
แบรนด์ทักมาชวนทำคลิป ค่าตัวโอเค บรีฟก็น่าสนุก พอได้ไฟล์ สัญญาแบรนด์ มาหลายหน้า เราก็เลื่อนอ่านผ่าน ๆ แล้วรีบเซ็นเพราะกลัวงานหลุด จนสามเดือนต่อมาเห็นคลิปตัวเองโผล่เป็นโฆษณาในฟีดคนแปลกหน้า หรือแบรนด์คู่แข่งทักมาแต่รับไม่ได้
บทความนี้ชวนไล่อ่านข้อที่มักมีปัญหาทีละข้อ คือสิทธิ์ใช้คลิป การยิงโฆษณา การห้ามรับคู่แข่ง รอบแก้ วันจ่ายเงิน และการยกเลิกงาน แล้วปิดท้ายด้วยคำถามเจ็ดข้อไว้ถามแบรนด์ก่อนเซ็นครั้งหน้า
ขอบอกตรง ๆ ว่านี่เป็นความรู้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ถ้างานมูลค่าสูง หรือมีข้อที่อ่านแล้วไม่แน่ใจ ลองให้ทนายความช่วยอ่านอีกรอบ ส่วนเรื่องตั้งเรทค่าตัวกับ Media Kit เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในบทความนี้
ทำไม สัญญาแบรนด์ สำคัญกว่าตัวเลขค่าจ้าง
ลองนึกถึงการให้เพื่อนยืมรถ ถ้าตกลงกันแค่ว่ายืมได้ ไม่ได้บอกว่ากี่วัน ไปไหนได้บ้าง วันที่มีปัญหาก็ต้องเถียงกันจากความจำ สัญญารับงานก็คล้ายกัน ตัวเลขค่าจ้างบอกแค่ว่าเราได้เงินเท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกว่าแบรนด์ได้อะไรกลับไป
งานค่าจ้างเท่ากัน อาจมีมูลค่าต่างกันมาก ถ้าฉบับหนึ่งให้แบรนด์รีโพสต์ได้เดือนเดียว แต่อีกฉบับให้เอาคลิปไปทำโฆษณาได้ไม่มีกำหนด และห้ามเรารับสินค้าประเภทเดียวกันอีกครึ่งปี

อีกเรื่องที่พลาดกันบ่อย คือในแชตตกลงไว้อย่างหนึ่ง แต่เอกสารเขียนอีกอย่าง พอมีปัญหา สิ่งที่ใช้อ้างอิงได้คือเอกสารที่เซ็น
ก่อนเซ็นทุกครั้ง ลองเอาสิ่งที่คุยกันในแชตมาวางเทียบกับเอกสารทีละข้อ ข้อไหนไม่ตรง ขอให้แก้ในเอกสาร
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
หกข้อใน สัญญาแบรนด์ ที่ต้องอ่านช้า ๆ
แต่ละข้อมีคำถามหนึ่งข้อที่ต้องหาคำตอบในเอกสารให้เจอก่อนเซ็น
สิทธิ์ใช้คลิป
Usage Rights
ใครเป็นเจ้าของคลิป แบรนด์ใช้ที่ไหน นานถึงวันไหน
ยิงโฆษณา
Partnership ads, Spark Ads
ยิงได้กี่วัน แพลตฟอร์มไหน ตัดคลิปใหม่ได้ไหม
ห้ามรับคู่แข่ง
Exclusivity
ห้ามแบรนด์ไหน หรือสินค้าประเภทไหน นับจากวันไหน
รอบแก้
Revisions
แก้ได้กี่รอบ อะไรนับเป็นงานใหม่
วันจ่ายเงิน
Payment
นับจากอะไร ยอดก่อนหรือหลังหักภาษี
ยกเลิกงาน
Cancellation
ยกเลิกแต่ละขั้นจ่ายเท่าไหร่ ไฟล์ที่ถ่ายแล้วเป็นของใคร
ความรู้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย งานมูลค่าสูงควรให้ทนายความช่วยอ่าน
ใครเป็นเจ้าของคลิป และแบรนด์ใช้ได้นานแค่ไหน
