด์

บทความนี้รวมเครื่องมือเปิดเผยทางการของ YouTube, Instagram, Facebook และ TikTok ว่าปุ่มอยู่ตรงไหน คนดูจะเห็นป้ายแบบไหน แล้วต่อด้วยวิธีพูดในคลิปและเขียนแคปชันให้ชัด โดยที่คนดูยังเชื่อเราเหมือนเดิม

ติดป้ายสปอนเซอร์ คืออะไร ทำไมแพลตฟอร์มถึงบังคับ

ลองนึกถึงร้านอาหารที่เพื่อนสนิทแนะนำ กับป้ายโฆษณาร้านเดียวกันริมทางด่วน เราฟังสองอย่างนี้ด้วยน้ำหนักไม่เท่ากัน เพราะรู้ว่าป้ายริมทางมีเงินจ้างอยู่เบื้องหลัง พอรู้แบบนี้ เราก็ชั่งน้ำหนักเองได้ว่าจะเชื่อแค่ไหน

การเปิดเผยว่าคลิปไหนมีสปอนเซอร์ ก็คือการบอกให้คนดูรู้ข้อมูลข้อนี้ก่อนตัดสินใจเชื่อ

ทุกแพลตฟอร์มหลักเขียนเรื่องนี้ไว้เป็นกติกา หน้าช่วยเหลือของ YouTube บอกว่าถ้าคลิปมีเนื้อหาจากแบรนด์ สปอนเซอร์ การแนะนำสินค้า หรือความสัมพันธ์ทางการค้าแบบอื่น ต้องแจ้ง YouTube ผ่านตัวเลือกการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย ฝั่ง TikTok บอกว่าโพสต์ที่โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ต้องเปิดการตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหา และถ้าไม่เปิดเผยให้ถูก โพสต์อาจถูกลบหรือถูกจำกัด ส่วน Instagram ระบุว่านโยบาย branded content กำหนดให้ใช้ป้าย Paid partnership แท็กแบรนด์

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

ติดป้ายสปอนเซอร์ในระบบ แต่ละแพลตฟอร์มทำตรงไหน

YouTube

YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์

ติ๊กช่องวิดีโอมีการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย

คนดูเห็นข้อความเปิดเผยช่วงต้นคลิป

Instagram และ Facebook

เครื่องมือ branded content ของ Meta

เพิ่มป้ายแล้วแท็กบัญชีแบรนด์ที่จ้างเรา

คนดูเห็นป้าย Paid partnership

TikTok

Content disclosure and ads ตอนโพสต์

งานแบรนด์คนอื่นเลือก Branded content งานขายของตัวเองเลือก Your brand

ป้าย Paid partnership หรือ Promotional content

TikTok โพสต์ไปแล้ว เปลี่ยนป้ายไม่ได้ ถ้าเลือกผิดต้องลบแล้วโพสต์ใหม่ ส่วน YouTube แก้ย้อนหลังในหน้าเนื้อหาได้

สรุปจากหน้าช่วยเหลือของ YouTube, Instagram และ TikTok ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันแอป

ก่อนไปต่อ ลองนับดูว่าเดือนที่ผ่านมา เราลงคลิปที่มีแบรนด์เกี่ยวข้องไปกี่ชิ้น และมีกี่ชิ้นที่ติดป้ายในระบบไว้แล้ว

YouTube ติ๊กช่องการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย

บน YouTube เราไม่ต้องเขียนป้ายเอง ให้ไปที่ YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์ ถ้าเป็นคลิปที่อัปไปแล้ว เลือกเมนูเนื้อหาด้านซ้าย คลิกคลิปที่ต้องการ กดตัวเลือกเพิ่มเติม แล้วติ๊กช่องที่บอกว่าวิดีโอมีการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย เช่น โฆษณาแฝง การสนับสนุนจากสปอนเซอร์ หรือการแนะนำผลิตภัณฑ์ จากนั้นกดบันทึก ถ้าเป็นคลิปใหม่ ตัวเลือกเดียวกันอยู่ในส่วนแสดงเพิ่มเติมตอนอัปโหลด

โน้ตบุ๊กเปิดหน้าจอวางบนโต๊ะไม้
ช่องการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่ายของ YouTube อยู่ใน YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์

พอติ๊กแล้ว YouTube จะขึ้นข้อความเปิดเผยให้คนดูเห็นเองตอนต้นคลิป แปลว่าคนที่กดเข้ามาดูตั้งแต่ต้นจะรู้ทันที ว่าคลิปนี้มีแบรนด์เกี่ยวข้อง

ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนไปตามเวอร์ชันของ YouTube Studio ถ้าหาไม่เจอ ลองค้นคำว่า paid promotion ในหน้าช่วยเหลือของ YouTube ดู

