หน้าแรก/บทความ/ชวนคิดใหม่ (Rethink)

f/22 คมที่สุดจริงไหม หรี่รูรับแสงสุดแล้วทำไมภาพกลับนุ่มลง

f/22 คมที่สุดจริงไหม หรี่รูรับแสงสุดแล้วทำไมภาพกลับนุ่มลง

ไปเที่ยวภูเขาหรือทะเล ตั้งขาตั้งกล้องเรียบร้อย แล้วหมุนรูรับแสงไปสุดที่ f/22 เพราะเคยได้ยินว่ายิ่งหรี่ยิ่งคม กลับบ้านมาซูมดูเต็มจอ ใบไม้กับหินกลับนุ่ม ๆ ไม่แน่นอย่างที่หวัง ทั้งที่โฟกัสถูกจุดแล้ว

บทความนี้จะชวนแยกสองคำที่คนมักรวมเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ระยะชัดลึก กับ ความคม แล้วดูว่าทำไม f/22 ให้อย่างแรกเพิ่ม แต่ลดอย่างหลัง จุดที่เริ่มเห็นผลขึ้นกับกล้องของเรายังไง งานไหนที่ยังควรใช้ และถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างจะทำยังไงแทน

ระยะชัดลึกกับความคม ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ระยะชัดลึก คือช่วงหน้าหลังของจุดโฟกัสที่ดูชัดพอใช้ได้ ยิ่งหรี่รูรับแสง ช่วงนี้ยิ่งกว้าง ภาพวิวจึงชัดตั้งแต่ดอกไม้ด้านหน้าไปจนถึงภูเขาด้านหลัง

ความคม คือรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงจุดที่โฟกัสอยู่ ว่าเห็นเส้นขอบใบไม้ ลายหิน หรือขนตาได้ชัดแค่ไหน

ลองนึกถึงการทาเนยบนขนมปัง ถ้ามีเนยเท่าเดิมแต่เกลี่ยให้ทั่วแผ่นใหญ่ขึ้น ก็ทั่วจริง แต่ชั้นเนยบางลง การหรี่รูรับแสงก็คล้ายกัน ได้ความชัดกระจายไปทั่วภาพมากขึ้น แต่ความคมตรงจุดโฟกัสค่อย ๆ ลดลง

วิวเมืองยามค่ำมุมสูง ตึกและแม่น้ำชัดทั้งภาพ ภาพแบบนี้คนมักหรี่ไปที่ f/22
ภาพวิวที่ชัดตั้งแต่หน้าถึงหลังต้องใช้ระยะชัดลึก แต่ความคมของรายละเอียดเล็ก ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ครั้งหน้าที่ดูภาพตัวเอง ลองแยกถามสองข้อ ภาพชัดทั่วพอไหม กับตรงจุดโฟกัสคมพอไหม

ทำไม f/22 ทำให้จุดโฟกัสนุ่มลง

สาเหตุคือการเลี้ยวเบนของแสง หรือ diffraction ลองนึกถึงคลื่นน้ำที่วิ่งผ่านช่องแคบ ๆ พอพ้นช่องไปแล้ว คลื่นจะแผ่ออกเป็นวง แสงที่ผ่านรูรับแสงเล็ก ๆ ก็แผ่ออกแบบเดียวกัน

Cambridge in Colour เว็บสอนถ่ายภาพที่คนอ้างอิงกันมาก อธิบายว่าการเลี้ยวเบนเป็นตัวจำกัดความละเอียดของภาพ จุดแสงหนึ่งจุดจะไม่ไปตกเป็นจุดเล็กเท่าเดิม แต่บานออกเป็นวงเบลอ ๆ ที่เรียกว่า airy disk และเมื่อสองวงนี้อยู่ใกล้กันมาก ก็แยกรายละเอียดสองจุดออกจากกันไม่ได้

Edmund Optics บริษัทผลิตชิ้นเลนส์และอุปกรณ์ออปติก ให้สูตรประมาณขนาดวงนี้ไว้ว่า 2.44 คูณความยาวคลื่นแสง คูณค่า f ตัวเลข f ยิ่งมาก วงยิ่งใหญ่ ตารางของเขาที่แสงสีเขียว บอกว่าที่ f/8 วงกว้างราว 10 ไมครอน ที่ f/16 ราว 20 ไมครอน

ถ้าลองใช้สูตรเดียวกันคิดต่อ ที่ f/22 จะได้ราว 28 ไมครอน แปลว่าแต่ละจุดแสงบานออกเกือบสามเท่าของที่ f/8 รายละเอียดเล็ก ๆ จึงเริ่มเกยกันจนดูนุ่ม

