หน้าแรก/บทความ/ถ่ายภาพ

ถ่ายคร่อม กับ HDR ฟ้าสว่างพื้นมืด ถ่ายยังไงให้ได้ทั้งคู่

ถ่ายคร่อม กับ HDR ฟ้าสว่างพื้นมืด ถ่ายยังไงให้ได้ทั้งคู่

ยืนอยู่บนจุดชมวิวตอนพระอาทิตย์ตก ฟ้าสีส้มสวยมาก กดถ่ายไปหนึ่งรูป ฟ้าออกมาสวย แต่ภูเขากับต้นไม้ด้านหน้ากลายเป็นสีดำทั้งแถบ พอเพิ่มแสงให้พื้นสว่าง ฟ้ากลับขาวโพลนไม่เหลือสี วิธีที่ช่างภาพใช้แก้ฉากแบบนี้มานานคือการ ถ่ายคร่อม แล้วรวมเป็นภาพ HDR

บทความนี้จะเล่าว่าทำไมกล้องเก็บฉากแบบนี้ไม่หมดในภาพเดียว ตั้ง AEB กี่ภาพ ห่างกันกี่สต็อป ถือมือถ่ายได้ไหม รวมภาพยังไงทั้งใน Lightroom และโปรแกรมฟรี และโหมด HDR ในกล้องกับในมือถือต่างจากการถ่ายเองตรงไหน

ถ่ายคร่อม คืออะไร ทำไมฉากนี้กล้องเก็บไม่หมด

ลองนึกถึงตอนเราเดินจากกลางแดดเข้าไปในห้องมืด ช่วงแรกจะมองอะไรไม่ค่อยเห็น ต้องรอสักพักตาถึงจะปรับตัวได้ แต่ถ้ายืนอยู่ที่ประตู มองทั้งข้างนอกและข้างใน ตาเรายังพอเห็นทั้งสองฝั่ง กล้องทำแบบนั้นในภาพเดียวไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะให้แสงพอดีกับฝั่งไหน

ถ่ายคร่อม หรือ Bracketing คือการถ่ายฉากเดิมหลายภาพ แต่ละภาพให้แสงไม่เท่ากัน มีภาพที่พอดี ภาพที่มืดกว่า และภาพที่สว่างกว่า ภาพมืดเก็บรายละเอียดในฟ้า ภาพสว่างเก็บรายละเอียดในเงา แล้วค่อยเอามารวมกันในโปรแกรม ภาพที่ได้เรียกว่า HDR ย่อมาจาก High Dynamic Range แปลตรง ๆ ว่าภาพที่มีช่วงแสงกว้าง

เงาตึกในเมืองตัดกับฟ้ายามพระอาทิตย์ตก ฟ้าสว่างแต่ตึกมืดจนเป็นเงาดำ
ฉากย้อนแสงแบบนี้ ถ้าให้แสงพอดีกับฟ้า ตึกจะกลายเป็นเงาดำ ถ้าให้แสงพอดีกับตึก ฟ้าจะขาว

ถ้าเจอฉากที่ฟ้ากับพื้นสว่างต่างกันมาก ลองถ่ายแยกสองภาพก่อน ภาพหนึ่งวัดแสงที่ฟ้า อีกภาพวัดแสงที่พื้น แล้วเทียบดูว่าต่างกันแค่ไหน

ช่วงแสงของฉาก กับช่วงแสงของกล้อง

ช่วงแสง หรือ Dynamic range คือระยะห่างระหว่างส่วนที่สว่างที่สุดกับส่วนที่มืดที่สุด หน่วยที่ใช้คือสต็อป ทุก ๆ 1 สต็อป แสงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถ้าส่วนสว่างสว่างกว่าส่วนมืด 1,024 เท่า ก็เท่ากับต่างกัน 10 สต็อป

เว็บ Cambridge in Colour ซึ่งเป็นแหล่งสอนถ่ายภาพที่คนใช้อ้างอิงกันมาก เขียนไว้ว่าวันที่ฟ้าครึ้มและแสงเรียบ ฉากอาจต่างกันแค่ราว 3 สต็อป แต่วันแดดจัดที่มีทั้งส่วนสว่างจ้าและเงาเข้ม ฉากอาจกว้างเกิน 12 สต็อป ขณะที่กล้องเก็บได้ราว 8 ถึง 12 สต็อปในภาพเดียว ตัวเลขนี้เป็นค่าคร่าว ๆ กล้องรุ่นใหม่บางรุ่นอาจเก็บได้กว้างกว่านี้อีกหน่อย แต่ฉากแดดจัดก็ยังเกินกำลังได้อยู่ดี

แปลเป็นภาษาคนถ่ายก็คือ วันฟ้าครึ้ม กล้องเก็บได้สบาย แต่ฉากย้อนแสง ฉากพระอาทิตย์ตก หรือห้องที่มีหน้าต่างสว่าง ฉากกว้างกว่าที่เซนเซอร์รับไหว ส่วนที่เกินจะตกไปเป็นขาวล้วนหรือดำล้วน

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

ฉากกว้างกว่าที่กล้องเก็บได้

ทุก 1 สต็อป แสงเพิ่มเป็นสองเท่า ยิ่งตัวเลขมาก ฉากยิ่งมีทั้งส่วนจ้าและส่วนมืดจัด

วันฟ้าครึ้ม แสงเรียบ

ราว 3 สต็อป

แคบกว่ากล้อง ภาพเดียวเก็บได้สบาย

กล้องเก็บได้ในภาพเดียว

ราว 8 ถึง 12 สต็อป

แล้วแต่รุ่นและการตั้งค่า

วันแดดจัด ย้อนแสง พระอาทิตย์ตก

อาจเกิน 12 สต็อป

ส่วนที่ล้นออกไปจะกลายเป็นดำล้วนหรือขาวล้วน

ถ้าฉากกว้างกว่ากล้อง ให้แบ่งเก็บหลายภาพ ภาพมืดเก็บฟ้า ภาพสว่างเก็บเงา แล้วรวมเป็น HDR

ตัวเลขช่วงแสงของฉากและของกล้องจากบทความ Dynamic Range ของ Cambridge in Colour ความยาวแถบเป็นภาพประกอบเพื่อเทียบ ไม่ได้วัดตามสเกลจริง

ถ้าอยากรู้ว่าฉากตรงหน้าเกินกำลังกล้องไหม ลองเปิดฮิสโตแกรมดู ถ้ากราฟชนทั้งขอบซ้ายและขอบขวาพร้อมกัน แปลว่าภาพเดียวเก็บไม่หมด

ตั้ง ถ่ายคร่อม กี่ภาพ ห่างกันกี่สต็อป

กล้องส่วนใหญ่มีฟังก์ชันถ่ายเผื่อแสงอัตโนมัติ เรียกว่า AEB ย่อมาจาก Auto Exposure Bracketing ตั้งครั้งเดียว กล้องจะเปลี่ยนแสงให้เองทุกภาพ

ตัวเลือกแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน คู่มือ Canon EOS R50 บอกว่าตั้งได้ถึงบวกลบ 3 สต็อป ปรับทีละ 1/3 สต็อป ถ่ายชุดละ 3 ภาพ เรียงจากภาพพอดี ภาพมืด แล้วภาพสว่าง ส่วนคู่มือ Sony α6300 ให้เลือก 3, 5 หรือ 9 ภาพ ระยะห่างตั้งแต่ 0.3 ถึง 3.0 EV โดยแบบ 9 ภาพใช้ได้กับระยะห่างไม่เกิน 1.0 EV และระยะ 2.0 กับ 3.0 EV เลือกได้แค่ 3 หรือ 5 ภาพ

ค่าที่แนะนำให้ลองเริ่มคือ 3 ภาพ ห่างกัน 2 สต็อป ซึ่งเป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่ค่าตายตัว ภาพมืดสุดกับสว่างสุดจะต่างกัน 4 สต็อป ช่วยเก็บฟ้าและเงาได้กว้างขึ้นเยอะ ถ้าฉากจัดมาก เช่น ถ่ายในห้องที่เห็นดวงอาทิตย์นอกหน้าต่าง ค่อยขยับเป็น 5 ภาพ

CREATOR SCHOOL THAILAND · GEAR

AEB 3 ภาพ ห่างกัน 2 สต็อป

ตั้งโหมด A ล็อกรูรับแสง ให้กล้องเปลี่ยนแค่ความเร็วชัตเตอร์

-2

ภาพมืด

ชัตเตอร์เร็วสุดในชุด

เก็บสีและรายละเอียดในฟ้า เมฆ และนอกหน้าต่าง

0

ภาพพอดี

ตามที่กล้องวัดแสง

เก็บกลางโทนของฉาก

+2

ภาพสว่าง

ชัตเตอร์ช้าสุดในชุด

เก็บรายละเอียดในเงา ระวังมือสั่นถ้าถือมือ

ภาพมืดสุดกับสว่างสุดต่างกัน 4 สต็อป ฉากจัดมากค่อยขยับเป็น 5 ภาพ

ตัวเลือกในคู่มือ Canon EOS R50 ได้ถึงบวกลบ 3 สต็อป ปรับทีละ 1/3 ชุดละ 3 ภาพ ส่วน Sony α6300 เลือก 3, 5 หรือ 9 ภาพ ห่างกัน 0.3 ถึง 3.0 EV แต่ละรุ่นเรียงลำดับภาพต่างกัน ภาพแรกในชุดอาจไม่ใช่ภาพมืด

อีกเรื่องที่ควรตั้งก่อนถ่าย คือใช้โหมด A ล็อกรูรับแสงไว้ และตั้ง ISO เป็นค่าคงที่ ให้กล้องเปลี่ยนแค่ความเร็วชัตเตอร์ ถ้ารูรับแสงเปลี่ยนในแต่ละภาพ ระยะชัดจะไม่เท่ากัน รวมแล้วขอบวัตถุจะดูแปลก คู่มือ Sony ยังเตือนว่าถ้าใช้โหมด M คู่กับ ISO AUTO กล้องจะเปลี่ยนแสงด้วย ISO แทน ภาพสว่างจะได้ noise มาด้วย

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะตั้งเท่าไร ลองเริ่มที่ 3 ภาพ ห่างกัน 2 สต็อป ในโหมด A ก่อน แล้วค่อยปรับตามฉาก

ถือมือ ถ่ายคร่อม ได้ไหม

ได้ แต่มีเงื่อนไข ปัญหาของการถือมือคือภาพแต่ละภาพจะขยับไม่ตรงกันนิดหน่อย พอเอามาซ้อนกันขอบจะเบลอ

ทางแก้คือตั้งโหมดถ่ายต่อเนื่อง กดชัตเตอร์ค้างไว้ให้กล้องถ่ายครบทั้งชุดในเสี้ยววินาที คู่มือ Canon EOS R50 บอกว่าถ้าตั้งโหมดถ่ายต่อเนื่อง กดค้างไว้ กล้องจะถ่ายครบสามภาพแล้วหยุดเอง และระวังภาพที่สว่างที่สุด เพราะเป็นภาพที่ใช้ชัตเตอร์ช้าที่สุด ถ้าช้าเกินไปมือจะสั่น

ฝั่งโปรแกรมก็ช่วยได้ หน้าช่วยเหลือของ Adobe บอกว่าตัวเลือก Auto Align ใน Lightroom Classic ช่วยเรื่องภาพที่ถือมือแล้วขยับเล็กน้อย แต่ถ้าฉากมีของเคลื่อนไหว เช่น ใบไม้ไหว คนเดิน หรือคลื่น ขาตั้งก็ยังช่วยได้ดีที่สุด

กล้องบนขาตั้งกลางทุ่งนา ฟ้าสีฟ้ากับเมฆขาวกินพื้นที่เกือบทั้งภาพ เตรียม ถ่ายคร่อม ฉากฟ้าสว่าง
ขาตั้งทำให้ทุกภาพในชุดตรงกันพอดี รวมแล้วขอบคมกว่าถือมือ

ถ้าต้องถือมือ ลองดูความเร็วชัตเตอร์ของภาพที่สว่างที่สุดก่อน ถ้าช้ากว่าที่เราถือนิ่งได้ ให้ดัน ISO ขึ้นเล็กน้อยหรือหาที่วางกล้อง

รวมภาพใน Lightroom และโปรแกรมฟรี

ใน Lightroom Classic เลือกภาพทั้งชุด แล้วไปที่เมนู Photo เลือก Photo Merge แล้วเลือก HDR หรือกด Ctrl+H หน้าต่างพรีวิวจะมีตัวเลือกให้ติ๊กสามอย่าง

Auto Align ใช้จัดภาพให้ตรงกัน Auto Tone ให้โปรแกรมปรับโทนเริ่มต้นให้ ส่วน Deghost ใช้แก้จุดที่ของเคลื่อนไหวแล้วดูเป็นเงาโปร่งใส มีให้เลือก None, Low, Medium และ High ทาง Adobe แนะนำให้เริ่มที่ Low แล้วค่อยเพิ่มถ้ายังเห็นเงา ผลที่ได้จะเป็นไฟล์ DNG ใหม่ ซึ่งยังเป็นไฟล์ดิบ ปรับต่อได้เหมือนไฟล์ RAW ทั่วไป

ถ้าไม่อยากจ่ายค่าโปรแกรม darktable เป็นโปรแกรมแต่งภาพฟรีที่มีคำสั่ง create HDR ในหน้า lighttable คู่มือของ darktable บอกว่ารวมได้เฉพาะไฟล์ RAW ผลออกมาเป็นไฟล์ DNG และภาพต้องตรงกันพอดี ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าควรถ่ายบนขาตั้ง คู่มือยังแนะนำ Luminance HDR อีกโปรแกรมที่ใช้รวมภาพได้

ห้องมืดที่มีแสงลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
ห้องที่มีหน้าต่างสว่างเป็นอีกฉากที่ภาพเดียวเก็บไม่หมด ทั้งในห้องและนอกหน้าต่าง

ถ้าใช้ darktable ลองถ่ายเป็นไฟล์ RAW และตั้งขาตั้งไว้ตั้งแต่แรก จะรวมภาพได้ราบรื่นกว่า

HDR ในกล้องกับในมือถือ ต่างกันยังไง

กล้องหลายรุ่นมีโหมด HDR ที่ถ่ายและรวมภาพให้เสร็จในตัว ตัวอย่างคือ Canon EOS R50 คู่มือบอกว่ากล้องถ่าย 3 ภาพ คือภาพพอดี ภาพมืด และภาพสว่าง แล้วรวมเป็นภาพเดียว แต่บันทึกได้แค่ JPEG หรือ HEIF เลือก RAW ไม่ได้ ถ้าถือมือต้องเปิดการจัดภาพอัตโนมัติ ซึ่งอาจตัดขอบภาพออกไปบ้าง และคู่มือเตือนว่าฟ้ากับผนังขาวอาจไล่โทนไม่เนียนหรือมี noise

โหมดนี้สะดวกมากเวลาอยากได้ภาพเลย ไม่ต้องนั่งรวมเอง แต่แลกกับการปรับแต่งต่อได้น้อยกว่าไฟล์ที่รวมจาก RAW

ส่วนมือถือทำงานอีกแบบ ทีมวิจัยของ Google อธิบายว่า HDR+ ในมือถือ Pixel ถ่ายภาพ RAW รัวหลายภาพ ทุกภาพตั้งใจให้มืดเท่ากัน เพื่อกันฟ้าขาว แล้วรวมกันเพื่อลด noise ในเงา รุ่นหลังเพิ่มภาพที่เปิดแสงนานอีกหนึ่งภาพหลังกดชัตเตอร์ เพื่อเก็บรายละเอียดในเงาให้ดีขึ้น ทั้งหมดเกิดขึ้นเองโดยเราไม่ต้องตั้งอะไร

ถ้าเป็นภาพที่อยากเก็บไว้แต่งจริงจัง ลองถ่ายหลายภาพเป็น RAW เอง ถ้าแค่อยากได้ภาพลงโซเชียลเร็ว ๆ โหมด HDR ในกล้องหรือมือถือก็พอ

ความเข้าใจผิดเรื่อง ถ่ายคร่อม ที่พบบ่อย

เรื่องแรก HDR ต้องออกมาสีจัด ขอบเรืองแสง ดูเหมือนภาพวาด จริง ๆ แล้วหน้าตาแบบนั้นเกิดจากการดึงโทนแรงเกินไปตอนแต่ง ถ้าปรับพอดี ภาพ HDR จะดูเหมือนที่ตาเราเห็นจริงมากกว่าภาพเดียวด้วยซ้ำ

เรื่องที่สอง ยิ่งถ่ายเยอะภาพยิ่งดี ถ้าฉากกว้างไม่มาก 3 ภาพก็เก็บหมดแล้ว ถ่าย 9 ภาพจะเสียเวลา เปลืองพื้นที่ และมีโอกาสที่ของในฉากขยับระหว่างชุดมากขึ้น

เรื่องที่สาม ถ่าย RAW ภาพเดียวแล้วดึงทีหลังได้เหมือนกัน ไฟล์ RAW ช่วยได้จริงในฉากที่เกินกำลังกล้องไม่มาก แต่ส่วนที่ขาวล้วนไปแล้ว ไม่มีข้อมูลให้ดึงกลับ ฉากที่กว้างกว่ากล้องมาก ๆ การถ่ายหลายภาพยังได้เปรียบ

คืนนี้มาลอง ถ่ายคร่อม ฉากหน้าต่างกัน

ไม่ต้องรอไปเที่ยว ลองหาห้องในบ้านที่มีหน้าต่างรับแสงตอนกลางวันหรือตอนเย็น ตั้งกล้องบนขาตั้ง หรือวางบนโต๊ะให้นิ่ง

เปิดโหมด A ลองตั้งรูรับแสงเริ่มที่ราว f/8 ซึ่งเป็นค่ากลาง ๆ ที่คนถ่ายวิวนิยมใช้ ตั้ง ISO ต่ำเป็นค่าคงที่ เปิด AEB 3 ภาพ ห่างกัน 2 สต็อป ตั้งโหมดถ่ายต่อเนื่อง หรือใช้ตั้งเวลา 2 วินาทีเพื่อไม่ให้มือไปโดนกล้อง แล้วถ่ายหนึ่งชุด

กล้องบนขาตั้งหันไปทางทะเลยามพระอาทิตย์ตก
ตั้งกล้องให้นิ่ง ล็อกรูรับแสง แล้วให้กล้องเปลี่ยนแค่ความเร็วชัตเตอร์ในแต่ละภาพ

เปิดดูทั้งสามภาพในกล้อง ภาพมืดควรเห็นรายละเอียดนอกหน้าต่าง ภาพสว่างควรเห็นของในห้องชัด จากนั้นเอาไปรวมใน Lightroom Classic หรือ darktable แล้วเทียบกับภาพพอดีภาพเดียว

ถ้าทำแล้วนอกหน้าต่างยังขาวอยู่ในภาพที่มืดที่สุด ลองขยับเป็น 5 ภาพ หรือเพิ่มระยะห่าง ถ้ารวมแล้วขอบซ้อนกันเป็นสองชั้น เช็คว่ากล้องขยับระหว่างถ่ายหรือเปล่า และลองเปิด Auto Align

สิ่งที่อยากให้จำกลับไป

ฉากที่ฟ้าสว่างพื้นมืดมักกว้างกว่าที่กล้องเก็บได้ในภาพเดียว การถ่ายหลายภาพแล้วรวมเป็น HDR คือทางเก็บให้ครบทั้งสองฝั่ง เริ่มที่ AEB 3 ภาพ ห่างกัน 2 สต็อป ในโหมด A ใช้ขาตั้งถ้าทำได้ รวมใน Lightroom Classic หรือ darktable และเลือกโหมด HDR ในกล้องหรือมือถือเมื่อต้องการความเร็วมากกว่าความยืดหยุ่น

แล้วฉากที่เราเคยถ่ายแล้วฟ้าขาวหรือพื้นดำ ถ้ากลับไปถ่ายอีกครั้ง จะตั้งกี่ภาพดี?

อ่านต่อ

ถ้ายังอ่านกราฟแสงในกล้องไม่คล่อง เริ่มที่ ฮิสโตแกรม อ่านยังไง ใช้คู่กับ Zebra ให้ภาพสว่างพอดี ส่วนฉากคนย้อนแสงที่ถ่ายหลายภาพไม่ได้ ดูต่อที่ วัดแสง แต่ละโหมดต่างกันยังไง และถ้ายังลังเลว่าจะถ่ายไฟล์แบบไหน อ่าน ไฟล์ RAW หรือ JPEG ถ่ายแบบไหนดี ใครอยากอ่านเรื่องช่วงแสงแบบละเอียด ลองเปิด Dynamic Range ของ Cambridge in Colour

โยชูวา สมารมย์CreatorSchoolThailand

Yochuwa is the founder and editor-in-chief of CreatorSchoolThailand, a Thai media and education brand built for people who make media. His YouTube channel has grown past 145,000 subscribers and earned YouTube's Silver Creator Award, making it a go-to source for photography, filmmaking and content strategy in Thailand.

His approach is to teach the thinking behind the craft: how light, sound, story and platforms really work, so creators can make better decisions with whatever gear they own. Yochuwa has partnered with leading imaging brands including SIGMA Thailand and NiSi, runs the camera store Snapshot, and brings a background in web development to building CreatorSchoolThailand into a modern publisher for Thailand's creator economy.

บทความล่าสุด