
ซื้อเลนส์ใหม่ที่ร้าน ยังไม่ทันจ่ายเงิน พนักงานก็ถามว่ารับ ฟิลเตอร์ UV ไปด้วยไหม ใส่ไว้กันหน้าเลนส์ เพื่อนบางคนบอกว่าต้องใส่ไว้ตลอด บางคนบอกว่าใส่แล้วภาพแย่ลง ฟังแล้วก็งงว่าตกลงต้องใส่หรือไม่ต้อง
บทความนี้จะเล่าว่าฟิลเตอร์ชิ้นนี้เกิดมาเพื่ออะไร ทำไมงานเดิมของมันแทบไม่เหลือในกล้องดิจิทัล ใส่แล้วภาพเสียได้แบบไหน และงานไหนที่ยังควรใส่ไว้จริง ๆ
ฟิลเตอร์ UV เกิดมาเพื่อกล้องฟิล์ม
แสง UV หรืออัลตราไวโอเลต คือแสงที่ตาเรามองไม่เห็น แต่ฟิล์มเห็น เอกสารสอนถ่ายภาพของมหาวิทยาลัย Michigan Tech อธิบายว่าฟิล์มไวต่อแสงช่วงนี้ ถ้าไม่กรองออก ภาพกลางแจ้งมักออกฟ้าเกินจริง โดยเฉพาะในที่ร่มใต้ฟ้าใส หรือริมน้ำ
ลองนึกถึงแว่นกันแดด ที่กรองแสงบางส่วนก่อนเข้าตา ฟิลเตอร์ UV ทำหน้าที่คล้ายกัน คือกรองแสงที่ฟิล์มไวเกินไปทิ้งก่อนถึงฟิล์ม ช่างภาพยุคนั้นจึงใส่ไว้หน้าเลนส์แทบตลอด จนกลายเป็นนิสัยที่ส่งต่อกันมาถึงยุคกล้องดิจิทัล
แต่นิสัยที่ส่งต่อกันมา ไม่ได้แปลว่าเหตุผลเดิมยังอยู่ครบ
ถ้ามีฟิลเตอร์ติดเลนส์อยู่ ลองถามตัวเองดูว่าใส่ไว้เพราะเหตุผลอะไร กรองแสง หรือกันกระแทก
กล้องดิจิทัลมีตัวกรองอยู่หน้าเซนเซอร์แล้ว
ในกล้องดิจิทัล หน้าเซนเซอร์จะมีกระจกบาง ๆ ซ้อนกันอยู่ชุดหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือตัวกรองที่ตัดแสง UV และอินฟราเรดออก อินฟราเรด หรือ IR คือแสงอีกฝั่งหนึ่งที่ตาเรามองไม่เห็นเหมือนกัน ร้านที่รับดัดแปลงกล้องอย่าง Kolari Vision อธิบายว่า เวลาดัดแปลงกล้องไปถ่ายแสงที่ตาไม่เห็น ต้องถอดตัวกรองตัด UV และ IR ที่ติดอยู่บนเซนเซอร์ออก แล้วใส่กระจกใสแทน
ผู้ผลิตกล้องเองก็พูดถึงตัวกรองตัดอินฟราเรดชิ้นนี้ ตอน Canon เปิดตัว EOS Ra กล้องสำหรับถ่ายดาว ก็ระบุว่าปรับตัวกรองตัดอินฟราเรดให้แสงสีแดงเข้มจากเนบิวลาที่ 656 นาโนเมตรผ่านได้มากกว่า EOS R รุ่นปกติ 4 เท่า แปลว่ากล้องรุ่นปกติตั้งใจกรองแสงสีแดงเข้มปลายช่วงที่ตาเห็นไปจนถึงอินฟราเรดทิ้งไปส่วนหนึ่ง เพื่อให้สีในภาพออกมาใกล้กับที่ตาเห็น
บทความทดสอบฟิลเตอร์ของ SLR Lounge เว็บสอนถ่ายภาพในอเมริกา ก็สรุปตรงกันว่าเซนเซอร์ดิจิทัลไม่ได้ไวต่อ UV แบบที่ฟิล์มเคยเป็น งานกรองแสงที่เป็นเหตุผลแรกของฟิลเตอร์ชิ้นนี้จึงแทบไม่จำเป็นแล้ว
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
ตัวกรองแสง UV ย้ายที่อยู่แล้ว
เส้นทางแสงจากหน้าเลนส์ถึงสิ่งที่บันทึกภาพ
ยุคฟิล์ม
ฟิล์มไวต่อแสง UV