แล้วทำไมความเชื่อว่าหรี่สุดแล้วคมที่สุดถึงติดปากกันมานาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราดูภาพบนจอมือถือเล็ก ๆ ภาพที่ชัดทั่วตั้งแต่หน้าถึงหลังจะให้ความรู้สึกว่าคมกว่า ทั้งที่รายละเอียดจริงลดลงไปแล้ว ความต่างจะเริ่มโผล่เมื่อซูมดู ครอปภาพ หรือพิมพ์ขนาดใหญ่

จุดที่เริ่มเห็นผล ขึ้นกับขนาดพิกเซลของกล้องเรา

วงเบลอใหญ่แค่ไหนถึงจะเห็น ต้องเทียบกับขนาดพิกเซล หรือช่องรับแสงเล็ก ๆ บนเซนเซอร์ Cambridge in Colour บอกว่าเริ่มเป็นตัวจำกัดความละเอียดเมื่อวงนี้กว้างราว 2 ถึง 3 พิกเซล และอาจเห็นได้เร็วกว่านั้นด้วย

ลองคิดกับกล้องฟูลเฟรม 24 ล้านพิกเซล ภาพกว้างราว 6,000 พิกเซลบนเซนเซอร์กว้าง 36 มม. พิกเซลหนึ่งจึงกว้างราว 6 ไมครอน วงเบลอจะถึง 2 ถึง 3 พิกเซลที่ราว f/9.5 ถึง f/14 ส่วนกล้องฟูลเฟรม 45 ล้านพิกเซล พิกเซลเล็กลงเหลือราว 4.4 ไมครอน ช่วงนี้ขยับมาอยู่ราว f/7 ถึง f/10

ตัวอย่างในบทความของ Cambridge in Colour ก็ไปทางเดียวกัน กล้อง DSLR อย่าง Canon EOS 20D เริ่มเห็นผลราว f/11 ส่วนกล้องคอมแพกต์ PowerShot G6 ที่เซนเซอร์เล็กกว่ามาก เริ่มเห็นตั้งแต่ราว f/5.6

CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK

ยิ่งหรี่ จุดแสงยิ่งบาน

ขนาดวงเบลอจากการเลี้ยวเบน ที่แสงสีเขียว 520 นาโนเมตร หน่วยเป็นไมครอน

f/2.8
ราว 3.6
f/8
ราว 10
f/16
ราว 20
f/22
ราว 28

ฟูลเฟรม 24 ล้านพิกเซล

พิกเซลกว้างราว 6 ไมครอน

วงเบลอกว้าง 2 ถึง 3 พิกเซลที่ราว f/9.5 ถึง f/14

ฟูลเฟรม 45 ล้านพิกเซล

พิกเซลกว้างราว 4.4 ไมครอน

วงเบลอกว้าง 2 ถึง 3 พิกเซลที่ราว f/7 ถึง f/10

ที่ f/22 จุดแสงหนึ่งจุดบานออกราว 5 ถึง 6 พิกเซล รายละเอียดเล็ก ๆ จึงเกยกันจนดูนุ่ม

ค่าที่ f/2.8 f/8 f/16 จากตารางของ Edmund Optics ค่าที่ f/22 และช่วงค่า f คำนวณเองจากสูตร 2.44 คูณความยาวคลื่นคูณค่า f ของ Edmund Optics กับเกณฑ์ 2 ถึง 3 พิกเซลของ Cambridge in Colour สมมติเซนเซอร์กว้าง 36 มม. ภาพสัดส่วน 3:2 เป็นจุดที่เริ่มเห็น ไม่ใช่เส้นตาย

ตัวเลขพวกนี้เป็นจุดที่เริ่มเห็น ไม่ใช่เส้นตาย ภาพจะค่อย ๆ นุ่มลงทีละนิด จึงควรลองเทียบกับกล้องของเราเอง

งานที่ f/22 ยังคุ้มที่จะใช้

ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้ f/22 Cambridge in Colour เองก็บอกว่า การยอมเสียความคมตรงจุดโฟกัสนิดหน่อยหลายครั้งก็คุ้ม ถ้าแลกกับความชัดที่เพิ่มขึ้นในส่วนอื่นของภาพ

งานแรกคือแฉกแสง บทความของ Canon บอกว่าแสงดวงอาทิตย์หรือไฟถนนจะกลายเป็นแฉกเมื่อหรี่ราว f/11 หรือ f/16 ขึ้นไป และแฉกนี้ก็เกิดจากการเลี้ยวเบนตรงมุมของใบรูรับแสงนั่นเอง ถ้าเลนส์มีใบรูรับแสงจำนวนคี่ จำนวนแฉกจะเป็นสองเท่า เช่น 9 ใบได้ 18 แฉก ถ้าเป็นจำนวนคู่ จำนวนแฉกจะเท่ากับจำนวนใบ

แสงอาทิตย์ลอดผ่านกิ่งไม้ในป่า งานที่หลายคนหรี่ไปที่ f/22 เพื่อให้แสงเป็นแฉก
แฉกแสงเกิดจากการเลี้ยวเบนตรงมุมใบรูรับแสง จึงชัดขึ้นเมื่อหรี่รูรับแสงมาก

งานที่สองคือสปีดชัตเตอร์ช้า Cambridge in Colour ยกตัวอย่างการถ่ายน้ำตกหรือลำธารให้น้ำนุ่มเป็นสาย ที่อาจต้องหรี่รูรับแสงมากเพื่อให้เปิดชัตเตอร์ได้นานขึ้น โดยเฉพาะตอนไม่มีฟิลเตอร์ ND

งานที่สามคือฉากที่มีของอยู่ใกล้มากและไกลมากในภาพเดียว แล้วเราอยากให้ชัดทั้งหมดในช็อตเดียว ตรงนี้การหรี่รูรับแสงมาก ๆ อาจเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุด

ถ้าอยากได้ทั้งชัดลึกและคม ลองใช้ focus stacking

focus stacking คือถ่ายภาพเดิมหลาย ๆ ภาพ แต่ละภาพโฟกัสไล่จากใกล้ไปไกล แล้วให้โปรแกรมรวมเฉพาะส่วนที่คมของแต่ละภาพเข้าด้วยกัน Canon เรียกการรวมนี้ว่า depth compositing

บทความของ Canon ชี้ว่า ระยะถ่ายมีผลกับระยะชัดลึกมากที่สุด ถ้าถ่ายดอกไม้ใกล้ ๆ ปกติคนมักหรี่ไว้ราว f/11 ต่อให้หรี่ไปถึง f/22 จนดูชัดทั้งดอก พอซูมดูก็ยังคมไม่เท่ากันทุกส่วน และรูรับแสงที่แคบมากยังเพิ่มโอกาสเกิดการเลี้ยวเบนจนภาพนุ่มด้วย ทางที่ Canon เสนอคือใช้ฟังก์ชัน Focus Bracketing ให้กล้องขยับโฟกัสถ่ายต่อกันเอง

ภาพมาโครกลีบดอกแอสเตอร์ระยะใกล้
ถ่ายดอกไม้ใกล้ ๆ ต่อให้หรี่มากก็ยังคมไม่เท่ากันทั้งดอก งานแบบนี้คือที่ที่ focus stacking ช่วยได้

กล้องหลายรุ่นมีฟังก์ชันนี้ในตัว บางรุ่นรวมภาพให้ในกล้องเลย อย่างคู่มือ Canon PowerShot V1 ที่เลือกให้กล้องรวมภาพเป็นไฟล์เดียวได้ ทั้งนี้คู่มือก็เตือนว่าควรใช้ขาตั้งกล้อง และวัตถุที่ขยับอาจทำให้รวมภาพไม่สำเร็จ

ถ้ากล้องของเราไม่มี Focus Bracketing ลองหมุนโฟกัสเองทีละนิด ถ่ายไว้หลายภาพบนขาตั้ง แล้วไปรวมในโปรแกรมแต่งภาพที่มีเครื่องมือรวมโฟกัส

ความเข้าใจผิดเรื่อง f/22 ที่พบบ่อย

เรื่องแรก ภาพนุ่มตอนหรี่สุดแปลว่าเลนส์ไม่ดี จริง ๆ แล้วการเลี้ยวเบนเป็นเรื่องของฟิสิกส์แสง สูตรขนาดวงเบลอข้างบนมีแค่ความยาวคลื่นแสงกับค่า f ไม่มีราคาเลนส์อยู่ในนั้น เลนส์ดีแค่ไหนก็เจอขีดจำกัดเดียวกัน

เรื่องที่สอง กล้องยิ่งพิกเซลเยอะ ยิ่งหรี่ได้มากโดยไม่เสียอะไร ความจริงกลับกัน พิกเซลยิ่งเล็ก วงเบลอยิ่งกินหลายพิกเซลเร็วขึ้น จึงเริ่มเห็นผลที่ค่า f น้อยกว่า ไม่ได้แปลว่าภาพแย่กว่ากล้องพิกเซลน้อย แค่รายละเอียดที่ได้เพิ่มมาจะหายไปเร็วกว่าเมื่อหรี่มาก

เรื่องที่สาม ภาพวิวต้อง f/22 เสมอ ถ้าทุกอย่างในภาพอยู่ไกลพอ ๆ กัน เช่น วิวภูเขาจากจุดชมวิว ไม่จำเป็นต้องหรี่ถึงขนาดนั้นก็ชัดทั่วได้

เรื่องที่สี่ อัดวิดีโอกลางแดดแล้วแสงเกิน ก็หรี่ไปสุดแก้ปัญหา วิธีนี้ทำให้ภาพนุ่มลงด้วยเหตุผลเดียวกัน และฉากหลังก็ชัดไปหมดจนดูแบน ทางที่นิยมกว่าคือใส่ฟิลเตอร์ ND ซึ่งเหมือนแว่นกันแดดของเลนส์ ช่วยลดแสงลงโดยที่เรายังเลือกรูรับแสงได้ตามที่อยากได้

ช่างภาพถือกล้องถ่ายวิวภูเขายามเย็น
วิวที่ทุกอย่างอยู่ไกลพอ ๆ กัน มักไม่ต้องหรี่ไปสุดก็ชัดทั่วภาพ

CREATOR SCHOOL THAILAND · RETHINK

หรี่สุดเมื่อไหร่ถึงคุ้ม

เริ่มจากถามว่างานนี้ต้องการอะไรมากที่สุด

1

อยากได้แฉกแสง

ดวงอาทิตย์หรือไฟดวงเล็กเป็นแฉกชัดเมื่อหรี่ราว f/11 หรือ f/16 ขึ้นไป หรี่มากได้ ยอมแลกความคม

2

อยากได้สปีดช้า

น้ำตกหรือลำธารให้น้ำนุ่มเป็นสาย แต่ไม่มีฟิลเตอร์ ND หรี่มากช่วยได้

3

ของใกล้มากและไกลมากในช็อตเดียว

ต้องจบในภาพเดียว และของในฉากขยับ หรี่มากเป็นทางที่ง่ายที่สุด

4

ต้องการทั้งชัดลึกและคม

ของอยู่นิ่ง และตั้งขาตั้งกล้องได้ ลองใช้ค่า f ที่ยังไม่เริ่มนุ่ม แล้วใช้ focus stacking

5

แสงเกินตอนอัดวิดีโอ

ใส่ฟิลเตอร์ ND แทนการหรี่ไปสุด

ถ้าไม่ใช่สามงานแรก ลองใช้ค่า f ที่เราทดสอบแล้วว่า ยังไม่เริ่มนุ่ม กับกล้องของเรา

ช่วง f/11 ถึง f/16 สำหรับแฉกแสง และการใช้ Focus Bracketing แทนการหรี่มากจากบทความของ Canon การหรี่เพื่อสปีดช้าจาก Cambridge in Colour

คืนนี้มาลองทดสอบ f/22 กับกล้องของเรากัน

ตั้งกล้องบนขาตั้ง หันไปที่ของที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ชั้นหนังสือหรือผนังอิฐ ใช้โหมด A หรือ Av ที่เราเลือกรูรับแสงเอง และตั้ง ISO ค่าเดิมตลอด

ถ่ายภาพเดิมไล่ไปทีละค่า f/4 f/5.6 f/8 f/11 f/16 แล้วจบที่ f/22 โฟกัสจุดเดิม ใช้ตั้งเวลาถ่ายหรือรีโมตกันกล้องสั่น

เปิดดูในคอมแบบซูม 100% ตรงจุดโฟกัสเดียวกัน แล้วจดไว้ว่าค่าไหนที่ตัวหนังสือหรือร่องอิฐเริ่มนุ่มลง ค่านั้นคือเพดานที่เราจะใช้เมื่อความคมสำคัญกว่าความชัดลึก

ถ้าทำแล้วยังมองไม่ออกว่าต่างกัน ลองเปลี่ยนไปถ่ายของที่มีลายเล็กกว่าเดิม เช็คว่าภาพไม่สั่น และดูตรงกลางภาพก่อนดูขอบ

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

f/22 ให้ระยะชัดลึกเพิ่ม แต่แลกด้วยความคมตรงจุดโฟกัส เพราะการเลี้ยวเบนของแสงทำให้แต่ละจุดบานออก จุดที่เริ่มเห็นผลขึ้นกับขนาดพิกเซล กล้องพิกเซลเล็กเห็นเร็วกว่า f/22 ยังมีที่ใช้ ทั้งแฉกแสง สปีดช้า และฉากที่ต้องชัดหน้าถึงหลังในช็อตเดียว ส่วนงานที่ต้องการทั้งชัดลึกและคม ลองใช้ focus stacking แทน

แล้วกล้องของเราล่ะ เริ่มนุ่มที่ค่า f เท่าไร?

อ่านต่อ

ถ้าอยากเข้าใจว่ารูรับแสงทำงานร่วมกับสปีดชัตเตอร์และ ISO ยังไง อ่านต่อที่ สามเหลี่ยมการรับแสง คืออะไร และถ้าสงสัยว่าเซนเซอร์แต่ละขนาดต่างกันยังไงในงานจริง ดูต่อที่ ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไง ใครอยากเล่นกับเครื่องคำนวณการเลี้ยวเบนเอง ลองเปิด Lens Diffraction and Photography ของ Cambridge in Colour

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด