
ตั้งกล้องไว้บนดาดฟ้า รอพระอาทิตย์ตกอยู่ครึ่งชั่วโมง พอเอามาเปิดดูกลับได้คลิปแค่ไม่กี่วินาที บางทีเมฆก็วิ่งกระตุก บางทีภาพก็สว่างมืดสลับกันเป็นจังหวะ หลายคนเลยเลิกถ่าย ไทม์แลปส์ ไปตั้งแต่ครั้งแรก
บทความนี้จะพาคิดตั้งแต่ก่อนกดถ่าย ว่าต้องถ่ายกี่ภาพ เว้นช่วงกี่วินาทีให้เข้ากับสิ่งที่อยากถ่าย ล็อกค่ายังไงไม่ให้ภาพกะพริบ และควรใช้โหมดในกล้อง มือถือ หรือถ่ายภาพนิ่งมารวมเอง
ไทม์แลปส์ คืออะไร ทำไมดูแล้วเวลาวิ่งเร็ว
ลองนึกถึงสมุดภาพที่วาดรูปไว้มุมกระดาษทีละหน้า พอเปิดพรืดเร็ว ๆ รูปก็ขยับได้ ไทม์แลปส์ ใช้หลักเดียวกัน กล้องถ่ายภาพนิ่งทีละภาพ เว้นช่วงห่างกันเท่า ๆ กัน แล้วเอาทุกภาพมาเรียงเล่นต่อกันเป็นวิดีโอ
Nikon อธิบายไว้ว่า นี่คือการถ่ายวิดีโอทีละเฟรม ตามช่วงเวลาที่เราเลือก ช่วงเวลานี้เรียกว่า interval หมายถึงระยะห่างระหว่างภาพหนึ่งกับภาพถัดไป ถ้าตั้งไว้ 5 วินาที กล้องจะถ่ายหนึ่งภาพทุก ๆ 5 วินาที
เวลาเล่นกลับ วิดีโอไม่ได้เล่นทีละ 5 วินาที แต่เล่นด้วยความเร็วปกติ เช่น 30 ภาพต่อวินาที เหตุการณ์ที่ใช้เวลาจริงเป็นนาที จึงหดเหลือไม่กี่วินาทีบนจอ
สูตรคำนวณ ความยาวคลิปคูณ fps ได้จำนวนภาพ
ก่อนกดถ่าย ลองตั้งโจทย์จากปลายทางก่อน ว่าอยากได้คลิปยาวกี่วินาที แล้วจะตัดต่อที่กี่ fps ตัวเลข fps คือจำนวนภาพที่เล่นในหนึ่งวินาที ค่าที่ใช้กันบ่อยคือ 24, 25 และ 30
สูตรแรกคือ ความยาวคลิป คูณ fps เท่ากับจำนวนภาพที่ต้องถ่าย ถ้าอยากได้คลิป 10 วินาที ที่ 30 fps ต้องใช้ 300 ภาพ ถ้าตัดต่อที่ 25 fps ก็ใช้ 250 ภาพ
สูตรที่สองคือ จำนวนภาพ คูณ interval เท่ากับเวลาที่ต้องยืนถ่ายจริง 300 ภาพ ที่ interval 3 วินาที ต้องถ่าย 900 วินาที หรือ 15 นาที ถ้าเปลี่ยนเป็น 5 วินาที จะกลายเป็น 25 นาที
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
คิดจากคลิปปลายทาง ย้อนกลับมาหาเวลาถ่าย
ตัวอย่าง คลิป 10 วินาที ตัดต่อที่ 30 fps
ความยาวคลิป คูณ fps
10 วินาที คูณ 30 ภาพต่อวินาที ได้ 300 ภาพ ถ้าตัดต่อที่ 25 fps จะใช้ 250 ภาพ
จำนวนภาพ คูณ interval
300 ภาพ คูณ 3 วินาที ได้ 900 วินาที คือ ยืนถ่าย 15 นาที ถ้าใช้ 5 วินาที จะเป็น 25 นาที
ใช้กลับด้านก็ได้
พระอาทิตย์ตกภายใน 20 นาที คือ 1,200 วินาที หารด้วย 300 ภาพ ได้ interval 4 วินาที
ตัวเลขในข้อ 1 ถึง 3 คำนวณเอง ค่า fps ที่ใช้บ่อยคือ 24, 25 และ 30 ข้อมูลรุ่นกล้องจากคู่มือ Time-Lapse Movies ของ Canon
สองสูตรนี้ใช้กลับด้านได้ด้วย ถ้ารู้ว่าพระอาทิตย์จะตกภายใน 20 นาที อยากได้คลิป 10 วินาทีที่ 30 fps ก็เอา 1,200 วินาที หารด้วย 300 ภาพ ได้ interval 4 วินาที
กล้องบางรุ่นช่วยคิดให้ด้วย คู่มือ Canon EOS R5 Mark II บอกว่าถ้าตั้งไว้ 3,600 ภาพ จะได้คลิปราว 2 นาทีในระบบ NTSC ซึ่งเล่นที่ 29.97 fps และราว 2 นาที 24 วินาทีในระบบ PAL ที่เล่น 25 fps
ก่อนถ่ายครั้งหน้า ลองจดสามตัวเลขไว้ในมือถือ ความยาวคลิปที่อยากได้ fps และเวลาที่เหตุการณ์จะกินจริง แล้วค่อยตั้งกล้อง
เลือก interval ตามความเร็วของเหตุการณ์
interval ที่สั้นเกินไป เหตุการณ์จะขยับช้าจนดูไม่ออกว่าย่อเวลามาแล้ว ส่วน interval ที่ยาวเกินไป ของที่เคลื่อนไหวเร็วจะกระโดดข้ามไปไกลระหว่างภาพ ดูกระตุก
หลักคิดง่าย ๆ คือ ของยิ่งขยับเร็ว ยิ่งต้องถ่ายถี่ เว็บสอนถ่ายภาพ ExpertPhotography ให้ค่าตั้งต้นคร่าว ๆ ไว้ประมาณนี้ เมฆที่ลอยเร็วราว 2 วินาที เมฆที่ลอยช้าอย่างน้อย 3 วินาที ฝูงคนที่เดินเร็วและแน่น 1 ถึง 2 วินาที ฝูงคนที่เดินช้า 3 ถึง 10 วินาที รถบนถนนตอนกลางวัน 2 ถึง 3 วินาที พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกราว 3 ถึง 5 วินาที และดาวบนท้องฟ้าอย่างน้อย 20 วินาที
CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR
ของยิ่งขยับเร็ว ยิ่งต้องถ่ายถี่
ช่วงเวลาถ่ายตั้งต้น ใช้เป็นจุดเริ่มแล้วปรับตามหน้างาน
1-2 วินาที
ฝูงคนเดินเร็วและแน่น
2 วินาที
เมฆที่ลอยเร็ว
2-3 วินาที
รถบนถนนตอนกลางวัน
3-5 วินาที
พระอาทิตย์ขึ้นหรือตก
3-10 วินาที
ฝูงคนที่เดินช้า
20+ วินาที
ดาวบนท้องฟ้า
ค่าตั้งต้นจากคำแนะนำของ ExpertPhotography วันที่ลมแรงหรือคนเยอะผิดปกติ ตัวเลขจริงอาจต่างไป
ตัวเลขพวกนี้เป็นค่าโดยประมาณสำหรับเริ่มต้น ไม่ใช่กฎตายตัว วันที่ลมแรง เมฆอาจวิ่งเร็วกว่าที่คิด ลองถ่ายทดสอบสั้น ๆ ราว 30 ภาพ แล้วเปิดดูในกล้องก่อน ถ้ายังกระตุกก็ลด interval ลง

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกเท่าไหร่ ลองถามตัวเองว่าของในเฟรมขยับเร็วแค่ไหนในห้าวินาที ถ้าขยับไปไกลมาก ให้ถ่ายถี่ขึ้น
ล็อกค่าแมนนวล กันภาพ ไทม์แลปส์ กะพริบ
ภาพกะพริบเกิดเมื่อแต่ละภาพสว่างไม่เท่ากันนิดหน่อย พอเล่นต่อกันเร็ว ๆ ตาเราจะเห็นเป็นแสงวูบวาบ ต้นเหตุที่พบบ่อยคือปล่อยให้กล้องวัดแสงเองทุกภาพ เมฆบังแดดนิดเดียว กล้องก็ปรับค่าตามทันที
Nikon แนะนำให้ปรับค่าแสงเองและตั้งโฟกัสเองด้วยมือ เพื่อไม่ให้อะไรเปลี่ยนจากภาพหนึ่งไปอีกภาพ แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ เปิดโหมด M ตั้งรูรับแสง ความไวชัตเตอร์ และ ISO ให้คงที่ ปิดโฟกัสอัตโนมัติ
ส่วน White Balance เราแนะนำให้เลือกค่าคงที่ เช่น Daylight หรือตั้งค่า K เอง ไม่ใช้ Auto เพราะ Auto จะคิดสีใหม่ทุกภาพ แสงเปลี่ยนนิดเดียวสีก็ขยับตาม พอเล่นต่อกันจะเห็นสีวูบไปมา ถ้าถ่ายเป็น RAW มารวมเอง ยังแก้สีทีหลังได้ แต่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกจะง่ายกว่า
กรณีพระอาทิตย์ตกที่แสงลดลงเรื่อย ๆ ถ้าล็อกค่าไว้ ท้ายคลิปจะมืดลง ซึ่งก็เป็นธรรมชาติดี ถ้าอยากให้กล้องช่วยตาม กล้องบางรุ่นมีตัวช่วย อย่าง Sony α7 IV มีค่า AE Tracking Sensitivity ถ้าตั้งเป็น Low ค่าแสงจะเปลี่ยนแบบนุ่มกว่า ส่วนโหมดไทม์แลปส์ของ Canon EOS R5 Mark II เลือกได้ว่าจะวัดแสงแค่ภาพแรกแล้วล็อกไว้ หรือวัดใหม่ทุกภาพ

อีกต้นเหตุคือไฟบางชนิดกะพริบเร็วจนตาไม่เห็น แต่กล้องจับได้ คู่มือ Canon EOS R5 Mark II เตือนว่าการถ่ายแบบนี้ใต้ไฟที่กะพริบ อาจทำให้ภาพในคลิปกะพริบชัดเจน และอาจเห็นแถบเส้นแนวนอนหรือค่าแสงไม่สม่ำเสมอ
คืนนี้ลองเปิดเมนูกล้องดูว่า White Balance ตอนนี้อยู่ที่ Auto ไหม ถ้าใช่ ลองเปลี่ยนเป็นค่าคงที่ก่อนถ่ายไทม์แลปส์ครั้งหน้า
ขาตั้ง แบตเตอรี่ และการ์ด ต้องเตรียมยังไง
ภาพที่ถ่ายห่างกันเป็นนาที ถ้ากล้องขยับไปนิดเดียว คลิปจะดูสั่นทันที คู่มือ Canon EOS R5 Mark II แนะนำให้ใช้ขาตั้ง และ Nikon ย้ำว่าต้องเป็นขาตั้งที่แข็งแรง ไม่ให้กล้องขยับระหว่างถ่าย
เรื่องไฟ คู่มือ Sony α7 IV บอกว่าแบตเตอรี่เป็นตัวจำกัดว่าจะถ่ายได้กี่ภาพ และแนะนำให้จ่ายไฟผ่าน USB ระหว่างถ่าย ส่วนคู่มือ Canon EOS R5 Mark II แนะนำอุปกรณ์ต่อไฟบ้านสำหรับการถ่ายนาน ๆ และบอกว่าระหว่างถ่าย ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติจะไม่ทำงาน
การ์ดต้องมีที่ว่างพอ คู่มือ Sony α7 IV เตือนด้วยว่าถ้าตั้ง interval สั้น กล้องอาจร้อนจนหยุดถ่าย ส่วน Canon EOS R5 Mark II จะขึ้นเวลาคลิปเป็นสีแดง ถ้าการ์ดว่างไม่พอกับจำนวนภาพที่ตั้งไว้
ก่อนออกไปถ่าย ลองชาร์จแบตให้เต็ม เตรียมพาวเวอร์แบงก์กับสาย USB ที่กล้องรองรับ และเคลียร์การ์ดให้ว่างพอ
ไทม์แลปส์ ในกล้อง มือถือ หรือรวมภาพเอง
ทางแรกคือโหมดในกล้องที่ทำคลิปให้เสร็จ อย่าง Canon EOS R5 Mark II ตั้ง interval ได้ตั้งแต่ 2 วินาที ถ่ายได้ 2 ถึง 3,600 ภาพ แล้วได้ไฟล์วิดีโอออกมาเลย สะดวกที่สุด แต่แก้สีย้อนหลังได้น้อยกว่า เพราะไม่ได้เก็บภาพนิ่งแต่ละภาพไว้
ทางที่สองคือมือถือ iPhone มีโหมด Time-lapse ในแอปกล้อง ปัดไปทางซ้ายสุดแล้วกดถ่ายได้เลย และ Apple บอกว่าในที่แสงน้อย ใช้ Night mode Time-lapse คู่กับขาตั้ง เพื่อให้ได้เฟรมที่เว้นช่วงยาวขึ้น รองรับตั้งแต่ iPhone 12 ขึ้นไป ข้อดีคือง่ายและเบา แต่ปรับ interval เองได้น้อยกว่ากล้อง

ทางที่สามคือถ่ายภาพนิ่งแล้วมารวมเอง กล้องหลายรุ่นมีฟังก์ชัน Interval Shooting อย่าง Sony α7 IV ตั้ง interval ได้ 1 ถึง 60 วินาที ถ่ายได้สูงสุด 9,999 ภาพ แต่กล้องจะไม่ทำวิดีโอให้ ต้องเอาไปรวมในโปรแกรม Imaging Edge Desktop ของ Sony หรือโปรแกรมตัดต่ออื่น ทางนี้ใช้เวลามากที่สุด แต่แก้สีและแก้ภาพกะพริบได้ละเอียดที่สุด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เรื่องแรก ยิ่งถ่ายถี่ยิ่งดี จริง ๆ แล้วถ่ายถี่เกินไป เหตุการณ์จะดูช้าจนไม่น่าตื่นเต้น และเปลืองการ์ดกับแบตเปล่า ๆ
เรื่องที่สอง โหมดอัตโนมัติฉลาดพอ ถ้าปล่อยให้กล้องวัดแสงและเลือกสีเองทุกภาพ โอกาสภาพกะพริบมีสูงมาก
เรื่องที่สาม ถ่ายวิดีโอยาว ๆ แล้วไปเร่งความเร็วทีหลังก็เหมือนกัน วิธีนี้ทำได้ แต่ต้องอัดไฟล์วิดีโอยาวทั้งก้อน และเก็บได้แค่ความละเอียดของวิดีโอ ขณะที่ภาพนิ่งแต่ละภาพมักละเอียดกว่า
คืนนี้มาลองถ่าย ไทม์แลปส์ แรกกัน
เริ่มจากหน้าต่างบ้าน เลือกท้องฟ้าที่มีเมฆหรือถนนที่มีรถวิ่ง ตั้งกล้องหรือมือถือบนขาตั้ง ตั้งเป้าคลิป 10 วินาทีที่ 30 fps คือ 300 ภาพ เลือก interval 3 วินาที จะใช้เวลาถ่าย 15 นาที
ก่อนกดเริ่ม เปลี่ยนเป็นโหมด M ปิดโฟกัสอัตโนมัติ และล็อก White Balance แล้วปล่อยกล้องไว้ อย่าแตะขาตั้งระหว่างถ่าย
ถ้าทำแล้วยังกระตุก ลองลด interval ลงครึ่งหนึ่ง ถ้ายังกะพริบ เช็คว่าในเฟรมมีไฟนีออนหรือไฟ LED ไหม แล้วลองย้ายไปถ่ายตอนกลางวันก่อน
สิ่งที่อยากให้จำกลับไป
ไทม์แลปส์ เริ่มจากโจทย์ปลายทาง ความยาวคลิปคูณ fps ได้จำนวนภาพ จำนวนภาพคูณ interval ได้เวลาที่ต้องถ่าย เลือก interval ตามความเร็วของสิ่งที่อยู่ในเฟรม ล็อกค่าแสง โฟกัส และสีให้คงที่ แล้วเลือกเครื่องมือตามงาน โหมดในกล้องเร็วที่สุด มือถือง่ายที่สุด รวมภาพเองแก้ได้มากที่สุด
ลองมองออกไปนอกหน้าต่างตอนนี้ดู มีอะไรที่ขยับช้าเกินกว่าตาจะเห็น แต่น่าจะสวยถ้าย่อเวลาลงเหลือสิบวินาที?
อ่านต่อ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะตัดต่อที่กี่ fps อ่านต่อที่ เฟรมเรต 24, 30, 60fps ต่างกันยังไง และถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมต้องล็อกสีให้คงที่ ลองเปิด White Balance คืออะไร ทำไมหน้าคนในภาพออกส้มหรือฟ้า ใครอยากดูขั้นตอนตั้งค่าโหมดไทม์แลปส์ในกล้องแบบละเอียด ลองเปิด คู่มือ Time-Lapse Movies ของ Canon
