
ทำภาพปกมาสองแบบ แบบหนึ่งหน้าตาชัด อีกแบบเน้นของในมือ นั่งดูสลับไปมาครึ่งชั่วโมงก็ยังเลือกไม่ได้ หรือเปลี่ยนภาพปกคลิปเก่าแล้ววิวขยับขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าขึ้นเพราะภาพใหม่ หรือเพราะวันนั้นคนดูเยอะเอง เครื่องมือ Test & Compare ของ YouTube ทำมาเพื่อตอบคำถามแบบนี้
บทความนี้จะเล่าว่าเครื่องมือนี้ทำงานยังไง ทดสอบอะไรได้บ้าง ใช้ได้กับคลิปแบบไหน อ่านผลยังไง ทำไมระบบตัดสินด้วยเวลาดูแทนอัตราการคลิก และออกแบบตัวเลือกยังไงให้ผลที่ได้มีความหมายจริง
Test & Compare คืออะไร ทำงานยังไง
ลองนึกถึงร้านขนมที่อยากรู้ว่าป้ายหน้าร้านแบบไหนดึงลูกค้าได้ดีกว่า ถ้าเปลี่ยนป้ายวันจันทร์แล้วเทียบกับวันอาทิตย์ ผลจะปนกับเรื่องอื่นเต็มไปหมด ทั้งฝน ทั้งวันหยุด วิธีที่แฟร์กว่าคือแขวนป้ายสองแบบพร้อมกัน แล้วให้ลูกค้าแต่ละคนเห็นแค่แบบเดียว
Test & Compare ทำแบบนั้นกับคลิปของเรา เราอัปตัวเลือกได้สูงสุด 3 แบบ แล้ว YouTube จะแบ่งให้คนดูแต่ละกลุ่มเห็นคนละแบบในช่วงเวลาเดียวกัน วิธีนี้มักเรียกกันว่า A B Testing คือการเทียบตัวเลือกพร้อมกันภายใต้สถานการณ์เดียวกัน
ระหว่างทดสอบ YouTube อาจกันคนดูส่วนเล็ก ๆ ไว้เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มนี้จะเห็นแค่ชื่อกับภาพปกตั้งต้น และข้อมูลของกลุ่มนี้ไม่ถูกนับในผลทดสอบ
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
Test & Compare ทำงานยังไง
เทียบตัวเลือกพร้อมกัน กับคนดูในช่วงเวลาเดียวกัน
อัปตัวเลือกได้สูงสุด 3 แบบ
ชื่อคลิปอย่างเดียว ภาพปกอย่างเดียว หรือชื่อกับภาพเป็นคู่ ตั้งจาก YouTube Studio บนคอม
YouTube แบ่งคนดูเป็นกลุ่ม
แต่ละกลุ่มเห็นคนละแบบ อาจมีกลุ่มควบคุมส่วนเล็กที่เห็นแค่แบบตั้งต้น และไม่ถูกนับในผล
วัดจากส่วนแบ่งเวลาดู
แบบที่ได้เวลาดูสูงสุดชนะ ให้น้ำหนักเวลาดูมากกว่า CTR ใช้เวลาไม่กี่วันถึงราวสองสัปดาห์
Winner
ชนะชัดและมีนัยสำคัญทางสถิติ
ระบบใช้แบบนี้กับคนดูทุกคนให้เอง
Performed same
ทุกแบบทำได้ใกล้กัน
เลือกแบบที่เราชอบได้เลย
Inconclusive
ยังสรุปไม่ได้
ใช้ชื่อและภาพชุดแรกที่อัปเป็นค่าตั้งต้น รอบหน้าลองให้ต่างกันชัดขึ้น
สรุปจากหน้าช่วยเหลือ A B test titles and thumbnails ของ YouTube ผลดูได้ที่หน้ารายละเอียดคลิป หรือแท็บการเข้าถึง (Reach) ในหน้าข้อมูลวิเคราะห์ (Analytics) ของคลิป
ถ้ามีคลิปที่เคยลังเลเรื่องภาพปก ลองจดไว้ก่อน คลิปนั้นอาจเป็นคลิปแรกที่เหมาะจะทดสอบ
ทดสอบอะไรได้บ้าง ภาพปก ชื่อคลิป หรือทั้งคู่
ตอนนี้หน้าช่วยเหลือของ YouTube ระบุว่าทดสอบได้สามแบบ คือทดสอบชื่อคลิปอย่างเดียว ทดสอบภาพปกอย่างเดียว หรือทดสอบชื่อกับภาพปกเป็นคู่กันไป แต่ละการทดสอบใส่ได้สูงสุด 3 ตัวเลือก
ถ้าเพิ่งเริ่ม ลองทดสอบทีละอย่างก่อน เช่น ชื่อเดิม เปลี่ยนแค่ภาพปก พอได้ผลจะรู้ชัดว่าอะไรทำให้ต่าง ถ้าเปลี่ยนทั้งชื่อและภาพพร้อมกัน ตัวเลือกที่ชนะอาจชนะเพราะชื่อ เพราะภาพ หรือเพราะทั้งสองอย่างรวมกัน ซึ่งแยกไม่ออก
เรื่องคุณภาพไฟล์ก็สำคัญ YouTube แนะนำให้ใช้ภาพปกความละเอียดสูงสุดเท่าที่ทำได้ ถ้ามีภาพใดภาพหนึ่งต่ำกว่า 720p หรือ 1280 x 720 พิกเซล ภาพทุกภาพในการทดสอบจะถูกลดเหลือ 480p หรือ 854 x 480 พิกเซล แปลว่าภาพเดียวที่ไฟล์เล็ก ลากภาพอื่นให้ดูแย่ลงไปด้วย
ใครใช้ Test & Compare ได้ และใช้บนอุปกรณ์ไหน
เงื่อนไขแรกคือช่องต้องเปิดใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงแล้ว ฟีเจอร์ขั้นสูงคือชุดเครื่องมือที่ YouTube ปลดให้ช่องที่ยืนยันตัวตนแล้ว หรือมีประวัติช่องมากพอ เช็คได้ใน YouTube Studio บนคอม ที่การตั้งค่า (Settings) เลือกช่อง (Channel) แล้วดูแท็บสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์ (Feature eligibility) ถ้าขึ้นว่าเปิดใช้แล้ว (Enabled) ก็พร้อม ชื่อเมนูภาษาไทยในบทความนี้แปลจากชื่อภาษาอังกฤษ หน้าจอภาษาไทยจริงอาจใช้คำต่างไปบ้าง ส่วนการยืนยันด้วยเบอร์โทรอย่างเดียว ได้แค่ฟีเจอร์ขั้นกลาง
เงื่อนไขที่สองคือต้องตั้งจากคอมเท่านั้น หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ว่าตอนนี้ใช้ได้ผ่าน YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังตั้งจากแอปมือถือไม่ได้

วิธีตั้งไม่ยาก เปิดคลิปใน YouTube Studio ถ้าเป็นคลิปใหม่ก็กดสร้าง (CREATE) แล้วอัปโหลดวิดีโอ (Upload videos) ตามปกติ ถ้าเป็นคลิปเก่าเข้าไปที่เนื้อหา (Content) แล้วเลือกคลิป จากนั้นกดปุ่ม A B Testing ตรงช่องชื่อ (Title) หรือใต้ภาพปก (Thumbnail) เลือกว่าจะทดสอบอะไร อัปตัวเลือก แล้วกดเสร็จ (Done)
ระวังอย่างเดียว ถ้าเราแก้ชื่อหรือภาพปกระหว่างที่การทดสอบยังไม่จบ การทดสอบจะหยุดทันที ต้องเริ่มใหม่
คลิปแบบไหนทดสอบไม่ได้
เครื่องมือนี้ไม่รองรับ Shorts ไลฟ์ที่ตั้งเวลาไว้ และพรีเมียร์ที่ยังไม่ฉาย ส่วนไลฟ์ที่จบแล้วเก็บเป็นคลิปทดสอบได้ และพรีเมียร์ที่ฉายจบจนกลายเป็นคลิปยาวแล้วก็ทดสอบได้เหมือนกัน
YouTube นับคลิปที่ยาวไม่เกินสามนาที และเป็นภาพแนวตั้งหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็น Shorts ถ้าคลิปไหนถูกนับเป็น Shorts การทดสอบที่มีอยู่จะใช้ต่อไม่ได้
คลิปที่ตั้งว่าสร้างมาเพื่อเด็ก คลิปสำหรับผู้ใหญ่ และคลิปส่วนตัว ก็ทดสอบไม่ได้ ถ้าเริ่มทดสอบกับคลิปที่ถูกจำกัดอายุ การทดสอบจะไม่ทำงาน
ทำไม Test & Compare ตัดสินด้วยเวลาดู ไม่ใช่ CTR
CTR หรืออัตราการคลิก คือจากคนที่เห็นภาพปก มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่กดเข้ามาดู หลายคนจึงคิดว่าภาพไหน CTR สูงกว่าก็ชนะ แต่ YouTube ตัดสินผู้ชนะจากส่วนแบ่งเวลาดู หรือ watch time share หน้าช่วยเหลือบอกไว้แค่ว่า เมื่อจบการทดสอบ ตัวเลือกที่ได้เวลาดูสูงสุดจะถูกแสดงให้คนดูทุกคน และระบบให้น้ำหนักกับเวลาดูโดยรวมมากกว่าตัวชี้วัดอื่นอย่างอัตราการคลิก
กลับไปที่ร้านขนม ป้ายที่เขียนว่าลดครึ่งราคาอาจดึงคนเข้าร้านได้เยอะ แต่ถ้าคนเข้ามาแล้วพบว่าไม่ได้ลดจริง ก็เดินออกไปทันที ภาพปกที่สัญญาเกินคลิปก็เหมือนกัน คลิกเยอะแต่คนออกเร็ว

YouTube บอกเหตุผลว่าเลือกวัดแบบนี้เพื่อให้คลิปได้การมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพ และเชื่อว่าช่วยการเติบโตของครีเอเตอร์ได้ดีที่สุด พร้อมยอมรับเองว่าเครื่องมือภายนอกหลายตัวทดสอบทีละแบบและวัดแค่ CTR จึงอาจได้ผู้ชนะคนละตัวกับที่ระบบนี้เลือก
ถ้าเคยเลือกภาพปกจาก CTR อย่างเดียว ลองเปิดดูเวลาดูเฉลี่ยของคลิปนั้นควบคู่กันด้วย
อ่านผล Winner Performed same และ Inconclusive
การทดสอบใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงราวสองสัปดาห์ ขึ้นกับว่าคลิปได้การแสดงผลมากแค่ไหน และเพิ่งอัปมานานเท่าไร พอจบจะได้ผลหนึ่งในสามแบบ
Winner คือมีตัวเลือกหนึ่งชนะชัดเจนจากส่วนแบ่งเวลาดู และ YouTube มั่นใจว่าผลมีนัยสำคัญทางสถิติ แปลว่าไม่ได้ชนะเพราะดวง Performed same คือทุกตัวเลือกทำได้ใกล้กัน เราเลือกแบบที่ชอบได้เลย Inconclusive คือยังสรุปไม่ได้ ระบบจะใช้ชื่อกับภาพปกชุดแรกที่เราอัปเป็นค่าตั้งต้น

ถ้าได้ Winner ตัวเลือกนั้นจะถูกใช้กับคนดูทุกคนโดยอัตโนมัติ และเรายังเปลี่ยนเองทีหลังได้เสมอ
ออกแบบตัวเลือกให้ Test & Compare ได้ผลที่มีความหมาย
หน้าช่วยเหลือเตือนไว้ข้อหนึ่งที่สำคัญมาก ตัวเลือกที่หน้าตาคล้ายกันเกินไปจะทำให้ทดสอบนานขึ้น ภาพปกสามแบบที่ต่างกันแค่สีพื้นหลัง หรือฟอนต์หนาบางต่างกันนิดเดียว คนดูแทบไม่เห็นความต่าง ผลก็มักออกมาว่าใกล้กัน
ทางที่ได้ผลกว่าคือให้แต่ละแบบต่างกันที่ไอเดีย เช่น แบบแรกโชว์ผลลัพธ์ปลายทาง แบบที่สองโชว์ปัญหาที่คนดูกำลังเจอ แบบที่สามโชว์คนกับอารมณ์บนหน้า แบบนี้พอได้ผล เราจะรู้ว่าคนดูของเราตอบสนองกับวิธีเล่าแบบไหน แล้วเอาไปใช้กับคลิปถัดไปได้ด้วย

ข้อสำคัญอีกข้อ ทุกตัวเลือกต้องซื่อตรงกับเนื้อหา เพราะระบบวัดจากเวลาดู ตัวเลือกที่หลอกให้คลิกจะเสียเปรียบเอง
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
ตัวเลือกที่ต่างกันจริง
เปลี่ยนวิธีเล่า ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีหรือฟอนต์
A
โชว์ผลลัพธ์
ภาพปลายทางที่คนดูอยากได้หลังดูคลิปจบ
B
โชว์ปัญหา
สิ่งที่คนดูกำลังเจออยู่ตอนนี้ ให้เขารู้ว่าคลิปนี้พูดถึงเขา
C
โชว์คนกับอารมณ์
หน้าและท่าทางที่บอกความรู้สึกของเรื่อง
ไฟล์ภาพ 1280 x 720 พิกเซลขึ้นไปทุกแบบ
ถ้ามีภาพใดต่ำกว่า 720p ภาพทั้งหมดในการทดสอบจะถูกลดเหลือ 480p
คลิปที่ทดสอบไม่ได้
Shorts ไลฟ์ที่ตั้งเวลา พรีเมียร์ที่ยังไม่ฉาย คลิปสร้างมาเพื่อเด็ก คลิปสำหรับผู้ใหญ่ และคลิปส่วนตัว
เงื่อนไขและเรื่องความละเอียดภาพจากหน้าช่วยเหลือของ YouTube ส่วนแนวคิดตัวเลือก A B C เป็นตัวอย่างของ CreatorSchoolThailand ปรับตามเนื้อหาคลิปได้
ก่อนอัป ลองวางภาพปกทั้งสามแบบเล็ก ๆ ขนาดเท่าบนหน้าจอมือถือ ถ้าเราเองยังแยกไม่ออก คนดูก็แยกไม่ออกเหมือนกัน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เรื่องแรก ทดสอบเสร็จแล้วผลใช้ได้กับทุกคลิป จริง ๆ แล้วผลบอกแค่ว่าคลิปนี้กับคนดูช่วงนี้ตอบสนองแบบไหน ใช้เป็นเบาะแสได้ แต่ควรทดสอบซ้ำหลายคลิปก่อนสรุปเป็นสูตรของช่อง
เรื่องที่สอง ได้ Inconclusive แปลว่าเสียเวลาเปล่า ผลแบบนี้ก็บอกเราได้ว่าความต่างที่ใส่ไปยังไม่มากพอ รอบหน้าลองให้ตัวเลือกต่างกันชัดขึ้น
เรื่องที่สาม ต้องทดสอบกับคลิปใหม่ทุกครั้ง YouTube กลับแนะนำให้ลองกับคลิปเก่าก่อน เพื่อลดผลกระทบกับยอดวิวรวมของช่อง
คืนนี้มาลองตั้ง Test & Compare คลิปแรกกัน
เริ่มจากเปิด YouTube Studio บนคอม เข้าการตั้งค่า (Settings) เลือกช่อง (Channel) แล้วดูแท็บสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์ (Feature eligibility) ว่าเปิดฟีเจอร์ขั้นสูงแล้วหรือยัง
ถ้าเปิดแล้ว ลองเลือกคลิปเก่าที่ยังมีคนเข้ามาดูเรื่อย ๆ และไม่ใช่ Shorts มาหนึ่งคลิป ทำภาพปกเพิ่มอีกสองแบบที่ต่างกันที่ไอเดีย ขนาด 1280 x 720 พิกเซลขึ้นไป แล้วทดสอบเฉพาะภาพปกก่อน ชื่อคลิปคงไว้เหมือนเดิม
จดวันที่เริ่มไว้ แล้วปล่อยไว้ไม่ต้องไปแตะชื่อหรือภาพจนกว่าผลจะออก
ถ้าทำแล้วยังไม่เห็นปุ่ม A B Testing ลองเช็คอีกครั้งว่าคลิปนั้นไม่ได้ตั้งเป็นคลิปสำหรับเด็ก ไม่ใช่คลิปส่วนตัว และเปิดจาก YouTube Studio บนคอม ไม่ใช่แอปมือถือ
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
Test & Compare ให้เราเทียบชื่อคลิป ภาพปก หรือทั้งคู่ได้สูงสุดสามแบบในคลิปเดียว ตั้งได้จาก YouTube Studio บนคอม ช่องต้องเปิดฟีเจอร์ขั้นสูง และใช้กับ Shorts ไม่ได้ ผู้ชนะวัดจากส่วนแบ่งเวลาดู ไม่ใช่ CTR ภาพที่สัญญาตรงกับคลิปจึงได้เปรียบ และตัวเลือกที่ดีต้องต่างกันที่ไอเดีย ผลถึงจะสอนอะไรเราได้
แล้วคลิปไหนของเราที่ภาพปกตอนนี้ ยังไม่ใช่แบบที่เราแน่ใจที่สุด?
อ่านต่อ
ก่อนทำตัวเลือกสามแบบ ลองอ่านหลักคิดภาพปกที่ ภาพปกคลิป YouTube ทำยังไงให้คนกดดู โดยไม่ต้องคลิกเบต และถ้าอยากอ่านเวลาดูกับ CTR ให้คล่องขึ้น ดูต่อที่ YouTube Analytics ดูตัวเลขไหนก่อน รู้ได้ยังไงว่าคลิปพลาดตรงไหน ใครอยากอ่านเงื่อนไขฉบับเต็มจาก YouTube ลองเปิด A/B test titles and thumbnails ในศูนย์ช่วยเหลือ YouTube
