
ตัดคลิปเสร็จ ใส่เพลงที่ชอบลงไปให้มีอารมณ์ อัปขึ้นช่องได้ไม่นาน ใน YouTube Studio ก็ขึ้นว่าคลิปนี้โดนเคลมลิขสิทธิ์จากระบบ Content ID หลายคนใจหายคิดว่าช่องจะโดนแบน บางคนรีบลบคลิปทิ้งไปเลย ทั้งที่เรื่องนี้ส่วนใหญ่แก้ได้ และไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น
บทความนี้จะแยกให้ชัดว่า Content ID claim กับสไตรก์ลิขสิทธิ์ต่างกันยังไง แต่ละแบบกระทบรายได้และการมองเห็นแค่ไหน พอโดนแล้วมีทางเลือกอะไรบ้าง และหาเพลงที่ใช้ได้สบายใจจากที่ไหน ทุกข้อมูลอ้างจากหน้าช่วยเหลือของ YouTube
Content ID คืออะไร ทำไมคลิปเราถึงโดนเคลม
ลองนึกถึงเครื่องสแกนกระเป๋าที่สนามบิน ทุกใบต้องผ่านเครื่อง ถ้าเจอของที่ตรงกับรายการที่ตั้งไว้ เครื่องจะเตือนขึ้นมาเอง ไม่ต้องมีคนมาชี้
Content ID ทำงานแบบเดียวกัน เจ้าของลิขสิทธิ์อย่างค่ายเพลงส่งไฟล์เสียงและภาพของตัวเองเข้าไปเป็นคลังอ้างอิง พอใครอัปคลิปขึ้น YouTube ระบบจะสแกนเทียบกับคลังนี้อัตโนมัติ ถ้าตรงกัน คลิปนั้นจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า claim หรือการเคลม
หน้าช่วยเหลือของ YouTube บอกว่าไม่ใช่ทุกคนจะใช้ระบบนี้ได้ ต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ถือสิทธิ์เฉพาะในงานต้นฉบับจำนวนมาก และงานนั้นถูกอัปขึ้น YouTube บ่อย ๆ ค่ายเพลงจึงเป็นกลุ่มที่เราเจอบ่อยที่สุด

เจ้าของเพลงเลือกทำอะไรกับคลิปเราได้บ้าง
พอเคลมแล้ว สิ่งที่เกิดกับคลิปขึ้นอยู่กับค่าที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตั้งไว้ มีสามแบบ
แบบแรก บล็อก คือคนดูเปิดคลิปไม่ได้ จะบล็อกทั้งโลกหรือบางประเทศก็ได้ แบบที่สอง สร้างรายได้ คือเจ้าของเพลงเอาโฆษณามาลงในคลิปเรา บางกรณีแบ่งรายได้ให้เจ้าของคลิปด้วย แบบที่สาม ติดตาม คือเก็บสถิติว่ามีคนดูเท่าไร คลิปยังดูได้ตามปกติ
ทั้งสามแบบตั้งต่างกันตามประเทศได้ คลิปเดียวกันจึงอาจดูได้ที่ไทย แต่ถูกบล็อกในบางประเทศ
ที่ต้องระวังคือคลิปแนวตั้ง หน้าช่วยเหลือระบุว่า Shorts ที่ยาว 1 ถึง 3 นาที ถ้ามีเคลมที่ยังมีผลอยู่ จะถูกบล็อกไม่ว่าเจ้าของจะตั้งนโยบายไว้แบบไหน คนที่ทำ Shorts ใส่เพลงฮิตจึงต้องคิดให้ดีก่อนอัป
เคลมกับสไตรก์ ต่างกันตรงไหน
สองคำนี้คนชอบใช้ปนกัน แต่หนักไม่เท่ากันเลย
เคลมเกิดจากระบบอัตโนมัติ กระทบที่ตัวคลิป หน้าช่วยเหลือเขียนไว้ว่าเคลมกระทบวิดีโอ แต่ปกติไม่กระทบช่องหรือบัญชีของเรา
สไตรก์ลิขสิทธิ์ หรือ copyright strike คือใบเตือนที่ติดกับช่อง เกิดเมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ยื่นคำขอให้ลบคลิปตามกฎหมาย แล้ว YouTube ตรวจว่าคำขอนั้นใช้ได้ คลิปจะถูกลบ และช่องได้สไตรก์หนึ่งครั้ง ถ้าครบ 3 สไตรก์ภายใน 90 วัน ช่องมีสิทธิ์ถูกปิด รวมถึงช่องอื่นที่ผูกกันด้วย
สไตรก์หายไปได้หลังผ่าน 90 วัน ถ้าเราเรียน Copyright School ให้จบ ซึ่งเป็นแบบทดสอบ 4 ข้อ ทำครั้งเดียวพอ อีกสองทางคือขอให้คนที่ยื่นเรื่องถอนคำขอ หรือยื่นคำโต้แย้งการลบ ถ้ามั่นใจว่าลบผิด ส่วนการลบคลิปทิ้งเองไม่ได้ทำให้สไตรก์หาย ยกเว้นกรณีที่ YouTube แจ้งว่าคำขอลบตั้งเวลาไว้ ซึ่งเรามีเวลา 7 วันลบคลิปเองเพื่อเลี่ยงสไตรก์
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
เคลมกับสไตรก์ หนักไม่เท่ากัน
สองคำที่คนใช้ปนกัน แต่เกิดคนละทาง และกระทบคนละจุด
เคลมจาก Content ID
claim
เกิดจาก
ระบบสแกนอัตโนมัติเจอเพลงหรือภาพที่ตรงกับคลังของเจ้าของลิขสิทธิ์
กระทบ
ตัวคลิป ถูกบล็อก ถูกเอาโฆษณาไปลง หรือถูกติดตามสถิติ ปกติไม่กระทบช่อง
หายเมื่อ
ตัด เปลี่ยน หรือลบเสียงเพลงสำเร็จ หรือเจ้าของปล่อยเคลม
สไตรก์ลิขสิทธิ์
copyright strike
เกิดจาก
เจ้าของยื่นคำขอลบคลิปตามกฎหมาย และ YouTube ตรวจแล้วว่าใช้ได้
กระทบ
คลิปถูกลบ และช่องได้ใบเตือนหนึ่งครั้ง
หายเมื่อ
ผ่าน 90 วัน หลังเรียน Copyright School จบ หรือคนยื่นถอนคำขอ หรือโต้แย้งสำเร็จ
สรุปจากหน้าช่วยเหลือ YouTube เรื่อง Content ID claim และ Copyright strike basics
ถ้าเพิ่งเห็นแจ้งเตือน ลองเปิดดูก่อนว่าเป็นเคลมหรือสไตรก์ อย่าเพิ่งรีบลบคลิป
โดน Content ID แล้วรายได้กับการมองเห็นเป็นยังไง
ถ้าเจ้าของเพลงเลือกสร้างรายได้ โฆษณาที่ขึ้นในคลิปเราจะเป็นรายได้ของเขา คนดูยังเปิดดูได้ปกติ การมองเห็นของคลิปจึงไม่ได้หายไปไหน แค่เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าเรา
ถ้าเราอยู่ในโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube หรือ YPP และเป็นเคลมเพลง บางกรณีเลือกแบ่งรายได้กับเจ้าของเพลงได้ ซึ่งดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ถ้าเลือกบล็อก จะหนักกว่า คนในประเทศที่โดนบล็อกจะดูคลิปนี้ไม่ได้ ยอดวิวจากประเทศนั้นก็จะหยุดไปด้วย

ทางเลือกเมื่อโดนเคลม ตัด เปลี่ยน หรือปล่อยไว้
หน้าช่วยเหลือของ YouTube ให้ทางเลือกหลักไว้ไม่กี่ทาง ลองไล่จากทางที่ง่ายที่สุดดู
ทางแรก ปล่อยไว้ ถ้าเรายอมรับว่าเคลมนั้นถูก และไม่ได้คิดหารายได้จากคลิปนี้ ก็ไม่ต้องทำอะไร และเปลี่ยนใจทีหลังได้
ทางที่สอง เอาส่วนที่โดนเคลมออก ในเมนู Take Action ของเคลมใน YouTube Studio มีให้เลือกสามแบบ ตัดช่วงนั้นทิ้ง เปลี่ยนเพลงเป็นเพลงจาก YouTube Audio Library หรือลบเฉพาะเสียงเพลง ถ้าทำสำเร็จ เคลมจะหายไปเอง
ถ้าเพลงแยกจากเสียงพูดยาก ระบบลบเฉพาะเพลงอาจทำไม่สำเร็จ หน้าช่วยเหลือบอกว่าการปิดเสียงทั้งหมดในช่วงนั้นมักเร็วกว่า และมีโอกาสลบเคลมได้มากกว่า
ก่อนกดบันทึกต้องรู้ว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 เมื่อบันทึกคลิปที่แก้แล้ว จะย้อนกลับไม่ได้ และถ้าช่องยังไม่อยู่ใน YPP คลิปที่มีวิวเกิน 100,000 อาจบันทึกการแก้ไม่ได้

ถ้าคลิปเพิ่งอัปและยังมีไฟล์โปรเจกต์อยู่ ลองเปลี่ยนเพลงในโปรแกรมตัดต่อแล้วอัปใหม่ดู มักได้คลิปที่เสียงลงตัวกว่าการลบในระบบ
โต้แย้ง Content ID เมื่อไหร่ถึงควรทำ
ทางที่สามคือโต้แย้ง หรือ dispute หน้าช่วยเหลือบอกให้ทำเฉพาะเมื่อมั่นใจว่าเรามีสิทธิ์ใช้เนื้อหานั้นครบ เช่น เราแต่งเพลงเอง มีหนังสือขออนุญาตจากเจ้าของ หรือระบบจับผิดเพลง
สิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นเหตุผล แต่หน้าช่วยเหลือระบุว่าใช้ไม่ได้ คือการใส่เครดิตเจ้าของเพลง การมีเพลงนั้นอยู่ในเครื่องเพราะซื้อมา และการบอกว่าไม่ได้หารายได้จากคลิป
พอโต้แย้งแล้ว เจ้าของมีเวลาตอบ 30 วัน ถ้าไม่ตอบ เคลมหมดอายุและหลุดไปเอง ถ้าเขายืนยันเคลม เราอาจยื่นอุทธรณ์ต่อได้ แต่ที่ต้องระวังคือ ระหว่างนั้นเจ้าของยื่นคำขอลบคลิปได้ตลอด ถ้าคำขอใช้ได้ คลิปจะถูกลบและช่องได้สไตรก์ การโต้แย้งโดยไม่มีเหตุผลจริงจึงอาจเปลี่ยนเคลมเล็ก ๆ ให้กลายเป็นสไตรก์ และยื่นแล้วยกเลิกไม่ได้
เรื่องเงิน ถ้าทั้งเราและเจ้าของต้องการหารายได้จากคลิป และเรายื่นโต้แย้งภายใน 5 วันนับจากวันที่โดนเคลม รายได้จะถูกพักไว้ตั้งแต่วันแรก แล้วจ่ายให้ฝ่ายที่ถูกเมื่อเรื่องจบ
CREATOR SCHOOL THAILAND · MARKETING
โดนเคลมแล้ว เลือกทางไหนดี
เรียงจากทางที่เสี่ยงน้อยไปมาก
ปล่อยไว้
ถ้ายอมรับว่าเคลมถูก และไม่ได้หวังรายได้จากคลิปนี้ เปลี่ยนใจทีหลังได้
ตัดช่วงนั้น เปลี่ยนเพลง หรือลบเสียงเพลง
ทำในเมนู Take Action ถ้าสำเร็จ เคลมหายเอง บันทึกแล้ว ย้อนกลับไม่ได้
แบ่งรายได้
เฉพาะช่องใน YPP และเป็นเคลมเพลงบางกรณี
โต้แย้ง
เฉพาะเมื่อมั่นใจว่ามีสิทธิ์จริง เจ้าของมีเวลาตอบ 30 วัน ยื่นแล้วยกเลิกไม่ได้ และเจ้าของยื่นคำขอลบคลิปได้ตลอด
สรุปจากหน้าช่วยเหลือ YouTube เรื่อง Content ID claim การลบเนื้อหาที่ถูกเคลม และการโต้แย้งเคลม
ส่วนเรื่องว่างานไหนเข้าข่ายใช้งานโดยชอบธรรม หรือ fair use หน้าช่วยเหลือบอกเองว่า YouTube ให้คำแนะนำทางกฎหมายไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษานักกฎหมาย บทความนี้ก็จะไม่ตัดสินแทนเช่นกัน
หาเพลงปลอดภัยจากไหน ไม่ต้องลุ้นเคลม
ที่ที่ YouTube รับรองเองคือ YouTube Audio Library เปิดได้จากเมนูซ้ายของ YouTube Studio มีทั้งเพลงและเสียงประกอบ หน้าช่วยเหลือระบุว่าเพลงที่ดาวน์โหลดจากคลังนี้จะไม่ถูกเจ้าของสิทธิ์เคลม และถ้าอยู่ใน YPP ก็หารายได้จากคลิปที่ใช้เพลงเหล่านี้ได้
ในคลังมีใบอนุญาตสองแบบ แบบมาตรฐานไม่ต้องใส่เครดิต ส่วนแบบ Creative Commons ต้องใส่เครดิตศิลปินในคำอธิบายคลิป กดไอคอนในช่องประเภทใบอนุญาตเพื่อคัดลอกข้อความเครดิตได้เลย

ส่วนเพลงที่คนเรียกกันว่าปลอดลิขสิทธิ์จากช่องอื่นหรือเว็บอื่น หน้าช่วยเหลือเตือนว่า YouTube ไม่รับผิดชอบปัญหาจากแหล่งเหล่านั้น ถ้าจะใช้ ต้องเช็คเงื่อนไขของแหล่งนั้นเองให้ชัด
ความเข้าใจผิดเรื่อง Content ID ที่พบบ่อย
เรื่องแรก ใส่เครดิตเจ้าของเพลงแล้วใช้ได้ หน้าช่วยเหลือระบุชัดว่าการให้เครดิตไม่ใช่สิทธิ์ในการใช้
เรื่องที่สอง โดนเคลมแปลว่าช่องเสีย เคลมกระทบตัวคลิป สิ่งที่กระทบช่องคือสไตรก์
เรื่องที่สาม โดนสไตรก์แล้วลบคลิปทิ้งก็จบ การลบคลิปไม่ทำให้สไตรก์หาย ยกเว้นกรณีคำขอลบแบบตั้งเวลาที่ให้เวลา 7 วัน
คืนนี้มาลองเช็คคลิปในช่องเรากัน
เปิด YouTube Studio เลือกเนื้อหาจากเมนูซ้าย ถ้าทำ Shorts ให้ดูแท็บ Shorts ด้วย กดแถบตัวกรองแล้วเลือกการเคลม จะเหลือเฉพาะคลิปที่โดนเคลม จากนั้นชี้เมาส์ที่คำว่าการเคลมในคอลัมน์ข้อจำกัด แล้วกดดูรายละเอียด จะเห็นว่าเป็นเพลงอะไร และเจ้าของเลือกบล็อก สร้างรายได้ หรือติดตาม
คลิปที่ถูกบล็อกและยังสำคัญกับช่อง ลองใช้เปลี่ยนเพลงหรือตัดช่วงนั้นออก ส่วนคลิปที่แค่ถูกเอาโฆษณาไปลง ถ้าไม่ได้หวังรายได้ ปล่อยไว้ก็ได้
สำหรับคลิปใหม่ ลองเปิด YouTube Audio Library เลือกเพลงที่เข้ากับช่องไว้ห้าถึงสิบเพลง ทำเป็นชุดเพลงประจำ งานหน้าจะได้ไม่ต้องลุ้น
ถ้าแก้แล้วเคลมยังไม่หาย ลองรีโหลดหน้าหลังระบบประมวลผลเสร็จ ถ้ายังอยู่ อาจเป็นเพราะระบบลบเพลงออกได้ไม่หมด ลองใช้ปิดเสียงทั้งช่วงหรือตัดช่วงนั้นออกแทน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
เคลมเป็นเรื่องของคลิป ส่วนสไตรก์เป็นเรื่องของช่อง ครบ 3 สไตรก์ใน 90 วัน ช่องมีสิทธิ์ถูกปิด โดนเคลมแล้วมีทางเลือกคือปล่อยไว้ ตัด เปลี่ยน หรือลบเสียงเพลง และโต้แย้งเฉพาะเมื่อมั่นใจว่ามีสิทธิ์จริง เพราะการโต้แย้งพลาดอาจกลายเป็นสไตรก์ได้
แล้วคลิปในช่องเราตอนนี้ มีกี่คลิปที่เงินโฆษณาไม่ได้เข้ามาที่เราโดยไม่รู้ตัว?
อ่านต่อ
ถ้าอยากดูว่าคลิปไหนทำรายได้และคนดูหลุดตรงไหน อ่านต่อที่ YouTube Analytics ดูตัวเลขไหนก่อน รู้ได้ยังไงว่าคลิปพลาดตรงไหน และถ้าอยากให้เสียงในคลิปดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเพลงกลบ ดูต่อที่ เสียงก้อง ตอนอัดเสียงในห้อง แก้ยังไงด้วยของที่มีในบ้าน ใครอยากอ่านจากต้นทาง เปิดหน้าช่วยเหลือ What is a Content ID claim ของ YouTube