คลิปรีวิวเก่าที่ยังมีคนดูอยู่ ลองเข้าไปเช็คทีละคลิปว่าติ๊กช่องนี้ไว้หรือยัง แก้ย้อนหลังได้

Instagram และ Facebook ใช้ป้าย Paid partnership

ฝั่ง Instagram เครื่องมือนี้เรียกว่า branded content หน้าช่วยเหลือของ Instagram บอกว่านโยบายกำหนดให้ใช้ป้าย Paid partnership แท็กแบรนด์ทุกครั้งที่โพสต์งานแบรนด์ ตอนโพสต์ เราเพิ่มป้ายนี้แล้วแท็กบัญชีของแบรนด์ที่จ้างเรา คนดูจะเห็นป้ายบนโพสต์โดยไม่ต้องรอเปิดอ่านแคปชัน

ชื่อป้ายในบทความนี้ใช้ภาษาอังกฤษตามหน้าช่วยเหลือ ถ้าตั้งแอปเป็นภาษาไทย ชื่อเมนูและป้ายที่เห็นอาจต่างไปจากนี้

Facebook อยู่ในเครือ Meta เดียวกัน หน้าเครื่องมือครีเอเตอร์ของ Facebook ก็แนะนำให้ใช้ป้าย Paid Partnership กับโพสต์งานแบรนด์เหมือนกัน แต่หน้าตาเมนูอาจต่างกันไปตามประเภทบัญชีและรูปแบบโพสต์ ก่อนรับงานแรก ลองเปิดหน้าช่วยเหลือของ Meta เช็คขั้นตอนของบัญชีเราเองอีกรอบ

ถ้าแบรนด์ขอโพสต์ร่วมกันแบบ Collab ด้วย ลองถามให้ชัดว่ายังต้องเพิ่มป้าย Paid partnership ไหม เพราะสองอย่างนี้คนละเครื่องมือกัน

TikTok เปิดการตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหา

TikTok เรียกเครื่องมือนี้ในแอปว่า Disclose commercial content ตอนโพสต์ ให้กดหัวข้อ Content disclosure and ads แล้วเปิดสวิตช์ จะมีให้เลือกสองแบบ ชื่อเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษตามหน้าช่วยเหลือ ในแอปภาษาไทยอาจใช้คำต่างไป

แบบแรกคือ Your brand ใช้ตอนโปรโมตธุรกิจของเราเอง โพสต์จะขึ้นป้าย Promotional content แบบที่สองคือ Branded content ใช้ตอนโปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการของคนอื่น โพสต์จะขึ้นป้าย Paid partnership

สองมือถือสมาร์ตโฟนหน้าจอดำ ข้างหลังเป็นโต๊ะวัตถุดิบทำอาหาร
ครีเอเตอร์สายมือถือ ติดป้ายสปอนเซอร์ บน TikTok ได้ตั้งแต่หน้าโพสต์ในแอป

จุดที่ต้องระวังคือ หน้าช่วยเหลือของ TikTok บอกว่าโพสต์ไปแล้วจะเปลี่ยนป้ายไม่ได้ ถ้าเลือกผิด ต้องลบโพสต์แล้วลงใหม่ ก่อนกดโพสต์งานแบรนด์ทุกครั้ง จึงควรเช็คให้ชัวร์ว่าเลือกแบบไหน

งานแบรนด์คนอื่นเลือก Branded content งานขายของตัวเองเลือก Your brand จดสองบรรทัดนี้แปะไว้ข้างจอก็ได้

ติดป้ายสปอนเซอร์ ในระบบอย่างเดียวยังไม่พอ พูดในคลิปด้วย

ป้ายของแพลตฟอร์มมีประโยชน์ แต่คนดูบางคนก็มองข้าม คู่มือของ FTC หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐฯ แนะนำว่าอย่าคิดว่าเครื่องมือของแพลตฟอร์มอย่างเดียวพอ ให้เปิดเผยในตัวคลิปเอง ไม่ใช่แค่ในคำอธิบายใต้คลิป และบอกว่าการพูดพร้อมขึ้นข้อความบนจอ คนดูจะสังเกตเห็นมากกว่า

แม้ FTC จะดูแลเฉพาะในสหรัฐฯ แต่หลักนี้เอามาใช้กับคนดูไทยได้ตรง ๆ เพราะเป้าหมายเหมือนกัน คือให้คนดูรู้ก่อนตัดสินใจเชื่อ

ครีเอเตอร์นั่งแต่งหน้าหน้าไฟวงแหวนที่มีมือถือติดอยู่ ข้างหลังเป็นโต๊ะเครื่องสำอาง
ช่วงต้นคลิปรีวิวคือจังหวะที่ดีที่สุดในการบอกคนดูว่างานนี้มีแบรนด์เกี่ยวข้อง

คำที่ใช้ไม่ต้องหรู FTC บอกว่าคำง่าย ๆ อย่าง ad หรือ sponsored ใช้ได้ หรือพูดขอบคุณแบรนด์ที่ส่งของมาให้ตรง ๆ ก็พอ ถ้าคนดูสังเกตเห็นได้ง่าย ภาษาไทยลองพูดตั้งแต่ช่วงต้นคลิปประมาณว่า คลิปนี้แบรนด์จ้างมาทำ และส่งของมาให้ลอง ส่วนความเห็นในคลิปเป็นของเราเองทั้งหมด

CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING

บอกคนดูให้ครบสามชั้น

1

ป้ายในระบบ

ติ๊กหรือเปิดเครื่องมือเปิดเผยของแพลตฟอร์มทุกครั้งที่มีแบรนด์เกี่ยวข้อง ทั้งงานจ้างและของที่ได้มาฟรี

2

พูดในคลิปช่วงต้น

พูดพร้อมขึ้นข้อความบนจอ คนดูจะสังเกตเห็นมากกว่า เช่น คลิปนี้แบรนด์จ้างมาทำ และส่งของมาให้ลอง ความเห็นเป็นของเราเอง

3

บรรทัดแรกของแคปชัน

เขียนให้เห็นก่อนกดอ่านต่อ ไม่ซ่อนไว้ในกองแฮชแท็กท้ายโพสต์

ป้ายของแพลตฟอร์มคือกติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ได้แทนการทำตามกฎหมาย สินค้าที่มีข้อกำหนดเรื่องโฆษณาเฉพาะ ให้เช็คกับแบรนด์และหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง

ชั้นที่ 2 และ 3 อ้างอิงคู่มือ Disclosures 101 for Social Media Influencers ของ FTC สหรัฐฯ ใช้เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมายไทย

ลองเขียนประโยคเปิดเผยของเราเองไว้หนึ่งประโยค แล้วใช้ซ้ำทุกงาน คนดูจะคุ้นและไม่รู้สึกว่าเราซ่อนอะไร

แคปชันกับแฮชแท็ก วางตรงไหนให้คนเห็น

หลายคนใส่ #ad ไว้ท้ายแคปชัน ปนกับแฮชแท็กอีกสิบกว่าตัว แบบนี้คนดูแทบไม่เห็น FTC บอกว่าการเปิดเผยควรอยู่คู่กับข้อความรีวิว วางให้มองข้ามได้ยาก และไม่ควรผสมไปในกองแฮชแท็กหรือลิงก์

ทางที่ง่ายที่สุดคือเขียนไว้บรรทัดแรกของแคปชัน เพราะแคปชันยาว ๆ มักถูกย่อให้เห็นแค่ช่วงต้นจนกว่าคนดูจะกดอ่านต่อ

เปิดแคปชันงานแบรนด์ล่าสุดของเราดู ถ้าคำว่าสปอนเซอร์ไปอยู่ท้ายสุด ลองย้ายขึ้นมาไว้บรรทัดแรก

ของฟรีก็นับ แม้แบรนด์ไม่ได้จ่ายเงิน

หลายคนคิดว่าต้องได้เงินถึงจะนับเป็นสปอนเซอร์ แต่คู่มือของ FTC นับการให้สินค้าหรือบริการฟรี หรือลดราคาให้ เป็นความเกี่ยวข้องที่ต้องเปิดเผยด้วย และถ้าแบรนด์เคยส่งของให้เรา แล้วเราพูดถึงสินค้าตัวอื่นของแบรนด์เดียวกัน ก็ควรบอกด้วย แม้แบรนด์ไม่ได้ขอให้พูดถึงตัวนั้น

มือถือกล่องพัสดุกระดาษบนโต๊ะทำงาน ของจากแบรนด์ที่ควร ติดป้ายสปอนเซอร์ ด้วย
ของที่แบรนด์ส่งมาให้ฟรี ก็นับเป็นความเกี่ยวข้องที่ควรบอกคนดู

ฝั่งแพลตฟอร์มก็คิดคล้ายกัน YouTube ใช้คำว่าความสัมพันธ์ทางการค้าแบบอื่น ซึ่งกว้างกว่าการรับเงินอย่างเดียว ส่วน TikTok มีตัวเลือก Your brand ไว้สำหรับคนที่ขายของของตัวเอง แปลว่าแม้ไม่มีแบรนด์ภายนอก ถ้าเป็นโพสต์ขายของ ก็ยังต้องเปิดเผย

ลองจดไว้ในโน้ตว่าแบรนด์ไหนเคยส่งของหรือจ้างเราบ้าง เวลาพูดถึงแบรนด์นั้นอีก จะได้ไม่ลืมบอก

ความเข้าใจผิดเรื่อง ติดป้ายสปอนเซอร์ ที่พบบ่อย

เรื่องแรก ติดป้ายแล้วยอดจะตก อย่างน้อยฝั่ง TikTok เขียนไว้ชัดว่าการเปิดการตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหา ไม่กระทบการกระจายโพสต์ในฟีด ส่วนแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้บอกตัวเลขเรื่องนี้ไว้ในหน้าที่เราอ่าน

เรื่องที่สอง รีวิวด้วยใจจริงอยู่แล้วไม่ต้องบอก FTC แนะนำให้เปิดเผยแม้จะคิดว่าความเห็นของเราไม่ลำเอียง และถ้าได้ค่าจ้างพูดถึงสินค้าที่เราว่าแย่ ก็พูดว่าดีมากไม่ได้

เรื่องที่สาม ติ๊กป้ายแล้วถือว่าถูกกฎหมายครบ หน้าช่วยเหลือของ YouTube บอกว่าครีเอเตอร์และแบรนด์ยังต้องรับผิดชอบทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเอง ป้ายของแพลตฟอร์มคือกติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่คำรับรองทางกฎหมาย ถ้ารับงานสินค้าที่มีข้อกำหนดเรื่องโฆษณาเฉพาะ ลองถามแบรนด์ว่าข้อความในคลิปผ่านการตรวจแล้วหรือยัง และถ้ายังไม่แน่ใจ เช็คกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลสินค้านั้นโดยตรง หรือปรึกษานักกฎหมาย เพราะเนื้อหาส่วนนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

คืนนี้มาลอง ติดป้ายสปอนเซอร์ ย้อนหลังกัน

เริ่มจากเปิด YouTube Studio ไล่ดูคลิปที่มีแบรนด์เกี่ยวข้อง ทั้งงานจ้างและของที่ได้มาฟรี คลิปไหนยังไม่ได้ติ๊กช่องการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย ติ๊กแล้วกดบันทึกเลย

ต่อด้วย Instagram กับ Facebook ดูโพสต์งานแบรนด์ล่าสุดว่ามีป้าย Paid partnership ไหม และเช็คแคปชันว่าคำว่าสปอนเซอร์อยู่บรรทัดแรกหรือเปล่า

สุดท้ายเขียนประโยคเปิดเผยของเราเองไว้หนึ่งประโยค เก็บไว้ในโน้ตมือถือ งานแบรนด์ชิ้นต่อไปจะได้พูดตั้งแต่ช่วงต้นคลิปได้ทันที

ถ้าทำแล้วหาเมนูไม่เจอ หรือป้ายไม่ขึ้น ลองเปิดหน้าช่วยเหลือของแพลตฟอร์มนั้นแล้วค้นคำว่า paid promotion, branded content หรือ content disclosure ชื่อเมนูมักเปลี่ยนตามเวอร์ชันแอป

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

ติดป้ายสปอนเซอร์ ที่ดีมีสามชั้น ชั้นแรกคือป้ายในระบบของแพลตฟอร์ม YouTube ติ๊กช่องการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่าย Instagram ใช้ป้าย Paid partnership และ TikTok เปิดการตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหา ชั้นที่สองคือพูดในคลิปตั้งแต่ช่วงต้น ชั้นที่สามคือเขียนไว้บรรทัดแรกของแคปชัน ของฟรีก็นับ และป้ายของแพลตฟอร์มไม่ได้แทนการทำตามกฎหมาย

การรับงานแบรนด์เป็นเรื่องปกติของครีเอเตอร์ สิ่งที่คนดูอยากได้คือรู้ไว้ตั้งแต่ต้น แล้วคลิปรีวิวชิ้นล่าสุดของเรา บอกคนดูไว้ชัดพอหรือยัง?

อ่านต่อ

ถ้ากำลังวางโครงคลิปรีวิวให้น่าดู อ่านต่อที่ ทำคอนเทนต์รีวิวให้น่าสนใจและเล่าเรื่องสินค้า ส่วนใครอยากเข้าใจมุมของแบรนด์ว่าเลือกครีเอเตอร์ยังไง ดูต่อที่ Micro Influencer หรือคนดัง แบรนด์เล็กควรเลือกแบบไหน และถ้าอยากอ่านหลักการเปิดเผยฉบับเต็มจากหน่วยงานรัฐ ลองเปิด Disclosures 101 for Social Media Influencers ของ FTC

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด