
หลายคนเพิ่งเปลี่ยนจากกล้อง DSLR มาเป็นกล้อง EOS R แต่ในตู้ยังมีเลนส์ EF อยู่หลายตัว พอเข้าไปดูหน้าร้านก็เจออะแดปเตอร์ EF-EOS R ถึงสามแบบ ราคาก็ต่างกันพอสมควร เลยไม่แน่ใจว่าควรเริ่มที่ตัวไหน
มาไล่ดูกันทีละแบบ ว่าอะแดปเตอร์แต่ละตัวเพิ่มอะไรให้เลนส์ของเรา AF กับระบบกันสั่นยังทำงานเหมือนเดิมไหม เลนส์ EF-S ใส่แล้วได้ภาพแบบไหน และเลนส์ตระกูลไหนที่ใส่ไม่ได้ ข้อมูลทั้งหมดเช็คจากหน้าสินค้า ข่าวเปิดตัว และคู่มือของ Canon
อะแดปเตอร์ EF-EOS R ทำหน้าที่อะไร
ลองนึกถึงหัวแปลงปลั๊กไฟเวลาไปต่างประเทศ ปลั๊กเดิมของเราไม่เปลี่ยน แค่มีตัวกลางที่ทำให้เสียบเต้ารับแบบใหม่ได้ อะแดปเตอร์ก็คือตัวกลางแบบนั้น ด้านหนึ่งรับเลนส์ EF อีกด้านหนึ่งเสียบเข้ากล้องที่ใช้เมาท์ RF
ทำไมต้องมีตัวกลาง? เพราะเลนส์ EF ออกแบบมาให้อยู่ห่างจากเซนเซอร์ในระยะของกล้อง DSLR ที่มีกระจกสะท้อนภาพอยู่ข้างใน กล้อง EOS R ไม่มีกระจกนั้น เมาท์จึงอยู่ใกล้เซนเซอร์กว่า อะแดปเตอร์เลยเป็นเหมือนท่อที่เติมระยะที่หายไปกลับคืนให้เลนส์
Canon เปิดตัวอะแดปเตอร์ชุดนี้พร้อมระบบ EOS R เมื่อ 5 ก.ย. 2018 ข่าวเปิดตัวบอกว่าใช้กับเลนส์ EF และ EF-S ได้ ยกเว้นเลนส์ EF-M และเลนส์ภาพยนตร์ CN-E

จำไว้ง่าย ๆ ว่าอะแดปเตอร์ไม่มีชิ้นเลนส์ขยายหรือย่อภาพ เป็นแค่ท่อที่เติมระยะให้เลนส์เดิมโฟกัสได้ถูกที่
ใส่ผ่าน EF-EOS R แล้ว AF กับกันสั่นยังทำงานไหม
คำถามนี้เจอบ่อยที่สุด หน้าอะแดปเตอร์ของ Canon Europe เขียนว่าให้คาดหวังได้ว่าเลนส์จะทำงานแบบเดียวกับตอนใส่กล้อง EOS DSLR และหน้าสินค้ารุ่น Drop-in Filter ของ Canon Hong Kong เขียนว่ารองรับทุกฟังก์ชันของเลนส์ EF และ EF-S ที่มีอยู่ รวมถึง AF และระบบกันสั่น
แต่ก็มีหมายเหตุเล็ก ๆ ตามมา หน้าเดียวกันบอกว่าบางฟังก์ชันขึ้นกับสเปกของกล้องแต่ละรุ่น พูดง่าย ๆ คือ เลนส์ตัวเดิมใส่กล้องคนละรุ่น อาจได้ความสามารถไม่เท่ากัน เพราะความเร็ว AF หรือโหมดที่เลือกได้มาจากตัวกล้องด้วย
อีกเรื่องที่ Canon ย้ำคือ อะแดปเตอร์ทั้งชุดมีเมาท์โลหะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และซีลกันฝุ่นกับความชื้น ส่วนหน้ารุ่น Drop-in Filter บอกเพิ่มว่าการกันฝุ่นกันละอองนี้จะได้ผลเมื่อใช้กับกล้อง EOS R ที่กันฝุ่นกันละออง และเลนส์ EF L ที่ออกแบบกันละอองเหมือนกัน และไม่แนะนำให้ใช้กลางสายฝน
แบบที่ 1 อะแดปเตอร์รุ่นธรรมดา Mount Adapter
ตัวนี้เรียบง่ายที่สุด ไม่มีปุ่ม ไม่มีวงแหวนเพิ่ม หน้าที่มีอย่างเดียวคือให้เลนส์ EF และ EF-S ใส่กับกล้อง EOS R ได้ Canon Europe บอกว่าหนักประมาณ 110 กรัม พกติดกระเป๋าไว้ได้ทุกวันโดยแทบไม่รู้สึก
หน้าสินค้าของ Canon Thailand ตั้งราคาขายปลีกแนะนำไว้ 4,150 บาท ณ วันที่ตรวจ 23 ต.ค. 2026 ซึ่ง Canon แจ้งว่าราคาเปลี่ยนได้ เป็นตัวที่ถูกที่สุดในสามแบบ เหมาะกับคนที่อยากใช้เลนส์เดิมต่อไปแบบที่เคยใช้ ไม่ได้ต้องการปุ่มหรือฟิลเตอร์เพิ่ม
วิธีใส่ก็ไม่ยาก Canon Europe อธิบายว่าให้ตรงจุดสีบนเลนส์กับอะแดปเตอร์ หมุนตามเข็มนาฬิกาจนได้ยินเสียงคลิก แล้วค่อยใส่ทั้งชุดเข้ากับกล้อง
แบบที่ 2 Control Ring Mount Adapter EF-EOS R
ตัวที่สองหน้าตาคล้ายตัวแรก แต่มีวงแหวนเพิ่มมาหนึ่งวง Canon Thailand บอกว่าวงแหวนนี้ตั้งให้คุมสปีดชัตเตอร์ รูรับแสง ISO หรือชดเชยแสงได้ หมุนแล้วมีเสียงคลิกเบา ๆ บอกจังหวะ Canon Europe บอกว่าแต่ละคลิกคือหนึ่งในสามหรือครึ่งสต็อป

ประโยชน์ของวงแหวนนี้คือ เลนส์ EF รุ่นเก่าไม่มีวงแหวนควบคุมแบบเลนส์ RF พอใส่ผ่านตัวนี้ ก็ได้ปุ่มหมุนเพิ่มมาใกล้มือซ้าย ปรับค่าได้โดยไม่ต้องละตาจากช่องมองภาพ ราคาขายปลีกแนะนำในไทยอยู่ที่ 8,290 บาท ณ วันที่ตรวจเดียวกัน
ถ้าถ่ายวิดีโอแล้วกลัวเสียงคลิกเข้าไมค์ Canon Thailand บอกว่าถอดกลไกคลิกออกได้ที่ศูนย์บริการที่ Canon รับรอง แบบเสียค่าบริการ ส่วนการเลือกว่าวงแหวนจะคุมค่าไหน Canon Europe บอกว่าตั้งจากเมนูของกล้อง
แบบที่ 3 Drop-in Filter Mount Adapter ใส่ฟิลเตอร์ไว้ด้านใน
ตัวที่สามน่าสนใจที่สุดสำหรับคนถ่ายวิดีโอ ตัวอะแดปเตอร์มีช่องให้เสียบฟิลเตอร์ลงไป เหมือนเสียบการ์ดลงช่อง ฟิลเตอร์จึงอยู่ระหว่างเลนส์กับเซนเซอร์ ไม่ต้องขันฟิลเตอร์หน้าเลนส์
Canon มีฟิลเตอร์ให้เลือกสามแบบ แบบแรกคือ Variable ND ฟิลเตอร์ลดแสงที่หมุนปรับความเข้มได้ หน้าสินค้าของ Canon Hong Kong ระบุช่วง ND3 ถึง ND500 เทียบเท่าลดแสงราว 1.5 ถึง 9 สต็อป แปลว่ากลางแดดจ้าเราก็ยังเปิดรูรับแสงกว้างให้ฉากหลังละลาย หรือใช้สปีดต่ำให้ภาพเคลื่อนไหวนุ่มได้

แบบที่สองคือ Circular Polarizing หรือ CPL ฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อน ช่วยลดแสงจ้าบนผิวน้ำหรือกระจก และตัดหมอกควันให้ฟ้าดูใสขึ้น แบบที่สามคือ Clear Filter A เป็นฟิลเตอร์ใส ไว้ใส่แทนตอนที่ไม่ได้ใช้สองแบบแรก

CREATOR SCHOOL THAILAND · CANON
อะแดปเตอร์ EF-EOS R สามแบบ เพิ่มอะไรให้เลนส์ EF
ทุกแบบใช้กับเลนส์ EF และ EF-S ได้ ยกเว้น EF-M และ CN-E
1
Mount Adapter
รุ่นธรรมดา หนักประมาณ 110 กรัม
ต่อเลนส์เดิมเข้ากล้อง EOS R อย่างเดียว ไม่มีปุ่มเพิ่ม เหมาะกับคนที่อยากใช้เลนส์แบบที่เคยใช้
2
Control Ring
มีวงแหวนเพิ่มหนึ่งวง
ตั้งให้คุม สปีด รูรับแสง ISO หรือชดเชยแสง หมุนแล้วคลิกทีละหนึ่งในสามหรือครึ่งสต็อป
3
Drop-in Filter
มีช่องใส่ฟิลเตอร์ หนักประมาณ 121 กรัม
ใส่ Variable ND, CPL หรือฟิลเตอร์ใส ไว้ด้านใน ฟิลเตอร์ชุดเดียวใช้ได้ทุกขนาดหน้าเลนส์
ข้อมูลจากหน้า EOS R Adapters และหน้าสินค้าของ Canon Europe, Canon Thailand และ Canon Hong Kong น้ำหนักเป็นตัวเลขโดยประมาณตามที่ Canon ระบุ
ข้อดีที่ Canon เขียนไว้คือ ฟิลเตอร์ชุดเดียวใช้ได้กับเลนส์ EF และ EF-S ทุกขนาดหน้าเลนส์ และเหมาะกับเลนส์ที่ใส่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ยาก เช่น เลนส์ฟิชอาย เลนส์มุมกว้างพิเศษ เลนส์ TS-E หรือเลนส์เทเลรูรับแสงกว้าง ตัวอะแดปเตอร์หนักประมาณ 121 กรัม
มีเรื่องเดียวที่ต้องรู้ก่อนใช้ Variable ND คือถ้าหมุนเข้มไปถึงราว ND250 ขึ้นไป ซึ่ง Canon บอกว่าดูได้จากตอนที่เส้นขาวทึบบนแป้นหมุนหายไป ภาพอาจออกฟ้าหรือเข้มไม่เท่ากันทั้งภาพ Canon แนะนำให้ตั้ง White Balance แบบออโต้ หรือแก้สีในโปรแกรม Digital Photo Professional
CREATOR SCHOOL THAILAND · CANON
ฟิลเตอร์ Drop-in สามแบบ ใช้ตอนไหน
ใส่ในอะแดปเตอร์รุ่น Drop-in Filter ทีละหนึ่งแผ่น
Variable ND
ลดแสงแบบหมุนปรับได้ ND3 ถึง ND500 ราว 1.5 ถึง 9 สต็อป กลางแดดจ้าก็ยังเปิดรูรับแสงกว้าง หรือใช้สปีดต่ำได้
Circular Polarizing
ตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำหรือกระจก และตัดหมอกควันให้ภาพใสขึ้น
Clear Filter A
ฟิลเตอร์ใส ไว้ใส่แทนตอนที่ไม่ได้ใช้สองแบบแรก
ช่วง ND และคำเตือนเรื่องสีจากหน้าสินค้า Canon Hong Kong และหน้า EOS R Adapters ของ Canon Europe
เลนส์ EF-S ใส่ผ่าน EF-EOS R แล้วได้แค่ไหน
เลนส์ EF-S คือเลนส์ที่ Canon ออกแบบมาให้กล้อง DSLR เซนเซอร์ APS-C ซึ่งเล็กกว่าฟูลเฟรม วงแสงที่เลนส์ฉายออกมาจึงเล็กตามไปด้วย ใครยังไม่แน่ใจเรื่องขนาดเซนเซอร์ ลองอ่าน ขนาดเซนเซอร์ Full Frame, APS-C, M43 ต่างกันยังไงในงานจริง ประกอบได้

พอใส่เลนส์ EF-S ผ่านอะแดปเตอร์เข้ากับกล้องฟูลเฟรม Canon Europe บอกว่ากล้องจะครอปภาพให้พอดีกับวงแสงของเลนส์เอง คู่มือ EOS R6 V ก็เขียนตรงกันว่าเมื่อใส่เลนส์ RF-S หรือ EF-S กล้องจะตั้งเป็นครอป 1.6 เท่าให้อัตโนมัติ
ครอป 1.6 เท่าแปลว่าอะไรกับเรา? กล้องจะใช้แค่พื้นที่ตรงกลางของเซนเซอร์ ไฟล์ที่ได้จึงมีพิกเซลน้อยกว่าตอนใช้เลนส์ฟูลเฟรม และคู่มือบอกด้วยว่าถ่าย RAW แล้วส่วนนอกพื้นที่ครอปจะไม่ถูกบันทึก ดึงขอบภาพกลับมาทีหลังไม่ได้
เลนส์ EF-S ใส่ได้จริงและไม่ต้องตั้งอะไรเอง แค่ต้องรู้ว่าบนกล้องฟูลเฟรมจะได้ไฟล์เล็กลง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่อง EF-EOS R
เรื่องแรก คิดว่าใส่อะแดปเตอร์แล้วภาพจะแย่ลง อะแดปเตอร์ไม่มีชิ้นเลนส์ขยายหรือย่อภาพ Canon บอกว่าเลนส์ทำงานแบบเดียวกับบนกล้อง DSLR ภาพที่ได้จึงขึ้นกับเลนส์ตัวนั้นเหมือนเดิม
เรื่องที่สอง คิดว่าเลนส์ EF-M ใส่ได้ด้วย เพราะชื่อขึ้นต้นด้วย EF เหมือนกัน ไม่ได้ Canon ระบุชัดว่าอะแดปเตอร์ชุดนี้ไม่รองรับเลนส์ EF-M และเลนส์ภาพยนตร์ CN-E
เรื่องที่สาม คิดว่ารุ่น Drop-in กันน้ำได้ทุกสถานการณ์ ซีลจะได้ผลเมื่อกล้องและเลนส์ซีลด้วย และ Canon ไม่แนะนำให้ใช้กลางสายฝน
เรื่องที่สี่ คิดว่าต้องซื้อรุ่นแพงสุดถึงจะได้ AF เต็ม ทั้งสามแบบทำหน้าที่ต่อเลนส์เหมือนกัน ที่ต่างคือวงแหวนกับช่องฟิลเตอร์ที่เพิ่มเข้ามา ลองเลือกจากงานที่ทำจริง
คืนนี้มาลองเช็คเลนส์ในตู้กัน
เริ่มจากหยิบเลนส์ทุกตัวมาอ่านชื่อบนกระบอก ถ้าเขียนว่า EF หรือ EF-S ใส่ผ่านอะแดปเตอร์ได้ ถ้าเขียนว่า EF-M ให้แยกออกไว้ก่อน เพราะใช้กับอะแดปเตอร์ชุดนี้ไม่ได้
ถ้ามีเลนส์ EF-S กับกล้องฟูลเฟรม ลองใส่แล้วเปิดเมนูครอปหรืออัตราส่วนภาพดู จะเห็นว่ากล้องเลือกครอป 1.6 เท่าไว้ให้ ลองถ่ายภาพเดียวกันเทียบกับเลนส์ EF แล้วดูขนาดไฟล์ จะเข้าใจทันที
ถ้ายังลังเลว่าจะเอาแบบไหน ลองนึกถึงงานสามเดือนที่ผ่านมา ถ้าถ่ายวิดีโอกลางแจ้งบ่อย แบบ Drop-in น่าลอง ถ้าอยากได้ปุ่มปรับค่าใกล้มือ ลองแบบ Control Ring ถ้าแค่อยากใช้เลนส์เดิมต่อ แบบธรรมดาก็พอ
ถ้าใส่แล้วกล้องไม่รู้จักเลนส์ ลองถอดออกแล้วเช็ดหน้าสัมผัสทองของเลนส์และอะแดปเตอร์เบา ๆ ด้วยผ้าแห้ง ใส่ใหม่จนได้ยินเสียงคลิก ถ้ายังไม่ได้ ลองเปิดคู่มือรุ่นกล้องของเราในหัวข้อเลนส์ที่ใช้ได้ หรือสอบถามศูนย์บริการ Canon
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
อะแดปเตอร์ของ Canon ชุดนี้มีสามแบบ ทุกแบบทำให้เลนส์ EF และ EF-S ใส่กล้อง EOS R ได้ และ Canon บอกว่าเลนส์ทำงานแบบเดียวกับบนกล้อง DSLR ทั้ง AF และกันสั่น ตัวธรรมดาเบาและถูกที่สุด ตัว Control Ring เพิ่มวงแหวนตั้งค่า ตัว Drop-in ใส่ฟิลเตอร์ Variable ND หรือ CPL ไว้ด้านใน เลนส์ EF-S บนกล้องฟูลเฟรมจะถูกครอป 1.6 เท่าให้เอง ส่วนเลนส์ EF-M ใช้ไม่ได้
อ่านต่อ
ถ้าอยากรู้ว่าเลนส์ระยะไหนเหมาะกับงานแบบไหน ลองอ่าน ทางยาวโฟกัส 24, 35, 50, 85mm ต่างกันยังไง และถ้าอยากอ่านจากต้นทาง เปิด หน้า EOS R Adapters ของ Canon Europe ได้เลย
บทความนี้ CreatorSchoolThailand เขียนเอง ไม่ได้รับค่าตอบแทนจาก Canon