ข้อแรกที่ควรอ่านช้า ๆ คือสิทธิ์ในคลิป หรือที่สัญญาภาษาอังกฤษเรียกว่า Usage Rights มีสองชั้น ชั้นแรกคือใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ชั้นที่สองคือแบรนด์เอาคลิปไปใช้ที่ไหน และนานแค่ไหน
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เขียนว่า งานที่สร้างขึ้นจากการรับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น แปลว่าถ้างานเข้าข่ายรับจ้างทำ แล้วสัญญาไม่เขียนอะไรไว้ เราอาจไม่ได้เป็นเจ้าของคลิปที่ตัวเองถ่าย จึงควรเขียนให้ชัดในเอกสาร
ส่วนการโอนลิขสิทธิ์ มาตรา 17 กำหนดว่าต้องทำเป็นหนังสือ ลงชื่อทั้งสองฝ่าย และถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลา ให้ถือว่าโอนมีกำหนด 10 ปี นานกว่าที่หลายคนคิดไว้เยอะ
หลายงานไม่ได้ต้องโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมด แค่อนุญาตให้แบรนด์ใช้ในขอบเขตที่ตกลงกัน ลองเช็คดูว่าข้อนี้บอกครบสามเรื่องหรือยัง คือใช้ที่ไหน ใช้นานเท่าไหร่ และแบรนด์ตัดต่อดัดแปลงคลิปได้แค่ไหน
ถ้าเจอคำว่า ทุกช่องทาง ไม่จำกัดระยะเวลา ลองถามกลับว่าแบรนด์วางแผนจะใช้จริงที่ไหน แล้วขอเขียนตามนั้น
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
บันไดสิทธิ์การใช้คลิป
ยิ่งขึ้นขั้นสูง แบรนด์ได้ใช้คลิปมากขึ้น ควรตกลงราคาแยกในแต่ละขั้น
ลงช่องเราอย่างเดียว
คลิปอยู่บนช่องของเรา แบรนด์แชร์ลิงก์ได้
แบรนด์รีโพสต์บนช่องทางของแบรนด์
ควรระบุว่าช่องทางไหน และนานกี่วัน
แบรนด์ยิงโฆษณาด้วยคลิป
คลิปไปถึงคนที่ไม่ได้ติดตามเรา ควรระบุจำนวนวัน แพลตฟอร์ม และการตัดคลิปใหม่
โอนลิขสิทธิ์
ต้องทำเป็นหนังสือ ลงชื่อทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่กำหนดระยะเวลา ถือว่าโอน 10 ปี
ขั้นที่ 4 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17 ส่วนงานรับจ้างที่สัญญาไม่ได้ตกลงไว้ มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์
ยิงโฆษณาด้วยคลิปเรา ต้องเขียนแยกใน สัญญาแบรนด์
การยิงโฆษณาเป็นคนละเรื่องกับการรีโพสต์ลงเพจ เพราะโฆษณาพาคลิปไปถึงคนที่ไม่ได้ติดตามเรา ด้วยงบและระยะเวลาที่แบรนด์ตั้ง และหน้าเราก็ติดไปกับโฆษณาตลอดช่วงนั้น
ฝั่ง Meta มี Partnership ads ที่แสดงชื่อทั้งบัญชีแบรนด์และบัญชีครีเอเตอร์ได้ ครีเอเตอร์ให้สิทธิ์ได้ทั้งแบบทีละโพสต์ หรือแบบทั้งบัญชี ซึ่งแบบหลังทำให้แบรนด์ยิงโฆษณาจากโพสต์ที่แท็กแบรนด์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตทีละชิ้น

ฝั่ง TikTok มี Spark Ads ให้แบรนด์โปรโมตโพสต์ของครีเอเตอร์ได้ด้วยรหัสอนุญาตที่ครีเอเตอร์ส่งให้ ระยะเวลาของรหัสปรับตามแคมเปญได้ และยอดดู ยอดไลก์จากโฆษณาจะนับเข้าโพสต์เดิม
ใน สัญญาแบรนด์ จึงควรมีข้อโฆษณาแยกออกมา บอกว่ายิงได้กี่วัน บนแพลตฟอร์มไหน แบรนด์ตัดคลิปเป็นหลายเวอร์ชันได้ไหม และสิทธิ์แบบทั้งบัญชีจะยกเลิกเมื่อไหร่
ลองตั้งราคาสิทธิ์ยิงโฆษณาแยกจากค่าทำคลิป แล้วระบุจำนวนวันชัด ๆ ครบกำหนดแล้วอยากใช้ต่อ ค่อยคุยกันใหม่
Exclusivity ห้ามรับคู่แข่งกว้างแค่ไหน
Exclusivity คือข้อใน สัญญาแบรนด์ ที่ห้ามเรารับงานแบรนด์อื่นในช่วงเวลาหนึ่ง ฟังดูปกติ แต่ถ้าเขียนกว้างเกินไป ข้อนี้กินรายได้ของเรามากกว่าที่คิด
ลองอ่านสามจุด คู่แข่งหมายถึงแบรนด์ที่ระบุชื่อ หรือสินค้าประเภทเดียวกันทั้งหมด นานเท่าไหร่ นับจากวันเซ็นหรือวันที่คลิปขึ้น และครอบคลุมแค่งานรับจ้าง หรือรวมคลิปที่เราทำเองด้วย
ช่องรีวิวมือถือที่เซ็นห้ามรับสินค้ามือถือทั้งหมดหกเดือน อาจเท่ากับปิดรายได้หลักไปครึ่งปี
ลองขอให้เขียนชื่อแบรนด์หรือประเภทสินค้าให้แคบที่สุด และคิดค่าตอบแทนเพิ่มสำหรับช่วงที่รับงานอื่นไม่ได้
จำนวนรอบแก้ และอะไรนับเป็นการแก้
งานที่แก้ไม่จบส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากแบรนด์ใจร้าย แต่มาจากการไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าแก้ได้กี่รอบ และอะไรนับเป็นการแก้
ลองแยกสองแบบ แบบแรกคือแก้รายละเอียดในกรอบบรีฟเดิม เช่น ชื่อสินค้าสะกดผิด ราคาบนจอไม่ตรง แบบที่สองคือเปลี่ยนโจทย์ เช่น อยากได้มุมเล่าใหม่ หรือเปลี่ยนสถานที่ แบบที่สองคือการทำงานใหม่

ข้อที่ดีควรบอกจำนวนรอบ บอกว่าแบรนด์ต้องส่งคอมเมนต์กลับภายในกี่วัน และรอบที่เกินคิดเงินยังไง ถ้าเราส่งสคริปต์ให้ดูก่อนถ่าย ลองตกลงว่าอนุมัติสคริปต์แล้ว เนื้อหาหลักจะไม่ถูกเปลี่ยนหลังถ่ายเสร็จ
วันจ่ายเงินใน สัญญาแบรนด์ อ่านให้ครบทั้งวันและยอด
หลายคนอ่านแค่ตัวเลขค่าจ้าง แต่ข้ามประโยคที่บอกว่าเงินมาเมื่อไหร่ ลองหาว่านับจากวันส่งงาน วันที่คลิปขึ้น หรือวันที่แบรนด์ได้ใบแจ้งหนี้ แต่ละแบบห่างกันได้หลายสัปดาห์
บริษัทที่จ่ายค่าจ้างมักหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอน แล้วออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้เรา ยอดเข้าบัญชีจริงจึงอาจน้อยกว่าตัวเลขในสัญญา ลองถามให้ชัดว่าตัวเลขที่เขียนเป็นยอดก่อนหรือหลังหักภาษี และต้องส่งเอกสารอะไรบ้าง

งานที่ต้องสำรองเงินก่อน ลองขอแบ่งจ่ายเป็นงวด ส่วนหนึ่งตอนเซ็น อีกส่วนตอนส่งงาน และเขียนไว้ว่าสิทธิ์ใช้คลิปจะเริ่มเมื่อจ่ายครบ
ยกเลิกงานกลางทาง ใครรับผิดชอบอะไร
แบรนด์อาจเลื่อนสินค้า เปลี่ยนแผนการตลาด หรือเราอาจป่วยในวันถ่าย ลองเปิด สัญญาแบรนด์ ดูว่าเขียนค่ายกเลิกตามขั้นของงานไว้หรือยัง ยกเลิกก่อนเริ่มได้เท่าไหร่ ถ่ายเสร็จแล้วได้เท่าไหร่ และไฟล์ที่ถ่ายแล้วแบรนด์ยังใช้ได้ไหม
อีกข้อที่ควรดูคู่กัน คือการขอลบคลิป ถ้าแบรนด์มีข่าวเสียหาย เราเอาคลิปลงได้ไหม หรือแบรนด์ขอให้เราลบได้แค่ไหน สองฝั่งควรมีทางออกเท่ากัน
ความเข้าใจผิดเรื่อง สัญญาแบรนด์ ที่พบบ่อย
เรื่องแรก คิดว่าแบบฟอร์มของแบรนด์แก้ไม่ได้ ความจริงหลายแบรนด์ส่งแบบฟอร์มกลางมาเป็นจุดเริ่มต้น ขอแก้แบบสุภาพและบอกเหตุผล ส่วนใหญ่ก็คุยกันได้
เรื่องที่สอง คิดว่างานเล็กไม่ต้องมีสัญญา งานค่าตัวไม่สูงก็ยังมีเรื่องสิทธิ์ใช้คลิปกับวันจ่ายเงิน อย่างน้อยลองสรุปเงื่อนไขหลักเป็นอีเมล แล้วขอให้แบรนด์ตอบยืนยัน
เรื่องที่สาม คิดว่าเซ็นแล้วแก้อะไรไม่ได้ ถ้าสองฝ่ายตกลงกัน ก็ทำเอกสารแนบท้ายเพิ่มได้ เช่น แบรนด์อยากขยายเวลายิงโฆษณา เราก็เสนอราคาส่วนที่เพิ่มได้
คืนนี้ลองอ่านสัญญาฉบับล่าสุดด้วยคำถามเจ็ดข้อ
เปิดสัญญาหรืออีเมลตกลงงานฉบับล่าสุดขึ้นมา แล้วหาคำตอบทีละข้อ ข้อแรก ใครเป็นเจ้าของคลิป ข้อสอง แบรนด์ใช้คลิปที่ไหน นานกี่วัน ข้อสาม ยิงโฆษณาได้ไหม กี่วัน แพลตฟอร์มไหน
ข้อสี่ ห้ามรับแบรนด์ไหน นานเท่าไหร่ ข้อห้า แก้ได้กี่รอบ อะไรนับเป็นงานใหม่ ข้อหก เงินเข้าวันไหน ยอดก่อนหรือหลังหักภาษี ข้อเจ็ด ถ้ายกเลิกกลางทาง ใครจ่ายอะไร
ข้อไหนหาไม่เจอ จดไว้แล้วส่งถามแบรนด์ก่อนเซ็นงานถัดไป เก็บเป็นไฟล์โน้ตไว้ใช้ซ้ำได้ทุกงาน
ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล เช่น แบรนด์ไม่ยอมแก้ข้อไหนเลย ลองชั่งดูว่าค่าจ้างคุ้มกับสิทธิ์ที่ต้องให้ไปไหม และถ้างานมูลค่าสูง หรือมีข้อโอนลิขสิทธิ์ ให้ทนายความช่วยอ่านก่อน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ค่าจ้างบอกว่าเราได้อะไร ส่วน สัญญาแบรนด์ บอกว่าแบรนด์ได้อะไรกลับไป อ่านหกข้อนี้ทุกครั้ง ข้อไหนไม่ชัด ถามก่อนเซ็น
แล้วงานแบรนด์ชิ้นล่าสุดของเรา ตอนนี้คลิปยังถูกใช้อยู่ที่ไหนบ้าง และเราตอบได้ไหมว่าแบรนด์ใช้ได้ถึงวันไหน
อ่านต่อ
อยากเห็นงานเดียวกันจากฝั่งแบรนด์ ลองอ่าน บรีฟครีเอเตอร์ ยังไงให้ได้งานดี เขียนอะไร และปล่อยอะไรให้เขาคิด และ Micro Influencer หรือคนดัง แบรนด์เล็กควรเลือกแบบไหน ส่วนตัวบทกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยฉบับภาษาอังกฤษ อ่านได้ที่ Copyright Act B.E. 2537 บน WIPO Lex