ฟิลเตอร์ UV หน้าเลนส์ กรองแสง UV ทิ้ง
ชิ้นเลนส์
ฟิล์ม ไม่มีตัวกรองของตัวเอง
ไม่ใส่ฟิลเตอร์ ภาพกลางแจ้งมักออกฟ้าเกินจริง
ยุคดิจิทัล
เซนเซอร์มีตัวกรองติดมาจากโรงงาน
ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
ชิ้นเลนส์
ตัวกรองตัด UV และ IR ซ้อนอยู่หน้าเซนเซอร์
เซนเซอร์
งานกรองแสงจึงเหลือแค่หน้าที่กันหน้าเลนส์
อ้างอิง เอกสารสอนถ่ายภาพของ Michigan Tech เรื่องฟิล์มกับแสง UV, ข้อมูลงานดัดแปลงกล้องของ Kolari Vision และข้อมูลเปิดตัว Canon EOS Ra ภาพนี้เป็นแผนผังอย่างง่าย ไม่ใช่สัดส่วนจริง
กระจกเพิ่มหนึ่งแผ่น คือผิวสะท้อนเพิ่มสองด้าน
ลองนึกถึงตอนกลางคืน มองออกไปนอกหน้าต่างกระจก แล้วเห็นเงาหลอดไฟในห้องซ้อนอยู่บนกระจก ฟิลเตอร์ก็เป็นกระจกแผ่นหนึ่งที่มีสองผิวแบบนั้น เมื่อมีแสงจ้าอยู่หน้ากล้อง แสงบางส่วนอาจสะท้อนไปมาระหว่างฟิลเตอร์กับเลนส์
ผลที่เห็นในภาพมีสองแบบ แบบแรกคือแฟลร์ แสงฟุ้งไปทั้งภาพ ทำให้ภาพสีจืด ดำไม่ดำ แบบที่สองคือภาพซ้อน หรือ ghost เป็นดวงไฟหรือจุดสีลอยอยู่ในภาพ ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีไฟจริง
Matthew Saville จาก SLR Lounge ทดลองใส่และถอดฟิลเตอร์หลายแผ่นเทียบกัน พบว่าแม้ฟิลเตอร์ที่เคลือบผิวหลายชั้นก็ยังเพิ่มจุดแฟลร์ขึ้นมาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองจุด ในที่แสงน้อยหรือใต้ไฟประดิษฐ์ก็เจอ โดยเฉพาะกับเลนส์ไวแสงบางรุ่น แม้จะใช้ฟิลเตอร์เกรดดีก็ตาม เขาจึงไม่แนะนำให้ใส่ฟิลเตอร์ทิ้งไว้ตลอด ถ้างานของเรามีดวงอาทิตย์หรือดวงไฟจ้าอยู่ในเฟรมบ่อย

ถ้าภาพย้อนแสงหรือภาพไฟกลางคืนมีดวงไฟลอยแปลก ๆ ลองถอดฟิลเตอร์ออกแล้วถ่ายซ้ำดู
ฟิลเตอร์ UV ราคาถูก ทำให้ภาพนุ่มลงได้ทั้งเลนส์
ปี 2017 Lensrentals เล่าเคสลูกค้าคืนเลนส์ 70-200mm f2.8 พร้อมบอกว่าภาพไม่คม ทีมทดสอบเอาเลนส์ขึ้นเครื่องวัดที่ฉายจุดแสงเล็ก ๆ เข้าเลนส์ ตอนที่ฟิลเตอร์ของลูกค้ายังติดอยู่ จุดแสงกลายเป็นแฉกแฟลร์ประหลาด พอถอดฟิลเตอร์ออก เลนส์กลับมาปกติ ลองฟิลเตอร์แผ่นเดียวกันกับเลนส์รุ่นเดียวกันตัวอื่น ก็ได้ผลแบบเดียวกัน
Cicala สันนิษฐานว่าฟิลเตอร์แผ่นนั้นเป็นกระจกแผ่นราคาถูกที่ความหนาไม่เรียบเสมอกัน เมื่อลองเปลี่ยนเป็นฟิลเตอร์เกรดดี จุดแสงเบลอลงนิดเดียวจนเรียกได้ว่าน้อยมาก และเลนส์ยิ่งเทเลยิ่งไวต่อฟิลเตอร์ ข้อสรุปของเขาคือ ไม่มีสถานการณ์ไหนเลยที่ฟิลเตอร์คุณภาพต่ำเป็นความคิดที่ดี
อีกเรื่องที่คนมองข้ามคือรอยนิ้วมือ ในการทดลองของ SLR Lounge คราบมันจากนิ้วบนฟิลเตอร์ทำให้ภาพแย่ลงชัดกว่าตัวฟิลเตอร์เองเสียอีก ฟิลเตอร์ที่ใส่ไว้แล้วไม่เคยเช็ด จึงอาจกำลังลดคุณภาพภาพทุกช็อตโดยไม่รู้ตัว

ยังมีงานที่ควรใส่ ฟิลเตอร์ UV ไว้ป้องกัน
ถึงงานกรองแสงจะหมดไปแล้ว แต่งานป้องกันยังอยู่ ลองนึกถึงริมทะเลที่มีละอองเกลือลอยมากับลม ชายหาดที่ทรายปลิว หรือข้างน้ำตกที่ละอองน้ำเกาะหน้าเลนส์ตลอด ในงานแบบนี้ เราต้องเช็ดหน้าเลนส์บ่อยมาก และเม็ดทรายเล็ก ๆ ที่ติดผ้าอาจขูดผิวเคลือบได้
ถ้ามีฟิลเตอร์อยู่หน้าเลนส์ สิ่งที่ถูกเช็ดถูกขูดคือฟิลเตอร์ ไม่ใช่เลนส์ SLR Lounge ประเมินว่าค่าซ่อมกระจกหน้าเลนส์อยู่ที่หลายร้อยดอลลาร์ไปจนเกินพันดอลลาร์ ขณะที่ฟิลเตอร์ดี ๆ ราวยี่สิบถึงสี่สิบดอลลาร์ แปลว่าถ้าวันไหนต้องเปลี่ยน ฟิลเตอร์ถูกกว่าค่าซ่อมหลายเท่า

งานอื่นที่คล้ายกันคืองานที่มีของกระเด็นใส่กล้อง เช่น ถ่ายในครัวที่น้ำมันกระเด็น ถ่ายกิจกรรมสาดน้ำ หรืองานลุยฝุ่น

ก่อนออกงานทะเลหรือน้ำตก ลองใส่ฟิลเตอร์ป้องกันเกรดดีไว้หนึ่งแผ่น แล้วพกผ้าไมโครไฟเบอร์กับลูกยางเป่าฝุ่นไปด้วย
เลนส์บางรุ่นต้องมีฟิลเตอร์ปิดหน้าถึงจะกันน้ำครบ
อีกกรณีที่หลายคนไม่รู้ คือเลนส์บางรุ่นซีลกันฝุ่นกันละอองน้ำไว้ไม่ครบที่ด้านหน้า ต้องใส่ฟิลเตอร์ปิดหน้าก่อนถึงจะครบระบบ ตัวอย่างเช่น Canon EF 16-35mm f4L IS USM ที่หน้าสินค้าของ Canon เองระบุว่ากันฝุ่นและกันละอองน้ำ เมื่อใช้คู่กับฟิลเตอร์ PROTECT ของ Canon ที่ขายแยก
เลนส์ของเราอาจไม่เหมือนรุ่นนี้ วิธีเช็คที่ง่ายที่สุดคือเปิดคู่มือเลนส์ หรือหน้าสินค้าบนเว็บผู้ผลิต แล้วหาคำว่า filter ในส่วนที่พูดเรื่องกันฝุ่นกันน้ำ
ส่วนฟิลเตอร์ตัวอื่นอย่าง CPL หรือ ND เป็นคนละเรื่องกับบทความนี้ เพราะมีหน้าที่เปลี่ยนภาพโดยตรง ไม่ได้ใส่ไว้เพื่อกันเลนส์
CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK
ใส่ตอนไหน ถอดตอนไหน
ใช้ฟิลเตอร์ป้องกันตามงาน ไม่ต้องใส่ทิ้งไว้ทุกช็อต
ใส่ไว้
งานที่หน้าเลนส์เสี่ยงโดนของ
ริมทะเลที่มีละอองเกลือ
ชายหาดหรือที่ที่ทรายและฝุ่นปลิว
ข้างน้ำตก งานสาดน้ำ ครัวที่น้ำมันกระเด็น
เลนส์ที่คู่มือบอกว่าต้องมีฟิลเตอร์ปิดหน้าถึงจะกันน้ำครบ
ถอดออก
งานที่มีแสงจ้าอยู่ในเฟรม
ถ่ายย้อนแสงดวงอาทิตย์
ไฟถนน ไฟเวที ไฟในงานกลางคืน
ใช้เลนส์ไวแสงในที่แสงน้อย
ภาพมีดวงไฟลอยหรือแสงฟุ้งผิดปกติ
สรุปจากผลทดลองของ SLR Lounge และ Lensrentals และหน้าสินค้า Canon EF 16-35mm f4L IS USM ที่ระบุว่ากันฝุ่นกันละอองน้ำเมื่อใช้คู่กับฟิลเตอร์ PROTECT
ความเข้าใจผิดเรื่อง ฟิลเตอร์ UV ที่พบบ่อย
เรื่องแรก ใส่แล้วภาพคมขึ้น สีสดขึ้น ความจริงฟิลเตอร์เกรดดีแทบไม่มีผลกับความคมหรือสีเลย ตามการทดลองของ SLR Lounge มันไม่ได้ทำให้ภาพนุ่มลงหรือสีเพี้ยน แต่ก็ไม่ได้ทำให้คมขึ้นหรือสีสดขึ้นเช่นกัน
เรื่องที่สอง ยี่ห้อดังแปลว่าดีเสมอ Lensrentals เตือนว่าแบรนด์เดียวกันมีทั้งรุ่นถูกและรุ่นแพงที่คุณภาพต่างกันมาก และกล่องเลียนแบบของรุ่นแพงก็หาได้ง่าย ดูรุ่นกับการเคลือบผิวด้วย ไม่ใช่ดูแค่ชื่อบนขอบ
เรื่องที่สาม ใส่ฟิลเตอร์แล้วไม่ต้องใส่ฮูด ฮูดคือกรวยที่สวมหน้าเลนส์ ช่วยบังแสงที่เข้ามาจากด้านข้าง เป็นคนละหน้าที่กับฟิลเตอร์ ใช้คู่กันได้
คืนนี้มาลองทดสอบ ฟิลเตอร์ UV ของเรากัน
เริ่มจากถอดฟิลเตอร์ออกมาส่องกับหลอดไฟ ดูว่ามีรอยนิ้ว คราบ หรือรอยขีดข่วนไหม ถ้ามีคราบ เช็ดให้สะอาดก่อน
จากนั้นปิดไฟในห้องให้มืด เหลือหลอดไฟดวงเดียว หรือหันกล้องออกไปที่ไฟถนนนอกหน้าต่าง ตั้งกล้องบนขาตั้งหรือวางบนโต๊ะ ถ่ายหนึ่งภาพตอนใส่ฟิลเตอร์ แล้วถอดออกถ่ายอีกภาพ โดยไม่ขยับกล้อง
เอาสองภาพมาเปิดเทียบกันเต็มจอ ดูว่าภาพที่ใส่ฟิลเตอร์มีดวงไฟลอยเพิ่มขึ้นไหม และพื้นที่มืดรอบดวงไฟดูฟุ้งกว่าหรือเปล่า
ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล คือดูไม่ออกว่าต่างกัน ลองขยับกล้องให้ดวงไฟไปอยู่ตำแหน่งอื่นในเฟรม แล้วถ่ายเทียบอีกคู่ หรือเปลี่ยนไปลองกับเลนส์ไวแสงที่มี ซึ่งการทดลองของ SLR Lounge พบว่ามักเห็นผลชัดกว่า
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ฟิลเตอร์ UV เกิดมาเพื่อกรองแสงให้ฟิล์ม แต่กล้องดิจิทัลมีตัวกรองตัด UV และ IR อยู่หน้าเซนเซอร์แล้ว เหตุผลที่ยังเหลือคือการกันหน้าเลนส์ในงานทะเล ทราย ละอองน้ำ และเลนส์บางรุ่นที่ต้องมีฟิลเตอร์ปิดหน้าถึงจะกันน้ำครบ ถ้าจะใส่ เลือกเกรดดี เช็ดให้สะอาด และถอดออกเมื่อมีแสงจ้าในเฟรม
แล้วฟิลเตอร์ที่ติดเลนส์เราอยู่ตอนนี้ล่ะ ใส่ไว้เพราะงาน หรือใส่ไว้เพราะร้านบอก?
อ่านต่อ
ถ้าอยากเข้าใจว่ารูรับแสง สปีดชัตเตอร์ และ ISO ทำงานร่วมกันยังไง อ่านต่อที่ สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร ถ้ากำลังเลือกเลนส์ตัวต่อไป ดูที่ ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง ส่วนใครอยากดูผลทดสอบฟิลเตอร์ฉบับเต็ม ลองเปิด Yet Another Post About My Issues With UV Filters ของ Lensrentals
